วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกาะช้างเมื่อนานมาเเล้ว


 

เกาะช้างเมื่อนานมาเเล้ว

 

    เมื่อสมัยตอนที่ผมยังเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย  เวลานั้น  เป็นช่วงปิดภาคเรียนที่สองประจำปีประมาณช่วงเดือนเมษายนปี 2546 ผม เเละ เพื่อน มีไอ้สด ไอ้ยู ไอ้เบ็นท์ ไอ้ทิต ไอ้เอก และ ผม ไอ้สัน เรา 6 คนไปหางานทำกันที่เกาะช้าง  จำได้ว่าเราทั้งหมดไปเรือไม้ข้ามฝากที่แหลมงอบ  จะก็เเต่ไอ้ทิตที่มาก่อนหน้าเราแล้ว พอถึงเกาะช้างเราก็นั้งรถสองเเถว  มุ่งตรงไปที่รีสอร์ทที่ชื่อ Paradise อยู่ที่หาดคลองพร้าว

    หลังจากลงรถสองแถวได้ เราทั้งหมด5 คนก็ตรงเข้ารีสอร์ทกันเลย  เเละเหมือนว่าเพื่อนเราจะติดต่อไว้เเล้วว่า พวกเราจะมาขอทำงานช่วงปิดเทอมกัน ทางผู้จัดการก็เลยรับหมดทุกคนเลย  ส่วนในไอ้ทิตนะเหรอ ขับเรือสปีดโบ็ทกับพี่ที่มันรู้จักเลยไม่มาทำกับเรา

 

    เราทั้งหมดก็ได้รับมอบหมายงานที่เเตกต่างกันออกไป ไอ้ยู กับ ไอ้เอก มันเป็นเด็กยกกระเป๋า ไอ้สด กับ ไอ้เบ็นท์มันเป็นเด็กเสริ์ฟ ส่วนผมอยู่คนเดียวเป็นเด็กลากเรือคายัด  ทำงานอยู่กับพี่ที่ชื่อว่า โจ็ก  ส่วนค่าเเรงนะเหรอ  เค้าให้ 3,000 บาท ต่อเดือน เงินอาจไม่มาก แต่สมัยนั้นก็ดีใจเเล้ว  มีที่พักให้กินอยู่ฟรี จะได้บ้างก็ตรงที่มีทิปจากนักท่องเที่ยวนี่เเหละ

 

    เพื่อนๆ คนอื่นที่เค้าเป็นเด็กเสริฟ เด็กยกกระเป๋าก็ได้ทิปกันสนุกสนาน  ส่วนผมนะเหรอ นาน น้าน... จะได้สักที ในทุกๆวันผมก็จะมาลากเรือคายัด กับพี่โจ็ก  งานของผมอีกอย่างก็คือ  เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวที่เกาะต่างๆ เพื่อดูปะการัง เกาะที่เห็นจะใกล้หน่อย ที่เราเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปก็คือเกาะหยวก  มันมีปะการังนะ   แต่ผมไม่เคยได้ไปหรอก   แต่มีอยู่วันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นกลุ่มประมาณ5-6 คน  เค้าอยากจะไปเกาะหยวก      พี่โจ็ก ก็เลย บอกว่า "ไอ้สันเองไปด้วยดิไป  ดูเเลเค้าหน่อย" ผมจะบอกว่า  ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้..

    เเละเเล้ว ผมก็ติดเรือไม้ประมงออกมากับเขาด้วย  พูดก็พูดไม่ได้ได้เเค่ยิ้มให้นักท่องเที่ยวนิดๆหน่อยๆ   เรือมันโครงๆเคลงๆ ผมเองก็ไม่เคยเมาเรือด้วยหลังจากเรือมาถึงเกาะหยวก  ผมก็ลงไปดูปะการังด้วย  เป็นเเบบสน็อคเกิ้ลปะการังที่เกาะนี้เสื่อมโทรมเยอะ  เนื่องจากนักท่องเที่ยวมาเยอะทำให้ปะการังไม่มีเวลาฟื้นตัว   พอผมกลับขึ้นเรือมาได้ซักพักผมก็เริ่มมีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่  มันเริ่มมวนๆท้อง  เวียนหัว เเละเริ่มมีอาการอยากจะอ็วก   น้าน!!เอาเเล้วไง เมาเรือ เมาคลื่น   ผมเดินไปนอนด้านหลังของเรือทันที ไม่ไหวเเน่ๆ ถ้าขืนยืนอีกไม่นาน มี  อ็วกโชวว์เเน่ๆ

พอกลับมาถึง  พี่โจ็ก ถามว่าไง "หนุกมั้ยสัน" ผมบอกว่า"หนุกป่าวไม่รู้ รู้แต่ว่าเมาเรือ"

 

 

    อยู่มาวันหนึ่ง ผมคุยกับ พี่โจ็ก เรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยแล้ว แกก็เล่าว่าแกน่ะเคยพายเรือคายัคลำเล็กไปเกาะหยวกมาเเล้วนา!! แกบอกพายตั้งแต่เที่ยงสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว  แล้ว เวลาก็ผ่านไปสองสามวัน ผมกำลังลากเรือในช่วงเย็น ซักบ่ายสี่โมง ผมก็เกิดอยากลองพายไปเกาะหยวกดูบ้าง  ผมก็เลยไปบอกกับพี่โจ็ก  ว่า"พี่เดี๋ยวผมพายเรือเล่นหน่อยน่ะพี่โจ็ก  ก็  "อื้อ เอาดิ ตามสบาย

    ผมลากเรือคายัดได้ จับพาย ก็ลากลงทะเลออกเรือ  มาคนเดียวก็พายจ้ำอ้าว.. อย่างเร็วกะว่าจะต้องไปให้ถึงเกาะหยวกก่อนตะวันตก  ช่วงที่พายออกไปคลื่นยังไม่เเรกมาก  พอพายมาพักใหญ่เเล้วประมาณ45นาที   ได้ก็มาจอดที่เกาะสุวรรณก่อน   มองดวงตะวันแล้วว่า   มันก็ใกล้จะมืดเเล้วนะ ถ้าเราพายถึงเกาะหยวกนี่มันก็คงมืดพอดี   แล้วก็คงมีปัญหาตอนพายเรือคายัคกลับฝั่งเเน่ๆ   ผมเลยนั่งบนเกาะสุวรรณซักพัก แล้วก็เลยกลับดีกว่า เดี๋ยวมืด

    เรื่องมันไม่จบตรงนั้นสิครับ  คือผมเห็นว่าคลื่นมันเริ่มเเรงขึ้น เพราะน้ำทะเลมันเริ่มขึ้นมากแล้ว  ผมก็เลยตัดสินใจพายเข้าฝั่งที่มันอยู่ใกล้ๆก่อน  แล้วค่อยๆเลาะชายฝั่งไปหาดคลองพร้าวก็เเล้วกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อผมกำลังลัดเลาะชายฝั่งอยู่นั้น น้ำทะเลมันก็กำลังขึ้นในช่วงเย็น เวลานั้นประมาณ6 โมงเย็นได้ ซึ่งไม่มีแสงตะวันเเล้ว  คลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเริ่มแรงขึ้น   การพายของผมต้องใช้แรงที่มากขึ้นตาม   เพราะเรือผมมันขวางคลื่นอยู่  ซึ่งตอนนี้ผมรู้เลยว่าคิดผิดที่มาเส้นทางนี้  ถ้าผมพายกลับในทิศทางเดิมที่มาผมน่าจะถึงที่หาดคลองพร้าวนานเเล้ว  สรุปว่าผมมาถึงที่รีสอร์ทตอนทุ่มกว่าๆเกือบสองทุ่ม แต่น่าประทับใจมากครับ  หลังจากผมมาจอดเรือที่รีสอร์ทคนที่รีสอร์ทมารอดูผมเต็มเลย จะมีที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษกว่าคนอื่นก็คือ

    ป้าต๋อย ป๋าต๋อยเป็นที่ปรึกษาของรีสอร์ทนี่ วัยประมาณ 50 กว่าๆ อำนาจของเธอนั้นใหญ่กว่าผู้จัดการของที่นี่  ป๋าต๋อย พูดอย่างเสียงดังว่า"สัน ทำไมทำอย่างนี้ฮ่ะ! ป้าจะเป็นลมรู้มั้ย เค้าจะแจ้งหน่วยกู้ภัย ให้มาช่วยกันตามหาแล้วนะ  ทำไม?ทำอย่างนี้  ถ้าเป็นอะไรไปแล้วจะทำไง  อย่าทำอย่างนี้อีกนะ ”     ป้าต๋อยก็คงเป็นห่วงมาก แกรีบให้เงินแล้วบอกว่ารีบไปกินข้าวกินปลาซะแล้วอย่าทำอย่างนี้อีกนะ" พี่โจ็กก็ยิ้มๆ เเล้วบอกว่า "ไอ้สันเน๊าะ" เรื่องของวันนี้เป็นเรื่องTalk of the Town กับอยู่หลายวัน  และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หลังห้าโมงเย็น  ห้าม_!! พนักงานพายเรือเล่นไกลเกินกว่าแหลมไชยเชฐ

 

 

    ผมได้มีโอกาส ไปเที่ยว ตามเกาะเล็ก เกาะน้อย บริเวณเกาะช้างอยู่หลายเกาะ เช่น เกาะหวาย เกาะกระ เกาะรัง เกาะหัวล้าน เเละเกาะอื่นๆ เเบบไม่เสียตังค์ จากการเป็นเด็กผูกสมอเรือสปีดโบ็ทให้ ไอ้ทิต วันนั้น เรามีลูกค้าเป็นชาวฟรั่งเศส มีแฟนสาวเป็นชาวไทย ไอ้ทิตทำหน้าที่ขับเรือ ส่วนผม ทำหน้าที่นั่งข้างๆ กับคอยผูกสมอเรือให้ ไอ้ทิตมันขับเรือได้กระแทกกระทั้นมาก ผมคิดในใจว่า เรือมันแตกมั้ยเนี้ยะ ผมนั่งจุกไปตลอดทางเลย

    พอมาถึงจุดกลางทะเลอยู่ๆ เรือก็ดับ ผมหันไปเห็นไอ้ทิต กระโดลงทะเลที่มีสีน้ำเงินเข้มซึ่งน้ำต้องลึกมากๆแน่ มันว่ายไปที่ด้านหลังของเครื่องยนต์ ผมเดินไปถามมันว่า "เรือเป็นอะไร ว่ะ" ไอ้ทิตมันก็พูดเบาๆกับผมว่า "กูปวดฉี่กูลงมาฉี่" เออ!! ดูมันทำ ไอ้เราก็นึกว่าเครื่องมีปัญหาซะอีก

    ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น ตลอดการท่องเที่ยวดูปะการัง น้ำทะเลวันนี้ใส เหมาะกับการดำน้ำดูปะการัง เสียจริงๆ ปะการังที่เกาะกระ เกาะรัง ก็สวยงาม จนมาถึงขากลับ เรือสปีดโบ็ทของไอ้ทิตก็มามีปัญหา รู้สึกว่าน้ำมันคงจะเข้าไปในหัวเทียน หรืออะไรสักอย่างนี่เเหละ มันจอดเรือใกล้หาดแถวๆ หาดใบลาน และให้ผมลงไป ขอ คัดตั้นบัด(สำลีปั่นหู)มาหน่อย ผมก็ลงจากเรือ ไปขอที่ร้านอาหารมั้ง เห็นไกลๆ คนมันเยอะ แต่ที่ไหนได้ พอเดินเข้าไปใกล้ๆคนที่นั้นเขาผมมองกันเต็มเลย สรุปคือว่าเค้าตั้งกลุ่มกำลังเล่นไพ่กัน อยู่หลายกลุ่มเลย (ผมมาดีนะครับ) ไอ้ทิตหน๋อ

 

    มีอยู่คืนหนึ่ง ไอ้เอก กับไอ้เบ้นท์ เค้าไปดูหนังกันที่ห้องพี่คนหนึ่ง พี่เค้าเปิดร้านเสริมสวย กับร้านอาหารอยู่ที่แสคว์ ตรงข้ามรีสอร์ทที่เราทำงาน ซึ่งพวกเราไปกินข้าวร้านเค้าบ่อย เลยพอรู้จังกันบ้าง พี่เเกชวนไอ้สองคนนี่ไป ไอ้เราก็บอกว่า "อย่าไปเลย มันคงไม่ดีหรอก ดึกดื่นแล้ว " ไอ้สองคนนี่ มันก็บอก "ไม่เป็นไรหรอก กูไปสองคนปลอดภัย "

    หลังจากนั้น ประมาณ ตีสอง ตีสาม มันก็กลับกันมากัน เราก็ ถามว่า "ไงหล่ะมึง” มันบอก "กูนอนไม่ได้เลยว่ะ ก็พอดูหนังเสร็จ พี่เเกก็ปิดไฟนอน แต่มันไม่ใช่เเค่นั้นนะสิ มือพี่แกมันมาลูบๆที่หน้าอกกู มานอนเบียดๆกูอีก จนกูต้องหนีไปนอนข้างกำแพงห้อง แต่พี่เเกก็ตามมาอีก กูทนไม่ไหวแล้ว กูเลยบอกพี่เค้าไปว่า "เดี๋ยวผมกับไปนอน ห้องผมดีกว่า นอนที่นี่ผมนอนไม่ค่อยหลับ" แล้วก็เผ่น กันออกมาเลย เราฟังเเล้วก็หัวเราะกันยกใหญ่ "กูบอกมึงเเล้วไง ฮ่าๆ” ที่สำคัญคือ พี่เเกเป็นผู้ชาย ฮ่าๆ

 

    ช่วงเเรก เรามีกิจกรรมเสริมความหล่อเข้มกันที่ห้อง นั้นคือการปลูกหนวด เรามาระดมความคิดหาวิธีที่จะทำให้หนวดเคราขึ้นหน้า กันอยู่หลายวิธี ตั้งแต่ ไอ้ยู บอกว่า "ทาเนยช่วยได้เชื่อกู” อิสลามทาเนยเห็นขึ้นเต็มหน้าเลย เราก็เลยแอบไปเอาเนยที่ห้องครัวมาทาหน้ากัน หนวดมันก็ยังไม่ขึ้น แล้วก็จำไม่ได้ว่าใครมันบอกว่า "กีวี โว้ย!! ทา กีวี่ ขึ้น 100% เชื่อกู กูเคยได้ยินมา" เราก็ถามว่า "กีวี่ อะไรของมึงว่ะ" มันบอกว่า “ ก็ กีวี่ทารองเท้านี่เเหละราคาไม่เเพงด้วย" แล้วก็ไปซื้อกีวี่ มาทากัน แต่ผมไม่ได้ทานะ เพราะไม่เชื่ออย่างยิ่ง มันบ้ากันไปเเล้ว สรุป ผลการทดลอง หนวดมันไม่เห็นจะขึ้นเลย แม่ง!! มั่วกันจริงๆ

    และ ในท้ายที่สุด ไอ้เอก กับไอ้เบ้นท์ ก็ตัดสินใจไปถามร้านพี่ที่เสริมสวยว่า "มียาปลูกหนวดป่าว" พี่แก บอก " มี " ขวดล่ะ350 มั้ง ขวดเล็กกว่า ยาดมตราโป้ยเซียนนิดหน่อย แล้วไอ้สองคนนี้มันเอามาทากันได้สองสามที ไอ้เอกก็มาโชวว์ให้ผมดูอีกนะ ว่า "ไอ้สัน มึงเห็นป่าวเครากูขึ้นเเล้ว" "ตรงไหนว่ะ" " นี่...ไง มึงอย่ามาทำเป็น มองไม่เห็น "

    มันทากันอยู่แค่สองคนนั้นเเหละ ทามาได้ ไม่ทันไร หนวดยังไม่ทันจะขึ้น ก็มีคนทำขวดยาปลูกหนวดของมันตกเเตก โอ้ย!! ไอ้เอก โว้ยวายสามบ้าน แปดบ้านเลย "ใครว่ะ ทำขวดยาปลูกหนวดกูเเตก อย่าให้รู้นะมึง” ฮ่าๆ สงสัยมันเเค้นจัด ซื้อมา 350 บาท ยังใช้ไม่ถึง 20บาท เลย

 

 

 

พอเปิดเทอม เราก็มีเรื่อง ฮาๆ ที่เกิดขึ้น มาแซวกันอีกเยอะเลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ninesan

 

กลับไปที่ www.oknation.net