วันที่ จันทร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แม่เหาะ แม่เอ้ย....1 สวนใกล้ม้วย (เชียงใหม่)


                ช่วงปลายปี 2555 พี่มดแม่นักบุญแห่งชลบุรี ได้เอ่ยปากชวนไปบริจาคของที่โรงเรียนแถวแม่ฮ่องสอนอีกครั้ง หลังจากที่เคยไปร่วมงานกับพี่มดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

                2 ปีผ่านไปไวเหมือนแล่นปาหี่ ครั้งที่แล้วนับว่าเป็นบุญของผม ที่ได้เดินทางไปกับทีมของพี่มด ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ไม่เคยเจอหน้ากันด้วย แต่เพราะผลบุญของเรานี่แหละครับที่ได้ชักนำให้เราได้มาพบกัน ผมได้เดินทางไปยังลุ่มน้ำสาละวินเป็นครั้งแรกในชีวิต และเป็นความทรงจำที่งดงาม ครั้งนั้นเราได้มอบของให้กับโรงเรียนบ้านห้วยปลากั้ง โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง และโรงเรียนจอซิเดอ แต่ละที่เราใช้เวลาเดินทางกันครึ่งค่อนวัน โดยเฉพาะโรงเรียนจอซิเดอ ออกเดินทางกันจากบ้านท่าตาฝั่ง ราว 9 โมงเช้า ถึงโรงเรียน 6 โมงเย็น

                หลังจากนั้นมาผมก็ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมกับพี่มดอีก เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงาน พี่มดไปมอบของให้เด็ก ๆ ทุก ๆ ปี เพราะวันสิ้นปี เป็นวันเกิดของพี่มด

                สำหรับปีนี้ กำหนดการเดินทางเราเลื่อนไปเลื่อนมา ทำให้ภรรยาผมไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ ผมเองก็นึกว่าจะไม่ได้ไปเสียแล้ว เพราะพี่มดบอกว่าจะเลื่อน ผมนึกว่าจะเลื่อนไปไกล ๆ เป็นปีหน้า แต่ที่ไหนได้เลื่อนมาจากวันที่ 28 ธันวา เป็นวันที่ 31 ธันวาคม เกือบตั้งตัวไม่ทัน

31 ธันวาคม 2555

                กำหนดการเดินทางของเราคือ 4 ทุ่มกลุ่มของพี่มดออกเดินทางจากชลบุรี และแวะมารับผมราว 5 ทุ่มเศษ เราไปกันทั้งหมด 3 คัน มีรถกระบะ 2 รถเก๋งหนึ่ง รถกระบะมีไว้เพื่อขนของครับ คิดดูเถอะครับ รถพี่มด เหลือเพียงที่นั่งคนขับ และข้างคนขับ ที่ประมาณว่า ของเต็มจนเบาะเอนไม่ได้กันเลยทีเดียว

                เรามาเจอกันที่ปั๊ม ปตท. วงแหวน แถวคลองหลวง แล้วก็ออกเดินทางกันไป การเดินทางในวันนี้ผมบอกได้เลยว่าไม่เต็มร้อย ผมต้องนั่งไปกับพี่มด และคันนี้ก็มีกันแค่ 2 คน เพราะเป็นรถขนของ ความกังวลของผมก็คือ ในคืนวันที่ 30 ผมนอนตี 4 ตื่น 7 โมงเช้า และวันนี้วันที่ 31 ธันวาคม ผมก็พยายามจะนอนเอาแรง แต่มันนอนไม่หลับ แล้วผมจะมานั่งเป็นเพื่อนคนขับอย่างพี่มดได้อย่างไร สงสัยจะต้องมีแอบหลับเป็นแน่

                รถวิ่งมาเรื่อย ๆ ครับ พี่มดเป็นคนขับ เวลาย่างเข้าไปตี 1 กว่า ๆ ผมเริ่มง่วงแล้วครับ ต้องขออนุญาตพี่มดหลับก่อน หลับ ๆ ตื่น ๆ มาเรื่อย ๆ บางทีพี่มดก็แวะปั๊ม ได้ยินแว่ว ๆ ว่าจะนอน ก็ไม่เห็นพี่มดจะหลับ แล้วก็ขับรถไปต่อ เหมือนคนโรคจิตเลยนะครับ บางทีตั้งใจจะหลับแล้วมันไม่หลับ แต่เวลาขับมันเสือกง่วง ผมก็หลับไปเรื่อย ๆ คือ ไม่ได้หลับสนิท แต่ก็อดเป็นห่วงพี่มด เพราะพี่มดเป็นผู้หญิงนะครับ ไม่ใช่ผู้ชาย

                จนมาถึงเถิน เวลาราวตี 4 กว่า ๆ ผมจึงเปลี่ยนให้พี่มดมานอน แล้วผมก็ขับไปเรื่อย ๆ ทางจากเถินไปลำปาง ก็คดเคี้ยวน่าดู ผมยังไม่ค่อยหายง่วงเท่าไหร่ ขับรถไม่เต็มร้อยครับ แต่ก็ขับไปจนถึงเชียงใหม่ เห็นพี่มดหลับสบายเลยครับ

                แล้วทีมงานของเราก็มาเจอกันที่ปั๊ม ปตท. ไม่ใช่ปั้มเดิมนะครับ เป็นปั้มที่สารภี เชียงใหม่ ก่อนที่จะขับเข้าตัวเมือง ไปยังที่พัก ซึ่งเราได้ติดต่อไว้แล้ว ความจริงกลุ่มเราไม่ได้กลุ่มไฮโซหรอกครับ เราก็ไปกันแบบ ค่ำไหนนอนนั่น สบาย ๆ ไม่เดือดร้อน ที่พักถูก ๆ เราก็นอนได้ ขอให้มีที่คุ้มหัวนอนก็พอ

                เรามาอุดหนุนที่พักกับคนรู้จักของพี่มด สบาย ๆ ครับ บรรยากาศอบอุ่นเหมือนคนรู้จักกัน เขาก็ต้อนรับเราดี และเป็นกันเอง เริ่มตั้งแต่มื้อเข้า ที่กินขนมปังกาแฟ+ไข่เจียว+ไข่ดาวกันไปเยอะครับ ชดเชยพลังงาน

                วันนี้ความจริงแล้ว ผมอยากนอนหลับทั้งวัน แต่มันทำไม่ได้ครับพี่น้องครับ มาถึงเชียงใหม่ 8 โมงเช้า แล้วเวลาทื่เหลือช่วงกลางวันก็ต้องพากันเที่ยวนะสิครับ พี่มดก็จัดแจงไปเหมารถแดงมาคันหนึ่ง เพราะรถของพวกเรามีแต่ของเต็มไปหมด ไม่สะดวกที่จะขับตระเวนทั่วเชียงใหม่ เราเหมามา 2,500 บาทต่วัน

                หลังจากอาหารเช้าเสร็จ เราก็ออกตระเวนเมืองเชียงใหม่ ที่แรกที่เราไปคือ สวนเสือเชียงใหม่ อะไรสักอย่าง สถานที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวสนใจมากมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ แต่คงจะเสียค่าเข้าชมแพง เราก็เลยชมแต่เพียงรอบนอก ในเขตที่เขาให้ “ชมฟรี” ก็ว่ากันไปครับ

                แล้วเราก็เดินทางต่อกันไปที่ สวนกล้วยไม้ครับ ไม่ใช่สำหรับคนใกล้ม้วยนะครับ สำหรับคนทั่ว ๆ ไปนี่แหละครับ สมาชิกของกลุ่มเรามีทั้งหมด 10 ชีวิต ผู้ใหญ่ 8 เด็ก 2 สตรี 5 ผู้ชาย 5 คนชรา 1 โอ๊ะเรียกคนชราไม่ได้ครับ เป็นการหักหาญน้ำใจกันเกินไป ผู้สูงวัย 1 ท่าน เจ้าแม่นาเกลือมาเองครับ

                ที่สวนกล้วยไม้นี่เราเสียค่าเข้าชมคนละ 60 บาท มีกล้วยไม้พันธุ์ต่าง ๆ มากมาย ผมก็ไม่ได้สนใจพันธุ์ละครับ มัวแต่ไปถ่ายกล้วยไม้ เพราะมีสวย ๆ เยอะแยะอลังการมากครับ เราก็เลยชมกล้วยไม้เพลินไป จนเกือบเที่ยง บางท่านก็ซื้อของฝากที่เป็นเครื่องประดับทำด้วยดอกกล้วยไม้

                เราเดินทางต่อไปยังสวนพระนางเจ้าฯ บนดอย ไปชมพันธุ์ไม้แปลก ๆ ระว่างทางเราได้แวะซื้อสตอเบอรี่ด้วยครับ เข้าไปชมสวนเขาแล้ว แต่มันยังไม่ออกผล เลยต้องมาซื้อเขากิน ผมไม่ได้ซื้อ ผมขอกินกับเขาอีกทีหนึ่ง

                สวนไม้ดอกที่เราไปนั้น เสียค่าเช้าชม คนละ 40 บาท ที่นี่รถนำเที่ยว มันพัง เราเลยต้องเอารถแดงเข้าไป ซึ่งต้องเสียค่าเข้าอีก 100 บาทเข้าไปก็มีดอกไม้นานา พันธุ์ครับ เสร็จแล้วเราก็ลงมาหาร้านอาหาร

                มันเลยเที่ยงมาแล้ว เริ่มหิวกันแล้วครับ มีร้านอาหารข้างทาง เลยต้องสั่งมากิน กินกันเยอะครับ หมดร้านเลยก็ว่าได้ เพราะไก่ย่างก็หมด กินอิ่มแล้วก็เดินทางต่อ

                คนขับรถสองแถวแดงพาเราไปในป่าในหมู่บ้าน ก็แปลกใจว่าพามาทำไม แต่มันไม่ไกลจากร้านอาหารข้างทางที่เรากิน พอถึง เขาก็บอกว่าเป็นหมู่บ้านชาวเขา 8 เผ่า รวมถึงเผากระเหรี่ยงคอยาวด้วย แต่พอไปถามค่าเข้าชม คนละ 500 บาท จบข่าวเลยครับพี่น้อง เราถอยกันออกมาโดยอัตโนมัติ หลาย ๆ คนบ่นว่าแพงจัง ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะ พวกชาวเขาเขามีระดับ คงมีไว้สำหรับคนรวย ๆ คนต่างชาติได้ดูกัน ถ้าเก็บถูก หมู่บ้านเขาอาจจะเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งมันก็จะไม่เป็นธรรมชาติ สรุปแล้วเราก็ไม่ได้ดู

                ย้อนกลับมาที่ในตัวเมือง ผมก็หลับบ้างตื่นบ้าง เดี๋ยวมาเล่าต่อครับ

ที่ว่าใกล้ม้วย นี่คือผมเองครับ อดนอนมา 2 วัน แถมต้องไปเดินตากแดดตากลมเที่ยวต่ออีก หาได้เจียมสังขารไม่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ตอนที่ 2 อุทยานหลวงราชพฤกษ์

 

 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net