วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ส่งท้ายปี...กับทีเด็ดเมืองพม่า ใครไม่ไปไม่รู้หรอก


สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ

Entry ส่งท้ายปี ผมขอ share trip ที่ไปเยือนพม่าครับ ไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะเป้น trip ที่ประทับใจ เมืองพม่ามีดีกว่าที่คิดไว้เยอะครับ เผลอๆ แล้ว เขาอาจจะแซงหน้าประเทศเราฉิวไปเลยก็ได้

การฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงของเครือบริษัทฯ ซึ่งเราได้จัดมาปีนี้เป็นรุ่นที่ 5 ในหลักสูตร “Advanced Management Program” (AMP) เราเรียกว่า AMP5” เราได้รับอนุมัติให้ไปดูงานที่เมืองพม่า เนื่องจากพม่าเป็นลูกค้าต่างชาติที่มาแรง แซงอันดับ 1 ของทุกชาติในขณะนี้ คณะผู้บริหารจึงอยากให้ผู้บริหารที่มาเข้าอบรมหลักสูตร AMP5 ได้ไปสัมผัสและนำมาเล่าประสบการณ์ และโครงการที่จะสานต่อธุรกิจไนอนาคต หลังจากเรียน Course work เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

ผู้บริหารทั้ง 24 ท่านมีความตั้งใจจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และมองหาช่องทางทำธุรกิจในพม่า และท่องเที่ยวเมืองพม่าไปด้วยในตัว ก่อนไปท่องเที่ยวพม่า เราก็จัดให้ล่ามพม่ามาติวภาษาพม่าสักเล็กน้อยพอเป็นน้ำจิ้มให้รู้คำหลักๆ อย่างเช่น “บิงกะละบะ” แปลว่า “สวัสดี” อย่างน้อยก็พอจะทักทายได้บ้างครับ

เราให้บริษัท BTC – Bangkok Travel Clubในเครือข่ายของ Bangkok Airways จัดทัวร์ให้ มีน้องโด่งและน้องปาล์มมี่เป็นผู้ดูแลเราตลอดการเดินทางตั้งแต่ทำ Visa เลยทีเดียว ไกด์พม่าของเราชื่อ “วิฑูร” พูดเก่งมาก พูดได้ตลอด ได้ทั้งเรื่องเล่าและเรื่องประวัติศาสตร์ เป็นผู้รู้จริงๆ ครับ ให้ความบันเทิงกับเราได้ตลอดการเดินทาง เราเลือกโปรแกรมทัวร์ย่างกุ้ง – หงสาวดี 3 วัน 2 คืน และเลือกที่พักที่โรงแรม Kandawkyi Hotel ในเมืองย่างกุ้งครับ

 ถ่ายจากโรงแรม มองเห็นเจดีย์ชเวดากองและทะเลสาป

ก่อนไปเราก็มีปฐมนิเทศเล็กน้อยเรื่องของประเทศพม่าและโปรแกรมที่จะเราจะไปเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นและเตรียมตัวเตรียมใจรับโปรแกรมทัวร์ครับ

ประเทศพม่า หรือ เมียนมาร์ (Myanmar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanmar) ประเทศพม่าอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมายาวนาน แม้จะการตั้งรัฐบาลพลเรือน  แต่ทหารยังมีอิทธิพลอยู่มาก เมืองหลวง คือ เปียงมนา เนปิดอว์ (ย้ายเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2548) ชาวพม่ามีวัฒนธรรมที่ที่บ่งบอกความเป็นพม่าและยังคงรักษาไว้อยู่เช่น ภาษาพม่า พุทธศาสนา การบริโภคน้ำชา และที่เห็นได้ชัดอีกสิ่งหนึ่งก็คือการแต่งกาย โดยชาวพม่ายังคงอนุรักษ์ไว้ คือ ผู้ชายยังนิยมนุ่งโสร่ง ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่น สวมรองเท้าแตะ และทาแป้งตะนาคา ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามถนนที่รถเราขับผ่าน

เมื่อไปถึงประเทศพม่า เราเริ่มดูงานก่อนเลย เราไปที่โรงพยาบาล “Asia Royal Hospital” ณ เมืองย่างกุ้ง ผู้บริหารและแพทย์ของโรงพยาบาลให้การต้อนรับอย่างดี มาบรรยายสรุปและพาเดินชมโรงพยาบาลครับ แพทย์หญิงซุซานน่ารักมาก อยู่กับเราตลอด

จากนั้นเราก็เริ่มโปรแกรมทัวร์ และเนื่องจากประเทศพม่าเป็นเมืองวัฒนธรรม ดังนั้น โปรแกรมท่องเที่ยวของเรา คือ “วัดและเจดีย์” เป็น่ส่วนมากครับ โดยเริ่มที่เจดีย์ที่ต้องไปนมัสการ นั่นคือ “เจดีย์โบตะทาวน์” (Bothatown Pagoda)

และที่เป็นไฮไลต์ พลาดไม่ได้เลย เป็นโปรแกรมที่ทุกคนรอคอย ก็คือ การมาสักการะ “เทพทันใจ” เป็นเทพที่ถือกันว่าขอพรได้เร็วดั่งใจ แต่ต้องขอ 1 ข้อเท่านั้น และปฏิบัติตามขั้นตอน ซึ่งพี่วิฑูรติวให้อย่างละเอียด หากมีพรหลายข้อ ให้มาขอที่ “เทพกระซิบ” ได้อีกหลายข้อ

ประมาณ 4 โมงเย็นเราไปนมัสการ “พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” (Shwadagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองพม่า อายุกว่าสองพันห้าร้อยปี สวยงามมาก สวยเกินบรรยาย ต้องไปดูเองให้เห็นกับตาครับ ผู้บริหารบางท่านเตรียมโสร่งและผ้าซิ่นมาด้วย สวยงามและเข้ากับบรรยากาศ เราได้ไปที่ “ลานอธิษฐาน” จุดที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบด้วย กว่าจะกลับมาก็เย็นย้ำแล้วครับ อิ่มบุญกันทั่วหน้า

วันที่สองของโปรแกรมเราบุกเมืองหงสาวดีของพระเจ้าบุเรงนอง เราไปที่ “เจดีย์ชเวมอดอร์” หรือ “พระธาตุมุเตา” เจดีย์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ มีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ถือเป้น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ขาวพม่าต้องกราบไว้ให้ได้ครึ่งหนึ่งในชีวิต

จากนั้น เราแวะไปที่ “พระราชวังบุเรงนอง” (Kanbawza Thardi Palace) ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง ผู้ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น “ผู้ชนะสิบทิศ” ผมก็ตามรอย “จะเด็ด” หรือพระเจ้าบุเรงนองไปทุกห้องที่เขาเปิดให้ชมครับ

 

หลังอาหารเที่ยง แวะนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์เฉว่ตาเหลียว” (Shew Thalyang Budda) พระนอนที่งามที่สุดในประเทศพม่า

ก่อนกลับย่างกุ้ง เราแวะชม “พระพุทธรูป 4 ทิศ” หรือ  “เจดีย์ไจ้ปุ้น” (Kyaik Pun Pagoda) มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยูทั้ง 4 ทิศ พี่วิฑูรเล่าให้ฟังว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต สวยงามมากครับ แต่แดดร้อนมาก

วันสุดท้ายครับ เราแวะทานอาหารเช้าที่ร้าน Lucky Seven เป็นร้านอาหารพื้นเมืองพม่าที่รสขาติดี คนเยอะมากครับ ชาอร่อยมาก

จากนั้นเราไปสักกาะ “พระพทธไสยาสน์เจาทัตยี” หรือพระนอนตาหวาน (Kyauk Htatgyi Buddha) พระที่มีความสวยงามและมีขนตาที่งดงาม

และชม “วัดพระเขี้ยวแก้ว” (Tooth Relic Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจำลอง และสักกาวะ “พระพุทธรูปหยกขาว” สร้างจากหินหยกก้อนใหญ่ที่นำมาจากเมืองมัณฑะเลย์

ก่อนกลับเราแวะชอปปิ้งที่ “ตลาดโบฉกอองซาน” (Bogyoke Aung San) หรือ ตลาดสก๊อต (Scot Market) ที่ชาวพม่าเรียกกันเพราะสร้างขึ้นโดยขาวสก๊อตสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ สาวๆ ชอปกระจาย ซื้อสร้อยไข่มุกและของฝากกันมากมาย

แม้จะเป็นโปรแกรมท่องเที่ยววัดและเจดีย์ แต่ผู้บริหารของเราก็ยังมีเวลาได้บันเทิงและร้องคาราโอเกะหลังอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารนั่นแหละครับ ดุบรรยากาศสนุกสนานบันเทิงเต็มที่ นุ่งโสร่งกันไปเต้นน่าเวทีเลย

การไปท่องเที่ยวพม่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจครับ มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้ทำในเมืองไทยแต่พอไปพม่าแล้วเราทำวันละหลายๆ ครั้ง นั่นคือ การใช้ทิชชู่เปียกเช็ดเท้า เนื่องจากการไปนมัสการวัดและเจดีย์นั่นต้องเดินเท้าเปล่าครับ ตั้งแต่ประตูวัดไปจนถึงสถานที่ที่เราไปสักการะ ดังนั้น พอมาถึงรถเราก้ต้องเช็ดเท้านิดนึงเพราะบางที่ก็ต้องเดินบนถนนด้วย ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกแบบหนึ่งครับ ได้ทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย  

หากเพื่อนๆ สมาชิกมีโอกาส ลองไปสัมผัสเมืองพม่าครับ วัดและเจดีย์สวยงามมาก เหนื่อยและแดดร้อน แต่ก็สนุกมากมาย ได้เห็นวัฒนธรรมที่งดงามครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก ... Mr.MONK

โดย Pretender

 

กลับไปที่ www.oknation.net