วันที่ อังคาร ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปรากฏการณ์วันสิ้นโลก


ปรากฏการณ์วันสิ้นโลก

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ศาสนามีมาก่อนที่มนุษย์จะรู้จักวิชาวิทยาศาสตร์และทุกศาสนาได้บอกมนุษย์ไว้เหมือนกันหมดว่าวันสิ้นโลกเป็นความจริง แต่ไม่มีศาสดาคนใดกล้ากำหนดว่าวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะความรู้ในเรื่องนี้อยู่ที่ผู้สร้างโลก อย่างมากที่สุดที่ศาสดาและคัมภีร์ทางศาสนาสามารถบอกให้เรารู้ได้ก็คือปรากฏการณ์ก่อนวันสิ้นโลก สภาพของวันสิ้นโลกและอนาคตของมนุษย์หลังวันสิ้นโลก

ความเชื่อในเรื่องภพหน้า การฟื้นคืนชีพหลังความตาย วันพิพากษา นรกและสวรรค์ เป็นสิ่งที่มีปรากฏอยู่ในคำสอนของศาสนาสำคัญของโลกและเป็นสิ่งที่บอกว่าโลกนี้มีวันสิ้นสุด เพราะหากไม่มีวันสิ้นโลก มนุษย์ก็จะไม่ประสบกับสิ่งดังกล่าว

ยิ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากเท่าใด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งยืนยันว่าข้อมูลเรื่องวันสิ้นโลกที่ศาสนาให้ไว้นั้นเป็นความจริงและสามารถอธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์ยุคใกล้วันสิ้นโลกศรัทธา แต่กระนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าวันนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ทฤษฎีบิ๊กแบง (Big Bang) หรือการระเบิดอย่างรุนแรงครั้งใหญ่ของจักรวาลในอดีตกาลที่ไม่สามารถระบุเวลาได้ การค้นพบหลุมดำและการขยายตัวของจักรวาลเมื่อเร็วๆนี้เป็นจิ๊กซอว์ที่นักวิทยาศาสตร์นำมาอธิบายปรากฏการณ์วันสิ้นโลกได้หลากหลายทฤษฎี

นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบว่าจักรวาลนี้มีการขยายตัวเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่า เมื่อเราเอาปากกาทำเครื่องหมายลงไปบนผิวลูกโป่งและเป่าลูกโป่งให้พองตัวขึ้น เครื่องหมายที่เราทำไว้ก็จะขยายตัวตามขนาดของลูกโป่ง การขยายตัวของจักรวาลก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่มนุษย์ไม่รู้ว่าขอบเขตของจักรวาลอยู่ที่ตรงไหนเท่านั้น

หลุมดำได้ถูกอธิบายว่าเหมือนกับปากลูกโป่งที่เป็นช่องทางเป่าลม ส่วนบิ๊กแบงหรือการระเบิดอย่างรุนแรงนั้นคือการอัดลมผ่านทางหลุมดำเข้าไปและเป็นการอัดลมที่ยังไม่สิ้นสุดซึ่งทำให้จักรวาลยังคงขยายตัวอยู่

ถ้าลูกโป่งถูกเป่าลมเข้าไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดจนหนังลูกโป่งไม่สามารถทนแรงอัดของลมภายในได้ มันก็จะแตก แต่จักรวาลไม่มีขอบเขตเหมือนลูกโป่ง มันจึงไม่อาจแตกเหมือนลูกโป่ง แต่ถ้าหากการระเบิดของบิ๊กแบงหยุดลงฉับพลันและจักรวาลที่กำลังขยายตัวออกไปหดตัวลงเหมือนลูกโป่งในอัตราที่เร็วดุจดังการเคลื่อนที่ของดวงดาวและไร้การควบคุม สภาพของโลกจะเป็นเช่นใด? นี่เป็นทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายปรากฏการณ์ของวันสิ้นโลกในเชิงวิทยาศาสตร์

ทฤษฏีของนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่เมื่อเราอ่านพบข้อความในคัมภีร์กุรอานที่กล่าวว่า

“จงคอยดูเมื่อดวงอาทิตย์ถูกม้วน และเมื่อดวงดาวต่างๆแตกกระจายหมดสิ้นแสงของมัน” (กุรอาน 81:1-2) และ

“วันที่เราจะม้วนชั้นฟ้าเหมือนกับการม้วนแผ่นกระดาษบันทึก เช่นเดียวกับที่เราเริ่มสร้างครั้งแรก เราจะให้มันกลับเป็นขึ้นมาอีก มันเป็นสัญญาผูกพันเรา แท้จริง เราจะเป็นผู้ทำมันอย่างแน่นอน” (กุรอาน 21:104)

อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ถูกนำมาอธิบายถึงวันสิ้นสุดของโลกก็คือการค้นพบดาวฤกษ์มากมายที่สิ้นอายุขัยในจักรวาล นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเมื่อดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่าโลกมากมายมีวันสิ้นอายุขัย ทำไมโลกของเราซึ่งเป็นดาวเล็กๆดวงหนึ่งในจักรวาลจะไม่มีวันสิ้นสุดวาระของมัน

ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่ยังคงเกิดขึ้นบนโลกและทำให้นักวิทยาศาสตร์นำมาอธิบายว่าวันสิ้นโลกเป็นความจริง นั่นคือ ปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดซึ่งบ่งบอกว่าภายใต้เปลือกโลกของเรายังมีหินหลอมละลายอุณหภูมิสูงหลายพันองศาที่พยายามดันตัวออกมาตามธรรมชาติของความร้อน และดังที่เรารู้กันดีว่าเปลือกโลกมีรอยแยกมากมาย ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ความร้อนใต้เปลือกโลกอาจระเบิดออกมา และวันนั้นอาจเป็นวันอวสานได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถบอกได้ว่าวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นเมื่อใดและมีสภาพเช่นใดเพราะนักวิทยาศาสตร์ก็คือมนุษย์ แต่มนุษย์มิใช่คนสร้างโลก ดังนั้น การจะได้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพวันอวสานของโลกจึงต้องหันกลับไปพึ่งคัมภีร์ทางศาสนาที่บรรจุคำสอนของพระเจ้าผู้สร้างจักรวาล ในคัมภีร์กุรอานมีข้อมูลอธิบายถึงสภาพของวันสิ้นโลกให้เราพอได้เห็นว่า

“เมื่อแผ่นดินถูกสั่นสะเทือนด้วยการสั่นสะเทือนอย่างสุดแรงของมัน แผ่นดินจะโยนทุกสิ่งที่มันแบกเอาไว้ในนั้นออกมา และมนุษย์กล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นซิ ?” ในวันนั้น แผ่นดินจะบอกเล่าถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้น เพราะพระผู้อภิบาลของเจ้าบัญชามัน ในวันนั้นมนุษย์จะออกกันมาเป็นหมู่ๆเพื่อที่จะได้เห็นการกระทำของพวกเขา ดังนั้น ใครก็ตามที่ได้ทำความดีไว้แม้เพียงอณูหนึ่งก็จะได้เห็นมันและใครก็ตามที่ได้ทำความชั่วไว้แม้เพียงอณูหนึ่งก็จะได้เห็นมัน” (กุรอาน 99:1-8)

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เราพอสรุปได้ว่าหลังเหตุการณ์วันสิ้นโลก มนุษย์จะได้เห็นและได้รับผลกรรมที่ตัวเองทำไว้ในโลกนี้ทันทีเหมือนกับการนำภาพที่ถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิตอลมาเปิดต่อหน้าผู้พิพากษา ถึงยามนั้นเมื่อใด ตัวใครก็ตัวมัน

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net