วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อีโคโมสไทย สรุปผลการเสวนา[หยุด]รื้อถอน ศาลฎีกา และชื่นชมการทำงานของกรมศิลปากร


 

เท่าที่เขียนเหตุการณ์ และประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการรื้อถอน ศาลฏีกา ซึ่งเป็นประเด็นร้อนข้ามปีกันทีเดียว ได้เห็นและติดตามการทำงานของนักวิชาการ และ กรมศิลปากร อย่างละเอียด ก็ขอชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น จากกรมศิลปากร ที่ ไม่ท้อถอย และนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับมหาชน ที่เป็นห่วงสมบัติ มรดกชาติ ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาตามประเด็นดังกล่าว ซึ่งข้าราชการดีๆ แบบนี้ ควรเป็นแบบอย่างที่ดี กับทุกกรมกอง เพราะได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว ส่วนผลลัพธ์ที่เราเห็น ก็คือ มีการรื้อถอน ทุบทำลายอาคารอันทรงคุณค่า (ได้รับรางวัลจากหลายสถาบันน่าเชื่อถือ) ผมไม่มีข้อสงสัยเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร อีกต่อไปแล้ว (สมัยก่อนๆ ผมก็ยังสงสัยเรื่องความจริงใจ และความมุ่งมั่น) ในส่วนเรื่องการอนุรักษ์อื่นๆ ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมว่าน่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หรือฝ่ายการเมือง ที่ควรจะมีงบสนับสนุน เรื่องการอนุรักษ์ บูรณะ ฟื้นฟู อย่างจริงใจ เพราะโบราณสถาน อาคารทรงคุณค่า ในทุกประเทศทั่วโลก เค้าจริงจัง อนุรักษ์กันเป็นระบบ เป็นเรื่องเป็นราว แต่เมื่อมองประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกี่ยวกับความจริงใจ ในการปกป้องมรดกชาติแล้ว มันน่าสงสัยจริงๆ

 

อย่างไรก็แล้วแต่ครับ เมื่อเหตุการณ์ รื้อทุบทำลาย มันเกิดขึ้นไปแล้ว และไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง อัพเดทข้อมูลปัจจุบัน กันไปวันต่อวันแบบนี้ ส่วนเหตุการณ์จะดำเนินไปอย่างไร สำหรับผู้ปกป้องมรดกชาติ อาคารทรงคุณค่า คงจะเศร้าไปตามๆกัน แต่คงยังมีอีกประเด็นที่มหาชนอย่างเราต้องคอยติดตามเช่นกัน คือ อาคารที่จะสร้างใหม่ เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะ “ข่ม” พระบรมมหาราชวัง , วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  หรือ ทัศนียภาพที่เป็น “หัวแหวน” เมืองเก่าเกาะรัตนโกสินทร์ ตามที่นักวิชาการหลายท่านจำลองภาพมาให้ดู ตามสื่อมวลชนหลายแขนง ที่ตีพิมพ์กันอย่างแพร่หลาย

 

รายละเอียดตามลิ้งก์ครับ http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2013/01/04/entry-3

 

สุดท้าย ก็น่าจะคือ “ความชัดเจน”  ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ เพราะทัศนียภาพของเกาะรัตนโกสินทร์ มันน่าจะเกี่ยวกับมหาชน อย่างเรา ที่สมควรเป็นห่วงกันทุกท่าน หรือท่านใดว่าอย่างไรครับ???  

 

ส่วนพรุ่งนี้ (วันที่ 11 มกราคม) ก็จะมีความเคลื่อนไหวของมหาชน ผู้ปกป้องมรดกชาติ และผู้ไม่เห็นด้วยกับการรื้อทุบทำลาย อาคารอันทรงคุณค่า ที่ผู้ปกป้องจะไปแสดงเจตนารมณ์ อย่างชัดเจน ที่หน้ารั้วประตูศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ฝั่งตรงข้ามสนามหลวง เพื่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบและตระหนักถึง อาคารอันทรงคุณค่า ว่ามันไม่ใช่เพียงแค่อาคารธรรมดา แต่มันมีประวัติศาสตร์ของชาติไทย ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาลไทย มันเป็น รากของประวัติศาสตร์จริงๆ ที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง อีกหนึ่งความเป็นห่วงก็คือ เมื่อมันเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ย่อมไม่มีใครการันตีได้ว่า จะไม่เกิดขึ้นอีก นั่นย่อมหมายถึง ความห่วงใยที่จะเกิดขึ้นตามมาของมหาชนอย่างเรา แต่ภาครัฐ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะตื่นกันแล้วหรือยัง หรือจะมีแต่ กรมศิลปากร กับเหล่านักวิชาการ และมหาชน อย่างเราเท่านั้น ที่เป็นห่วง ส่วนรัฐบาล หน่วยงาน รมต. ที่เกี่ยวข้อง จะตื่น กันด้วยหรือเปล่า น่าเป็นห่วงจริงเมื่อดูสถานการณ์ความเป็นจริง มันช่างอึมครึม ไม่มีความชัดเจนในหลายข้อหลายประการ ชวนให้คิดว่า มรดกชาติเรา จะเดินไปถึงทางตัน หรือกระมัง????

 

"ที่พึ่ง" สุดท้ายของคนปกป้องมรดกชาติ "ฟุธบาท หน้าศาลฎีกา" ศุกร์ที่ 11 ม.ค. 9 โมงเช้า

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2013/01/09/entry-1

 

อย่างไรก็แล้วแต่ องค์กรอนุรักษ์มรดกชาติ  นับสิบๆ องค์กร ที่ไม่เห็นด้วยกับการรื้อทุบ ทำลาย อาคารแล้วสร้างใหม่ ก็ไม่นิ่งนอนใจมาอย่างต่อเนื่อง นับจากนี้ประมาณ อีก 2 อาทิตย์ องค์กรเหล่านี้จะมีเสวนาอย่างกว้างขวาง อีก 2 ครั้ง ผมจะมานำเสนออีกครั้ง โปรดติดตามกันครับ มรดกของเราทั้งนั้นครับ ไม่ใช่มรดกของผู้หนึ่งผู้ใด หรือองค์กรหนึ่งองค์กรใด

 

Copy//สรุปผลการเสวนา ศาลฎีกา ๕ มค. ๒๕๕๖

โดย ICOMOSThailand Association เมื่อ 10 มกราคม 2013 เวลา 2:17 น. 

 

สรุปผลการเสวนา ศาลฎีกา ๕ มค. ๒๕๕๖

โดย ICOMOSThailand Association

 

สรุปข้อมูลและแนวความคิดจากการเสวนาได้ดังนี้

๑.  ข้อมูลจากการเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันถึงความเป็นโบราณสถาน ที่เข้าตามนิยามของ พรบ.โบราณสถานฯ ตามที่ได้แจ้งให้ทางศาลรับทราบแล้ว กลุ่มอาคารศาลฎีกานี้จึงได้รับการคุ้มครองในฐานะโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน(หากละเมิดก็จะมีโทษจำคุก ๗ ปี) ทั้งนี้ พรบ.โบราณสถานฯ ยังได้มอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ยืนยันความเป็นโบราณสถาน

 

๒.  เรื่องคุณค่าความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้ ประกอบด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยที่เป็นการก่อสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการได้เอกราชสมบูรณ์ทางการศาล หลังจากที่เสียไปตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีโปรตุเกสเป็นชาติสุดท้ายที่ยอมยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในปี พ.ศ.๒๔๘๑ โดยเริ่มก่อสร้างที่อาคารหมายเลขหนึ่ง ตามด้วยอาคารหมายเลขสองอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแบบของ พระสาโรชรัตนนิมมานก์สถาปนิกกรมศิลปากร ผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ นำรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่นิยมในช่วงเวลานั้นมาใช้กับอาคารสถาบันที่มีความสำคัญสูงสุดของชาติด้วยการออกแบบให้ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามสมกับประโยชน์ใช้สอยของความเป็นศาลยุติธรรม ถือเป็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ศิลปะสถาปัตยกรรม แสดงถึงพัฒนาการทางสถาปัตยกรรมในประเทศไทย ทั้งนี้ผู้ออกแบบยังได้เป็นนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ท่านแรกอีกด้วย

 

๓.   สำหรับอาคารโบราณสถานในส่วนที่ได้รับความเสียหายไปแล้วนั้น ความจริงก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ตามรูปแบบดั้งเดิมได้ เป็นการอนุรักษ์ในแบบปฏิสังขรณ์ (reconstruction) ดังตัวอย่างที่มีมาแล้วในกรณีที่โบราณสถานได้รับความเสียหายจากสงคราม ทั้งนี้ด้วยเรายังมีข้อมูลหลักฐานรูปแบบดั้งเดิมของอาคารอย่างครบถ้วน ยังมีแบบก่อสร้างอาคารเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

การรื้อถอนอาคารในขณะนี้ถือเป็นการละเมิดต่อ พรบ.โบราณสถานฯ เนื่องจากในเรื่องนี้ได้มีการรับทราบถึงความเป็นโบราณสถาน มีการประสานนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน ซึ่งเป็นกลไกในการตัดสินใจของกรมศิลปากรแต่ยังมิทันสิ้นสุดกระบวนการจนได้รับความเห็นชอบ เป็นการละเมิดต่อกฎหมายที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ที่จะต้องมีผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย มิฉะนั้นแล้วก็คงจะไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายนี้ในการปกป้องคุ้มครองโบราณสถานของชาติอื่นๆได้อีกต่อไปด้วย

อนึ่ง แม้จะเคยมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบการก่อสร้างใหม่โดยมีข้อยกเว้นเรื่องความสูงเป็นกรณีพิเศษเมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ต้องเข้าใจว่า ณ เวลานั้นยังมีหลายหน่วยงานใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมกันต่างจากในวันนี้ที่ได้ย้ายออกไปจนเหลือแต่ศาลฎีกาเท่านั้น ความจำเป็นที่เคยอ้างไว้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อีกทั้งในเวลานั้นกลุ่มอาคารนี้โดยอายุก็ยังไม่พิจารณาให้เป็นโบราณสถาน แต่ในมติก็มิได้ชี้ชัดว่าให้รื้อถอนสร้างใหม่ได้เนื่องจากไม่ได้เป็นโบราณสถาน

 

๔.  ที่ประชุมขอชื่นชมการทำงานของกรมศิลปากร และให้กำลังใจ ขอให้เดินหน้าดำเนินการต่อไปเพื่อการปกป้องคุ้มครองมรดกสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และศิลปะ และขอให้ทางศาล หยุดรื้อโบราณสถานศาลฎีกาในทันที

 

ขอขอบคุณ ICOMOSThailand Association  สำหรับข้อมูลการเสวนา มา ณ ที่นี้ครับ

 

หมายเหตุ : บทความย้อนหลัง

"เหตุผลที่ควรระงับ การรื้อกลุ่มอาคารศาลฎีกา (โดยทันที)" โดย ชาตรี ประกิตนนทการ ม.ศิลปากร

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=254402251355830&set=t.100004878248310&type=3&theater

 

องค์กรใหญ่ มีความเห็นไม่ตรงกัน ขาดคนกลางมาไกล่เกลี่ย ...การอนุรักษ์มรดกชาติ มีปัญหา

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2012/12/24/entry-2

 

ประวัติศาสตร์ที่มีลมหายใจ (เฮือกสุดท้าย) คงจะหายสาบสูญ ถ้าเราไม่ช่วยกัน (ส่งเสียง)

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2012/12/24/entry-1

 

"คณะกรรมการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ ค้านศาลฎีกาทุบอาคารเก่า ชี้ไม่มีใครกล้าทัดทานเพราะกลัวอำนาจศาล" ตามลิ้งก์ http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2012/12/23/entry-1

 

"ข่าวเดียวกัน ออกมาพร้อมๆ กันจาก 2 หน่วยงาน แต่สับสน"

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=256110064518382&set=t.100004878248310&type=3&theater

 

กรมศิลป์ ฝ่ากระแส เสือกระดาษ ไร้อำนาจ “เดินหน้า ค้านทุบศาลฎีกา” จาก Thairathonline

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2012/12/25/entry-1

 

มีบทความเดิม ข้อเสนอในการปกป้องสมบัติชาติ มรดกแห่งประวัติศาสตร์ ที่เคยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rattanakosin&date=27-12-2012&group=1&gblog=109

 

ไร้“ราก”ไร้“ประวัติศาสตร์”ใครจะปกป้อง“กลุ่มอาคารศาลฎีกา”โดนรื้อไปมากแล้ว แล้วมรดกชาติจะเป็นยังไง

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2013/01/02/entry-1

 

รื้อถอน ทุบทำลายกันจริงครับ “กลุ่มอาคารศาลฎีกา” น่ากังวลใจหลายประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกชาติ

http://www.oknation.net/blog/tourrattanakosin/2013/01/04/entry-3

 

ท่านใดที่สนใจ ร่วมเป็นเครือข่าย ปกป้อง มรดกเมือง มรดกของเรา เข้าไปกด like ที่ Facebook “Urban Heritage – มรดกเมือง มรดกของเรา” ตามลิ้งก์ http://www.facebook.com/UrbanHeritageThai 

 

 

 
 

โดย ชมวิวทิวทัศน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net