วันที่ พุธ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"บอลลูน" ลมหนาว นครพิงค์!!


 

     “บอลลูน” ขนาดใหญ่มหึมาหลายลูกกำลังลอยตัว ขึ้นเหนือน่านฟ้าเชียงใหม่ สายลมพัดมา กระทบใบหน้า และยิ่งบอลลูนลอยตัวสูงมากขึ้นเท่าใด สายลมก็ยิ่งพัดเย็นทำให้รู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น!  บอลลูนที่ต่างลอยกระจัดกระจายไต่ระดับ สูงต่ำตามแรงดันของความร้อนที่ กัปตันได้บรรจุเข้าไป!!  ทำให้ท้องฟ้าดูราวกับผืนผ้าที่ถูกแต่งแต้มเต็ม ไปด้วยสีสันต่างๆ การได้มองเห็นสภาพภูมิประเทศที่งดงาม ในมุมสูงยามที่สภาพอากาศแจ่มใสที่ได้จาก กิจกรรมกลางแจ้งทางอากาศอย่างบอลลูน นับเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นท้าทาย ให้ประสบการณ์แปลกใหม่ และช่วยสร้างความสุขทางใจให้แก่ผู้ที่ขึ้นไปได้ไม่น้อยทีเดียว!!!!

 

 

    ช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกๆ ปีเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติและในปี 2555 นี้ ได้จัดเทศกาลบอลลูนขึ้น ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ณ.สโมสรยิมคานากอล์ฟคลับ (Gymkhana Golf Club)สนามกอล์ฟแห่งแรกของประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่กว่า 100 ไร่

    การได้ขึ้นบอลลูนนอกจากจะได้ประสบการณ์ที่ดีแล้วยังได้ความรู้ใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบอลลูนอีกด้วย การลอยบอลลูนขึ้นนั้น ต้องตรวจสอบความพร้อมของหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นสภาพท้องฟ้า อากาศ ลม ฝน ความร้อน และความเย็นซึ่งต่างก็ส่งผลต่อการลอยบอลลูนทั้งสิ้น  เหมือนอย่างคืนก่อนการลอยบอลลูน ได้มีพายุฝนหลงฤดูเข้ามาปกคลุมทำให้บรรยากาศบนท้องฟ้าของตัวเมืองเชียงใหม่มืดครึ้ม และมีฝนตกทั่วเมือง  ไม่เว้นแม่แต่สนามกอล์ฟซึ่งเป็นพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ใช้กางบอลลูนนั้นก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนทั้งสนาม

วันรุ่งขึ้นการขึ้นบอลลูนจึงถูกเลื่อนอย่างกระทันหันและต้องใช้เวลาเกือบวันเพื่อทำให้น้ำในสนามแห้งพอที่จะกางบอลลูนขึ้นได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องลุ้นไม่ให้มีพายุหลงฤดูพัดพาน้ำฝนให้ตกลงมาอีกเพราะหากตกลงมาซ้ำอีกก็คงจะต้องเลื่อนไปอีกหลายวันอย่างแน่นอน!!

ตลอดกลางดึกที่ผ่านมา แม้ไม่มีเสียงฟ้าร้องหรือฝนกระหน่ำแต่อย่างใด แต่สภาพอากาศยามเช้าตรู่ของบริเวณโดยรอบระหว่างทางจากที่พักไปจนถึงสถานที่ที่ลอยบอลลูนนั้นก็ยังดูขมุกขมัวไม่น่าไว้วางใจเท่าใดนัก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเวลาเกือบตีห้ายังเช้าอยู่มากจึงทำให้บรรยากาศไม่สดใสเท่าที่ควรเมื่อไปถึงบริเวณงานนั้น จะเห็นทั้งกัปตัน , ผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติต่างพากันรอลุ้นสภาพอากาศในวันนี้กันนาทีต่อนาที บ้างก็จับกลุ่มพูดคุยถึงสภาพอากาศที่ถูกพายุเข้าเมื่อคืนนี้ ว่าวันนี้จะลอยบอลลูนขึ้นไปได้หรือไม่?

 

เราได้เห็นวิธีเช็คสภาพอากาศแบบง่ายๆ คือการนำ “ลูกโป่ง” วางนิ่งๆแล้วค่อยๆ ปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้า คุณยุทธ วาณิชชานนท์ กัปตันบอลลูน คนแรกของไทย เจ้าตัวเผย "วันนี้อย่างเดียวคือสภาพอากาศเท่านั้นเอง และความไม่ประมาทที่ภาษาอังกฤษเรียก Human Error ถ้าเราไม่ประมาทเสียอย่างเดียว โอกาสที่มันจะมีอุบัติเหตุก็จะน้อยมาก!!"

เหมือนโชคเข้าข้าง.. ไม่ถึงชั่วโมงท้องฟ้องที่ดูเหมือนปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆสีเทา ก็ค่อยๆเปิดออก   มีสายลมที่พัดเข้ามาอย่างแผ่วเบา ทำให้กลุ่มเมฆนั้นได้คลายตัวพอที่จะเห็นแสงอรุณในยามเช้าที่ส่องผ่านกลุ่มเมฆออกมาได้บ้าง  ทันทีที่เห็นแสงทองของฉาบฟ้า  เสียงหึ่มม.ม.ใหญ่...จากการพร้อมใจกันพูดคุยโดยมิได้นัดหมายของเหล่า กัปตัน และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายก็ดังขึ้น สีหน้าทุกคนดูมีความหวังอะไรบางอย่าง  เพียงแค่อึดใจแสงรุ่งอรุณในวันนี้เริ่มสว่างไสวมากขึ้น จึงทำให้กัปตัน มั่นใจ เรียกผู้ที่จะขึ้นบอลลูนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย ของการขึ้นบอลลูน กฏเหล็กอย่างหนึ่งคือ “ห้ามสูบบุหรี่” โดยเด็ดขาด!!! เพราะ บอลลูนนั้นใช้แก๊สที่ติดไฟง่ายมาก

    ระหว่างที่ “กัปตัน” กำลังทดสอบอุปกรณ์เครื่องมืออยู่นั้น ทีมงานส่วนหนึ่งก็ขะมักเขม้น ช่วยกันคลี่บอลลูนออกมาจากที่เก็บ  เหตุเพราะจะต้องทำงานแข่งกับเวลาและสภาพภูมิอากาศที่อาจไม่แน่นอน จากนั้นก็รีบผูกเชือกเชื่อมหลายจุด ระหว่างตัวกระเช้ากับบอลลูน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ปล่อยลมเย็น เพื่อทำให้บอลลูนในแต่ละลูกนั้นได้พองตัวออกมา ตรงนี้ต้องใช้ความระมัดระวังและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพราะไฟอาจทำให้บอลลูนเสียหายขาดได้  เกือบครึ่งชม.กว่าเห็นจะได้ลมเย็นพอที่จะทำให้บอลลูนพองตัวขยายใหญ่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากนั้นก็เป่าลมร้อนตามเข้าทันทีเพื่อให้อากาศในบอลลูนขยายตัวเต็มที่ มองไปโดยรอบเห็นบอลลูนบางลูกก็เริ่มยกตัวตั้งตรงขึ้นมาแล้ว  ซึ่งช่วงเวลานี้จะต้องอาศัยทีมงานเข้ามาช่วยกดน้ำหนักเอาไว้อีกแรง เพราะเพียงไม่ถึง 5 นาที ผู้ที่เดินทางก็จะต้องขึ้นกระเช้าประจำที่แล้ว

   เมื่ออุปกรณ์พร้อม  ความร้อนได้ที่  กัปตันส่งสัญญาณ ให้ปล่อยบอลลูนขึ้นได้  สักพักกระเช้าก็ยกตัวลอยขึ้นไปในอากาศทันที  การลอยของบอลลูนนั้น “กัปตันเคอร์รี่” บอกผมว่า “มันขึ้นอยู่กับแรงลมของวันนั้น โดยจะมีความสูง อยู่ระหว่าง 1,100  -  100,000 ฟีต ประกอบกับต้องดู น้ำหนักขนาดของลูกบอลลูนด้วย แต่ไม่เกิน 1,000 กิโลกรัม” โดยกัปตันจะสวมถุงมือหนังกันความร้อนเอาไว้  เพราะจะต้องกดที่เป่าไฟร้อนเข้าไปในลูกบอลลูนอย่างต่อเนื่อง   เพื่อบังคับให้บอลลูนได้ลอยตัวขึ้นตามแรงลมที่พัดมา  เห็นข้างกระเช้าจะมีอุปกรณ์เล็กๆ ติดเอาไว้  เพื่อวัดทั้งอุณหภูมิว่าร้อนเย็นแค่ไหน?  , ความสูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไหร่? โดยหน้าปัดจะโชว์เป็นตัวเลขดิจิตอลกันออกมา  “ความร้อนในบอลลูน แต่ละลูกนั้น จะต้องไม่เกิน 100 องศา มิฉะนั้นอุปกรณ์อาจะเสียหายได้!!” กัปตันเคอร์รี่บอก..

 

ท้องฟ้าที่ค่อยข้างเปิดในวันนี้ ทำให้มองเห็นสภาพบ้านเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างสุดตา บ้างก็กำลังก่อสร้าง จากผังเมืองเดิม บ้างก็เป็นส่วนที่ทำไว้อยู่นานแล้ว แต่ที่มองสุดออกไปก็จะเห็นยอดดอยอินทนนท์ที่กำลังผลิบาน เขียวขจีปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดในยามต้นหนาวของปีนี้  

   หลังจากที่ตื่นเต้นและตื่นตาตลอดการเดินทางนานเกือบ 1 ชั่วโมง  ก็ถึงเวลาที่จะต้องนำบอลลูนลงจอดแล้ว  ว่ากันว่า การบังคับบอลลูนให้ขึ้น และลอยอยู่ในอากาศนั้นยากแล้ว แต่การร่อนลงจอดในจุดที่ปลอดภัยนั้นยากยิ่งกว่า และมันก็เป็นอย่างที่มีผู้กล่าวไว้เช่นนั้นจริงๆ  เพราะขณะที่กำลังจะนำบอลลูนร่อนจอดลงนั้น ลมเจ้ากรรมดันพัดให้ไปตกอยู่แถวบ้านคน ใกล้ต้นไม้อีกด้วย จนทำให้ กัปตันต้องเร่งเครื่อง เป่าไฟร้อนส่งแรงดัน เข้าไปในบอลลูน เพื่อที่จะให้เคลื่อนบอลลูน ลอยไปตกอยู่ในที่ที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงทีก็เรียกว่าได้ตื่นเต้นกันอีกรอบก่อนลง   ขั้นตอนทุกอย่างดูง่ายดายหากแต่ จากการได้สัมผัสใกล้ชิดทำให้เข้าใจลึกซึ้งว่ากิจกรรมนี้ เน้น “ความปลอดภัย”เป็นอันดับหนึ่งจริงๆ                                       

                             

แต่ด้วยเสน่ห์ของความยากในการบังคับบอลลูนบวกกับต้องรอลุ้นรอเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน  ที่นักบินต้องใช้ความสามารถที่ฝึกฝนมานานหลายปี และใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจว่าจะสามารถนำบอลลูนขึ้นได้หรือไม่ รวมทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเชียงใหม่ สถานที่บินบอลลูนในปีนี้  ทำให้นักบินจากนานาประเทศต่างพากันหอบหิ้ว บอลลูนลูกใหญ่มาบินขึ้นน่านฟ้าที่ประเทศไทย!!!!

   (ตีพิมพ์ หน้าแรก ท่องเที่ยวเดินทาง นสพ.คมชัดลึก ปีที่ 5 ฉบับที่ 308)

  

โดย lekkungs

 

กลับไปที่ www.oknation.net