วันที่ พุธ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 promises to my dog ..รักฉัน ต้องรักจนวันตาย



       กล่าวกันว่า"หมา"เป็น"สัตว์เลี้ยง"ที่ผูกพันกับคนมากที่สุด
       เรื่องราวของ"หมา"ที่"ผูกพัน"กับคนมีมากมายทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในโตเกียวคือ"ฮะจิโกะ" ที่เฝ้ารอ"ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ" ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการเกษตรกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว เจ้านายของมันที่สถานีรถไฟชิบูยะทุกวัน แม้กระทั่งเมื่อเจ้านายของมันเสียชีวิตที่มหาวิทยาลัย..มันก็ยังเฝ้ารอโดยไม่รับรู้ว่าเจ้านายของมันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว
       ความรักและผู้พันของนายกับสุนัขตัวนี้ จึงมีรูปปั้น"ฮะจิโกะ"ที่สถานีรถไฟย่านชิบูยะ
       หรือเรื่องราวของ Bobby Greyfriars สุนัขผู้ซื่อสัตย์แห่งเมือง เอดินเบิร์ก ที่อยู่กับ John Gray เจ้านายของมันโดยไม่เคยห่างกันนานกว่า 2 ปี และเมื่อเจ้านายของมันเสียชีวิตด้วยโรควัณโรค เจ้าบ็อบบี้ก็เฝ้าหลุมศพเจ้านายของมันนานกว่า 14 ปี ก่อนที่จะถูกทางการเข้ามาจัดการในฐานะ"สุนัขจรจัด" แต่โชคดีที่มีผู้ใจบุญช่วยไว้ และสุดท้ายก็ฝังร่างของมันไว้ที่ประตูทางเข้าสุสานเพื่อใฟ้มัน"เฝ้า"เจ้านายของมัน เนื่องจาก"หมา"ไม่อนุญาตให้ฝังร่วมกับคนได้
       ปัจจุบัน รูปปั้น"บ็อบบี้"ถูกสร้างที่หน้าบาร์ที่ใช้ชื่อเดียวกับมันในเอดินเบิร์ก ...และเป็นอีกมุมที่คนชอบถ่ายภาพ
       แน่นอนกว่ายังมี"หมา"อีกมากมายหลายตัวที่รู้กันว่า"ซื่อสัตย์"ต่อเจ้านายของมันทั้งที่เสียชีวิตไปแล้วหรือยังอยู่ และเรื่องราวความผูกพันระหว่าง"หมากับคน"ก็ถูกสร้างเป็นหนังหลายเรื่อง และคนชอบทุกเรื่อง..
       แต่ผมขอแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้..


       หนังเรื่องนี้ชื่อ 10 promises to my dog
       พล็อตเรื่องของหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้ เป็นพล๊อตง่ายๆ คือเป็นเรื่องราวของ Akari Saito เด็กหญิงคนหนึ่งที่มีโอกาสเลี้ยงดูหมาตัวหนึ่งที่(บังเอิญ)หลงทางเข้ามาอยู่ในบ้านของเธอ และเธอตั้งชื่อมันว่า Sock เพราะที่อุ้งเท้าของหมาสีขาวตัวนี้เป็นสีดำเหมือนสวมถุงเท้า
       เรื่องราวหลักๆของหนังมีแค่นี้จริงๆ
       แต่ใน"เรื่องสั้น"นี่แหละที่สร้างความผูกพันมากมายระหว่าง"เจ้านาย"ที่เริ่มต้นในฐานะ"เด็กหญิง"ที่เติบโตกลายเป็น"หญิงสาว" ที่ผูกพันกันราวกับพี่น้องหรืออาจจะมากกว่านั้น และน่าจะเป็นแรงจูงใจให้เธอเลือกที่จะเป็น"สัตว์แพทย์"ในวัยสาว
       อย่างที่ผมเขียนข้างต้นว่าเรื่องราวของ"หมา"กับ"คน"นั้น เป็นเรื่องของ"สัญชาตญาณ"ที่ผมได้ความรู้เรื่องนี้จากหนังสือเรื่อง"รหัสลับหลังคาโลก" ที่ระบุว่า"หมา"สามารถ"จดจำ"เจ้าของของมันได้(เสมอ)ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันหรืออยู่ห่างกัน และไอ้เจ้าสัญชาติญาณนี่เเอง ที่ทำให้"หมา"ทุกตัว"ซื่อสัตย์"กับเจ้าของของมัน

       เจ้า Sock กับ Akari ก็เป็นเช่นนี้...


       ครอบครัวของ Akari Saito ก็เหมือนครอบครัวญี่ปุ่นทั่วไป
       คุณพ่อต้อง"ทำงานหนัก"เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ขณะที่คุณแม่ บางครั้งก็ต้องออกหางานทำเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว และนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณแม่เห็นว่า Akari Saito ลูกสาววัย 8-9 ขวบของเธอ"เหงา" เธอจึงบอกกับสามีว่าอยากให้ลูกสาวเลี้ยงหมาเป็นเพื่อนคุยในยามกลับจากโรงเรียนมาและไม่มีใครอยู่บ้าน
       แต่การเลี้ยงหมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
       อย่างไรก็ตาม ในวันหนึ่ง จะโดยอะไรผมไม่ขอเล่า แต่จู่ๆ Akari ที่กลับมาบ้านหลังเลิกเรียนพบว่าที่บ้านของเธอมีหมาตัวเล็กๆ"หลงทางมา"วิ่งอยู่ในบ้านของเธอ
       เมื่อมี"หมา"มาอยู่ในบ้าน ..เธอจึงตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าอยากเลี้ยงหมา
       แต่อย่างที่บอกไว้แล้วว่าการเลี้ยงหมานั้นไม่ใช่"เรื่องง่าย" และเพื่อให้การเลี้ยง"สมบูรณ์แบบ"ในสายตาของแม่ Akari จึงต้องทำสัญญากับแม่ว่าเธอจะรักษาสัญญาในการเลี้ยงหมา
       สัญญาที่แม่ขอมีเพียง 10 ข้อเท่านั้น


       "อาคาริ.." แม่เรียก
       "คะ"
       "ตอนนี้หนูต้องรับผิดชอบชีวิตของมันแล้วนะ หนูจะต้องทำสัญญา 10 ข้อกับมัน"
       "สัญญา 10 ข้อเหรอ"
       "ใช่จ๊ะ สัญญาที่แม่อยากให้หนูรักษา และแม่ก็ไม่อยากให้หนูหลงลืม หนูทำได้ไหมจ๊ะ"
       แน่นอนว่า Akari รับปากว่าเธอทำได้ และนี่คือ"ข้อสัญญา" ที่ Akari Saito รับปากกับ"แม่"ไว้ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เลี้ยงหมาที่เธอเรียกมันว่า Sock ได้ โดยแม่ย้ำว่า "หนูต้องคิดแบบสุนัข.."
       10 ข้อนี่แหละ..คือ 10 ข้อที่ผมเห็นว่า"สุดยอด" และอยากให้ใครที่มีลูกหลานอยากเลี้ยงหมาควรจะปฏิบัติตาม โดยวิธีเดียวกับที่แม่บอก Akari นั่นคือ ต้องคิดแบบหมา
       10 ข้อที่ไม่ยากและไม่ง่าย


       รักฉัน...เธอต้องรักจนตาย
       ผมตั้งชื่อนี้เพราะ 10 ข้อที่ Akari รับปากกับแม่ไว้เพื่อแลกกับการเป็น"เจ้าของ"และ"เจ้านาย"ของเจ้า Sock นั้นเป็นพันธสัญญาผูกมัดว่าจะต้องคิดและทำแบบ"หมา"เหมือนที่แม่บอก..
       10 ข้อที่"คนเลี้ยงหมา"ต้องใส่ใจ เหมือนที่เจ้า Sock รอสัญญาจาก Akari
       ข้อ 1. Listen patiently to what I have to say. นี่เป็นคำพูดของฉัน ฟังฉันพูดให้ดีดี
       2. Trust me I’m always on your side. ไว้ใจฉัน เพราะฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
       3. Play with me a lot. เธอต้องเล่นกับฉันบ่อย ๆ
       4. Don’t forget that I have feelings to. อย่าลืมว่าฉันก็มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป
       5. Lets never fight. ไม่ทะเลาะกัน เพราะวันหนึ่งฉันโตพอที่จะชนะเธอ
       6. If I don’t obey you, I have good reasons. ถ้าฉันไม่เชื่อฟัง นั่นเป็นเพราะฉันมีเหตุผลที่ดี
       7. You have school and friends, but I only have you. เธอจะต้องไปโรงเรียนและมีเพื่อนมากมาย แต่สำหรับฉัน ฉันมีเธอคนเดียว
       8. Stay my best friend, we must get along. เป็นเพื่อนซี้กันจนฉันแก่เฒ่า
       9. I only have ten years to live, so let’s make every moment count every moment together. ฉันมีอายุได้เพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น ดังนั้น จะต้องทำให้ทุกวินาทีของฉันมีความหมาย
       10. Never forget our time together, when my time comes please be by my side. อย่าลืมชีวิตที่เราเคยมีด้วยกัน เมื่อถึงเวลาจะต้องไป ช่วยอยู่เคียงข้างฉัน ในยามที่ฉันเหลือแต่เธอ....


       เป็นไงครับ..10 ข้อของน้องหมา
       ผมบอกมาตั้งวแต่ต้นแล้วว่า"หมา"เป็นสัตว์ที่น่าจะ"ซื่อสัตย์"กับคนที่เป็นนายมากที่สุด ดังนั้น ใครที่อยากเลี้ยงหมา ผมจึงอยากให้ดูหนังเรื่องนี้เพื่อที่จะเข้าใจ"ความรู้สึก"ของหมา
       ไม่ต้องเหมือน Akari ที่เจ้า Sock กับเธอมีทั้งสุขและทุกข์ร่วมกัน เพราะในยามที่เธอต้องโดดเดี่ยวในยามที่ไม่มีแม่และพ่อทำงานหนัก หรือกระทั่งต้องจากกันในช่วงหนึ่ง แต่ทั้งคนและหมาคู่นี้ก็ยังผูกพันกัน..จนวันตาย
       ทั้งๆที่ผมไม่ได้รักหมามากมาย ..หลายฉากผมยังน้ำตาซึม
       10 promises to my dog จึงเป็นหนังที่ผมขอแนะนำให้ดู และเมื่อดูแล้วอย่าลืมว่า"หมา"ที่คุณเลี้ยงก็มี"ชีวิตของมันเอง" ดังนั้น โปรดจำ 10 ข้อที่ Akari สัญญากับ Sock ผ่านแม่ของเธอเองว่าจะทำตามสัญญาเมื่อเลือกที่จะเลี้ยง Sock
       10 ข้อเท่านั้น ..คุณทำได้ไหม !!!

 

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net