วันที่ ศุกร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี


.

บิด เดี่ยว เที่ยว ข้าม ปี

..................................

-1->

กลางธันวา พอตัดสินใจได้ว่าจะเที่ยวข้ามปี ผมก็เลือกที่หมาย

‘ม่อนแจ่ม’ ใกล้สุด มันอยู่ที่แม่ริมนี่เอง
‘ปาย’ ห่างไปอีกหน่อย เส้นทางน่าสนใจ
‘ดอยอินทนนท์’ น่าสนใจกว่าปาย
‘เชียงราย’ น่าสนใจสุดด้วยสถานที่ที่หลากหลาย

ผมเตรียมตัวด้วยการหาข้อมูลในเนต ปรากฏว่า 27 ธันวา พอซื้อเต็นท์กับถุงนอนแล้วคืนนั้นผมก็ป่วยทันที

ไข้ไม่สูง แต่ร่างกายไม่ไหว ปวดหัวข้างซ้ายตลอดเวลา อ่อนเพลียลงเรื่อยๆ เป็นผลจากอากาศเปลี่ยนไปมา คนไม่ได้ออกกำลังกายอย่างผม ก็เลยร่วง

พอถามตัวเองว่าจะเอายังไงกับแผนการเที่ยว ก็ได้คำตอบว่าไม่ว่าจะยังไง 30 กับ 31 ธันวา ผมจะต้องเปลี่ยนที่นอนให้ได้

ระหว่างป่วยจึงพบว่าม่อนแจ่มเหมาะสุด เพราะมันอยู่ห่างจากผมแค่ราว 50 กิโลเท่านั้น หรือถ้าไหวอีกนิด ก็เป็นปายหนึ่งคืน ม่อนแจ่มหนึ่งคืน นาทีนั้นมีห้วยน้ำดังกับปางอุ๋งเสนอหน้ามาด้วย

ทุกอย่างลงตัว คงทำได้แค่นี้กับสภาพร่างกายแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นทุก 4 ชั่วโมงตั้งแต่คืน 27 ธันวา ผมก็ไม่หยุดกินพารา บวกกับภาวนาขอให้หายทัน แม้จะทำใจกับม่อนแจ่มไปแล้ว

ปรากฏว่าคืนที่ 29 ธันวา ผมพบว่าอาการปวดหัวเบาลง ไข้ต่ำก็หายไป ร่างกายเหมือนปกติ แต่ก็แค่เหมือน แต่ถึงแม้จะแค่เหมือนมันก็ทำให้ผมตื่นเต้น และเข้าเนตอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเส้นทางไกล

ก่อนนอนคืนนั้น ผมรู้ว่าผมไม่ต้องไปแค่ม่อนแจ่มแน่แล้ว จึงจัดสัมภาระชุดใหญ่ใส่เป้เพื่อจะเดินทางไกลหลายวัน และกล่อมตัวเองให้นอนเร็วเพื่อตื่นเช้า

->

 


30 ธันวาคม 2555

08.00 น. มือถือปลุกให้ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วมาเช็คความพร้อม เป้ เต็นท์ ถุงนอน กระเป๋ากล้อง ผ้าห่ม พร้อมกับถ่ายรูปตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไกลแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน

‘บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี’

ผมเพิ่งเรียงคำนี้หลังจากกลับมาแล้ว

ตลกดีเมื่อได้อ่าน short note ที่ผมจะทำเสมอเมื่อเดินทาง ก่อนออกเดินทางเช้านั้นผมเขียนไว้ว่า

‘...ตั้งใจจะไปทางเชียงราย แม่สาย สามเหลี่ยมทองคำ ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า แล้วกลับ เดี๋ยวออกไปดูการจารจรแล้วค่อยคิดต่อว่าจะไปตามนั้น หรือจะต้องเปลี่ยนแผนเป็นสายปาย ปางอุ๋ง ห้วยน้ำดัง ม่อนแจ่ม...’

ที่ตลกตัวเองก็คือ แม้จนถึงนาทีนั้น ก็ยังไม่ชัดเรื่องเส้นทางเลย

ผมจับผ้าห่มกับถุงนอนใส่ใต้เบาะ เต็นท์แขวนกับตะขอ กระเป๋ากล้องคล้องกับคอรถ และเป้ยกสะพายหลัง

09.45 น. ผมสตาร์ทเครื่อง ดูเข็มไมล์เห็นตัวเลข 2860 บอกตัวเองว่าเรากำลังจะไปเที่ยว แต่ไปที่ไหนก็ยังไม่รู้แน่ คืนนี้จะได้นอนที่ไหนก็ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าผมจะไป

แล้วล้อก็เริ่มหมุน

->



เหตุผลง่ายๆ เลย เพราะการจราจรไม่ติดขัด ปลายทางก็เลยเป็นเชียงราย นี่คือสิ่งที่รู้ ส่วนจะนอนที่ไหนก็ยังไม่รู้เหมือนเดิม จะเจออะไรบ้างก็ไม่มีทางรู้ได้ 

แต่ก็บ่อยๆ ที่ความไม่รู้ดูมีเสน่ห์

ผมพุ่งไปหาเชียงรายผ่านดอยสะเก็ด จนถึงเลขไมล์ที่ 2918 ก็เจอทางชันขึ้นเขา

อ่านถึงตรงนี้อาจมีบางคนตั้งคำถามว่าผมเริ่มที่ 2860 แค่ผ่านดอยสะเก็ดมาหน่อย ทำไมถึงกลายเป็น 2918 ไปได้ เพราะมันไม่ได้ไกลขนาดนั้น

คำตอบสั้นๆ คือ ‘หลง’

นี่ขนาดดูข้อมูลทางเนตแล้ว ผมก็ยังอุตส่าห์หลง เพราะความมั่นใจเกินเหตุว่าเชียงรายไปทาง อ.พร้าว ได้ กว่าจะกลับมาตั้งหลักได้ก็เสียไปหลายกิโลและหลายนาที

แต่ก็ช่างมัน เพราะความไม่รู้ช่างทรงเสน่ห์นั่นเอง

จนถึงเลขไมล์ที่ 2935 เวลา 11.35 น. ผมก็เห็นสถานที่สวยๆ ทางขวามือชื่อ ‘ภูภัตรจันผา’ ที่มีถ้อยคำชวนให้แวะ

->



11.39 น. บอกรักเสร็จก็เดินทางต่อ เส้นทางขึ้นลงโค้งแล้วโค้งอีกไปราว 27 กิโล ก็เห็นป้ายเหนือถนน

‘ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดเชียงราย’

ผมสั่งตัวเองว่า ‘จงตื่นเต้น จงตื่นเต้น’ แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

มองดูรูปบนป้ายมีรูปวัดร่องขุ่น รูปน้ำพุร้อนที่เวียงป่าเป้า และรูปภูชี้ฟ้า

ที่ป้ายมีบางอย่างน่าสงสัยตรงคำว่า เวียง ป่า เป้า คือสงสัยว่าจะเขียนแยกกันทำไม หรือแยกตามภาษาอังกฤษ แล้วทีคำอื่นก็ไม่เห็นเขียนแยก

แต่ก็ไม่ได้สนใจคิดหาคำตอบ เพราะแค่นี้ก็เสียเวลาคิดมากไปแล้ว

ผ่านไปจนเลขไมล์ 2964 ก็ถึงน้ำพุร้อนเวียงป่าเป้าผมนึกถึงป้ายนั่นอีกครั้ง ว่าทำไมถึงแปะรูปน้ำพุร้อนหลัง ทั้งที่ถึงก่อนวัดร่องขุ่น

แต่ก็อย่างเดิม คงไม่เดินไปถามหาคำตอบกับใคร ว่าแล้วก็ถ่ายรูปตามพิธีกรรมเล็กน้อย ซึ่งไม่ควรเผยแพร่อย่างแรง เพราะมันอะไรก็ไม่รู้ คือสักแต่ว่าถ่าย

จนเลขไมล์ 2977 ผมก็ผ่านแม่ขะจาน แล้วไปผ่านเวียงป่าเป้าที่เลขไมล์ 2995 

พอเลขไมล์ 3030 ก็ถึงปั๊ม ปตท. ในเขต อ.แม่สรวย เห็นควรจอดเพื่อเติมพลังทั้งรถและคน แน่นอนว่าไม่พลาดจะถ่ายรูปตัวเองอีกครั้ง

แต่คราวนี้คงไม่แปะ เพราะรูปแรกตอนก่อนออกเดินทาง ได้เห็นเม้นท์ว่า ‘หน้าตาสดใสมาก’ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เสียภาพจำ บวกกับรูปแรกก็ทำให้บางคนนอนไม่หลับอีกต่างหาก ถ้าลงรูปนี้ ก็เป็นอันว่าบางคนที่ว่าอาจผวาทั้งคืน

จึงเห็นว่านับจากนี้ไม่ควรลงรูปตัวเองอีกต่อไป
แล้วก็ไปต่อ

จนกระทั่งถึงวัดร่องขุ่นที่เลขไมล์ 3067 ในเวลา 14.20 น.

--->

.

 
 

โดย นรพัลลภ_ประณุทนรพาล

 

กลับไปที่ www.oknation.net