วันที่ เสาร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัยเด็ก ... กับสิ่งที่อยากจะขอให้เด็กๆ ตอบ Tag วันเด็ก


  

ขอขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง
ที่ให้เกียรติส่ง Tag มาให้นรองเขียนเรื่องเกี่ยวกับวันเด็ก

ขอขอบคุณ
 “คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว”

วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ : "นักวอลเลย์บอลมืออาชีพ" อะไรสำคัญที่สุด? :ตอบ Tag วันเด็ก
http://www.oknation.net/blog/jarinasa/2013/01/10/entry-1

 
ขอขอบคุณต้นเรื่อง “พี่ครูรวงข้าวล้อลม”
เรื่อง "+ เว้นที่ให้หนูยืนหน่อยได้ไหม.+หัวใจที่ถูกซ่อน "
http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2013/01/08/entry-2

 
ได้เข้าไปอ่าน Tag จากหลายๆ เอ็นทรี่
มีทั้งเด็กดีที่น่าชื่นชมและน่านำมาเป็นแบบอย่าง  มีทั้งความต้องการ(จริงๆ)ของเด็กๆ
พี่ๆ เพื่อนๆ เขียนได้ครอบคลุมและน่าประทับใจมากๆ

 

วันนี้วันเด็กแล้ว ... นรองจะเขียนอะไรให้เด็กๆ ดีล่ะคะ

อืมห์ ... ชีวิตตัวเองก็ได้นิ ... นรองมีชีวิตวัยเด็กในต่างจังหวัดที่อยากจะเล่าให้ฟัง

 มีสิ่งที่ "อยากจะขอ" และ "อยากจะให้"  อยากจะขอให้เด็กๆ ค่ะ

 
เรื่องแรกก่อนนะคะ

วัยเด็ก...กับสิ่งที่อยากจะขอให้เด็กๆ


ชีวิตวัยเด็กของนรอง ทางบ้านค่อนข้างมีฐานะ

..ยากจน..

แม่มีอาชีพค้าขาย

เริ่มต้นด้วยเงิน ๑๐๐ บาทกับเข่ง ๑ ใบซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปตลาดทุกเช้า

ซื้อของมาขายเพื่อเลี้ยงดูลูกน้อย ๔ คน

ในบ้าน...ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า...เลยสักชิ้น

อยากดูละคร...สโนนน้อยเรือนงาม...เงือกสาวเจ้าสระ...ห้ามนุษย์ไฟฟ้า

นรองกับน้องๆ ต้องไปอาศัยดูที่บ้านยายหรือบ้านคนอื่น

พอละครภาคค่ำจบ น้องคนเล็กก็หลับ อุ้มน้องขึ้นบ่า แบกน้องเดินกลับบ้าน

ระหว่างทางกลับบ้านจะต้องเดินผ่านต้นตะเคียนคู่

นรองวางน้องลงแล้วออกคำสั่งทันที “ตื่นเดี๋ยวนี้..พี่จะวิ่งแล้วนะ”

น้องครึ่งหลับครึ่งตื่นและเราก็พากันก้าวขาวิ่ง ... วิ่งหนีความกลัวที่มองไม่เห็น

 

อายุ ๑๐ ขวบ

ตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า ก่อไฟหุงข้าวด้วยฟืน

ตกเย็นลงนั่งกับพื้นรีดผ้าด้วยเตาถ่าน  

ตักน้ำด้วยถังขึ้นจากบ่อ นั่งซักผ้ากลางลานโล่ง

อาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ ทำการบ้านใต้แสงเทียน

หากวันไหนฝนตกก็จะพากันไปนอนคลุมโปง นอนเล่นอยู่บนเตียงนอนจนกว่าฝนจะหยุด

(โอวจอร์ช ... มันยอดมาก ... อยากจะกลับไปเป็นเด็กอีก)

 

ในตอนนั้น..บางวันอากาศหนาว(ยังพอมี)

ตื่นตีห้าก็พากันมานั่งล้อมวงรอบกองไฟที่พ่อก่อขึ้นด้วยทางมะพร้าว

พ่อโยน "มัน" ใส่เข้าไปในกองไฟ

พอไฟเริ่มคุร่างกายเริ่มอุ่น กลิ่น “มันเผา” เริ่มโชย

ลูกๆ คอยใส่ไฟ พ่อปอกมันให้ลูกกิน บรรยากาศนั้นยังอยู่ในใจ

ตอนนี้พ่อไม่ได้อยู่ "เผามัน" ให้ลูกกินแล้ว แต่.. “มันเผา” ก็ยังเป็นของโปรดลูก

 

... เป็นวัยเด็กที่มีความยากจนมากและมีความสุขมาก ...

และ

“ลูกก็รักพ่อมากค่ะ”

 

ชีวิตตอนนั้น

ยากจนมาก ... สุขก็มาก ... และ...ทุกข์ก็มีมากพอกัน

เพราะ ... พ่อติดเหล้า ... พ่อร้องเรียกหาแต่ ... เหล้าจ๋า ... ทุกวัน

หากวันไหนพ่อดื่มหนัก นรองจะต้องรับบทเป็นนักกรีฑาเพิ่มมาด้วย ... วิ่งหนีพ่อค่ะ

 

ถนนหน้าบ้านคือลู่วิ่ง เส้นชัยคือประตูวัด

ถ้าตัวผ่านเข้าไปในเขตวัดได้ก็คือชนะ “ปลอดภัย” แน่นอนแล้ว

ทุกครั้งนรองจะต้องเป็นผู้วิ่งนำหน้า แล้วพ่อก็เป็นผู้วิ่งตามพร้อมไม้ในมือ

เคยคิดอยากสลับเอาไม้มาถือเองแล้วให้พ่อไปวิ่งอยู่ข้างหน้าบ้างจัง

มีบางวันวิ่งไปเจอทางตัน ประตูล๊อคและเปิดประตูไม่ทัน

แกล้งล้มลง แต่พ่อรู้ทันตีซ้ำ  ทำไงดีล่ะ...ลุกวิ่งต่อสิคะ

ตอนเด็กโดนพ่อตีบ่อยมากค่ะ ตีเกือบทุกวัน แต่ไม่ค่อยโดนตัว เพราะวิ่งเก่งค่ะ

ส่วนมาก..พ่อวิ่งตามไม่ทันค่ะ และเรื่องนี้ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้าน

 

....

 

ดูเหมือนนรองจะเป็นเด็กเกเรจังเลย

แต่...ไม่ใช่ค่ะ...ที่พ่อทำแบบนั้น ที่นรองต้องวิ่งทุกวัน

เป็นเพราะ...พิษของสุราค่ะ

พ่อดื่มจนควบคุมสติไม่ได้ ... เวลาเมาเหล้าพ่อจะกลายเป็นอีกคนไปเลย

ปกติของคนเมามักขี้บ่น ปกติของเด็กมักชอบเถียง เถียงคำไม่ตกฟากว่างั้น

และหากคิดจะเถียงพ่อเมื่อไร ขาก็ต้องก้าวให้ไวด้วย

แต่ในเวลาที่พ่อไม่ดื่มเหล้า พ่อจะน่ารักมากๆ แล้วก็รักลูกมากด้วย

หุงข้าวทำกับข้าวให้ลูกกิน...ฝีมือทำกับข้าวของพ่ออร่อยมากๆ ค่ะ...ขอบอก

 

ของขวัญในวัยเด็ก

สิ่งที่อยากได้มากที่สุด คือ “อยากให้พ่อเลิกดื่มเหล้า”

แต่ก็ไม่เคยได้ค่ะ

 

อายุ ๑๕ ปี 

โตเป็นสาวแล้วพ่อก็ยังเมาไม่เลิก

ส่วนแม่เป็นคนขยันมาก ทำมาค้าขายจนกระทั่งพอมีเงินบ้าง

แม่จึงส่งนรองมาเรียนหนังสือในเมืองกรุง

หนึ่งเดือนแรก...ร้องไห้ทุกวัน

 นั่งมองตะวันก็ร้องไห้ มองจันทร์ก็ร้องไห้ เดินก็ร้องไห้ เข้าห้องน้ำก็ร้องไห้

ยิ่งฟังเพลง คิดถึงบ้าน ก็ยิ่งร้องไห้ เหงามากๆ คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่

คิดถึงพ่อด้วยนะเพราะเราเคยวิ่งด้วยกันทุกวัน

แล้ววันหนึ่งต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียว 

... คิดถึงที่สุด ...
 

.

.

.

 จนกระทั่ง ... ในเวลาต่อมา

... พ่อเสียชีวิต ...

พ่อนรองเสียชีวิตเพราะดื่มเหล้าค่ะ

 

สองวัน .. ก่อนที่พ่อจะเสีย

พ่อชวนซ้อนท้ายจักรยานจะพาไปดูสวนของพ่อ

พ่อจะยกสวนให้ แต่ลูกก็ไม่ได้ไปด้วย งอนพ่อก็เลยไม่อยากได้ของจากพ่อ

พอกลับถึงกรุงเทพได้เพียงวันเดียว

ได้รับข่าว "พ่อเสียแล้ว" เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าขึ้นนั่งบนรถ

นั่งร้องไห้ตั้งแต่กรุงเทพถึงหลังสวน

คิดน้อยใจพ่อ

“ทำไมพ่อจึงรักเหล้ามากกว่าชีวิตตัวเอง” 

“ทำไมพ่อไม่ดูแลตัวเองแล้วอยู่รอดูความสำเร็จของลูกๆ ”

“ทำไมพ่อไม่ให้โอกาสลูกได้ตอบแทนพ่อบ้าง”

"ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำให้พ่อ ... แต่ ... ยังไม่ได้ทำเลย"

และอีกสาระพัดที่พรั่งพรูออกมาบนระยะทางเกือบหกร้อยกิโล

 

นั่น...เป็นอดีตที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว

ในปัจจุบันถ้าหาก...นรองขอได้ อยากจะขอแทน “ลูกทุกคน”

อยากจะขอให้  “คุณพ่อของลูก” ที่ชอบดื่มเหล้า(เยอะๆ)

ดื่มให้น้อยๆ และพักผ่อนให้เยอะๆ

เพราะ  “ลูกรักและเป็นห่วงพ่อ” อยากให้ พ่อทุกคน มีสุขภาพที่ดีค่ะ

รักกัน ... ก็มอบความรัก ความห่วงใยให้แก่กัน ... ทำทุกวันให้ดีที่สุด

จะได้ไม่ต้องเสียดายและเสียใจในภายหลังค่ะ

 .....

 
ก่อนเขียนเอ็นทรี่นี้

นรองได้ขออนุญาตจากพ่อแล้วค่ะ ... ขอเล่าอดีต

ที่จริงพ่อนรองมีเรื่องที่น่ารักอีกมากมายค่ะ

แต่ขออนุญาตท่าน ... เล่าอดีต..เล่าอีกมุมของชีวิตไว้ให้เป็นข้อคิด

"อย่าให้สุรามาทำลายชีวิตของท่าน"


... นะคะ ...

 

นรองยังมีเรื่องวัยเด็กที่อยากเล่าอีกค่ะ และมีสิ่ง "อยากจะให้"  ให้กับเด็กๆ 

จะขอมาเล่าในเอ็นทรี่ต่อไปนะคะ

 

ขอขอบคุณ

บทเพลง คิดถึงบ้าน ศิลปิน ซิตี้คอรัส

 ......

ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกวันๆ

_/\_ ... สวัสดีค่ะ ... _/\_

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net