วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเป็นเด็กที่ถูกผูกขาดในตุ๊กตาหมี Ted


เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

Ted เป็นหนังคอมเมดี้สไตล์ฮอลลีวู้ด ออกฉายเมื่อราวๆ สองสามเดือนมาแล้ว ผมอาจจะรีวิวหนังเรื่องนี้ช้าไปหน่อย แต่ในสถานการณ์ปลอดม็อบแช่แข็ง ผมคิดว่าเรื่องของหนังตลกๆ น่าจะเหมาะสมกันดีกับบรรยากาศแบบนี้

Ted เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มชื่อ John ที่มีเพื่อนเป็นตุ๊กตาหมีตั้งแต่เด็ก โดยตุ๊กตาตัวนี้พูดได้ และใช้ชีวิตอย่างคนจริงๆ ร่วมกันมาตลอด เพราะได้รับพรจากพระเจ้า ที่ John เป็นคนขอตอนเด็ก

พล็อตเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไร มีประเด็นหลักๆ คือเรื่องความรักของตัวเอก John กับหญิงสาว Lori ที่คบกันโดยมีตุ๊กตาหมี Ted เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และหญิงสาวพบว่านั่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

โดยเฉพาะในหลายๆ ครั้ง ตุ๊กตาหมี Ted มักชักชวนให้ John ทำเรื่องโง่ๆ เหลวไหล ซึ่งผู้ชมจะเห็นความข้อนี้ชัดเจนตั้งแต่ในฉากแรกๆ ที่ทั้ง John และ Ted นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาและสูบกัญชาไปด้วยกัน

เพื่อรักษาความรัก John จำเป็นต้องแยกกับ Ted โดยหาอาชีพให้ Ted เป็นพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง แต่เรื่องไม่จบลงง่ายๆ อย่างนั้น เพราะ Ted ยังชักชวน John ให้เหลวไหลโดดงานอยู่เรื่อยๆ

โดยครั้งที่หนักหนาที่สุดคือตอนที่ John หลบออกจากงานเลี้ยงอย่างกะทันหัน เพื่อไปบ้าน Ted และสนุกสนานกับการพี้กัญชาและจับมือชื่นชมกับ Sam Jones ดารานำเรื่อง Flash Gordon ซึ่งเป็นหนังทีวีแนวซูเปอร์ฮีโร่ที่ตนชื่นชอบอย่างมากในสมัยเด็ก

โดยทิ้งแฟนสาว Lori ไว้ในงานคนเดียว

หนังยังแสดงให้เห็นว่าหมี Ted มีบุคลิกที่ปล่อยตัว จีบผู้หญิงได้ด้วยความรุ่มรวยในอารมณ์ขัน  คุยเก่ง ผูกมิตรกับทุกคนได้อย่างง่ายดาย ชอบเล่นเกม จนถึงขนาดคราวหนึ่ง พาผู้หญิงหากินมาเล่นเกมที่บ้าน John อย่างไร้กาละเทศะ

เห็นได้ชัดว่าบุคลิกของหมี Ted ที่ผู้สร้างหนังจงใจอุปมา ก็คือ ‘ความเป็นเด็ก’ ในตัวมนุษย์นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อสุดท้าย หมี Ted ถูกผู้ร้ายฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ และ ‘ตาย’ จากไป ผู้ที่เดือดร้อนและโศกเศร้ากับเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียง John เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแฟนสาว Lori ของเขาด้วย

เพราะ John ผู้สูญสิ้นความเป็นเด็กไปแล้ว ย่อมไม่ใช่ John คนเดิมที่เธอรู้จัก John กำลังจะกลายเป็นมนุษย์ผู้ใหญ่เต็มตัวที่เคร่งเครียด เย็นชา และไร้อารมณ์ขัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ Lori รับไม่ได้

จึงต้องอธิษฐานกับดวงดาวให้ Ted ฟื้นคืนชีพ ซึ่งก็เป็นจริงในที่สุด เข้าสูตร Happy-ending สวยๆ ใสๆ ไร้สมอง ชนิดที่คนดูไม่ต้องคิดอะไรมาก จบแล้วจบเลย

แต่ถ้าใครจะตั้งข้อสังเกตสักนิด ก็จะพบได้ไม่ยากว่า ตรรกะของหนังเรื่องนี้เป็นไปอย่างผิดที่ผิดทาง โดยเฉพาะในกรณีของ ‘ความเป็นเด็ก

นั่นคือ หนังพยายามจะบอกกับคนดูตลอดเวลาผ่านสัญลักษณ์ของ Ted ว่า ‘ความเป็นเด็ก’ นั้นคือบุคลิกส่วนหนึ่งของผู้ชาย ซึ่งแสดงผลออกมาเป็นสิ่งต่างๆ จำนวนมาก เริ่มตั้งแต่การมีอารมณ์ขันซึ่งทำให้คนข้างกายมีความสุข ความเป็นคนซื่อ แล้วยังรวมถึงการชอบพี้ยา เมาเหล้า ชอบปาร์ตี้ จีบสาวเล่น จนถึงกระทั่งการโดดงาน

ในการนี้ หนังจึงทำให้ ‘ความเป็นเด็ก’ เหลื่อมซ้อนอยู่กับสภาวะ ‘ไร้ความรับผิดชอบ’

เสมือนข้อแก้ต่างให้กับผู้ชายตะวันตก (และผู้ชายไทยจำนวนมากที่มีวิถีชีวิตแบบชนชั้นกลางในเมืองหลวง)

ว่าที่หนุ่มๆ ต้องเหลวไหล โดดงาน ผิดเวลาเพราะไปสูบกัญชา เมาเหล้า ไม่กลับบ้านจนถึงเช้านั้น ไม่ใช่ความผิดของผู้ชายเลย ที่ผู้ชายจำเป็นต้องทำอย่างนั้น ก็เพราะว่าผู้ชายยังมี ‘ความเป็นเด็ก’ อยู่ในตัวนั่นเอง

แล้วยังขู่ไปยังสาวๆ ว่า ถ้าลองได้ผู้ชายสูญเสีย ‘ความเป็นเด็ก’ ในตัวไปเมื่อไรนะ คนที่เสียใจจะต้องเป็นผู้หญิงเองนั่นแหละ (แบบเดียวกับนางเอก Lori)

ทั้งๆ ที่ ‘ความเป็นเด็ก’ นั้นเป็นคนละเรื่องกับสภาวะ ‘ไร้ความรับผิดชอบ

ยิ่งถ้าพิจารณาบทต่างๆ ที่ผู้เขียนเขียนเกี่ยวกับนางเอก Lori ก็ไม่มีตอนไหนเลยที่แสดงให้เห็นว่าเธอมี ‘ความเป็นเด็ก’ อยู่ในตัว Lori เป็นมนุษย์ผู้ใหญ่ที่รู้จักแต่การงานและความรับผิดชอบ จริงจังกับชีวิตในทุกๆ เรื่อง

ราวกับว่า ‘ความเป็นเด็ก’ นั้นถูกผูกขาดอยู่กับ ‘ความเป็นชาย’ กระนั้น

หนังเรื่องนี้จึงถูกสร้างขึ้นด้วยทัศนะแบบปิตาธิปไตยที่ฝังรากลึก

นอกจากนั้นยังตีความ ‘ความเป็นเด็ก’ อย่างโง่ๆ และตื้นเขิน ด้วยการแสดงภาพงานปาร์ตี้ที่มีดารานำ Flash Gordon มาร่วมด้วย ราวกับว่าการได้ร่วมปาร์ตี้กับพระเอกในวัยเด็กของเรานั้นคือภาพตัวแทนทั้งหมดของ ‘ความเป็นเด็ก

ทั้งๆ ที่การหวนรำลึกถึงความหลังอย่างโหยหาซาบซึ้งนั้นหาใช่คุณสมบัติของ ‘ความเป็นเด็ก’ ไม่ แต่เป็นคุณสมบัติของ ‘ความแก่’ ต่างหาก

เพราะ ‘ความเป็นเด็ก’ ที่แท้จริงนั้นคือการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่การระลึกหวนถึงคืนวันเก่าๆ

นี่คือพลังของปิตาธิปไตยที่ขับเคลื่อนผ่านสื่อภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดอย่างโจ่งแจ้ง

แถมยังทำขึ้นจากประเทศที่พยายามประกาศบอกชาวโลกมาตลอดว่าให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศเป็นอย่างมาก

โดย insanetheater

 

กลับไปที่ www.oknation.net