วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รจิตศิลป์สล่าสรรค์ .. สืบนาม ‘เวียงชัยนารายณ์’


 

 

หลง รัก ลาว .. ย่ำเท้าเที่ยวเชียงราย (1)

หลง รัก ลาว .. ย่ำเท้าเที่ยวเชียงราย (2)

 

 


 

 

 

............................................................................ บนวิถีแห่ง  ‘ค ว า ม จ ริ ง’  อันไร้สิ้นซึ่งพรมแดนขีดกั้น

............................................................................ ณ ที่ซึ่ง ‘มนุษย์’  กับ ‘โลก’  พบกัน บนเส้นสายลายศิลป์

............................................................................ ค ว า ม สุ ข  ..  เริ่มต้นแลจบลง  บนจุดนัดพบเดียวกัน

............................................................................ หากความทรงจำ ฝังรอยไว้ในคำนึง  ตราบสิ้นลมหายใจ

 

 

 

 

 

 

..... อ.เมืองเชียงราย ที่มีโอกาสทักทายกันเพียงชั่วครู่ในฐานะทางผ่านเมื่อสองวันก่อน ตอนเพิ่งเดินทางมาถึง     ถูก

กำหนดให้เป็นจุดหมายปลายทางเพื่อท่องเที่ยวในวันสุดท้ายของการมาเยือนอดีตนคร  ‘เวียงชัยนารายณ์’     เพื่อเก็บ

เกี่ยวความประทับใจก่อนเดินทางกลับมาผจญความวุ่นวายในเมืองฟ้ามหานคร ..... ..........................................

 

..... ณ สองศิลป์สถานซ้องสล่านามขจร  ‘เฉลิมชัยสวรรค์-ถวัลย์นรก’  ......................................................

 

 

 

 

 

 

 

..... ‘วัดพระธาตุผาเงา’    อดีตวัดร้างซึ่งหลักฐานทางโบราณวัตถุถูกนำมาตั้งเป็นข้อสันนิษฐานว่า น่าจะเคยเป็นวัด

สำคัญเมื่อครั้งอาณาจักรโยนกเจริญรุ่งเรือง คือความประทับใจแรกที่เก็บเกี่ยวนำติดตัวกลับมาด้วยในวันนั้น ทั้งๆ ที่ไม่

ได้กำหนดไว้ในแผนการเดินทาง ..........................................................................................................

 

 

..... เพราะถึงแม้ ‘จุดหมาย’  จะมีไว้ให้ไปถึง แต่หากยึดถือให้มันเป็นเช่นพันธนาการ จนชีวิตต้องพลาดสิ่งดีๆ ที่ผ่านพบ

ประสบเจอ .. ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

..... ไม่มีแสงระยับจากกระจกสี หรืออร่ามแสงทองสะท้อนเข้าตา   เพียงความเข้มขลังที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ

ของดอยจัน เท่านั้นก็คุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ................................................................................

 

 

 



 

 

..... ‘หลวงพ่อผาเงา’   กับความอัศจรรย์ในการค้นพบ เมื่อหนึ่งในคณะผู้ศรัทธาที่เข้ามาบูรณะวัดได้ฝันเห็นพระภิกษุ

รูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำ    มาบอกว่า         “ให้นิมนต์พระ ๘ รูปมาสวดถอนพื้นที่    และทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้

กับบรรพบุรุษที่รักษาพื้นที่นี้ เมื่อลงมือบูรณะวัดจะพบสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งกว่านี้” ....................................................

 

 

 

 

 

 

..... เพียงไม่นาน .. ในการปรับพื้นที่บริเวณตอไม้หน้าพระประธาน ณ ที่ตั้งพระอุโบสถหลังปัจจุบัน   คณะผู้ศรัทธาได้

พบอิฐโบราณก่อเรียงไว้เป็นอย่างดี เบื้องหลังกำแพงอิฐนั้นยังได้พบกับแผ่นทึบก่อกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง จนเมื่อยกแผ่นทึบ

นั้นออก จึงได้พบพระพุทธรูปลักษณะสวยงาม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประมาณว่า น่าจะมีอายุระหว่าง ๗๐๐ ถึง ๑,๓๐๐ ปี .....

 

 

 

 

 

 

 

..... ‘พระธาตุผาเงา’  โบราณสถานบนหินก้อนใหญ่ที่อาบชโลมด้วยริ้วรอยของกาลเวลา ชวนให้จินตภาพถึงยุคสมัย

ที่วัดแห่งนี้เจริญรุ่งเรือง กลิ่นธูปเทียนจากศรัทธาของบรรพบุรุษชาวโยนกคงจะอบอวลไปทั่วเชิงดอย ....................

 

 

 

 

 

 

..... จากเจริญ .. ลาลับสู่ทรุดโทรม .. จากรุ่งเรือง .. พลัดหลงสู่รกร้าง .. ................................................

 

..... เมื่อเวลาหมุนบรรจบครบวัฏฏะ ศรัทธาที่ห่างหายบนสายธารแห่งกาลโคจร  ก็หวนฟื้นคืนกลับ  ประทับรอยจิตร่วม

ดุจเดิม .........................................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

..... หอพระไตรปิฏกซึ่งสร้างจากไม้สักทองทั้งหลังที่รวมรวมพระไตรปิฏกจาก ๙ ประเทศเอาไว้ สุนทรียะที่ถูกจดลงใน

บัญชีซึ่งที่ต้องกลับมาเยี่ยมชม  รวมถึงโบราณสถานอีก ๒ แห่ง ที่อยู่สูงถัดขึ้นไปบนดอยเดียวกัน   ทั้งพระธาตุจอมจัน

และพระธาตุเจ็ดยอด หากมีโอกาสได้มาเชียงรายอีกครั้ง คงต้องขอใช้เวลาอยู่ที่นี่ซักวันหนึ่งเต็มๆ อีกที .................

 

 

 

 

 

 

แล้วก็มาถึงหนึ่งในจุดหมายที่นักเดินทางทุกคนต้องการมาเยี่ยมชมสักครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดร่องขุ่น’ .. รจิตศิลป์สล่าสรรค์ ‘สวรรค์’ เชียงราย

 

 

 



 

 

 

 

บริสุทธิ์พราวอร่ามสรวง วิจิตรล้ำจินตนา

  

 

 

 

 

 

พุทธสถาปัตยกรรมน้ำเอกของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประจำปี ๒๕๕๔ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

 

 

 

 

 

 

หากในความประทับใจ กรุ่นอายความฉงนชวนให้หล่นข้อกังขา

 

 

 

 

 

 

เมื่อนักเดินทางผู้ดื่มด่ำความงาม ต่างเบียดกายกันอยู่เต็มภายนอกพระอุโบสถ

 

 

 

 

 

 

ณ สถานที่ซึ่งความตระการตารายล้อมรอบตัว

 

 

 

 

 

 

มนต์ศิลป์ถูกสะกดเก็บใส่ในบันทึกภาพความประทับใจ

 

 

 

 

 

 

ภายในพระอุโบสถมีเพียงสาธุชนกราบองค์พระบางตา

 

 

 

 

 

 

 

ตกลงว่า .. นี่ผมมาวัดที่สุดแสนจะวิจิตรสวยงาม

 

 

 

 

 

 

หรือมา .. งานแสดงศิลปะที่จัดขึ้นในวัดกันแน่

 

 

 

 

 

 

ไร้ผิด-ถูก’ .. ผมก็แค่สงสัย .....

 

ต่างคนต่างเลือก ต่างแสวงหากันไปเถิด

 

 

 

 

 

 

..... “จาก อ.แม่จันมุ่งหน้าเข้าเชียงราย  ก่อนถึงเขตเมืองประมาณ  ๑๐  กิโลเมตร  จะเข้าเขต ต.นางแล     ให้สังเกต

บ.เสริมสุข ที่อยู่ทางขวามือ ถ้าเจอแล้วให้ยูเทิร์นกลับมา เลยเสริมสุขไปประมาณ ๑๐๐ เมตร  ก็เจอทางเข้าไปบ้านดำ

แล้ว ไม่ต้องไปมองหาป้ายนะ ไม่มีหรอก อ.ถวัลย์ แกไม่ชอบให้มีป้ายเอิกเกริก ถ้าหาไม่เจอให้ถามคนแถวนั้นเลย” ....

 

 



 

 

 

..... คำอธิบายซึ่งฟังดูแล้วยังสงสัยว่าจะหาเจอหรือไม่ ..............................................................................

..... แต่ก็กลายเป็นว่าตามข้อมูลที่ได้รับการบอกกล่าวมา กลับหาทางมาได้ง่ายกว่าดูแผนที่เสียด้วยซ้ำ ..................

 

 

 

 

 

 

..... ‘บ้านดำ’  หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘พิพิธภัณฑ์บ้านดำ’ ผลงานของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขา

ทัศนศิลป์ ปี ๒๕๔๔ ซึ่งตั้งความปรารถนาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนมาเชียงราย .. ในที่สุดก็มาถึงจนได้ ............................

 

 

 

 

 

 

..... ‘บ้านดำนางแล’   ประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมประจำถิ่นมากกว่า ๔๐ หลัง บนพื้นที่กว่า

๑๐๐ ไร่ เพื่อจัดแสดงงานศิลปะ และของสะสมของ อ.ถวัลย์ ดัชนี    โดยสถาปัตยกรรมแต่ละหลังจะมีชื่อเรียก    และ

ความหมายแตกต่างกันไป (อ้างอิง : thawan-duchanee.com) ..................................................................

 

 

 

 

 

 ‘มหาวิหาร’

 

รวงผึ้งของกาลเวลา ในกิ่งก้านของปัจจุบัน และผลิดอกตูมแก่พรุ่งนี้ในวิหารศิลปะ



 

 

 

 

เรือนเชียงทองทาทาบรุ้ง’ 

 

จำเพาะ โยนกนพบุรี ศรีเชียงแสน เวียงหิรัญนครเงินยาง

 

ยองเงินทั้งหมดระย้าย้อย  ระยับหยาดอยู่ในอู่วัฒนธรรมแห่งนี้ 

 

 

 

 

 

 

'บ้านดำกาแลเกี่ยวฟ้า’ 

 

..... เจ้าของเดิมของบ้านเกิด 27 กันยายน วันเดียวกับถวัลย์ ดัชนี     ตัวอย่างวัฒนธรรมไม้     ตั้งแต่เสาฝังดินถึงขื่อ

โครงสร้างม้าต่างไหม หลังคาแป้นเกล็ด ................................................................................................

 

 

 



 

 

 

 ‘ศาลเงี้ยว หรือบ้านงิ้วเงี้ยว’

 

 

 

 

 

 

..... นาค หมายถึง น้ำ ครุฑ หมายถึง ฟ้า สิงห์ คือ ไฟ และช้างคือ ดิน ธาตุทั้งสี่ ในบ้านงิ้วเงี้ยว เสือดำ  และโตกแดง

ดิน และโลหิตขัตติยา .......................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

‘วิหารราม’ 

 

 

 

 

 

 

ความเรียบง่าย บทเพลงของกวีแห่งไม้ คมสิ่ว ดาวเพดาน ฝีมือช่างไทยใหญ่ โยเดีย

 

 

 

 

 

 

‘วงแหวนหว่านล้อมดาวพระเสาร์’ 

 

ที่นอนพักภายใต้ซากปรักหักพังของอดีต ที่กาลเวลารินผ่านกระแสธารวัฒนธรรม  

 

ตกผลึกมาเป็นต้นไม้ร้อยอ้อมบานหอมให้แก่ปัจจุบันสมัย

 

 

 

 

 

 

 

‘ศาลาเครื่องมุขหัตถกรรม’  และ  ศาลาพระทองไสยาสน์’ 

 

 

 

 

 

 

เก็บเกี่ยวลมหายใจ จิตวิญญาณ เลือดหยดสุดท้าย ของอายุกาลเวลา ให้อดีตเล่าอนาคตให้ปัจจุบันสดับตรับฟัง

 

 

 

 

 

ถวัลย์ ดัชนี ปรมาจารย์งานศิลป์ สล่าผู้รจิตวิถีศิลป์ปัญญาทาบทับประดับนามลงบนถิ่นเกิด ต.นางแล

 

 

 

 

 

 

ซึ่งเมื่อครั้งเรียนอยู่ปี ๒ มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

อ.ศิลป์ พีระศรี ให้คะแนนภาพวาดของเขา ๑๕ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน

 

 

 

 

 

 

..... ด้วยเหตุผลว่า   “ปลาของนายไม่มีกลิ่นคาว นกของนายแหวกว่ายไปในอากาศไม่ได้ ม้าของนายไม่สามารถที่จะ

ควบหรือวิ่งทะยานออกไปได้ นายเป็นเพียงแค่นักลอกรูป มันไม่ใช่งานศิลปะ” .................................................

 

 

 

 

 

 

..... อันเป็นคำวิจารณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาแนวทางศิลปะของตนเอง ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินนามอุโฆษ ที่

มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล .....................................................................................................

 

 

 

 

 

 

เพราะ .. รอยเท้าปราชญ์มีไว้ให้พิจารณา .. หาใช่ให้เดินตาม

 

หากคิดมุ่งสู่วิถีปราชญ์   พึงต้องสร้าง  ..  รอยเท้าของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

.และนี่ก็คือรอยเท้าของอาจารย์ถวัลย์ ที่ครั้งหนึ่งมีกระแสต่อต้านจากมุมมองทางศิลปะที่แตกต่าง

 

 

 

 

 

 

หากแต่เวลา .. พิสูจน์ศรัทธาซึ่งวิถีศิลป์อันไม่ยลยินจะเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

 

วันนี้ .. ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี สล่าแห่ง เวียงชัยนารายณ์ จึงถูกจารึกเอาไว้


ในมนต์ศิลป์ที่ไม่สิ้นเพรียกพร่ำ .. ส่ำเสียงชื่นชม

 

 

 

 

 

 

..... สองวันสองคืนผ่านไป ผมกลับมาที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกครั้ง ประตูที่กำลังจะเดินเข้า เหมือนตนเองเพิ่งจะก้าว

ออกไปเมื่อวาน แต่ไม่ว่าความสุขจะผ่านไปเร็วแค่ไหน หรือปราณีตดื่มด่ำเชื่องช้าเพียงใด    สุดท้ายก็มิวายที่จะกลาย

เป็น  ‘อดีต’  เหมือนๆ กัน ..... ทางเลือกของปัจจุบันก็มีอยู่แค่ ..... ...............................................................

 

 

..... ปล่อยให้มันเลือนหายไปพร้อมกับเวลา หรือรักษาไว้อย่างดีในบันทึกความทรงจำ .............................

 

 

 

พรายพิลาศ

 

 

 

คีตาล้านนา : กลองปู่จา / ศิลปิน คำหล้า ธัญยพร

 

 

 

 

โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net