วันที่ พุธ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กราบลา อาจารย์มานพ ถนอมศรี ด้วยอาลัยรัก ...


มานพ  ถนอมศรี

นักเขียน ครู ศิลปิน และบุพการีทางการเขียนของนักเขียนหลายคน

อนันต์ ประภาโส

------------------------------------

 

               ในโลกของหนังสือ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชายผู้นี้ “อาจารย์มานพ ถนอมศรี” ด้วยผลงานการเขียนในหลากหลายรูปแบบที่เป็นที่คุ้นตากันเป็นอย่างดี ทั้งวรรณกรรมร่วมสมัย, วรรณกรรมเยาวชน, วรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์, หนังสือวิชาการ, โบราณคดี, ศิลปศึกษา ฯลฯ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

              ผมได้รู้จักกับท่านอาจารย์มานพ ถนอมศรี ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑ ขณะนั้นอาจารย์ยังสอนอยู่ที่โรงเรียนหอวัง ส่วนผมก็เป็นนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกับอาจารย์

 

                อาจารย์เป็นครูสอนศิลปะอยู่ในระดับมัธยมปลาย ส่วนผมเป็นนักเรียนอยู่ในระดับมัธยมต้น ผมกับอาจารย์จึงไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่บังเอิญว่านอกจากอาจารย์จะเป็นครูสอนศิลปะแล้ว อาจารย์ยังเป็นนักเขียนอีกด้วย และบังเอิญว่านอกจากผมจะเป็นนักเรียนมัธยมต้นแล้ว ผมยังเป็นนักอยากเขียนอีกด้วย จึงทำให้ผมมีวาสนาได้พบและกลายเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

                ขณะที่ผมไปช่วยรุ่นพี่ทำวารสาร “บัวพระเกี้ยว” ฉบับโรเนียว และเพิ่งริอ่านหัดเขียนเรื่องสั้น อาจารย์มานพ ถนอมศรี ท่านก็เป็นนักเขียนหนุ่มไฟแรงที่มีผลงานโลดแล่นอยู่ในโลกวรรณกรรมแล้ว เรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตของผมถึงมืออาจารย์มานพ เพราะได้รับมอบหมายจากรุ่นพี่ให้เป็นสาราณียากรของวารสารบัวพระเกี้ยว และอาจารย์ท่านก็เป็นที่ปรึกษาของวารสารของโรงเรียนเล่มนี้ หลังจากอ่านเรื่องสั้นของผมจบท่านอาจารย์ก็เรียกผมเข้าไปพบแล้วส่งต้นฉบับคืนมา ผมรับกลับมาดูแล้วพบว่ามีหลายย่อหน้าถูกขีด ขีด และขีดทิ้ง ด้วยความเมตตา อาจารย์ได้อธิบายเหตุผลในการขีดทิ้งให้ผมเข้าใจแล้วถามว่า “อยากเป็นนักเขียนหรือ” เมื่อผมตอบรับไปอาจารย์จึงใช้เวลากับผมประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อสอน “หัวใจนักเขียน” ให้ จากนั้นมาเมื่อสบช่องท่านก็หยิบเรื่องที่ผมหัดเขียนไปลงตามหนังสือต่างๆ หลายครั้ง นี่เป็นวิธีสอนอีกวิธีหนึ่งของอาจารย์มานพ ถนอมศรี คือให้ลูกศิษย์ได้ลงสนามจริง มีคนอ่านและวิจารณ์ผลงานจริงๆ แถมพกด้วยกำลังใจที่เกิดจากการเห็นผลงานของตัวเองได้ตีพิมพ์

 

                แม้ท่านอาจารย์มานพจะไม่ได้สอนวิชาศิลปะให้ผมโดยตรง แต่การที่ท่านเป็นครูสอนศิลปะและเป็นนักเขียน ท่านได้ส่งผ่านความรู้ทางด้านศิลปะให้ผมผ่านทางการเขียนหนังสือ ทุกวันนี้ผมเขียนหนังสือศิลปะและหนังสืออื่นๆ ออกมามากมายก็เพราะความรู้ที่ได้จากอาจารย์มานพ ถนอมศรี นี่เอง

 

                อาจารย์มานพ ถนอมศรี เป็นนักเขียนอาชีพที่สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ในขณะที่ยังไม่ทิ้งจิตวิญญาณของความเป็นครูด้วยการรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษและวิทยากรของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยต่างๆ นอกจากนี้อาจารย์ยังได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี ๒๕๓๙ จากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้รับรางวัลเรื่องสั้นดีเด่น ว. ณ ประมวลมารค ได้รับรางวัลจากการประกวดหนังสือของคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ประเภทหนังสือสารคดี และหนังสือสำหรับเด็กอีกหลายปี รวม ๘ รางวัล และหากใครอยากเสพผลงานชิ้นโบแดงของอาจารย์ ก็สามารถหาอ่านได้ในรูปแบบของวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์เรื่องยาว เจ้าพระยา

 

                อาจารย์มานพ ถนอมศรี เป็นคนกรุงเทพฯ บ้านเกิดอยู่ย่านชุมชนแออัดดินแดง เรียนหนังสือที่โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ ภายหลังชุมชนแออัดมีการไล่ที่เพื่อสร้างแฟล็ต จึงย้ายมาอยู่ที่ลาดพร้าว และจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากโรงเรียนบางกะปิ จากนั้นจึงสอบเข้าศึกษาต่อที่วิทยาเขตเพาะช่าง จนมาจบปริญญาตรีที่ มศว.ประสานมิตร แล้วไปสอนหนังสือที่วิทยาลัยครูจันทร์เกษม ๒ ปี วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ๒ ปี จึงย้ายเข้ากรุงเทพฯ กลับมาสอนที่โรงเรียนหอวัง ๑๐ ปี จึงลาออกมาเขียนหนังสือ และทำอาชีพเกี่ยวกับหนังสือโดยตรง

 

                อาจารย์มานพ ถนอมศรี เข้าสู่อาชีพนักเขียนเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๒ โดยไม่ได้คิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะต้องเป็นนักเขียน เพราะความตั้งใจเดิมคือเลือกทางที่จะเป็นศิลปิน สมัยที่ศึกษาอยู่เพาะช่างไฟแรงมาก ปรากฏว่าบิดาของอาจารย์เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อไม่มีคนส่งเสียอาจารย์ก็เรียนหนังสือแบบตะกุกตะกัก ไม่มีสตางค์ จนวันหนึ่งอาจารย์ผิดหวังในความรักทำให้ไม่มีกระจิตกระใจที่จะวาดรูป จึงไปหาทางออกด้วยการอ่านหนังสือ ไปแอบอ่านหนังสือที่หลังวังบูรพา มีร้านหนังสืออยู่ ๓-๔ ร้าน เดินอ่านทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนปี ๓ อาจารย์อภัย นาคคง ท่านเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์มาก เป็นคนดี รักลูกศิษย์ ท่านไปทำหนังสือชื่อ ช่อฟ้า เลยมาป่าวประกาศกับลูกศิษย์ในห้องว่าใครอยากเขียนหนังสือก็เขียนมาให้ดู อาจารย์มานพจึงรู้สึกอยากเขียนขึ้นมาบ้าง โดยถ่ายทอดชีวิตคนข้างบ้าน เด็กสาวที่มีแฟนแก่กว่าถูกสามีทุบตีและทิ้งไป ต้องเลี้ยงลูก ๔ คนตัวเล็กๆ จึงไปทำอาชีพหมอนวด ชื่อเรื่อง “คนชั่ว” ลงพิมพ์ในหนังสือช่อฟ้า จึงเข้าสู่วงการเขียนหนังสือตั้งแต่นั้นมา

 

                หากจะจัดว่า อาจารย์มานพ ถนอมศรี เป็นนักเขียนแนวไหน ประเภทไหน คงจัดไม่ได้ เพราะอาจารย์เป็นนักเขียนที่สร้างสรรค์วรรณกรรมทุกประเภท โดยเริ่มจากงานเรื่องสั้นก่อนจนมีชื่อเสียงจากการเขียนเรื่องสั้น จากนั้นจึงเขียนสารคดี วรรณกรรมเยาวชน วรรณกรรมเรื่องยาว เมื่อสร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณกรรมมาเป็นระยะเวลายาวนาน อาจารย์มานพ ถนอมศรี จึงนำประสบการณ์และองค์ความรู้มาสร้างผลงานวิชาการมากมาย เช่นหนังสือเรียนสำหรับเด็ก หนังสืออ่านเพิ่มเติมสำหรับเยาวชน เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ต่างๆ เพื่อสร้างหนังสือเสริมการเรียนรู้ ฯลฯ

 

                หลายสิบปีที่ผ่านมา อาจารย์มานพ ถนอมศรี ได้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมไว้มากมาย เช่นเรื่องสั้น ความหวังชิ้นสุดท้าย, ฟ้าสีน้ำเงิน, ฉันไอ้คนบัดซบ, ตะวันลา, บางส่วนอันซ่อนเร้น วรรณกรรมเรื่องยาว ดอกไม้ปลายรุ้ง, เพียงเม็ดทราย,  จิ๊กกะโล่สลัม, ดาบสองมือ, เจ้าพระยา วรรณกรรมเยาวชน บ่ฮักบ่ต้องสงสาร, เด็กชายทอง อบเชย หนังสือสำหรับเด็ก แม่ช้างใจอารี, กบปากกว้าง, หมีน้อยเข้าเมือง และอื่นๆ อีกนับร้อยเรื่อง ทั้งในนามตัวเองและนามปากกา สารคดี อยุธยา, สุโขทัย, ศรีสัชนาลัย, บาทหลวงฝรั่งเศสในประเทศสยาม, ตุ๊กตาจีนในประเทศไทย, ท้าวทองกีบม้า, ราชินีขนมไทย, บุคคลสำคัญของโลก ฯลฯ  

 

                นอกจากความภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์มานพ ถนอมศรี แล้ว ผมยังมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือดีๆ จากปลายปากกาของอาจารย์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะนอกจากหนังสือของอาจารย์จะอ่านง่าย อ่านสนุกแล้ว ยังเต็มไปด้วยสาระ ความรู้และข้อคิดดีๆ ที่สามารถนำมาเป็นแบบอย่างในชีวิตได้จริงๆ จนบางครั้งผมก็เผลอนึกไปว่า ผมกำลังพูดคุยกับพ่อของตัวเองอยู่

 

               ปัจจุบัน อาจารย์มานพ ถนอมศรี ใช้ชีวิตเป็นนักเขียนอิสระอาวุโส สร้างสรรค์ผลงานอยู่ที่บ้านพักส่วนตัว และรับเชิญเป็นวิทยากร, อาจารย์พิเศษ ตามสถาบันต่างๆ และมีลูกศิษย์มากมายแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนและขอคำแนะนำด้านวรรณศิลป์อยู่ตลอดเวลา เวลาทั้งหมดในชีวิตของอาจารย์มานพ ถนอมศรี ทุ่มเทให้กับศิลปะงานเขียนอย่างจริงจัง ละเอียดลึกซึ้ง และเข้าถึงองค์ความรู้อย่างถ่องแท้ ผลงานทุกชิ้นของอาจารย์จึงทรงคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษย์ทั้งในรุ่นปัจจุบันและลูกหลานในอนาคต เป็นผลงานที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีและหาโอกาสนำมาจัดพิมพ์เผยแผ่ให้กระจายออกไปสู่สังคมเพื่อการเสพอรรถรสทางวรรณศิลป์และเพื่อยกระดับคุณภาพของคนไทยให้มีมาตรฐานในเชิงสุนทรียภาพในการใช้ชีวิต ซึ่งนั่นหมายถึงพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาชาติไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

 

===============================

 

วันนี้ ... อาจารย์มานพ ถนอมศรี ได้จากพวกเราไปแล้ว

คงเหลือไว้แต่คุณงามความดีให้ระลึกถึง และผลงานให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา

ผมเชื่อมั่นว่า อาจารย์มานพ ถนอมศรี จะต้องไปสู่ภพภูมิที่ดี

เพราะท่านได้ประกอบคุณงามความดีมาตลอดชั่วชีวิตของท่าน...

กราบลาอาจารย์ ด้วยอาลัยรัก...

อนันต์ ประภาโส

 

===============================

 

รายละเอียดงานสวดพระอภิธรรม และ ฌาปณกิจ
(วัดลาดพร้าว)

พฤ 6 ธ.ค.55 รดน้ำศพ16.00-17.00น.
สวดพระอภิธรรม 19.00น.

ศ 7 ธ.ค.55 สวดพระอภิธรรม 19.00น.
ส 8 ธ.ค.55 สวดพระอภิธรรม 19.00น.
อา9 ธ.ค.55 สวดพระอภิธรรม 19.00น.
จ 10 ธ.ค.55 เลี้ยงเพล 11.00 น.
ฟังเทศน์ 13.00 น.
ประชุมเพลิง 15.00 น.

เรียนมายังญาติมิตรและลูกศิษย์ทุกคน...
ฝากส่งข่าวต่อด้วยนะครับ

โดย ครูอุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net