วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พุกาม (1)..การเดินทางของถั่วใต้ดิน..


พุกาม (1)..การเดินทางของถั่วใต้ดิน..

              

      ฉันชอบไปเที่ยวประเทศพม่าหรือประเทศเมียนมาร์ (Myanmar) ..ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ฉันไปเที่ยวพม่า 8 ครั้ง ฉันไปมาหลายแห่ง บางแห่งฉันก็ไปซ้ำๆ ไปแล้วไปอีก จนเพื่อนๆ บางคนมักแซวว่า “สงสัยชาติที่แล้ว เธอเป็นคนเลี้ยงไก่ของสมเด็จพระนเรศวรกระมัง” และเชื่อหรือไม่ว่า..หลังจากที่ฉันไปพม่าครั้งที่ 2 เมื่อกลับมาเมืองไทย ฉันได้แรงบันดาลใจจากการนุ่งผ้าถุงของคนพม่า ฉันจึงเริ่มนุ่งผ้าซิ่นพม่าและเปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าซิ่นไทยทอมือตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้ จนเพื่อนเรียกฉันว่า “อองซาน” หลายคนถามฉันว่า “ทำไมถึงชอบไปเที่ยวพม่า”

     ฉันตอบว่า “ชอบไปเที่ยวพม่า...เพราะ..พม่ามีสิ่งที่เรา “หาไม่เห็น”แล้วในเมืองไทย สิ่งที่เราเคยมีในอดีต แต่บัดนี้สูญหายไปนานแล้ว...ฉันอยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก...ความเรียบง่าย ความเป็นธรรมดา ความเป็นธรรมชาติ ...ไปดูท้องทุ่งนาผืนใหญ่ที่ไม่มีบ้านคน ดู..ภูเขาที่ทั้งสูงและกว้างใหญ่ไพศาลระหว่างมัณฑเลย์ไปรัฐฉาน.. ไปดูควายฝูงอาบน้ำ ไปดูวัวพันธุ์สีขาวตัวใหญ่ๆ ดูคนไถนาด้วยวัวเทียมแอกคราดไม้ ดูเกวียนม้า เกวียนวัวที่ยังใช้สัญจรกันอยู่ในชนบท นั่งเกวียนไปตามเส้นทางถนนเล็กๆ ที่ไม่ได้ลาดยาง ดูบ้านที่ฝาสร้างด้วยไม้ไผ่ลายขัดตอก ดูประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวบ้านที่อยู่อย่างพอเพียง ดูตลาดนัดขายของพม่าที่เต็มไปด้วยสีสัน บรรยากาศและมีชีวิตชีวามาก ... หากเป็นใน “เมืองย่างกุ้ง” (Yangon) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวง..(ฉันไม่ชอบเนปยีดอว์ “Naypyitaw” เมืองหลวงใหม่ที่ไร้เสน่ห์) ฉันไปกราบขอพรพระมหาเจดีย์ชะเวดากอง ชื่นชมในความศรัทธาชองชาวพม่าที่มีต่อพระพุทธศาสนา..ฉันชอบดูตึกสไตล์โคโลเนียล ยุคอังกฤษสร้าง แม้จะเก่าๆ โบราณก็ยังสวยมีเสน่ห์..ร้านค้าตึกแคบๆ แต่แข็งแรงคล้ายที่อินเดีย.. ชอบดูรถบัสเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (และรถสองแถวเก่าๆ สีฟ้าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่น ที่มัณฑเลย์) และที่ฉันชอบที่สุดในย่างกุ้ง คือ มีต้นไม้ต้นใหญ่ๆโอบไม่รอบ สูงๆ เยอะมาก มีการปลูกต้นไม้ตามทางเดินฟุตบาทที่ไม่ปลูกอยู่ใต้สายไฟฟ้าเหมือนเมืองไทย ย่างกุ้งมีต้นไม้มากกว่ากรุงเทพฯ หลายเท่านัก ฉันนิยมชมชอบการเข้มงวดของรัฐที่ห้ามตัดต้นไม้ในย่างกุ้ง แถมย่างกุ้งยังมีทะเลสาบอินยากลางใจเมืองอย่างน่าอิจฉา มีแม่น้ำย่างกุ้งที่กว้างใหญ่ลึกกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสองเท่า...”

     เพื่อนบางคนถามอีกว่า “อ๋อ..ชอบดูความล้าหลัง ไม่เจริญ ไม่พัฒนา..นุ่งผ้าถุง ผ้าโสร่ง ใส่รองเท้าแตะ หิ้วปิ่นโตคดห่อข้าวไปกินที่ทำงาน งั้นหรือ” แต่ฉันกลับคิดว่า..ไม่ใช่นะ..พูดเช่นนั้นไม่ถูก.. นั่นไม่ใช่ความล้าหลังหรือการไม่พัฒนา..เพราะนั่นเป็นวิถีชีวิตอย่างพอเพียงที่เรียบง่ายอันงดงาม ..การพัฒนา คืออะไรหรือ...(มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันเกือบจะคดข้าวใส่ปิ่นโตไปกินที่ทำงาน เตรียมซื้อปิ่นโตไว้แล้ว แต่ไม่มีอะไรจะคดต่างหาก มีแต่ข้าวกล้อง จึงใส่ทัปเปอร์แวร์ไป ฮิๆ) ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นภาพที่สวยงามสำหรับฉัน จึงทำให้ฉันไปเที่ยวพม่าหลายครั้งอย่างมีความสุข

     กระทั่งเกิดพายุหมุนนาร์กิส เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในย่างกุ้งมีผู้คนตายมากมาย ฉันยังไม่ได้ไปอีกตั้งแต่นั้นมา...

     มาถึงปี 2555  ตั้งแต่.. ประเทศพม่าหรือประเทศเมียนมาร์ได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ทำให้พม่ากลายเป็นประเทศที่หอมหวาน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวและทำธุรกิจในพม่าเป็นจำนวนมาก ฉันเห็นรายการทีวีหลายรายการต่างนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวพม่า เพราะความสดใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่มีใครเคยเห็นมากนัก (จริงๆ ก็มีมานานแล้วหละ) และความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติของพม่าเป็นที่หมายปองของนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ

        เมื่อต้นเดือนธันวาคม...อาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันกลับไปเที่ยวพม่าอีกครั้ง นับว่าเป็นการกลับไปเที่ยวพม่าครั้งแรกหลังจากที่พม่าเปิดประเทศก็ว่าได้ ครั้งนี้ฉันเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเดินทางเข้าไปเที่ยวประเทศพม่ามากเหลือเกิน ดูได้จากเที่ยวบินเกือบทั้งลำเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากตะวันตก ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยก็ไม่น้อยหน้า ส่งผลให้ราคาโรงแรมที่พักในย่างกุ้งสูงขึ้นไปถึงเท่าตัว และหาห้องว่างยากเสียด้วย มีการก่อสร้างโรงแรมใหม่ๆ และศูนย์การค้าในย่างกุ้ง แต่นั่น..ไม่ใช่จุดหมายของฉัน

     ครั้งนี้..ฉันเลือกที่จะกลับไปเที่ยวบะกาน (Bagan) หรือ พุกาม ...ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทะเลเจดีย์” พุกามในช่วงเดือนธันวาคม เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางเกษตรพอดี..และระหว่างที่ฉันนั่งรถแวะเที่ยวชมเจดีย์อยู่นั้น...ฉันก็ได้เห็นภาพที่สวยงามอีกภาพหนึ่งของวิถีชีวิตชาวพม่า..คือ การเก็บเกี่ยวถั่วลิสงหรือถั่วใต้ดิน (เมย์แป้) ในไร่..รอบๆ เจดีย์นั่นแหละ

ตามเจ้าหญิงไปในไร่ถั่วลิสงหรือถั่วใต้ดินกันเลยค่ะ

นั่นไง...วัวสีขาว..ที่ฉันชอบ "จอดก่อน..ขอถ่ายรูป" ชายผู้นั้นกำลังบรรทุกต้นงามาเต็มคันเกวียน เมื่่อฉันถ่ายรูปเสร็จ กล่าวขอบคุณเขา "เจ้ ซู่ ติ่น บา แด" เขาิยิ้มเห็นฟันขาว แม้กล้องถ่ายรูปของฉันคุณภาพไม่ดี แต่ฉันก็ได้ภาพที่สวยงาม

บะกาน หรือ พุกาม ในเขตบะกานเก่า เป็นเมืองอุนทยานประวัติศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยเจดีย์ แต่พื้นที่ดินรอบๆ เดิมเป็นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน ก็ยังอนุญาตให้ทำไร่ปลูกถั่ว ปลูกงา ดินสีแดงร่วนปนทราย ใช้น้ำน้อยในการเพาะปลูก อาศัยฝนเท่านั้น เดือนธันวาคมเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวพอดี..เราเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ในไร่ ..บนเกวียนนั่น เขาทำอะไรหรือ

ชายที่ยืนบนเกวียน..อาศัยแรงลม และแรงโน้มถ่วงของโลก..ฝัดถั่วใต้ดิน (หรือถั่วลิสง) ในกระด้งเป็นต้นถั่วแห้งๆ ที่ยังมีฝักถั่วอยู่ เขาร่อนๆ ให้ใบถั่วหลุดออก..ด้วยความเป็นธรรมชาติ ..ธรรมดา..ไม่มีเครื่องจักร...งดงามจริงๆ

ที่พื้นดิน..หญิงใส่เสื้อสีแดงสดแม้จะเก่า กำลังเลือกเศษก้านถั่วออกจากถั่ว ภายใต้ร่มเงาของเกวียน

หญิงชราอีกคน..กำลังเลือกคัดเม็ดถั่วออกจากก้านถั่ว..ในภาชนะ "กระด้ง" ทำด้วยไม้ไผ่..ธรรมชาติ ผ้าโพกหัว เสื้อแขนยาวสีมอๆ

ผู้หญิงอีกคนกำลังหยิบเศษก้านต้นถั่วออกจากกระด้ง ที่วางอยู่บนเสื่อสานด้วยไม้ไผ่ ทานาคาที่ทาหน้ากันแสงแดด

ถั่วเม็ดๆ ทั้งฝักที่ฝัดใบออกแล้ว กองอยู่สำหรับให้ผู้หญิงเลือกก้านถั่วออก

ผู้ชาย...ยืนชูกระด้งเหนือหัว..ฝัดใบถั่วออกตลอดเวลา กระด้งแล้ว กระด้งเล่า..ต้องยืน เพราะอาศัยแรงลมพัดเอาใบถั่วออกไป ท่ามกลางแสงแดดเดือนธันวาคมที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ..ก็ต้องทำ..เพราะเป็นชีวิตการดำรงชีพ เขาไม่เคยคิดถึงว่าราคาถั่วจะสูง จะตกต่ำ จะออกมาประท้วง..เขาพอใจพืชผลการเกษตรที่ทำได้ตามฤดูกาล..เขาไม่เคยรู้ถึงประชาคมอาเซียน

บน "ร้าน" ทำด้วยไม้ไผ่ สำหรับวางของ อาหารที่จำเป็นในการยังชีพ..ปิ่นโตใส่อาหารมื้อเที่ยง..กระป๋องนมข้นหวาน..

ภายใต้ร้านไม่ไผ่ เป็นกองเศษต้นถั่วที่เลือกเม็ดถั่วออกแล้ว

น้ำ...คือ อีกปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต..ภาชนะที่ใช้ใส่น้ำ..คือ หม้อน้ำ หรือ "เยโอ้" ปั้นด้วยดินเหนียแล้วเผา เก็บน้ำให้เย็น..ธรรมชาติ..รูปทรงของไหหรือหม้อน้ำ..สวยงาม

กองต้นถั่วที่ฝัดเม็ดถั่วออกแล้ว..สำหรับเป็นอาหารสัตว์ ให้วัว ควาย กิน ..มีประโยชน์ทั้งหมด..ธรรมชาติ

กระบุงสานด้วยไม้ไผ่..ภาชนะสำหรับใส่ถั่ว ใส่ของต่างๆ ก็ได้..การจักสานเป็นศิลปะและฝีมือของมนุษยชาติ..ธรรมชาติ..ไร้พลาสติก

ปิ่นโต สเตนเลส..ใช้ทน..ใช้คุ้ม..ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทย สำหรับมื้อเที่ยง.."คดข้าวห่อ" ไปกินในไร่ในนา

1. เริ่มจากถั่วที่เก็บมา ยังมีทั้งต้น ทั้งใบนะคะ..เหมือนนักทำวิจัยลงพื้นที่ในไร่ถั่ว ฮิๆๆ มีภาพแบ็คกราวเป็นเจดีย์ ท้องฟ้าสีฟ้า.. สวย

ขอเรียนภาษาพม่านิดหนึ่งนะคะ..ถั่ว..ภาษาพม่าเรียกว่า "แป้"...ถั่วใต้ิดิน เรียกว่า "เมย์ แป้" คำว่า "เมย์" แปลว่า ดิน ในภาษาพม่า

เมื่อรวมกันพม่าเรียกว่า "เมย์แป้" แปลว่า "ถั่วดิน" ช่างเหมือนภาษาไทยไหมคะ..ไทยเรียก "ถั่วใต้ดิน" ไงคะ

กับ..ไกด์..คุณ มาว ลีน..อธิบายซักถามกันใหญ่ ในไร่ถั่วใต้ดิน ..ไม่ได้เอานิ้วจิ้มกันหรอกนะคะ

2. จากนั้น..ก็เอาต้นถั่วกับเม็ดถั่วที่ยังติดอยู่..มาให้คุณลุงฝัดใบออกแยกเม็ด..เห็นเสื่อทำด้วยไม้ไผ่ บนเกวียนไหมคะ

ต้นถั่ว..เต็มกระด้งในแต่ละครั้ง..คุณลุงช่วยฝัดให้ดูอีกทีนะคะ..เห็นใบหน้าที่ิยิ้มด้วยความเต็มใจ แม้แดดจะเผา ถ่ายรูปยังไงก็ไม่ค่อยเห็น "เอ้า..ดูอีกทีนะครับ"

3. ฝัดเสร็จ..เทลงมาให้แผนกคัดเม็ดถั่ว..เป็นถั่วใต้ดินเม็ดเล็กๆ สีม่วง..คัดด้วยมือ...ต่างจากถั่วใต้ตีน เอ้ย ถั่วใต้ดิน ของบล็อกเกอร์คนปทุมที่เม็ดใหญ่ เพราะเป็นถั่วพันธุ์เม็ดใหญ่ ถั่วใต้ดินแบบเม็ดเล็กๆ นี้ สมัยก่อนก็นิยมปลูกกันในประเทศไทย ปัจจุบันยังพอเห็นกินอร่อย เม็ดเล็กเนื้อแน่นๆ หวานดี

ผลผลิตที่ทำได้วันนี้..ปลูกกันทั้งไร่ ..ได้เท่านี้..ก็ไ่ม่ได้บ่น ไม่ได้ประท้วงขอขึ้นราคา..ผลผลิตขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ที่บะกาน..ค่อนข้างแห้งแล้ง ฝนตกน้อยกว่าภาคอื่นๆ หลังเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคมแล้ว จะเข้าหน้าแล้ง ไปจนถึงพฤกษภาคมปีหน้าถึงจะมีฝนอีก

คงขอลาคุณลุงไว้เพียงเท่านี้..เจ้ ซู่ ติ่น บาแด ทั้งลุงและอะมะทั้งสามคนนะคะ ..แต่อดถ่ายรูปเกวียนไม้ที่ดูแข็งแรงสวยงามไม่ได้

้เราเดินออกจากไร่ที่ปลูกถั่ว..มาเจอต้นถั่วอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกในไร่เดียวกัน ต้นมีลักษณะเป็นอย่างที่เห็นในรูป 

ถั่ว หรือ "แป้" ชนิดนี้มีดอกสีเหลือง ..พม่ามีถั่วหลายพันธุ์ เหมือนกันอินเดีย

เม็ดของถั่ว พันธุ์นี้..คล้ายฝักถั่วเขียว แต่ต้นไม่เหมือนถั่วเขียว

เม็ดเล็กๆ แค่นี้..สีเหลืองค่ะ ไม่ทราบว่าเรียกชื่อ..ถั่วอะไร ไกด์ก็ไม่ทราบ

นี่คือ..สุดยอด..ของภาพเรื่องราวที่ได้เห็นวันนี้..รู้แล้วใช้ไหมคะ ว่าทำไมเจ้าหญิงถึงชอบประเทศพม่า..

อ้อ...แล้วที่ขาดไม่ได้..เห็นไหมคะว่า..เจ้าหญิงได้ "แลงัว" ด้วยนิ ..ไปกันต่อนะคะ

คนขับรถ หรือ เรียกว่า "ก้า สะยา"..ยิ้มอารมณ์ดี แล้วบอกว่า "เราไปกันต่อได้แล้วครับ อย่ามัวดูวัวอยู่ ยังมีอีกหลายแห่ง"

เมื่อขับรถออกไปอีกสักครู่..อ้าว..เจอวัว อีกแล้ว..วัวตัวนี้กับชายผู้นี้กำลังทำอะไรหรือคะ..จอดๆ..

อ๋อ..ที่นี่มีการสาธิต ..การทำน้ำมันถั่วใต้ดิน เห็น "เมย์ แป้" วางโชว์อยู่..เหมือนที่เราไป "ฝัดถั่วใต้ดิน" มาเมื่อสักครู่นี้ไงคะ

อ้าว..มาดูสิว่า..นี่เม็ดอะไร..ว้า..เม็ดนี้ไม่ดี  ไม่มีเมล็ด ฝักลีบค่ะ..เห็นต้นข้างหลังนั่นไหม..นั่นแหละ..ต้น งา..ค่ะ

อ้า..ฝักนี้ไม่ลีบ..ได้แล้ว..เม็ดงา..งาเล็กๆ จากฝัก.."งา" ภาษาพม่าเรียกว่า "หน่าน"

กว่

กว่าจะได้เม็ดงา..เยอะขนาดนี้ ต้องเก็บฝักงามากขนาดไหน..เพราะฉะนั้น..งา ถึงมีราคาแพง

ชายผู้นี้ กำลังยืนบนเครื่องบดถั่ว บดงา..โดยใช้วัวเดินเป็นวงกลม ลากครกบดถั่วใต้ดิน ซึ่งทำด้วไม้..ธรรมชาติ..อีกแล้วครับทั่น

ถั่วใต้ดิน ใส่ลงไปในครก..บด..บด..ด้วยสาก ใช้แรงวัวเดินลากสาก ให้บดไปจนกระทั่งละเอียด..เห็นไหมคะ เนื้อถั่วพันธุ์นี้สีแดง หรือเวลาที่ต้มสุกแล้ว ออกสีม่วงๆ ..เคยกินไหมคะ

เครื่องบด ทำด้วยไม้..ทุกอย่างเป็นธรรมชาติหมด ไม่โดนสารเคมีใดๆ

น้ำมันถั่วใต้ดินที่ออกมา..จะหยดลงใส่ภาชนะที่รองรับ..แหม..หากใส่หม้อดิน ลิ้นที่รองน้ำมันใช้ต้อหมาก..ก็จะยิ่งเจ๋งง่ะ

แล้วก็เป็นทีของเจ้าหญิงมั่งแหละ..ดีนะ ที่วัวเดินในสปีดช้าๆ หากวัววิ่งเมื่อไหร่ คงเวียนหัวเหมือนขี่ม้าหมุนงานวัดแน่ๆ เลย ฮิๆ

พอแหละ..ได้ขี่วัวหมุน..แค่นี้พอแล้ว จะไปเที่ยวที่อื่นต่ออีกนะจ๊ะ.."เจ้ ซู่ แบ น๋อ" ขอบใจนะวัว

ทีนี้..เชื่อหรือยังว่า..ทำไมเจ้าหญิงชอบมาดูวัวที่พม่า..เมืองไทยมีแต่วัวเหล็ก ควายเหล็ก..หมดแล้วนิ

คราวนี้..เมื่อมาเที่ยวในตลาดนัดเป็นตลาดนัดใหญ่..มีแม่ค้าพ่อค้ามาขายของมากมาย..เจ้าหญิงสนใจร้านนี้เป็นพิเศษ

เป็นร้านขายน้ำมันสำหรับปรุงอาหาร..ภาษาพม่าเรียกว่า "ซี" แปลว่าน้ำมัน ..น้ำมันถั่วใต้ดินก็เรียกว่า "เมย์แป้ ซี" ส่วนน้ำมันงา ก็เรียกว่า "หน่าน ซี" (ไม่ใช่น้ำมันสำหรับใส่รถนะ)..มีน้ำมัน..งา..ว้าวววว...น้ำมันถั่วใต้ดิน ตวงขายใส่ถุง โอ้..ธรรมชาติ..

น้ำมันถั่วใต้ดิน..ในกระป๋องนี้ น่าจะเป็นน้ำมันงา..ที่เราซื้อกันแสนแพงขวดละเกือบสองสามร้อย..แต่ที่พม่านี้ตวงขาย จะซื้อกี่จั๊ตหละคะ ..เอาไปปรุงอาหาร เพื่อสุขภาพ..ธรรมดา ..ธรรมชาติ..ปลอดสารพิษ

การเดินทางของถั่วใต้ดิน..ได้มาถึงจุดเกือบสุดท้ายแล้ว..ฮิๆๆ ทีนี้ใครจะซื้อไปผัดอะไรกินจะทาน้ำ ใส่ผม..ก็คงจะขึ้นอยู่กับคุณแล้วหละ..

เจ้าหญิงขอไปเที่ยวที่อื่นต่อนะคะ...อยากรู้ให้ตามอ่านเอ็นทรีหน้า..อีกนะคะ เจ้ ซู่ ติน บา แด..ตั้ว จ๊ะ แม หนอ...ไปหละ

เอ็นทรีนี้ เพื่อนๆ ได้เรียนรู้คำศัพพ์ภาษาพม่าไป สี่ห้าคำแล้วนะคะ..พี่โบเดียคอยเช็คอยู่..ทำการบ้านส่งพี่โบเดียก่อนนะคะ

 

 

 

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net