วันที่ อังคาร ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

cloud atlas ; การเดินทาง ของหมู่เมฆา


 

cloud atlas ; การเดินทาง ของหมู่เมฆา

ก่อนที่หนังจะฉาย ผมได้ยินคำโปรยของหนังเรื่องนี้ คำนั้นคือ " ไม่ว่าเวลาจะผ่าน

ไปนานแค่ใหน ก้อนเมฆ ก็ยังเป็นก้อนเมฆ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด

คน ก็ยังคงเป็นคน " ผมรู้สึกบางอย่างที่อธิบายได้ยากกับคำ คำนี้

ผมเลือกที่จะชมตัวอย่างภาพยนตร์ เผื่อจะได้คำตอบ ว่าหนังมันประมาณใหน

 

 

สรุปคือ เมื่อดูจบ ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก คือหนังตัวอย่าง

มันมีเรื่องราวที่หลากหลายเหลือเกินไป

แต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความต้องการอยากชมหนังเรื่องนี้เลย

ผมตัดสินใจ ไปชมในโรงภาพยนตร์ ไปด้วยความสงสัย นอกจากทราบมาก่อนว่า

หนังเรื่องนี้ ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อ Cloud Atlas ( ชื่อหนังสือฉบับแปลไทยคือ

เมฆาสัญจร จุฑามาศ แอนเนียน แปล สำนักพิมพ์มติชน )

ซึ่งก็ยังไม่ได้อ่านเลย เท่ากับผมมีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ น้อยมาก ๆ

แต่เมื่อตัดสินใจไปดูแล้ว หนังมันคงมีดีอะไรสักอย่างสิน่า

ตัวหนังเปิดเรื่องได้ยุ่งเหยิง วุ่นวายใช้ได้ทีเดียว

เพราะหนังเรื่องนี้ประกอบด้วย เส้นเรื่อง 6 เรื่อง ประกอบด้วย

เรื่องของทนายที่เดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเล ในสมัยค้าทาส ,

นักเปียโนที่พยายามที่จะฆ่าตัวตาย , นักข่าวสาวที่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเอง

เธอเลือกที่จะนำเสนอความจริง , ชายชราที่ต้องผจญภัย

ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ในวัยเกษียน ซึ่งต่อมา เรื่องราวการผจญภัยของเขา

จะถูกเขียนเป็นหนังสือ , มนุษย์ดัดแปลงสาวในโลกอนาคต

เธอ กำลังจะทำการปฎิว้ติ , ชายเลี้ยงแพะ

ที่เฝ้ามองดูการมาของเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า

การพบกับผู้หญิงคนหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิถีความเชื่อของเขาไปตลอดกาล

เส้นเรื่องทั้งหมด เมื่อประกอบกันแล้ว สำหรับผม ถือว่าเป็นเรื่องเล่าที่ทรงพลังอย่างมาก

พลังในการสร้างสรรค์ สื่อให้เห็นถึงมุมมอง แนวคิด ของคน

และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ใหน คนเราต่างไม่เคยทิ้งตัวตน

ความต้องการ ความอยาก หนังอาจตั้งคำถามกับเราว่า คนเราเป็นแบบนี้

มันเป็นเพราะอะไรกัน ? เมื่อได้ชม หนังจะเฉลยไปเป็นจุด จุด จากเรื่องเล่า

เรื่องหนึ่ง มีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์ต่อเนื่องกันไป เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้สำหรับผมคิดว่า

มันอยู่ที่การเล่าเรื่องนี่แหละ ผมใช้เวลาในการดู พร้อมกับ สังเกตุหาจุดร่วมของหนัง

เพื่อทำความเข้าใจว่า หนังพยายามที่จะสื่อสารอะไรกับเรา

Cloud Atlas เต็มไปด้วยคำถามต่าง ๆ

ผมรู้สึกว่า หนังแทรกคำถามเชิงปรัชญาเอาไว้ในหลาย ๆ ตอน

เช่น " เราเป็นใคร ? "

" จิตวิญญาณเสรีมีจริงหรือ ? "

" ความต้องการของมนุษย์ มีจุดสิ้นสุดหรือเปล่า " เป็นต้น

ผมพูดคำว่าปรัชญา แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นเพียงแค่ ความรู้สึก

จากสิ่งที่ได้ดูเท่านั้น หนังไม่น่าเบื่อเลย มีทั้ง แอ็คชั่น , พีเรียด ,

คอเมดี้ , สืบสวน สอบสวน ปนบ้างบาง ๆ , ไปจนถึง ไซไฟ

วิทยาศาสตร์ โลกอนาคต ผมว่าหนังมันครบรสดีนะ

ส่วนตัวผมคิดว่า การที่จะได้ดูหนังที่มีครบทุกรสชาติ แบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อย ๆ

เส้นเรื่องที่หลากหลาย ผสมกับ แนวทางที่หลากหลาย

เล่นกับความเชื่อโยงต่อเนื่องในเรื่องต่าง ๆ ทั้ง 6 เส้น

เมื่อถูกเล่าออกมาในรูปแบบของหนัง

Cloud Atlas ทำออกมาได้ กลมกล่อม และ ตื่นตาตื่นใจดี

ข้อด้อยของ Cloud Atlas

ผมคิดว่า มีอยู่ไม่กี่ข้อ ข้อแรกคือ ด้วยเส้นเรื่องที่เยอะ และการเล่าที่ไม่นิ่ง

( ในเรื่องมีการตัดเล่าเรื่องข้ามยุคสมัยไปมา บางฉากมีการตัดแบบโดด

และที่โหดร้ายไปกว่านั้น บางครั้ง หนังตัดกลับไป เหมือนจะไกลมาก

แต่มักจะมีอะไรบางอย่าง สื่อให้เห็นเป็นระยะ ว่า ตอนนี้ เรากำลังชมเรื่องราวในยุคใหน )

บางคนที่อาจไม่มีสมาธิจดจ่อกับหนังขนาดนั้น

อาจจะเบื่อได้ง่าย ๆ หรือบางทีพาลดูไม่รู้เรื่องไปเลย ผมยอมรับว่า

ผมก็อาศัยลูกอดทนกับหนังเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เพราะมีความคิดว่า

จุดร่วมของหนัง คือ อะไร ก็ทำให้ดูได้อย่างเพลิดเพลิน ตื่นตา ตื่นใจ

ข้อต่อมา ผมคิดว่าบางฉาก ช่วง ตอน ของ Cloud Atlas พยายามที่จะสอน " ธัมมะ "

แต่เมื่อเรื่องดำเนินต่อไป จนถึงจุด จุดหนึ่ง เราจะสามารถรู้ได้เองว่า

แท้จริงแล้ว หนังไม่ได้อบรมสั่งสอนเราโดยตรง แต่จะแฝงไว้ในแต่ละฉาก

อย่างแยบยล และ แยบคาย ผมคิดว่ามันเนียน เมื่อคิดถึงบางคำ ในหนัง

ผมยังรู้สึกว่า มันกระแทกใจ และ สอนให้เรามองโลกผ่านการกระทำต่าง ๆ

ของตัวละครที่เกิดขึ้นในหนัง น่าแปลก ผมว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างจากโลกจริงเท่าใหร่

หนังอาจไม่ได้สอนให้เราคิดตาม แต่ถ้าเราคิดต่อ

ผมว่าหนังเรื่องนี้ทำหน้าชี้นำความคิดได้ดีทีเดียว

ผมคิดว่า สิ่งที่ Cloud Atlas พยายามจะบอกเรา คือ การดำเนินไปของมนุษย์

ก็คงคล้ายกับ ก้อนเมฆ ที่อยู่บนฟ้า เกิดจากละอองน้ำบนพื้นดิน

รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆบนฟ้า ก่อนที่จะตกลงมาเป็นหยาดฝน แล้วรอเวลา

กลับขึ้นไปเป็นก้อนเมฆ บนท้องฟ้าอีกที วนเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุด

Cloud Atlas เป็นหนังที่สะท้อนมุม หลากหลายมุม เกี่ยวกับคนออกมาได้ดี

เพราะบางทีการที่เราใช้ชีวิตไปในทุกวันของเรา เราอาจลืมไปว่า เมื่อเราเกิดมา

จนถึงเวลาที่เราตายจากโลกนี้ไป ตัวเรา มีความเกี่ยวข้องกับ คนหลายคน

หลายสิ่ง หลายอย่าง และทุกสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง

มันอาจส่งผลกระทบต่อตัวเรา และ คนอื่น อย่างรุนแรง

รุนแรงขนาดที่แม้แต่ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง

 

พูดคุยกับผมต่อได้ที่

 

Follow me on Twitter @TMA_N
Facebook www.facebook.com/zubzeroteam

 

โดย ชายไทยไม่ทราบชื่อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net