วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 3 - ดอยแม่สลอง


'

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

หน้าปกครับ

 

.

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

ด้วยเวลา ผมจึงบิดสุดชีวิตเพื่อให้ถึงที่หมายก่อนฟ้ามืด บิดทั้งที่ไม่รู้จักเส้นทางที่ทั้งโค้งและทั้งชัน บิดทั้งที่อยากจอดถ่ายรูปในบางช่วง

แต่ความงามก็ไม่อาจเอาชนะความกลัว ผมจึงไม่ได้ความงามตามรายทางมาเชยชมซักรูป

จนเลขไมล์ 3148 ผมก็ถึงดอยแม่สลองที่เวลา 17.20 น.
แปลกใจในความเป็นเมือง คือไม่คิดว่าจะเจริญขนาดที่มีตู้ ATM และ 7-11

คนเยอะมาก อาจเพราะเป็นคืนใกล้ปีใหม่และอยู่ในช่วงงาน...

‘เทศกาลชิมชา ชมซากุระบาน อาหารชนเผ่า ดอยแม่สลอง วันที่ 28 ธันวา 55 – 2 มกรา 56’

ผมขี่เวียนไปมาสองรอบเพื่อมองหาจุดกางเต็นท์ เจอหลายจุดที่น่าสนใจ สุดท้ายผมเลือกจุดที่อยู่ใกล้บริเวณงานที่สุด

ร้านต้นชาอยู่ห่างจากงานราว 100 เมตร คิดค่าที่ 100 บาท พนักงานมาช่วยกาง เขาบอกว่าเต็นท์พี่ยังใหม่อยู่เลยนะ 

ผมยิ้มตอบ รู้ว่ากลิ่นพลาสติกคงเตะจมูกเขาเข้าให้แล้ว เพราะจมูกผมก็โดนเตะเหมือนกัน เพราะนี่คือการใช้งานครั้งแรกจริงๆ แต่หลังจากนี้ กลิ่นคงจะหายไปเพราะถูกสายลมดมสูดทั้งคืน

กางเต็นท์เสร็จ ผมโยนสัมภาระเข้าไปแล้วถ่ายรูปตัวเองสร้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์สองสามรูปที่ต้องเก็บให้มิดชิด ถ้าไม่อยากให้ใครได้เห็นคนที่หน้าแก่เร็วที่สุดในโลก

อากาศไม่หนาวเท่าที่คิด ห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ มีห้องอาบน้ำสามห้อง ส้วมสามห้อง คำนวณจากจำนวนเต็นท์ก็รู้ว่าไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องรับสภาพในเมื่อเลือกพักแบบนี้

นั่นคือห้องที่ต้องใช้น้ำเย็นๆ หนาวๆ แต่ถ้าใครอยากอาบน้ำอุ่น ร้านก็มีบริการคือจะต้มน้ำให้หนึ่งหม้อผสมน้ำให้เสร็จ แล้วเข้าไปอาบในห้องน้ำภายในร้าน อันนี้คิดว่าบริการ 30 บาท

สังเกตดูก็มีแต่คนอาบน้ำเย็น ถ้าชายฉกรรจ์อย่างผมไปใช้บริการอาบน้ำอุ่น ใครเห็นตอนเข้าออกห้องน้ำคงได้อาย

 

ผมอยู่เต็นท์ริมนอก ถัดไปเป็นเต็นท์เล็กติดกันสองหลังเยื้องไปทางซ้ายอีกหลัง ทั้งหมดนี้เป็นแบบเดียวกัน สองในสามสีเดียวกับผมอีกต่างหาก

กลุ่มนี้มาด้วยกันผมไม่ได้นับว่ากี่คนรู้แต่ว่าเป็นสาวๆ ล้วน ที่เพ่งพินิจแล้วพบว่าอยู่ในวัยปริญญาตรี
เต็นท์ลายพรางเป็นของครอบครัวพ่อแม่ลูกสาววัยอนุบาลกับอีกคนที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน จึงมีเสียงร้องแงให้ได้ยินเป็นระยะๆ

ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญให้ใครรู้ เพราะผมจะไม่บ่นออกมาให้ใครได้ยิน เพราะผมเป็นคนใจดีมีเมตตาและเข้าใจโลก

เปล่าหรอก ความจริงผมคิดแค่ว่าครั้งหนึ่งผมก็เคยอยู่ในวัยนี้และมีลีลาอาการแบบนี้เหมือนกัน และเชื่อว่าตอนนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งใจร้องแงให้ใครได้รำคาญเลยซักนิด

เสียงร้องแงถูกแทรกด้วยเสียงเฮฮาตามวัยของสาวๆ ผมไม่กล้าทักทาย เพราะกลัวจะถูกสวนว่า ‘มีไรลุง’

ส่วนบ้านไม้ไผ่คืนละ 800 บาท แน่นอนว่าราคาคงขึ้นอยู่กับฤดูกาล

มองดูคิวอาบน้ำที่ยังไม่ขาด แต่ถ้าไม่ไปยืนรอหน้าห้องน้ำ อาจต้องใช้บริการห้องอาบน้ำอุ่นให้ได้อาย จึงมุดเข้าเต็นท์เตรียมตัว
ยังไงก็ต้องอาบ ไม่งั้นคืนนี้มดอาจขึ้น หรือไม่ก็อาจตะขาบ ถ้ามันชอบกินความเหนียวบนเนื้อหนังมนุษย์เป็นอาหารว่าง

เดี๋ยวจะไปเดินให้ลมหนาวๆ กอดนอก และให้ชาอุ่นๆ กอดใน

->

.

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

มองไปบนเวทีจึงรู้ว่างานนี้จัดมาถึงครั้งที่ 17 แล้ว ดนตรีกำลังบรรเลงให้แดนเซอร์สะบัดเอว แม้อากาศไม่หนาวมาก แต่ก็เรียกว่าหนาว แล้วเหตุไฉนสาวๆ บนเวทีถึงได้ทำราวกำลังเต้นอยู่ริมหาดทรายในฤดูร้อน

เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะมีฮีตเตอร์ติดตัว คิดว่าน่าจะเป็นเพราะสปอตไลต์ที่ทำให้สาวๆ อุ่นในชุดสั้นเว้า ที่บางคนอาจเรียกว่าชุดสั้นว้าว

ผมถามตัวเองว่าอากาศหนาวมั้ย คราวนี้ได้คำตอบว่าหนาวมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพิงความร้อนจากสปอตไลต์ใกล้ๆ เวทีซักช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 



พออุ่นไอได้ที่ผมก็ไปเดินเล่นต่อ โดยเก็บความร้อนๆ อุ่นๆ ไว้ในดวงตาผ่าวๆ

มีร้านชิมชาเรียงราย เท่าที่มองดูไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวอยู่ในร้านกันนัก อาจจะเพราะยังหัวค่ำ หรือไม่ก็ไปกองอยู่หน้าเวทีหมด

พอเริ่มหิวผมก็เริ่มออกหาอาหาร นอกงานมีร้านขาหมูหมั่นโถวหลายร้าน ผมอยากกินมาก เดินผ่านร้านนั้นทีร้านนี้ที คนเยอะ โต๊ะเกือบเต็ม แต่ผมไม่ได้เข้าไป เพราะดูจากอาหารในจานของแต่ละโต๊ะแล้ว เชื่อว่าการกินคนเดียวอาจทำให้ท้องแตกตายได้

จริงๆ แล้วผมไม่ได้กลัวท้องแตกตายหรอก แต่ผมจะกินยังไงนี่สิ ก็มันเยอะเกิน

ลำพังข้าวขาหมูนี่เกิดมาก็เคยกินมาไม่รู้เท่าไหร่ หมั่นโถวก็เคยกินครั้งสองครั้ง ผมไม่ชอบเพราะมันไม่มีไส้เหมือนซาลาเปา

แต่ขาหมูกินกับหมั่นโถวยังม่เคยกินและอยากลอง การมองดูคนอื่นกินสิ่งที่อยากกินจึงช่างทรมานใจอย่างแรง

สรุปว่าไม่ได้กิน จึงไปเดินซื้อผัดหมี่ข้างๆ งานกิน ตามด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘ซาโมซ่า’ ที่ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยิน

ลักษณะคือเป็นแป้งทอดรูปสามเหลี่ยมยัดไส้ด้วยมันฝรั่ง ผมทดลองก่อนสองชิ้น แล้วก็คิดว่าอร่อยดี ซักพักก็ไปซื้อเพิ่มอีกสองชิ้น คราวนี้อร่อยไม่ดี เพราะเริ่มเลี่ยน

แต่ในเมื่อนี่คือเทศกาลชิมชา ผมจึงไปแก้เลี่ยนด้วยชา คนชงทำไปบรรยายไป ผมรับมาจิบ เขาก็ยังพูดต่อและชงอีกชามาให้

 

แก้วแรกยังไม่หมด ผมต่อแก้วสอง แล้วแก้วสาม เหลือบดูทั้งสามแก้ว ไม่หมดซักแก้ว คราวนี้ลองตั้งใจจิบและขอพิจารณารสชาติอย่างจริงจัง เพราะแต่ละชาแต่ละชื่อแต่ละสรรพคุณ จะต้องมีสิ่งที่แตกต่างกัน

กระดกหมดสามแก้วแบบจริงจัง ผลคือไม่ต่างกัน เพราะผมไม่รู้เรื่องชา สำหรับผม ชมกับไวน์จะเหมือนกันอยู่อย่างนึง คือมันเหมือนกันไปหมด เพราะผมไม่รู้เรื่องทั้งไวน์ทั้งชา

ในงานคนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนักท่องเที่ยวที่แต่งตัวเต็มยศสำหรับท่องหนาว และคนพื้นที่ที่ดูแตกต่างกันชัดเจน บางทีเขาอาจสงสัยว่าพวกคนเมืองจะหนาวอะไรกันนักกันหนา ถึงห่อตัวหลายชั้นเหมือนหมูยอใส่สี

 



ดนตรียิ่งดัง หน้าเวทีคนยิ่งเยอะ บนเวทีก็ยิ่งสั้นและยิ่งสะบัด ผมเดินไปมาสามสี่รอบ เพราะลมหนาวโชยมานี่จึงจำเป็นต้องไปหาอุ่นแถวๆ สปอตไลต์อีกอุ่นสองอุ่น

พอทั้งอิ่มทั้งอุ่นก็กลับเต็นท์ตอน 22.40 น. พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ได้ยินคนคุยกันว่าพรุ่งนี้จะตื่นดูพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนผมที่ไม่รู้จะคุยกับใครก็บอกตัวเองว่า เออเนอะ

ผมนอนบนถุงนอนที่ไม่ได้สอดตัวเข้าไปเพราะเหตุผลสองข้อคือ หนึ่ง ไม่หนาวมาก สอง พื้นแข็งมาก แล้วห่มผ้าห่มที่เอาไปเอง แค่นี้ก็สบาย

แต่กว่าจะหลับก็นานมาก เพราะมีทั้งเสียงเบบี๋และสาวๆ แทรกกันไปแทรกกันมา โชคดีที่ผมเป็นคนมีสมาธิดีจึงแยกได้ว่าเสียงไหนเป็นของใคร

แต่นั่นไม่ใช่เสียงกล่อมหรอกครับ อย่าให้พูดเลยว่าสาวๆ คุยกันขำกันเรื่องอะไร ฟังแล้วจะเป็นลม

ขณะกล่อมตัวเองว่าจงหลับ จงหลับ ผมก็นึกถึงเรื่องราวของวันนี้
นี่เป็นการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบนี้เป็นครั้งแรก และผมก็ได้มาดอยแม่สลองเป็นครั้งแรกโดยไม่ได้ตั้งใจ

คราวหน้าอาจได้มาอีก แต่ก็ช่างคราวหน้า คราวนี้ต้องหลับเสียที พรุ่งนี้จะไปแม่สาย ผมคิดว่าอย่างนั้น

ปรากฏว่ากว่าจะหลับก็ปาเข้าไปหลังตีสาม เพราะมีช่วงนึงที่ผมหยิบมือถือมาดูเวลา

ผมว่าพระอาทิตย์คงตื่นมาดูผมแน่ๆ

->

.

 
 

โดย นรพัลลภ_ประณุทนรพาล

 

กลับไปที่ www.oknation.net