วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุบลราชธานี .. ในความทรงจำ


July 27, 2007

Memory of Another Day ….

อุลราชธานี  เมืองแห่งดอกบัวงาม  เมืองที่เงียบสงบสวยงามแบบสาวชนบทที่สวยโดยไม่ต้องแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง  ในตอนรุ่งสางก่อนวันแห่เทียนในเทศกาลเข้าพรรษา  ฉันเดินไปที่ตลาดสดซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูลเพื่อดูกิจกรรมหลายหลากในตอนเช้าของคนพื้นบ้าน  

ฉันนั่งที่บันไดคอนกรีตริมเขื่อนใกล้กับสะพานเสรีประชาธิปไตย  พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาจากท้องน้ำของที่นี่สวยงามเหมือนฝัน  แสงสีทองของดวงอาทิตย์ในตอนเช้าสาดส่องทาบทบไปในท้องน้ำ  ก่อให้เกิดจินตนาการเหมือนกับผลงานชิ้นเอกของจิตกรที่เลื่องชื่อที่สะบัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบ  เกลียวคลื่นพริ้วไหวรอบแพไม้ไผ่ของชาวบ้านใกล้ริมฝั่งแม่น้ำราวกับเพื่อนเก่าโบกมือทักทาย ครั้นคราวที่เปลวแดดอ่อนๆและกรุ่นไอแม่น้ำเรียกร้อง  เหล่าพรานปลาพาเรือไม้ลำน้อยพายเอื่อยๆไปตามลำน้ำ รอจังหวะเหมาะที่จะจับปลาที่มีอย่างเหลือเฟือในลำน้ำมูล  สะท้อนถึงความเรียบง่ายของชีวิตของคนที่นี่

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวฉันในวันนี้ดูเงียบและสุขสงบ  ไม่มีเสียงดังแสบแก้วหูของเครื่องบินรบที่ทรงอานุภาพอย่าง เอฟ 4 แฟนทอมป์ ที่บินขึ้นลงจากสนามบินในฐานทัพอากาศที่ถนนอุปลิสาร  เพื่อปฎิบัติภาระกิจที่ได้รับมอบหมายในยุคของสงครามเวียดนามเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วมา  ไม่มีอเมริกันจีไอควงคู่กับสาวไทยมาหาความสำราญด้วยการดูภาพยนต์ที่โรงภาพยนต์เฉลิมสินให้เห็นในวันนี้  ไม่มีบาร์หรือไนท์คลับที่บริการให้ความสุขแก่จีไอแลกกับเงินดอลลาร์ที่ทรงอำนาจ  อุบลราชธานีในวันนี้เหมือนสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ดูเหมือนว่าไม่เคยมีสิ่งใดมาแปดเปื้อนในชีวิตเธอ  เมืองแห่งดอกบัวงามในปัจจุบันตั้งเด่นเป็นสง่าบนริมฝั่งแม่น้ำมูล  เงียบและสงบเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่มาก่อนในอดีต

………………….

บ้านของเราอยู่ริมน้ำใกล้สะพาน ฉันโชคดีที่เกิดทันช่วงเวลาที่อุบลยังงดงามด้วยวิถีชาวบ้านที่เรียบง่าย เราขุดบ่อน้ำริมมูล บ่อน้ำกลายเป็นที่ชุมนุม สังสรรค์ของคนในคุ้มบ้านเหนือตามที่มีคนเรียกขาน ทุกบ้านหาบน้ำปีนตลิ่งสูงชันนำน้ำในปิ๊บหรือถังขึ้นมาเติมในตุ่ม ใช้อาบ ใช้ทำความสะอาด ซักล้าง .. ด้วยน้ำประปายังไม่มีเข้ามา 

เราปลูกผัก .. ข้าวโพด มะเขือ พริก ข่า ตะไคร้  ถั่วฝักยาว บวบ .. ในที่ดินริมน้ำ … หมั่นรดน้ำ พรวนดิน .. ด้วยหัวใจ .. แล้วเก็บดอกผลไปขายที่ตลาด พ่อปลูกต้นมะลิเพื่อเก็บดอกให้แม่นำมาลอยในน้ำดื่มพอให้ชื่นใจ

แม่เป็นแม่ค้าขายผักผลไม้ … ตลาดและการขายของจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราทุกคน ฉันจึงคุ้นเคยกับกลิ่นของตลาดราวกับเพื่อนรักที่คุ้นเคยเสมอ … กลิ่นผัก กลิ่นปลา มักจะติดอยู่ที่ปลายจมูก … เมื่อไปถึงถิ่นที่ใดจึงอดไม่ได้ทุกครั้งที่จะแวะเวียนเข้าไปดูวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นผ่านมุมมองของตลาดท้องถิ่น

พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยที่กรมทางหลวงแผ่นดิน พ่อจะช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง พ่อตื่นแต่เช้ามืดไปจัดแจงเตรียมของให้แม่ขาย แล้วกลับมาหุงหาข้าวปลาให้ลูกน้อย ก่อนจะขี่จักรยานเก่าคร่ำคร่าไปส่งที่โรงเรียน

พ่อเป็นที่รักของเพื่อนบ้าน ด้วยรักความสะอาดมากมาย อาสาทำความสะอาดทั้งซอยโดยไม่เกี่ยงงอน จนยายให้สมญาว่า .. ไอ้เทศบาล …

เราไม่เคยมีทีวี ทั้งบ้านมีแค่วิทยุเก่าๆเครื่องหนึ่ง นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สร้างความบรรเทิงในครอบครัวแล้ว  ยังเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้าน ตอนเช้าและเย็นทุกคนต้องฟังข่าวเพราะพ่อสนใจเรื่องการบ้านการเมือง  รวมถึงฟังอาจารย์ทองคำ อนุศาสนาจารย์ทหารบกเล่านิทานอิงธรรมะ เกี่ยวกับนักปราชญ์แห่งมิถิลานคร กลางวันแม่จะชอบฟังละครวิทยุ หรืออ่านหนังสือ นิตยสาร ทำให้เราได้อานิสงค์ในการฟังและอ่านไปด้วย

วิถีชีวิตผู้คนริมน้ำนั้นเรียบง่าย …  บ้านใต้ถุนสูงโล่งรับสายลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาจากแม่น้ำมูล ไม่มีรั้วให้เกะกะ  ผู้คนเดินทะลุจากบ้านสู่บ้านโดยไม่ต้องระแวงว่าข้าวของจะโดนขโมย

เรา ปลูกผัก จับปลา งมหอย ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ตรงไปตรงมา เด็กๆเล่นขายข้าวขายแกง สะบ้า ตี่จับ .. ชีวิตของเด็กบ้านนอกที่ไม่เคยรู้จักกับของเล่นราคาแพง ลูกอม ขนมเค๊ก .. ทำให้แม้เติบโตจนป่านนี้ก็ยังเล่นตุ๊กตาไม่เป็น และไม่ชอบขนมหวาน .. เราทำอาหารกินกันเอง ขนมเจ้าประจำมักจะเป็นกล้วยบวชชี … กล้วยที่เหลือจากที่แม่ขายที่ตลาด เรานำอาหารปิ่นโตไปทานที่โรงเรียน พวกที่โตขึ้นมาหน่อยอาจจะเลือกว่าจะเดินกลับมาทานข้าวที่บ้าน … ซื้ออาหาร หรือขนมกินที่โรงเรียน ..,. คำนี้ไม่เคยมีในดิกชันนารี่ของเรา

หน้าน้ำหลากเป็นสีสันของเด็กๆริมน้ำ น้องชายของฉันชอบกระโดดจากราวสะพานพุ่งหลาวลงมายังสายน้ำที่เชี่ยวกราก ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะว่ายให้สายน้ำพัดไปติดที่เสาอันเป็นฐานที่แข็งแกร่งของสะพาน ก่อนจะว่ายตัดกระแสน้ำกลับเข้าฝั่ง

วันหยุดในฤดูน้ำนิ่ง เด็กๆในหมู่บ้านจะว่ายข้ามฝั่งไปยังฝั่งวารินชำราบ ด้วยเป็นที่ยังมีป่าโปร่งชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นกก ต้นไม้ที่ขึ้นริมน้ำ เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ที่มีอยู่ชุกชุม ..  งมหอยจนเต็มลำเรือ แล้วปล่อยทิ้งลงน้ำก่อนว่ายกลับบ้านอีกฝั่งของแม่น้ำ 

ก่อนวันลอยกระทงเราไปวัด .. จุดศูนย์รวมของกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน .. ฟังเทศน์ คุย สังสรรค์ ทานข้าวร่วมกัน .. คืนวันลอยกระทง จุดเทียนราวติดไว้เป็นแถวเป็นแนวบนระเบียงบ้าน แล้วเฝ้าดูเรือไฟที่ล่องลอยมาตามลำน้ำ .. เรือไฟที่ความรู้สึกของเด็กน้อย เหมือนล่องลอยมาจากสรวงสวรรค์

 …ความทรงจำ … เหมือน ภาพที่แจ่มชัดที่ผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง …กลายเป็นเหมือนเงา ..อดีตที่เลือนหาย ..

วันนี้ ….  อุบลเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนรูปทรงแปลกตารั้วรอบขอบชิด  ตึกแถว ร้านค้าที่ทันสมัย โลตัส โรบินสัน … รถราทุกยี่ห้อวิ่งกันขวักไขว่ ความเจริญทันสมัยแผ่ซ่านไปทุกอณู 

บ้านเรามีน้ำประปา จากท่อไหลลงสู่ตุ่มน้ำ … ผักปลาไม่ต้องปลูก แค่มีเงินก็ซื้อหามากิน มาใช้ … ทุกอย่างแลกด้วยเงินตราที่ได้มาจากการดิ้นรนสุดชีวิต

ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียบง่ายแต่พอเพียง และเพียงพอต่อการทำให้ชีวิตมีความสุขโดยไม่เร่งรีบ บีบรัด ถูกมองว่าปราศจากความกระตือรือร้น หนักหนาสาหัสกว่านั้นคือกลายเป็นตัวถ่วงสิ่งที่เรียกว่า ความเจริญสมัยใหม่

ฉันกลับไปเยี่ยมโรงเรียนที่เคยสวยงาม สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังบนที่ดินกว้างขวาง … ฉันว่าถ้าอาคารโรงเรียนมีชีวิต คงนั่งร้องไห้ที่ไม่มีใครใส่ใจอาคารที่ควรเป็นมรดกให้ลูกหลานภาคภูมิใจ  และคงนั่งทำใจ และปลง … ที่ไหนๆก็เป็อย่างนี้แหละ คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีจิตวิญญาณของนักประวัติศาสตร์ นักอนุรักษ์ ไม่มีระเบียบอยู่ในสายเลือดเท่าที่ควร … ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ไงล่ะ

ฉันเดินกลับบ้าน นั่งมองสายน้ำมูลที่ไหลผ่าน .. หลับตา พร้อมถอนใจ

อ้า … อดีตที่ล่วงไป

เคยสุขสนุกใจ

ฤา … จักหวน กลับมาเนาว์

โอ้ .. โอ๋ อดีตดั่งเงา

เลือนรางว่างเปล่า

เลือนผ่านแล้วลับ … วับหาย …

......................................

เพลง แม่มูล (ใครร้องได้อัดเทปมา แล้วจะส่งรางวัลใหญ่ไปห้นะคะ)

น้ำแม่มูลไหลมาเนื่นนาน ผ่านนครอุบล

หลั่งธาราไหลเลี้ยงปวงชน

ทั่วอุบลเบิกบานร่มเย็น

ฝั่งแม่มูลสูงพูนดูเด่น

ได้เดินเล่นแสนเพลินอารมย์

น้ำแม่มูลนี้งามจับใจ หาดวัดใต้กว้างยาว

หาดทรายงามวับวามแวววาว

ที่หนุ่มสาวชอบไปเที่ยวชม

พุ่มไพรวัลย์นั้นบังใบร่ม

ได้ชื่นชมรับลมเย็นๆ

เหนือน้ำงามแก่งสะพือ

สมดังคนลือว่าคือแก่งสวรรค์

โขดหินขรุขระคละกัน

เป็นหลั่นสวยด้วยลำน้ำเซาะกระเซ็น

ซ่าดังคล้ายดั่งเพลง

เทพบรรเลงเคล้าสายลมเย็น

แก่งสะพือสมชื่อเป็น

เช่นเกาะแก่งแห่งธารสวรรค์

น้ำแม่มูลนี้งามจับใจให้รักเมืองอุบล

ช่วยแพร่ธรรมน้อมนำใจคน

ทั่วอุบลร่มเย็นสุขสันต์

ดั่งแม่มูลไหลมานิรันดร์

ไม่มีวีนสูญธารธารา

ไม่มีวันสูญธารไมตรี

 

 

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net