วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปาย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่


วันพ่อปีนี้ผมถือโอกาสไปเที่ยวเมืองเหนือ  แบบแบกเป้

 

วันที่ 4 ธ.ค.55

ผมขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิตด้วยรถทัวร์ โดยขนส่งนครชัยแอร์ เวลา 20.00 น. ค่าโดยสาร 617 บาท  การเดินทางใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง  ถือว่าทัวร์นี้เป็นทัวร์ที่สบายมาก

 

 

วันที่  5 ธ.ค.55

เช้าวันนี้เรามาถึงเชียงใหม่ประมาณ 5.45 น.  จากนั้นก็ไปทำภารกิจส่วนตัว  แล้วรีบหารถเพื่อเดินทางต่อไปปาย

ตอนนี้ยังไม่เปิด

 

ผมยืนรอซื้อตั๋วที่นี่คนยืนรอตั้งแต่เช้าเยอะมาก  คาดว่าคงจะไปเที่ยววันหยุดกันนะ

เปิดแล้ว ซื้อตั๋วไปปาย 2 ที่ครับ ค่าตั๋วรถตู้ไปปาย 150 บาท/คน ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง

รถออกเวลา  6.30 น.  เราเอากระเป๋าสัมภาระขึ้นรถตู้  แล้วก็รอเวลารถออก

เมื่อรถวิ่งมาได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็จะจอดตรงจุดพักรถ  แวะเข้าห้องน้ำอีกรอบ  อยากกินไรก็แวะซื้อกินนิดหน่อย   เพราะเด๋วจะรู้สึกเมารถมากมาย  ถ้าใครกลัวเมารถก็กินยาแก้แพ้ได้เลย

 

 

 

แวะพักถ่ายรูปกันนิดหน่อย  แวะชิมสตอเบอรี่ จากนั้นก้เดินทางต่อมุ่งหน้าสู่ปาย

 

 

ถึงแล้วสถานีขนส่งปาย  ผมนั่งพักที่ขนส่งแป๊บนึงด้วยอาการเมารถ  จากนั้นก็โทรหาที่พักที่จองไว้ คืนนี้ผมจะพักที่ปาย

และที่พักของผมคืนนี้ก็คือปายคันทรีเฮ้า  ซึง่ห่างจากขนส่งายไม่กี่ก้าว

ที่พักโอเค ครับค่าห้อง 800 บาทช่วงไฮซี่ซัน  หลังจากนั้นก็เข้าพักทำภาารกิจส่วนตัวแล้วก็พักผ่อน ชั่วครู่ เพื่อที่จะไปหารถมอเตอร์ไซค์มาเช่าขับตะลอนทัวร์  ค่าเช่ารถ 100 บาทครับถูกมากน้ำมันเติมเองนะ  ผมได้รถสำหรับเที่ยวแล้ว  สถานที่  ที่จะไปในเมืองปายของผม  วัดน้ำฮู้

 

วัดน้ำฮู้  เป็นวัดที่มีน้ำออกจากเศียรพระ 

 

ไปบ้านจีนยูนาน  หมู่บ้านสันติชล

 

 

 

มื้อเที่ยงวันนี้  ขาหมูน้ำแดง  แพะแดดเดียวตรงเนื้อแพะมันจะมีที่พันไว้ผมว่าน่าจะกินได้นะครับ   ไก่ดำตุ๋นยาจีน  หมั่นโถ  ข้าวเปล่า

อิ่มแบบ 646 บาท

 

เมื่อกินอิ่มก็แวะเดินย่อยอาหารด้วยการถ่ายรูป น่าสนใจเลยทีเดียว

 

ณ บ้านสันติชล

เมื่อถ่ายรูปจนพอใจแล้วผมก็ขับมอไซค์ออกมาเพื่อที่จะไปน้ำตก  ขับรถไปไกลพอสมควร  แต่ก็ไม่ค่อมีอะไรดึงดูดเท่าไหร่

กว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสองแล้ว  เมื่อเทียวเสร็จผมก็กลับมาพักผ่อนยังที่พัก   รอไปเที่ยวสะพานประวัติศาสตร์ในตอนเย็น

 

 

ขับมอไซมาเส้นเชียงใหม่-ปาย ก็จะเจอ coffee in love

 

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย 

 

 

ขับเลยสะพานไปหน่อยก็จะเจอโป่งน้ำร้อนท่าปาย

กว่าจะไปหมดก็หกโมงกว่าแล้ว  ฟ้ามืดพอดี  กลับไปที่พักอีกครั้งคราวนี้ขับรถยากมากเพราะถนนเปิดให้วิ่งทางเดียว กว่าจะหาทางเข้าได้แย่เลย  จากนั้นก็ออกมาเดินตลาดนัดเมืองปาย

 

กว่าจะเดินหมดก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มละ  มัวแต่หาของกิน  เดินถ่ายรูป  พร้อมอากาศหนาวกำลังดี  สบายสุดๆไปเลย

จากนั้นก็กลับมานอนที่พัก ตอนเช้าต้องเตรียมเดินทางไปแม่ฮ่องสอน รถออก 8.30 น.

ในอุโบสถวัดพระธาตุแม่เย็น

หมายเหตุ--- ถ้าใครมาเที่ยวปายแล้วอยากไปปางอุ๋ง  ที่ปายมีทัวร์พาไปนะครับไปเช้าเย็นกลับ ราคา ประมาณ600-800 บาท/คนแล้วแต่ตกลง    แต่ว่าผมจองตั๋วไปก่อนแล้วจึงต้องนั่งรถตู้ไปแม่ฮ่องสอนแล้วก็นอนปางอุ๋ง 1คืน

 

 

เช้าวันที่ 6 ธันวาคม 2555

ผมตื่นมาแต่เช้าแล้วรีบไปเก็บภาพตอนเช้าท่ามกลางสายหมอก ณ ปาย อากาศหนาวกำลังขับรถปากสั่นเลย

แต่ด้วยใจสู้เราเลยขับรถไปถ่ายรูป และแวะใส่บาตรข้าวเหนียว ตอนเช้าพระบิณฑบาตรเยอะอยู่ครับ ใส่บาตรเสร็จก็อาบน้ำกินข้าวเหนียวที่ซื้อมานั่นแหละ แล้วเอารถไปคืน  จากนั้นก็เตรียมตัวเดินไปขนส่งปาย นั่งรถตู้ ปาย - แม่ฮ่องสอน เราจองไว้เวลา ๘.๓๐ น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอน   ระหว่างทางก็คดเคี้ยวเลี้ยวลดเช่นเดิม   คนนั่งหน้าผมถึงกับเมารถอาเจียรเลยครับ  เวละประมาณ ๑๑. ๑๕ น. เรามาถึงขนส่งแม่ฮ่องสอน คราวนี้จะไปต่อยังไงละ  ปางอุ๋งอยู่ตรงไหน? คนต่างถิ่นอย่างเราก็ต้องถามทางกันต่อไป มาแล้ว ตุ๊กตุ๊กตามคาดครับโก่งราคาเช่นเดิม พาไปหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์  ๘๐ บาท กะว่าจะรอไปคันอื่นแต่ก็ช่างเถอะรีบไปจะได้ทำอย่างอื่นต่อ    มาถึงแล้วร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ ราคาเช่าประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ บาทแล้วแต่ยี่ห้อรถ  ระยะเวลาเช่า ๒๔ ชั่วโมง

          นึกขึ้นได้? สัมภาระเยอะขนาดนี้จะไปไงหมดนี่ เลยถามเจ้าของร้านว่ารับฝากของด้วยหรือเปล่า เค้ารับฝากครับ เข้าทางเลย แทนที่จะแบกเป้ไปให้หนักก็ไม่ต้องเพราะเอาแค่ของจำเป็นไปก็พอ เด็กแว้นพร้อมแล้วครับ สถานที่แรกที่ผมคิดว่าควรจะไปคือวัดพระธาตุดอยกองมู   สิ่งศักสิทธ์ประจำจังหวัด ว่าแล้วก็ดูแผนที่ออกเดินทางเลยครับ  อย่างว่าแหละ เรามันคนต่างถิ่นย่อมหลงทางเป็นธรรมดา  แต่ว่าเพราะมีแผนที่ที่ทางร้านให้มาก็ช่วยเราได้เยอะ 

      ถึงแล้ววัดพระธาตุดอยกองมู   ที่นี่เคานิยมไหว้ด้วยธาตุทั้ง ๔ คือดิน น้ำ ลม ไฟ  บูชาเครื่องไหว้แล้วเดินวนขวา ๓ รอบ จากนั้นก็นำธาตุทั้ง ๔ วางหน้าพระประจำวันเกิดของตัวเอง คราวนี้ใครจำบทสวดมนต์พระประจำวันเกิดตัวเองได้ก็สวดกันครับ ของผม ๖ จบ แต่บังเอิญผมจำได้เฉพาะบทย่อ เลยสวดแค่แป็บเดียว   เสร็จแล้วก็สักการะหลวงพ่อทันใจ  ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ได้เวลาเดินทางต่อแล้ว เป้าหมายต่อไป....ปางอุ๋ง

 

รูปพระธาตุดอยกองมู

         ผมขับรถย้อนมาทางไปปายเพื่อหาทางเข้าปางอุ๋ง ต้องขับรถออกมานอกเมืองประมาณ ๑๕-๒๐ นาที และแล้วก็เห็นป้ายปางอุ๋งเลี้ยวซ้าย คนต่างถิ่นเยี่ยงผมสุดแสนจะดีใจ  ตอนแรกคิดว่ามาผิดทางซะแล้ว เมื่อเลี้ยวไปขับรถมาได้สักแป็บก็เจอป้ายถ้ำปลา เราเลยไปถ้ำปลาก่อน 

         เป็นอุทยานแห่งชาติที่ดูแล้วอุดมสมบูรณ์ครับ  พอเดินไปถึงพื้นที่อุทยานก็รู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว มีลำธารใส ไหลมากับฝูงปลาที่แหวกว่ายอย่างไม่กลัวฝูงคนที่เดินไปมา เราเดินเก็บภาพบริเวรถ้ำปลาเยอะพอสมควร  ผมก็แปลกใจว่าทำไม่ที่นี่ถึงเรียกว่าถ้ำปลา  พอมาถึงจุดเป็นเหมือนกับศาลเจ้าที่ และมีแอ่งถ้ำของภูเขาที่มีสายน้ำไหลออกมาก็เห็นตัวปลาเต็มไปหมดเลยคลายความสงสัย  เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็มาหาข้าวเที่ยงกินแถวนี้แหละครับ กว่าจะกินก็บ่ายสองโมงแล้ว รีบกินจะได้เดินทางต่อ

 

\

 

 

รูปถ้ำปลา

จากนั้นเราก็แว้นต่อไปผ่าน ภูโคลน   น้ำตก  แล้วก็ พระตำหนัก  หนทางแสนลำบาก เป็นทางลาดชันมาก ขับรถกันเมื่อยก้นเลย คนที่ขับไม่เก่งไม่ควรขับเองนะครับ 

  รูปน้ำตก

 

 

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่ปางอุ๋งเป้าหมายของเราวันนี้  เนื่องจากเราได้จองที่พักไว้ที่นั่น  กว่าจะถึงปางอุ๋งประมาณ  ๑๖.๓๐ น.   เราเอาของไปเก็บในที่พัก เกือบลืม วันนี้เราพักที่ลุงสร้อยเงินโฮมสเต  ราคาคืนละ ๔๐๐ บาท บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ ร่มเย็น บรรยากาศ

แบบชาวบ้านโดยแท้ จากนั้นผมก็ออกเดินสำรวจดูว่ามีจุดตรงไหนที่ควรจะไปบ้าง

 

 

   ชิมชาฟรีจริงๆครับ  ไม่ถูกใจไม่เป็นไร

 

เริ่มหิวแล้วมื้อเย็นวันนี้เราจะไปกินที่ไหนกันดี  บ้านรักไทยหมู่บ้านจีนยูนานอีกที่หนึ่ง คราวนี้กะว่าจะกินมื่อใหญ่อีกซักมื้อ และแล้วเราก็ออกเดินทาง ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที ก็ถึง เราขับรถวนไปมาเพื่อหาร้านกินข้าว แต่ก็ไม่รู้จะกินร้านไหนดี  เลยแวะถ่ายรูปก่อน แล้วก็ตัดสินใจกินร้านตรงใกล้ๆอ่างนั่นแหละ  แต่ผิดหวังกับรสชาตอาหารมาก 

 

รูปบ้านรักไทย

ถ้าเทียบกับบ้านสันติชลที่ปาย เมนูที่เหมือนกันนะ  ง่ายๆเลย

         หมั่นโถที่สันติชลอร่อยมาก  ที่นี่ผมว่ามันจืดไปหน่อย           เมนูบางอย่างก็เค็ม 

         แต่ผมคิดว่าเนื่องจากผมอาจจะไม่รู้จักร้านที่อร่อยก็ได้มั้ง   กินเสร็จก็รีบกลับมาที่พักเพราะกลัวจะมืดเสียก่อน

   เรามาถึงปางอุ๋งเลยเดินสำรวจอีกทีคราวนี้มืดแล้วแสงไฟสลัวเต็มสองข้างทางชาวบ้านเอาหมูปิ้ง  น้ำเต้าหู้  และอีกหลายอย่างมาวางขายหน้าบ้าน เนื่องจากกินที่บ้านรักไทยไม่ประทับใจ เลยต้องหาของกินเพิ่ม   กินเสร็จเราก็เดินเล่นสักพักแล้วก็นอน ที่นี่ไฟจะมาเฉพาะตอนหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่มเท่านั้น แล้วเราก็โดนความเงียบและวามหนาวเย็นกล่อมให้หลับไป

  ปางอุ๋งยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า

วันที่ 7 ธันวาคม 2555

         เสียงนาฬิกาปลุกตอนหกโมงดังขึ้น เรารีบตื่นเพื่อที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น   เมื่อเดินไปที่สันอ่างเก็บน้ำก็เจอผู้คนจับจองพื้นที่เผื่อถ่ายรูปเช่นกัน เราลองถ่ายรูปสักพักหนึ่งก็เกิดปัญหากับเรา เนื่องจากแบตเตอรี่กล้องใกล้จะหมด ผมจึงต้องเก็บกล้องไว้ก่อนเอาไว้ถ่ายตรงจุดที่เหมาะ ที่ต้องการ แสงแดดยามเช้าค่อยส่องมาทีละนิด ตากล้องแต่ละคนต่างหามุมที่ตัวเองชอบถ่ายกันไป  เราถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ  จากนั้นก็เดินเข้าไปในพื้นที่อุทยานซึ่งเต็มไปด้วยป่าสนต้นใหญ่สูงชะลูดขึ้นไป  เราถ่ายรูปเยอะพอสมควรแล้วก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัว   เสร็จแล้วก็กินโจ๊กท่ร้านลุงสร้อยเงิน

 

 

 

  ขากลับผ่านภูโคลนเลยแวะแช่น้ำร้อยหน่อย  ทำหน้าอีกนิด  เปะเลย ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที  

 

 

เรามุ่งหน้าตรงมายังตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพื่อเอารถมาคืน จากนั้นก็จะเดินทางต่อไปเชียงใหม่  กว่าจะถึงก็ ๑๑ โมง แล้ว

   

 

 

     เมื่อคืนรถเจ้าของร้านเช่าโทตามตุ๊กตุ๊กให้มารับไปส่งที่ขนส่งแม่ฮ่องสอนเพื่อต่อรถไปเชียงใหม่ ตอนแรกคิดว่าจะนั่งรถตู้กลับเพราะประหยัดเวลามากกว่า แต่โชคไม่ดีที่รถตู้เต็ม   เลยต้องนั่งรถเมล์แทนใช้เวลาในการเดินทาง แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่  ๘ ชั่วโมง

 

                        นั่งรถกันเมื่อยเลยครับ  ทางลาดชันน่ากลัวมากถ้าขับไม่เก่งหรือไม่ชำนาญทางอย่าขับไปเองนะครับ 

            เวลาประมาณ ๒๐.๓๐ น. ถึงแล้ว อาเขตเชียงใหม่  คราวนี้ต้องหารถแดงเพื่อนั่งไปยังประตูท่าแพ  ผมแปลกใจว่าทำไมเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวถึงไม่จัดรถโดยสารประจำทาง  มีแต่รถแดงเต็มไปหมด   แล้วค่ารถมันก็แพงเว่อ  ราคากูจะคิดมึงเท่านี้ไอ้คนต่างถิ่นอารายแบบนี้นะ

         ความจริงถ้ามีรถประจำทางวิ่งเป็นเส้นทางไป มันก็จะดีต่อคนต่างถิ่นอย่างผมมากเลย  ส่วนตัวผมไม่ชอบวิธีคิดเงินของพวกรถแดงเลยครับ  โก่งราคา ขูดรีด อยู่ในคุณกลุ่มใหญ่เลยแหละ  เสร็จแล้วผมก็ไปลงที่ประตูท่าแพ ไปยังที่พัก  ที่พักเป็นแบบธรรมดามากเลย ขนาด ทีวียังไม่มีดูเลย แต่ก็เลือกที่ราคาถูกอันนี้ก็เข้าใจครับ     ถึงที่พักแล้วดีใจมากจะไดพักเสียที  รีบอาบน้ำแล้วไปหอะไรกินดีกว่า  ผมเดินออกมาจากประตูท่าแพ แล้วก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยว  กินอิ๋มแล้วก็กลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเที่ยวต่อไปในวันพรุ่งนี้

 

 

7 ธันวาคม 2555

                  วันนี้เรามีโปรแกรมจะไปเที่ยวดอยอินทนนท์กัน  ผมรีบแต่งตัว และกินข้าว เพื่อรอรถตู้ที่จะมารับไปเที่ยวตอน ประมาณ 8.30 น. -9.00 น. รอโทรศัพท์อยู่ครับ พอกินข้าวเสร็จกลับมาก็เจอรถตู้พอดี 

พร้อมแล้วดอยอินทนนท์ เช้านี้   จุดเที่ยวหลักๆ ก็ประมาณนี้  ให้แวะเที่ยวจุดละ1/2 -1.00 ชั่วโมง แล้วแต่ เวลากลับก็ 16.00 น.

 จุดที่ 1 น้ำตกวชิรธาร

 จุดที่ 2 บ้านชาวเขา  ที่มีฝีมือด้านการทอผ้า 

 

จุดที่ 3 น้ำตกสิริธาร

 

 

จุดที่ 4 แวะซื้อของฝาก

 

 

จุดที่ 5 แวะกินข้าว  อาหารอร่อยครับ

 

 

 

จุดที่ 6

 

 

 

 

 

จุดที่ 7 

 

 

 

 

 

   กลับเชียงใหม่ อีกครั้ง โดย รถตู้จะส่งถึงที่พักเลยครับ

             เสร็จแล้วก็ออกมาเดินเล่น  บังเอิญวันนี้เค้ามีจัดงานครบรอบสิบปีถนนคนเดินเชียงใหม่ ผมเลยได้มโอกาสเดินเล่นในถนนคนเดินซะเลย ผู้คนไม่ค่อยเยอะมาก แล้วก็ของขายมีให้ชมมากมาย  มันเป็นงานขายที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่จริงๆเลยครับ  ทั้งงานทำมือ  รูปภาพ  และอื่นๆ  เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งครับ   เราใช้เวลาในการเดินถนนคนเดินประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่าจะเดินจนสุด  แล้วก็มีของใช้บางอย่างติดไม้ติดมือไปบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ckenkung

 

กลับไปที่ www.oknation.net