วันที่ พุธ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงคำรามของหัวใจกับ...แมวดาว...ในรุ่งอรุณวันหนึ่ง !


ครที่พบเห็นเสือเป็นครั้งแรก ย่อมประจักษ์ถึงความสง่างามในตัวของสัตว์นักล่าชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็น เสือลายพาดกลอน เสือดาว เสือดำ หรือ เสือชีตาห์ แต่ในคราเดียวกัน ก็ให้เกิดความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง เกรงขามในพละกำลัง หวาดหวั่นพลังอันลี้ลับในตัวมัน ยามเสือคำราม ป่าทั้งป่าเงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง ประกาศศักดาแห่งนักล่าตัวจริงในป่าใหญ่ จึงเป็นที่มาของสมญา "ราชาแห่งพงไพร"

         โชคดี ! "เสือ" ที่ประจัญหน้ากับผมแบบตัวต่อตัวเมื่อครั้งออกทริปดูนกล่าสุด หาใช่เสือขนาดใหญ่ไม่ แต่เป็นเสือขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ที่มีลีลาเยื้องย่างสุขุม นุ่มลึก และพฤติกรรมการล่าเหยื่อ ไม่ต่างไปจากรุ่นพี่ขนาดใหญ่อย่าง เสือโคร่ง และเสือดาว

         กลับไปนอนคิดอยู่หลายคืนติดต่อกันว่า หากเสือตัวที่พบ ณ ยามรุ่งอรุณ ในเส้นทางธรรมชาติของป่าสวยแห่งนั้น ไม่ใช่ "แมวดาว"ตัวเล็กขนาดเท่าแมวบ้าน แต่กลับเป็นแมวตัวใหญ่กว่านั้นหลายเท่าแล้วไซร้

        ผมจะเฝ้าดู"เขา"ย่างสามขุมเนิบนาบ มายัง "จุด" ที่มี"มนุษย์" ยืนปักหลักมองอยู่อย่างตื่นเต้นหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้ิองใช้หัวใจตอบกันจริงๆเท่านั้น  

         ว่ากันว่า เสียงคำรามของเสือนั้น ดังก้องกังวานไปทั่วราวไพร เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสัตว์อื่นไม่เลียนแบบได้ 

         แต่เสือไม่สามารถคำรามได้ทุกชนิด มีเสือที่มีขนาดใหญ่เพียง 4 ชนิดเท่านั้นที่สามารถคำรามได้ คือ สิงโต เสือโคร่ง เสือจากัวร์ และ เสือดาว

        สำหรับสัตว์บางชนิด แค่เสียงคำราม คำรน ก็ข่มขวัญเหยื่อและสัตว์นักล่าอื่นๆ เสียจนกระเจิดกระเจิง แสดงอำนาจศักดาของราชาแห่งไพร ผิดกับมนุษย์ที่สักแต่มีปากไว้เอะอะโวยวาย ยิ่งพูดมาก ยิ่งแสดงถึงความเขลา

        มาตรแม้น"แมวดาว" ไม่ใช่เสือที่ส่งเสียงคำรามก้องทั่วพนาไพร แต่"เสียงคำรามของหัวใจมนุษย์"กลับดังขึ้น มันดังขึ้นจากภายใน

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แมวดาว (Leopard cat) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกเสือขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Prionailurus bengalensis อยู่ในวงศ์ Felidae มีรูปร่างเท่า ๆ กับแมวบ้าน แต่มีความคล่องแคล่วว่องไวกว่ามาก ขนตามลำตัวมีสีน้ำตาลอมเทา ตามลำตัวมีจุดขนาดเล็กสีดำ กระจายอยู่ทั่วไป ด้านข้างของหัวมีแถบสีน้ำตาลเข้ม 4-5 แถบ ขนบริเวณท้องมีสีขาวนวล

         ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย แมวดาวมีความยาวลำตัวและหัว 44.5-55 เซนติเมตร ความยาวหาง 23-29 เซนติเมตร น้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม

        พบกระจายพันธุ์ที่กว้างขวาง พบตั้งแต่ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, รัสเซีย, อินเดีย, ปากีสถาน, เนปาล, ภาคใต้ของจีน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะชวา, เกาะบอร์เนียว, สิงคโปร์

        แมวดาวสามารถปรับตัวให้อยู่ในพื้นที่หลากหลายสภาพได้ บางครั้งอาจพบในป่าที่ใกล้กับพื้นที่ชุมชน ป่าละเมาะ ที่ราบกึ่ง ทะเลทราย ป่าชั้นสอง ป่าทึบ และพื้นที่เพาะปลูก ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมักพบตามป่าสน โดยเฉพาะป่าเปิดที่มีไม้ล้มจำนวน มาก แมวดาวค่อนข้างชอบป่าชั้นสองมากกว่าป่าดึกดำบรรพ์ ทนการรบกวนจากมนุษย์ได้ดี จึงพบได้แม้ในป่าที่มีการทำไม้ บริเวณใกล้หมู่ บ้าน และพื้นที่การเกษตรอย่างสวนยาง สวนปาล์ม หรือไร่กาแฟ ชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

       ปกติอาศัย และหากินตามลำพัง ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์ ที่อาจพบเห็นอยู่ด้วยกัน 2 ตัว ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 65-72 วัน ออกลูกครั้งละ 2-4 ตัว จากการศึกษาในสถานที่เลี้ยงมีอายุยืนประมาณ 13 ปี

        ล่าสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนู นก และ สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เป็นอาหาร ออกหากินในเวลากลางคืน พักผ่อนในเวลากลางวัน สามารถปีน ต้นไม้ได้คล่องแคล่ว และยังสามารถว่ายน้ำได้อีกด้วย

        แมวดาวหากินได้ทั้งบนดินและบนต้นไม้ ว่ายน้ำเก่งมาก ไม่ค่อยกลัวมนุษย์ จึงพบได้บ่อยใกล้หมู่บ้าน ชาวบ้านในบางพื้นที่ก็เลี้ยงแมวดาว ไว้เพื่อจับหนู เช่นเดียวกับ แมวชอฟรัว (Geoffroy's Cat) ในอเมริกาใต้ อาหารหลักของแมวดาวคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก โดย เฉพาะสัตว์ฟันแทะ นอกจากนี้ยังกิน นก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และแมลง และเคยมีผู้พบเห็นแมวดาวกินซากสัตว์ด้วย

      ในประเทศไทย เคยพบแมวดาวพักผ่อนอยู่บนต้นไม้สูงถึงกว่า 20 เมตร มีเรื่องเล่าว่าแมวดาวจับนกโดยการทิ้งตัว ลงมาจับจากข้างบน

       เที่ยวป่ามาหลายสิบปี สารภาพได้เลยว่า เห็นสัตว์ตระกูลแมวนับครั้งได้ ยิ่งเสือโคร่ง เสือดาว ไม่ต้องพูดถึง พบยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร จะมีให้เห็นบ้างก็ "แมวดาว" นี่แหละ แต่ก็พบไม่บ่อยครั้งนัก ถือว่าโชคร้ายเอามากๆ ผิดกับเพื่อนนักดูนกรุ่นน้องที่เข้า-ออกห้วยขาแข้งเป็นว่าเล่น ที่โชคดีพบเจอ เสือดาว เสือดำ ออกบ่อยๆ แถมยังเห็นมูลเสือโคร่งถ่ายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก

        (ว่ากันตามตรงตอนเข้าป่า อยากเจอพญาเสือโคร่ง มากกว่า ช่วงต้นปี ผลิดอกสีชมพูบานฉ่ำไปทั่วทั้งดงดอย ดูราวกับทะเลลิปติกยังไงยังงั้นเชียว)

         อดสงสัยไม่ได้อีกว่า ท่ามกลางเสียง "ซิมโฟนี" ก้องไพรของนกป่านานาชนิด เจ้าเสือตัวเล็กซึ่งปกติเป็นสัตว์ที่ตื่นตัวมากชนิดหนึ่ง ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของมนุษย์หรือ

         แล้วไฉนจึงไม่ได้กลิ่นกายมนุษย์เข้าบ้าง

        หรือว่าผมอยู่ใต้ลม

        หรือว่ากลิ่นป่ากลบกลิ่นเหงื่อมนุษย์ไปหมดสิ้น (นี่คือข้อดีของการซักแห้งในป่า?)

        จะอย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ มันที่มามาที่ไหนของมันอยู่ ที่แมวดาวย่างเยื้องเข้ามาใกล้ในระยะ 2-3 เมตร โดยไม่ได้สำเหนียกว่ามีมนุษย์ใช้เส้นทางในป่าร่วมกันอยู่ด้วย 

        "ความนิ่งเงียบ" น่าจะเป็นข้อสันนิษฐานที่ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด ! 

         แต่กระนั้น ก็ไม่มีสิ่งใด "ตบตา" ธรรมชาติไปได้ตลอด แมวดาวเริ่มจับพิรุธได้แล้วว่า สิ่งตรงหน้า เป็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมมาจากสังคมอื่น ไม่ใช่สังคมเดียวกับสัตว์ป่า เขาหยุดเดิน ตาคมกริบจ้องเขม็ง แววตาพุ่งทะลุเลนส์กระจกมาปะทะดวงตามนุษย์ ระหว่างสองเรา มีพื้นที่แคบๆราว 3 เมตรกั้นขวางอยู่ 

         ยืนจ้องกันอยู่ชั่วครู่ เขาก็เยาะย่างแบบสบายๆ เข้าแนวป่าข้างทางไปอย่างเงียบเชียบ... 

         ทิ้งให้ป่าทั้งป่าดูราวกับนิ่งสงัด มีเพียง"เสียงคำรามของหัวใจ" เท่านั้นที่เต้นตูมตามอยู่ภายใน !

        เมื่อออกเดินไปตามราวป่า ไม่ปรารถนาสิ่งอื่นใด นอกจากสุ่มเสียงกระซิบกระซาบของธรรมชาติ ใคร่สดับสรรพสำเนียงของราวป่าที่รายรอบตัว มองเมฆเคลื่อนคล้อยอยู่เหนือหลังคาไพรกว้าง

        ฟังเสียงใบไม้ปลิดปลิวยามกระทบกระทั่งสายลม เสียงสายฝนชุ่มฉ่ำรินหลั่งจากฟ้าเบื้องบน เสียงลำธารไหลระริกระรี้คดเคี้ยวพาดผ่านแนวป่า

       ลัดเลาะดูวิหคนกกาตามกิ่งก้านสาขาของแมกไม้ กวาดตาทั่วสุ่มทุ่มพุ่มพื้นล่าง หรือกระทั่งเงยหน้าขึ้นหาจุดเล็กๆ บนฟ้าสีคราม

        ...แม้เป็นไปได้ยากที่มนุษย์ผู้แปลกถิ่น จะพยายามทำตัวให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวก็ตาม

        "แมวดาว" มิใช่ไม่เห็นมนุษย์ เพียงแต่สิ่งที่"เขา" เห็นนั้น อาจเป็น "หิน  ตอไม้ หรืออะไรก็ได้" ที่ปักหลักติดตรึงนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานมาแล้ว มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาของชัตเตอร์เท่านั้นที่เล็ดลอดออกมา ไม่ต่างไปจากสุ่มเสียงเคาะไม้ของเจ้านกหัวขวาน

        บางครั้งความ"นิ่งเงียบ" ก็ก่อให้่เกิดเสียงดังขึ้นจากภายใน...

        เป็นเสียง"คำรามของหัวใจ" ที่ดังชัดเจนยิ่งกว่า"เสียงตะโกน"เสียอีก !

 -------------------

Guy Jones - 'Into The Wild' Opening Scene 

.

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net