วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สัมภาษณ์พิเศษ1 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ กูรูแก้ปัญหาภัยใต้


1 พ.ย. 2555 ผู้สัมภาษณ์ นัดแรก กับ ดร.คุณวุฒิิ มงคงประจักษ์

         1 พ.ย.2555 ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์พิเศษ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเบตง กว่า 30 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง จนเป็นที่ประจักษ์ว่า เป็นผู้บริหารท้องถิ่นระดับต้นๆของประเทศนี้เลยทีเดียว ทั้งนี้ เพราะมีส่วนสำคัญในการวางทิศทางของเมืองเบตง ภายใต้สามจังหวัดชายแดนใต้ อันเป็นที่ทราบดีว่า ปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์ใด โดยมีเมืองเบตงที่ดูจะสงบที่สุด น่าอยู่ที่สุดเปรียบดังโอเอซีสในทะเลทรายอันร้อนระอุ
         ทุกวันนี้ เบตงยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียหลั่งไหล มาท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 500,000 คน ดูได้จากยอดห้องพักในโรงแรมที่มีกว่า 3,000 ห้อง และสถืติด่านตรวจคนเข้าเมือง แล้วเขามีกลยุทธ์มีกระบวนทัศน์อย่างไร จึงสามารถคงไว้ซึ่งเมืองท่องเที่ยวชายแดนใต้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา


          ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2490 ที่บ้านเลขที่ 256 ถนนสุขยางค์ ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นบุตรคนที่ 2 ของคุณพ่อตันซีฮ่าง แซ่ตันและคุณแม่หยิมเกี้ยว แซ่หยิม ประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันบิดาและมารดาได้เสียชีวิตแล้ว นายคุณวุฒิ มงคลประจักษ์ มีพี่น้องจำนวน 9 คน
          นายคุณวุฒิ มงคลประจักษ์ ได้สมรส กับนางรวีวรรณ (ยิ่งยงพันธ์) มงคลประจักษ์ มีบุตร-ธิดา จำนวน 3 คน
จบการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนจงฟามูลนิธิอำเภอเบตง และโรงเรียนบ้านเบตง สุภาพอนุสรณ์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา-มัธยมต้นโรงเรียนเบตง วีรราษฎร์ประสาน -ศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)สาขาช่างยนต์จากโรงเรียนช่างกลไทยสุริยะกรุงเทพฯ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาขาพัฒนาชุมชนจากสถาบันราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ระดับปริญญาตรีสาขาเอกพัฒนาชุมชนจากสถาบันราชภัฏยะลา และปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในวันที่ 15 กันยายน 2550



           ผลงานเป็นที่ประจักษ์จนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ท้องถิ่นบ้านเมือง
           - พ.ศ.2530ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
           - พ.ศ.2534ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุมาภรณ์ มงกุฎไทย
           - พ.ศ.2539ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจตุมาภรณ์ช้างเผือก
           - พ.ศ.2541ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นA.M.P.จากองค์สุลต่าน รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย
           - พ.ศ.2542ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตราภรณ์มงกุฎไทย(ต.ม.) พ.ศ.2542ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นD.P.M.P.(DARJAH DATO PADUK MAHKOTA PERAK) จากองค์สุลต่าน รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย (สายสะพาย)

 
            ด้วยผู้เขียนอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย ยุทธศาสตร์การพัฒนามุ่งผลสัมฤทธิ์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ หรือเรียกง่ายๆว่า กลยุทธการบริหารที่ประสบความสำเร็จจนบรรลุเป้าหมายเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้เขียนสนใจย่อมต้องเป็นบุคคลที่จัดว่า เป็นของจริง ทั้งสิ้น
            ทั้งนี้ ผู้เขียนกับผู้ให้สัมภาษณ์ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือ มีผลประโยชน์ร่วมกันแต่ประการใด ตรงกันข้าม ในอดีตกลับมีแนวทางหรือแนวคิดบางประเด็นที่ไม่สอดคล้องกันด้วยซ้ำ
            แต่ด้วยความสามารถและผลงานที่ประจักษ์ และฝีมือในการยกระดับการพัฒนาในพื้นที่ ซึ่งหากผู้เขียนมองผ่าน ถือเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ เพราะท่านถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดของนักยุทธศาสตร์ในการพัฒนาในสามจังหวัดชายแดนใต้นั่นเอง
            วันนี้ ในวันที่ท่านมิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นแล้ว ผู้เขียนจึงขออนุญาตสัมภาษณ์ในประเด็นที่ที่สนใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นดังนี้


            1. ความสำคัญของเมืองเบตงตั้งแต่ในอดีต
            2. เบตงกับประชาคมอาเซียน
            3. สามจังหวัดฯกับอุตสาหกรรม (ฮาลาล)
            4. สามจังหวัดฯกับการแก้ไขปัญหาการว่างงานของบัณฑิตจากต่างประเทศ
            5. สามจังหวัดกับการพัฒนาคนด้วยระบบการศึกษาปริญญาคู่ขนาน     
            และ 6.การส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงสู่ป่าฮาลา-บาลา


        ทั้งนี้ผู้เขียนอาจสลับประเด็นไปมา เพราะเป็นการบทสัมภาษณ์การเสวนาแบบไม่เป็นทางการ ระหว่างผู้เขียนกับ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ ที่บ้านพักของท่าน ในวันที่ 1 และ 28 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา  ลองมาสัมผัสดูครับ ว่าท่านล้ำลึกในคมความคิดเพียงใด

เส้นทางทางเศรษฐกิจ ปีนัง-ปัตตานี



             ผู้สัมภาษณ์ : สวัสดีครับท่านนายกฯ วันนี้เป็นที่ทราบว่าสะพานข้ามทะเลสาบเขื่อนบางลาง หรือทะเลสาบฮาลา-บาลา สร้างเสร็จแล้ว รอเพียงพิธีเปิด ผมได้ยินจากปากท่านรวมไปถึงเอกสารนโยบายที่เผยแพร่กว่า 10 ปีแล้ว อยากทราบว่า เส้นทางเศรษฐกิจ ปีนัง – ปัตตานี ที่ท่านพยายามผลักดันจนสำเร็จ มันสำคัญอย่างไร ทำไมท่านจึงคิดว่า ศักยภาพเมืองเบตงสามารถเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้..   

                  
            คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ : “ ถ้าพูดถึงศักยภาพของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทำไม? ในอดีต อำเภอเบตงเป็นศูนย์กลางของทั้งหมด เพราะอะไร เพราะว่าเราใกล้มาเลเซียมาก   

                   
             ผู้สัมภาษณ์ : ศูนย์กลางของอะไรนะครับ   

             
             คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ : ศูนย์กลางของสามจังหวัดชายแดน การค้าชายแดน การท่องเที่ยว อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ก่อนที่จะถึงยุคของ จคม.(โจรคอมมิวนิสต์มาลายา)  ท่าเรือปีนัง ไป ท่าเรือปัตตานี  สินค้าทุกอย่าง จะล็อกตู้ ตู้คอนเทรนเนอร์มา จะต้องเสียภาษีที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา แล้วถึงจะกระจายไปพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงหาดใหญ่ด้วย เพราะอะไรหรือ ลองนึกถึงสภาพจากภูมิศาสตร์ดู  เดิมทีเส้นทางจาก เกาะปีนัง ไปที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไกลกว่ายากลำบากกว่ามาเบตง  เพราะตรงเบตงนี้ใกล้ท่าเรือ หรือเกาะปีนังกว่า  สินค้าทุกอย่างจะมาผ่านที่เบตงเพราะฉะนั้นการเสียภาษีต่างๆ  แต่ไม่ต้องเสียภาษีที่ปีนังเพราะเป็นเกาะปลอดภาษี  เพราะฉะนั้นเบตงจึงน่าจะเป็นศูนย์กลางระดับ ต้นๆของประเทศไทยของเราด้วยซ้ำ  ส่วนท่าเรือปัตตานี ในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญ เห็นไหมไอ้จู่ไท้    เซี้ยนทุกอย่าง มาที่ปัตตานี อย่างผม สมัยก่อน ค้า เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ ผมสั่งอาหารมาจากกรุงเทพฯ ไม่ใช่มาทางรถไฟนะ  ต้องขนส่งทางเรือมาขึ้นที่ปัตตานี  นี่ไง คือ ความเป็นจริง ความสำคัญของภูมิศาสตร์เส้นทาง ปัตตานี-ปีนัง คุณมองภาพนี้ให้ออกก่อน


            ผู้สัมภาษณ์ : ตั้งแต่อดีตกาลมาเลยหรอครับ   

                         
            คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ :  ใช่ ตั้งแต่อดีตกาลมา แต่สาเหตุที่บทบาทของท่าเรือปัตตานีลดลงไป เนื่องจาก หลังจากโครงการสร้างสะพานติลสูลานนท์ หรือสะพานป๋า (รวมถึงการสร้างเขื่อนบางลางอันเป็นสาเหตุของเส้นทางคดเคี้ยวของทางหลวง 410 ในปัจจุบัน) และท่าเรือก็ไปตั้งตรงนั้นซึ่งโดยธรรมชาติมันไม่เหมาะ เพราะความลึกของทะเล แค่ 4 ถึง 5 เมตร เรือใหญ่เข้าไม่ได้อะไรไม่ได้ ร่องน้ำมันไม่ลึกพอ  ซึ่งในอดีตปัตตานีนั้นลึกพอ แต่ตอนนี้ก็ไม่พอ เพราะว่าตอนนี้เรือสมัยนี้ มันใหญ่มาก อย่างน้อยก็สองหมื่นตัน ถ้าเราเทียบกับท่าเรือ กับท่าเรือบัตเตอร์เวิอด์ ที่ปีนังของเขาลึกถึง 7 ถึง 9 เมตร แต่เดี่ยวนี้ ท่าเรือปัตตานี เหลือประมาณ 4 เมตรกว่า  
             พื้นที่สามจังหวัดนี้ บางทีก็โดนตัดโอกาส โดยการพัฒนาของประเทศ เราจะเห็นว่า ฝั่งมาเลเซีย ก็สร้างทางด่วนมาจ่อสะเดา ปาดังเบซา โอกาสของเบตงก็หายไปแล้วนะ การเมืองเค้าพาไป พาไปโน่นก็จบ จบก็ไม่เป็นไร ทีนี้เราก็มักน้อย ในสามจังหวัด เราไม่เรียกร้องว่าเราเป็นศูนย์กลางของประเทศ เราเรียกร้องในสิ่งที่ว่า พื้นที่    สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะหาทางออกอย่างไร?  ถ้าอุตสาหกรรมถ้าเราส่งเสริมอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดี๋ยวนี้คุณต้องไปขนส่งออกทางสะเดา  ทางไกลกว่า ต้นทุนมากกว่า ใครที่ไหนจะมาลงทุน ทั้งที่แรงงานเราเยอะแยะ แต่คุณไปตั้งเขตอุตสาหกรรมอยู่ที่แถวสงขลา หาดใหญ่ อย่างนี้เท่ากับว่า ปิดโอกาสทันที
               ที่นี้วัฒนธรรมแรงงานก็ไม่เหมือนกันนะ สามจังหวัด ประชากร วัยแรงงานส่วนใหญ่คือ มุสลิม คุณจะเอาคนเหนือ คนอีสานมา ตรงนี้มันจะไปผสมผสานได้ไหม? คนในพื้นที่จึงต้องหอบสังขาลไปรับจ้างแรงงานที่ประเทศมาเลเซียเป็นแสนๆไง ถึงแม้ว่าจะลำบากกว่า ก็จะไปเพราะวัฒนธรรมอันเดียวกัน นี้คือสภาพข้อเท็จจริง
        ส่วนบริบทของสูตรเส้นทางเศรษฐกิจรถไฟสุไหงโกลก ฝั่งมาเลย์ก็ คือ กะลันตัน ตรังกานู ท่าเรือพวกนี้มันอยู่ทิศตะวันออกของมาเลเซีย   


สะพานข้ามทะเลสาบฮาลา-บาลา


A คือ สะพานข้ามทะเลสาปบางลาง(เสร็จแล้ว)

B โครงการเจาะอุโมงค์ ในอนาคต

 


                ผู้สัมภาษณ์ : ฝั่งโน้นก็มีหรอครับท่าเรือ  ?   

                                                             
               คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ :  มี แต่มันไม่ เวิร์ค คือรัฐบาลบอกว่า ผมมีเส้นทางเชื่อมมาเลเซีย แต่เมืองเศรษฐกิจมันอยู่ทิศตะวันตก เคด้า เปรัค ปีนัง    ลงไปถึง กัวลาลัมเปอร์ อยู่ติดกับเบตงเราฝั่งนี้ ไม่ใช่ฝั่งโน้น ทีนี้ถ้าเราสงเสริมแบบไม่รอบคอบมันจะหลงทาง     


               ผู้สัมภาษณ์ : ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซียอยู่ที่ปีนังหรอครับ ?   

                              
               คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ : ก็จากปีนัง ลงไปช่วงกลางก็ปาซัง ช่วงล่างก็คือมะละกา แล้วก็สิงคโปร์ ทีนี้ปีนังอยู่ห่างจากเบตงเท่าไหร่??  แค่90 กิโลเมตร ดังนั้น นโยบายการคมนาคมทางบก ผมก็อยากผลักดันเส้นทาง ปีนัง – ปัตตานี ตามแผนจริงๆ กรมทางหลวงของเรา ถ้าดำเนินการตามขั้นตอนนะ หลังจากที่สะพานข้ามเขื่อนบางลางแล้วเสร็จ ต้องสร้างเพิ่มอีกช่วงหนึ่งก็คืออุโมงค์ ถ้าตัดตามแผน จะเหลือเพียง 110 กิโล    

                       
              ผู้สัมภาษณ์ : เผยแพร่ได้ไหมครับ

                                
             คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ :  ได้ๆ มันทั่วไป ได้หมด ผมไม่มีปัญหา ไอ้ตัวนี้เหลือ 110 กิโล ถ้ามีการลงทุน เราไม่เสียเปรียบ พื้นที่ในสามจังหวัดใต้นี้ การลงทุน ขนส่ง เราต้องยึดต่างประเทศไว้ก่อน การส่งออก คือปีนัง ยึดปีนังอย่างเดียว แม้แต่สงขลา หาดใหญ่ ภาคใต้ มันก็ต้องไปปีนังทั้งหมด ถูกไหม? เพราะถ้าโครงการฯตรงนี้เกิดปุ๊บ ยะลา - เบตง ก็จะเหลือแค่ 110 กิโลเมตร ทุกอย่างจะมาตรงนี้ เพราะเหลือแค่ 90 กิโลเมตร ถึงถึงท่าเรือ ค่าใช้จ่ายมันไม่แพง มันถูกกว่า จริงไหม? ลองคิดดูว่า ปีนัง – เบตง 90 กิโลเมตร บวกเบตง – ยะลา 110 กิโลเมตร และยะลา – ปัตตานี อีก 30 กิโลเมตรก็แค่ 230 กิโลเมตร นี่คือความสำคัญของเส้นทางนี้  ถ้าปีนัง - สะเดา 180 กิโลเมตร บวกไปสงขลาอีก 90 กิโลเมตร  อันนี้คือข้อเปรียบเทียบ อย่างน้อยก็ต้องเพิ่มเกือบ 100 กิโลเมตร แถมยังต้องเสียเวลาในการแออัดที่ด่านอีกชั่วโมง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านเบตงนั่งตบยุง
             ...เพราะฉะนั้นจึงเป็นโจทย์ให้สามจังหวัดชายแดนใต้คิดว่า จะทำอย่างไรให้โครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคสะดวกสบายไม่แพ้หาดใหญ่ ไม่งั้น ก็เสียเปรียบทางหาดใหญ่ หรือสงขลา เพราะพอตรงนั้นสะดวก นักลงทุนก็ไม่มาลงทุนในสามจังหวัดชายแดนใต้     มันไม่ใช่เรื่องความมั่นคง.......... นี่คือโครงสร้างตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
             ทีนี้มาดูที่ตั้งของปัตตานี ในสมัยก่อน ท่าเรือปัตตานีเป็นท่าเรือพาณิชย์ ตอนนี้เราใช้เป็นท่าเรือประมง เราขยายเป็นท่าเรือพาณิชย์อีกแห่งได้ไหม?  เราเพิ่มการค้าชายแดน เข้ามา เราใกล้กัมพูชากว่ากรุงเทพฯ เวียดนามเราก็ใกล้กว่า ไม่เชื่อลองกางแผนที่ดู นี่คือเราเพิ่มการค้าชายแดนไม้ยางมันถูกกว่าซื้อผ้าประดิษฐ์ ใช้วัฒนธรรมของท้องถิ่นคือ มุสลิม คราวนี้ปัตตานีก็จะเกิด  
           ในด้านคมนาคมทางอากาศชองชายแดนใต้ที่นราธิวาส ภายในประเทศมันไม่เวิร์ค เพราะอยู่ใกล้หาดใหญ่ .....แต่นโยบายรัฐบาล วันก่อนพูดถึงบอกจะขยายสนามบินอีก     500 เมตร (15 นาที แรก) ที่นราธิวาส มีโครงการอยู่ แต่ทำหรือยังผมไม่รู้นะ แต่จริงๆมีงบแล้ว ทีนี้ถ้าโครงการนี้เสร็จ มองภูมิศาสตร์ หาก เราทำFTA กับ ดูไบ มีใครอยู่ตรงนั้น เราก็รู้ สายการบินเอเชียบังคับได้ไหม? อาทิตย์ละหนึ่งเที่ยวบิน ไปกลับ กรุงเทพฯ-นราธิวาส

 


สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย มาเลย์ อิโดนีเซีย

โครงการสนามบินเบตงในอนาคต


                ผู้สัมภาษณ์ : อาเซี่ยนก็ใกล้ฝั่งเบตงนี้ใช่ไหม  

                                            
                คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ : ใช่ ฝั่งของเราเป็นอาเซี่ยนก็ว่าของอาเซี่ยนไป แต่นอกเหนืออาเซี่ยน เราก็มี FTA ถ้ามองขึ้นไป ศรีลังกา มองขึ้นไปปากีสถาน อะไรต่างๆ ดูไบ ถ้าเข้าสู่ดูไบเมื่อไหร่ ก็คือเข้าสู่ตะวันออกลาง        
                ผู้สัมภาษณ์ : เป็นประตูสู่โลกมุสลิม    

                        
                คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ :  ที่นี้นโยบายรัฐลงไป ขั้นทดลอง อาทิตย์ละเที่ยวได้ไหม สายการบินเอเชีย หรือว่า สองเที่ยวได้ไหม พูดง่ายๆ ให้เขามาอาบน้ำฝนบ้านเรา เชิญนักลงทุนมา คุณจะเอาท่องเที่ยวอาบน้ำฝน หรืออะไรก็ว่าไป อันนี้คือผลพลอยได้ ถ้าตัวนี้ขึ้นมา มันจะเปิดทั้งทางอากาศ ทั้งทางเรือ และทางบก ไม่ใช่เฉพาะของกินของใช้ที่มีมูลค่า ไปได้หมด บินมาสำรวจตลาดก็ได้ ไม่พอใจก็บินต่อไปกรุงเทพฯ  ไปพักผ่อน ของที่มีค่าไปทางคาโก้ เครื่องบิน ถ้าเป็นอุตสาหกรรม เรือใหญ่เข้าท่าเรือปัตตานีหรือปีนังก็ขึ้นมาทางเบตง มันก็เกิดขึ้นเป็นการลงทุน เราก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนใหญ่ที่ปัตตานี เรื่องการลงทุนค่อยว่ากัน     คุณต้องดูศักยภาพตัวเอง คุณมีที่เท่าไหร่ คุณมีแรงงานเท่าไหร่ ต้องมีข้อมูลไว้                                                  
               ผู้สัมภาษณ์ : องค์ประกอบการลงทุน มีอะไรบ้างครับ??? (ต่อตอน 2)  

28 พ.ย.2555 สัมภาษณ์ นัดที่ 2 การท่องเที่ยว เบตงสู่ฮาลา-บาลา      


 เอ็นทรี่แนะนำ

สัมภาษณ์พิเศษ1 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ กูรูแก้ปัญหาภัยใต้
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2012/12/27/entry-1

สัมภาษณ์พิเศษ 2 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิ ฯ การส่งเสริมการลงทุน
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2012/12/30/entry-1

สัมภาษณ์พิเศษ 3 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิฯ การพัฒนาการท่องเที่ยวชายแดน
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2013/01/04/entry-1

สัมภาษณ์พิเศษ 4 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิฯ การพัฒนาการศึกษาชายแดนฯ
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2013/01/10/entry-1

สัมภาษณ์พิเศษ 5 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิฯ เบตงเขตปกครองพิเศษ
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2013/01/16/entry-1

สัมภาษณ์พิเศษ 6 ดาโต๊ะ ดร.คุณวุฒิฯ เจ้ากลยุทธ์ของบประมาณโครงการฯ
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2013/01/22/entry-2

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net