วันที่ อังคาร มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผ่ามิติ


                                                                               ผ่ามิติ

             เมื่อกลุ่มหมอกหนาที่เคลื่อนตัว เข้าหาตัวของมีตอง มีความถี่เร็วมากขึ้น วูบๆและเร็วขึ้นจนกลายเป็นแสงสีขาวจ้า มองอะไรไม่เห็น

     เมื่อแสงจ้าจางลง ภาพข้างหน้าชัดเจนขึ้น กลุ่มคน หน้าตาดี แต่งตัวไม่เหมือนคนทั่วไปเสื้อผ้าคล้ายๆขนนกแต่ไม่เป็นขน มันมองเหมือนผ้ายืดที่แนบสนิทกับผิว

กาย ทุกคนมีหน้าตาแจ่มใส

เคลื่อนตัวไปมา รวดเร็วกว่าปกติ หลายเท่า มองดูคล้ายการบินของผึ้งแต่เร็วกว่าหลายเท่า แม้จะอยู่กันหนาแน่น แต่การเคลื่อนตัวนั้น ไม่รบกวนกันเลย เหมือนมี

เกราะแม่เหล็กคั่นกันอยู่ ไม่หยุดนิ่งเคลื่อนที่ไปมาอยู่ตลอด เหมือนการทำงานของมดงานมีความรวดเร็วมาก 

P

 

            มีตองยืนดูนิ่ง อยู่สักอึดใจ ก็เริ่มอยากรู้ว่าทำอะไรกัน แค่มีตองคิด ตัวของมีตองก็เคลื่อนไปมา ไปตามจุดต่างๆที่อยากเข้าไปดู ไม่มีใครสนใจมีตอง ทุกคน
 
ยังเคลื่อนที่ไปมาวูบวาบรวดเร็ว เหมือนไม่มีใครเห็นมีตอง มีตองเริ่มคุ้นเคยกับการเคื่อนย้ายตัวเองไปมา ไม่ต้องใช้เท้า ไม่ต้องออกแรง แต่ใช้ ความรู้สึก และเริ่ม
 
สนุกกับการท่องโลกในมิติใหม่ 
 
            กลุ่มผู้คนที่เห็นสาละวน กับภาระกิจ คล้ายๆกับการปลูกต้นพืช ที่มีหน้าตาเหมือนคน ทุกๆต้น หน้าตายิ้มแย้ม ส่วนที่เห็นในตอนแรกที่ทำงาน ดูวุ่นวายน่า
 
สับสนพวกเขากำลังให้อาหารต้นไม้ประหลาดนี้เอง ที่เห็นเคลื่อนตัวนั้นคือการขนอาหาร มีลักษณเหมือน ฟองใข่ แต่ละต้นจะมีช่อง อยู่ทีหน้าอก คนเหล่านั้นทำหน้าที่
 
นำฟองอาหาร หยอดใส่ลงไปในช่อง ตลอดเวลาการให้อาหาร มีตองเห็น มันเป็นไปอย่างมีความสุข ผลของต้นไม้มีสีแดงเข้ม อ่อนนุ่ม ดูน่ากินทุกๆผลจะถูกเก็บ
 
ลำเลียง ไหลไปเหมือนสายพานลำเลียง ทั้งหมดมันเกิดชึ้นรวดเร็วและซ้ำๆ 
 
 
            มีตองตามสายธารผลไม้แดงเข้มไป จะมีผู้คนออกมารับผลไม้สีแดงเข้ม ตลอดทางมันเป็นอาหารสำเร็จรูปนี่เอง สายธารอาหาร แยกกระจายออกไปยังพืนที่
 
ต่างๆ ทุกอย่างดูมีระเบียบ ทุกคนหน้าตาอิ่มเอิบ ยิ้มแย้ม เมื่อได้อาหารพวกเขาไม่ได้ทานแต่แค่มือแตะก็ซึมหายไปในร่างทันที่  ทุกที่ที่พบเห็นทุกคนสาละวนอยู่กับ
 
งาน ที่ทำแม้จะดูวุ่นวายแต่การส่งภาษาท่าทางกันเกิดขึ้นตลอดเวลา 
 
            ความแน่นหนาและความซับซ้อนมีมากขึ้น มีตองเลือกที่จะติดตาม เส้นทางเส้นใหญ่ที่มีคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีขาว ซึ่งจริงๆแล้วพวกเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้า สิ่ง
 
ที่มีตองเห็นเป็นเสื้อผ้านั้น เป็นผิวหนังจริงๆรายละเอียดนั้นมันเหมือนลายผ้า แนบเนียน พริ้วไหวได้เหมือนผ้าห่ม นุ่มนวล พวกเขาคอยดูแลแลระมัดระวังสายธาร
 
อาหาร อย่างเข้มงวดมากแค่มีตองสนใจและต้องการรู้รายละเอียดเกี่ยวกับคนชุดขาว ว่าทำไมต้องติดตาม สายธารอาหารแบบไกล้ชิดมากขนาดนั้น ข้อมูลต่างๆที่
 
เป็นข้อสงสัยก็ได้รับการคลี่คลาย ไปทีละเรื่อง 
 
 
 
            เจ้าหน้าที่ชุดขาว บอกกับมีตองไม่มีการพูดจากันเหมือนอย่างที่เราทำกัน แต่การรับรู้เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อความรู้สึกให้กัน การคุยแบบถามตอบจึงไม่มี
 
เพราะทุกอย่างผ่านเข้าสู่สำนึกรู้กันโดยตรง ได้ความว่าพวกเขามีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือคอยคุ้มกันและปกป้อง สายธารอาหาร ที่ไหลมาจากต้นทาง แหล่งกำเนิด
 
อาหาร ที่อยู่ใจกลางอาณาจักร ที่นั้นเป็นต้นกำเนิดของทุกอย่าง แม้แต่ประชากรที่เห็นทั้งหมดก็มาจากที่นั่น ที่นั่นจะมีนางพญา ผลิตมนุษย์งานต่างๆ แม้แต่คนตัวขาว
 
อย่างพวกเขาก็เกิดมาจากที่นั่น ทั่วทั้งอาณาจักร ประชากรมีต้นกำเนิดที่นั่น ประชากรจะมีหน้าที่คนละอย่างเดียว ตลอดชีวิต และชีวิดที่นี่ก็ไม่ยาวนาน เพราะประชากร
 
จะถูกทดแทนทันทีที่เสื่อมสมรรถภาพทุกอย่างจะมีการส่งผ่านข้อมูลแบบสายตรงตลอดเวลา
 
            อาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรปิด ประชากร มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข และปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งจริงจัง ตลอดชีวิตมีหน้าเพียงอย่างเดียวตามพื้นที่ที่
 
ประจำอยู่ พื้นที่อันกว้างใหญ่และซับซ้อน ในแต่ละเขตประชากรมีหน้าที่ปฎิบัติไม่เหมือนกัน งานที่ทำทุกๆพื้นที่เชื่อมโยงสัมพันธุ์กันหมด 
 
            มีตองเห็นการให้สารอาหารมนุษย์ ผลไม้ ที่ออกลูกเป็นอาหารที่นั่นก็คือ พื้นที่ผลิตอาหาร และที่เคลื่อนตัวกันคึกคักก็คือการไปนำสารอาหาร สำเร็จรูป จาก
 
แหล่งผลิตมาเลี้ยงต้นไม้ 
            คนตัวขาวบอกว่าสารพลังงานได้ มาจากหน่วยกองกำลัง ทีี่ต้องออกไปเสาะหานอกอาณาจักร แหล่งพลังงานจากกลุ่มดวงดาวต่างๆ มีการแย่งชิงทำลายกัน
 
เพื่อครอบครองสารพลังงาน เมื่อได้มาแล้ว ก็จะมีการนำมาผ่านกระบวนการทางเคมี มีการคัดแยกสิ่งปนเปื้อนแปลกปลอมออกจนได้เม็ดพลังงานบริสุทธิ์นำมาเลี้ยง
 
ต้นไม้มนุษย์อาหาร จนได้ผลไม้อาหารสีแดง
 
 
 
           ที่นี่มีแสงสว่างนวลและรอบๆกายมีความสบาย ไม่มี ดวงไฟ ความสว่างที่ได้เป็นความสว่างจากการสัมผัสอีกมิติหนึ่ง มิได้เกิดจากดวงตามนุษย์แต่เป็นความ
 
สว่างจากสัมผัส ในความรู้สึก
 
            มีตองหันไปสนใจคนอีกพวกหนึ่งหลังจากได้ผลอาหารไปแล้ว ก็คายสิ่งหนึ่งออกมา เป็นละอองสีดำ ทันทีที่ละอองนั้นผ่านพ้นจากคนปล่อยก็มีสายธารผลไม้
 
สีดำคอยดูดซับเก็บทันที ไม่มีทางสูญหายได้เลย คนขาวบอกว่านันคือสายธาร เก็บคืนของเสียมีเส้นทางย้อนกลับสู่ศูนย์กลาง การแยกของเสีย 
 
ขณะที่มีตองอยากรู้ว่าคนที่มีรูปร่างอีกลักษณะหนึ่ง นั้นเขามีหน้าที่อะไร ผู้คนที่มีรูบร่างเหมือนเกลียวเชือกสวมารถแปรรูปเรียงตัวกันเหมือนการเล่นกลแปรอักษร
 
วูบวาบ รวดเร็ว ส่งผ่านคลื่นพลังงาน เหมือนการปล่อยกระแสร์ไฟฟ้า ไปตามเกลืยวมัดมนุษย์ที่แปรรูป สั่นพริ้วอย่างมีระเบียบ
 
            มีตองเคลื่อนตัวเข้าไกล้จนรู้สึกได้ว่ากลุ่มคนเหล่านั่น สนทนากันรับรู้ได้ว่า ตอนนี้ต้องถ่ายโอนกระเเสร์พลังงานไปตามสัญญานที่มีเข้ามา สัญญานจาก
 
ศูนย์กลางข้อมูล ที่ถ่ายทอดมาจากการกองกำลังนอกอาณาจักร ว่าต้องการให้ส่งกำลังไปยังตำแหน่งไหน ขณะที่ภาระกิจกำลังดำเนินไปนั้นความถี่ของสายธาร
 
อาหารก็ทวีความรุนเเรง แสดงถึงความต้องการอาหาร เพื่อเปลื่ยนเป็นพลังงานในรูปของกระเเสร์คลื่นกำลัง ทุกอย่างดูรุนแรงมีจังหวะรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเหมือนการ
 
แปรอักษรภาพ  จนเหมือนภาพเคลื่อนไหวที่มีเรื่องราว  ทุกคนหน้าตาสดชื่นบ่งบอกว่าไม่มีความหนื่อยหล้าแม้แต่น้อย พริ้วไหวเหมือนเริงระบำอย่างมีความสุข มีการ
 
สลับตำแหน่งเหมือนนักกายกรรม ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ 
 
             มีตอง สำรวจเส้นทางสายธารอาหารที่คนขาวดูแล
 
 
หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพประกอบ จากsolar walK
 
 มีตอง สำรวจเส้นทางสายธารอาหารที่คนขาวดูแล ที่เรียกสายธารเพราะดูเหมือนสายธาร ความจริงนั้น เป็นกลุ่มผลไม้แดงที่เกาะยึดติดกัน เป็นเหมือนเกลียวเชือก
 
ไม่มีอะไรห่อหุ้มแต่ทุกๆผลเกาะกันเหมือนมีแรงดูดกันและกัน  สายธารแยกกระจายไปเต็มทุกพื้นที่ เลี้ยงประชากรได้อย่างทั่วถึง ที่นีจึงไม่มีความเหน็ดเหนื่อย หรือเบื่อหน่ายทุกคนมีความสุข 
 
             ทุกคนสามารถรับอาหารได้มากเท่าที่ต้องการ  ไม่มีการแย่งชิง การรับอาหารเหมือนหุ่นยนต์เติมประจุไฟฟ้า เต็มแล้วก็คายของเสียออกมาเป็นฝุ่นผงสีดำ
 
ในขณะเดียวกันก็มีสายธารกผลไม้สีดำ ก็คอยดูดซับเก็บคืนเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดทั่วทุกพื้นที่
 
             คนขาวอธิบายว่า อาหารนั้นจะมีความพอดีกับประชากร แต่บางครั้งจะบุกรุกเข้ามาแย่งอาหาร ประชากรที่นี่ไม่สามารถต่อสู้อะไรได้เลย เพราะไม่มีอาวุธใน
 
การต่อสู้ ที่คนตัวขาวต้องคอยดูแล ตามจุดต่างๆตลอดสายก็เพราะเหตุนี่เอง คนขาวมีอาวุธเป็นประจุไฟฟ้าที่สามารถทำลายผู้บุกรุกได้ และมีความฉลาด สามารถ
 
เรียนรู้และจดจำลักษณะของผู้บุกรุกได้มีอิสระในการตัดสินใจ
 
               วิธีการคุ้มกันและการปกป้องธารอาหารของคนตัวขาวเมื่อมีผู้บุกรุก แปลกปลอมเข้ามา ก็จะใช้วิธี เข้าประชิดตัว.  คู่ต่อสู้ ตัวต่อตัวหรือมากกว่า บางตัว
 
ใหญ่ต้้องใช้คนขาวเป็นร้อยเป็นพันก็มี เมื่อทำลายได้แล้วสายธารดำก็จะเก็บไป ไม่มีความกลัวทำหน้าที่เข้มแข็งรวดเร็ว แต่บางจุดก็เสียหายเพราะผูบุกรุกทนแรงการ
 
ทำลายได้มากคนขาวจึงต้องใช้วิธีตรึงผู้บุกรุกด้วยการตรึงตัวเอาไว้โดยใช้คนขาวจำนวนมากจนกว่ามันอ่อนแรงและทำลายได้ในที่สุดเพราะคนขาวมีความฉลาด เป็น
 
ลักษณะพิเศษ จำนวนคนขาวและเวลาที่ต้องใช้ในการพิชิตตัวร้ายไม่แน่นอนจุดไหนที่ถูกโจมตี และยังทำลายกันไม่ได้คนขาวก็ต้องหาวิธี แต่สุดท้ายก็จะสามารถ
 
ทำลายได้หมด จำนวนของคนขาวจะได้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากศูนย์กลางต้นกำเนิด หรือที่ตัวนางพญาคนขาว
 

 

 

                 มีตองเร่ิมให้ความสนใจคนขาว เช่นเดียวกับคนขาวก็เริ่มสนใจมีตอง มีตองถามคนขาวเป็นภาษาพูด ว่าคนขาวมีชื่อเรียกว่าอะไร ตอนนี้คนขาวเริ่ม

แปลกใจในภาษาที่มีตองพูด ไม่เข้าใจคำว่าชื่อ มีตอง บอกชี้ที่ตัวเองว่า ชื่อมีตอง แล้วชี้ที่คนขาว ชื่ออะไร น่าแปลกที่เขาเข้าใจความหมาย และแสดงท่าท่าง และเริ่ม

ออกเสียงพูดได้ ตัวของคนขาวเริ่มพัฒนา มีตองทำอะไร คนขาวเริ่มเรียนรู้ สุดท้ายมีตองก็สนทนากับคนขาวได้เหมือนการพูดคุยแบบปกติ และเริ่มมีความรู้สึกและอา

รมสนุกและสงสัย เหมือนๆมีตอง คนขาวพูดได้เหมือนมีตอง หน้าตาเริ่มมีเค้าโครงเหมือน หน้าตาของมีตอง คนขาวบอกมีตองว่า ที่นี่ไม่มีการสนทนากันเหมือนกับที่

กำลังสนทนากับมีตอง ที่นี่ไม่มีสีหน้า ไม่มีเสียงคุย ที่นี่ ส่งผ่านข้อมูลที่ต้องการจะคุยกัน ตรงเข้าความรู้สึกเลย จะมีเพียงภาษาเดียว ทั่ว อาณาจักร มีแค่ท่าทางเล็ก

น้อย ประกอบการส่งผ่านข้อมูล ให้กันและกัน และเพิ่งได้เรียนรู้จากมีตองเรื่องภาษาพูด ตอนนี้มีตองเริ่มต้องตอบคำถามคนขาว เพราะคนขาวเริ่มมีข้อสงสัย 

 

             การเรียนรู้ของคนขาว เร็วมากหลังจากที่สามารถเข้าใจ และพูดภาษาเดียวกับมีตองได้ การพัฒนาด้านสรีระต่างๆของคนขาวก็ก้าวหน้าเช่นกัน จนสามารถรับสำผัสต่างๆ ได้เช่นเดียวกับมีตอง มีตองใช้วิธีสนทนา ด้วยคำพูดไม่ใช้ความรู้สึกเหมือนเก่า ที่สื่อกันทางจิต คนขาวไม่มีชื่อเพราะทุกคนมีหน้าที่ในการทำงานเหมือนกันหมด ไม่มีอารมย์รับรู้อื่นๆนอกจากทำตามคำสั่ง ที่สื่อลงมาตามสายงานเท่านั้น ไม่มีเสียใจ ดีใจ มีแต่อารมย์แจ่มใสอยางเดียว มีตองตั้งชื่อให้คนขาว่า  วู. แล้วมีตองให้วูลองออกเสียงดู วู. วู. ตอนนี้วูทำหน้าตื่นเต้น เหมือนเด็กได้ของเล่น แล้วเอามือแตะ ที่หน้าอก พูดว่า  :เรา มีชื่อว่า วู มีเพื่อนที่รักชื่อ มีตอง: แล้วเอามือแตะที่ไหล่ของมีตอง วูยิ้ม มีประกายตาแสดงถึงความพอใจมาก. 

 

           วูสนุกกับภาษาธรรมดาของมีตอง มีการออกเสียง มีสีหน้าท่าทาง วูถามว่า มีตองมาจากไหน ทำไมไม่เหมือนผู้บุกรุกอื่นๆเลย วูต้องเข้าประชิดทันทีหากมีคนแปลกหน้า จะต้องถูกตอบโต้ทันควันและแย่งผลไม้จากธารแดง. มีตองมาแล้วแค่มองไม่สนใจสายธารแดงเลย มีตองยิ้ม แล้วบอกว่ามีตองมาจาก :โลกมนุษย์: ที่มีตองไม่สนใจเพราะมีตองยังไม่หิว และอาหารของมีตองก็ไม่เหมือนกับที่นี่ อาหารบนโลกมนุษย์ มีมากมาย และสามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ. ตอนนี้วูสบตามีตอง สายตาเริ่มแสดงออกว่ามีความสนใจสิ่งที่มีตองบอก  อาหารในดินแดนของวูเกิดจาก การสังเคราะห์ของต้นไม้มนุษย์ ที่มีคุณสมบัติในการเปรรูปเม็ดแร่ ที่กลุ่มมนุษย์งานอีกพวกหนึ่งนำมาจาก ศูนย์กลางอาณาจักรที่นั่น จะมีมนุษย์ย่อยสลายแร่ธาตุทำหน้าที่นี้อยู่ อาหารที่นี่จึงเหมือนพลังงานนิวเคลียร์ แต่มีการจัดการอย่างดี กากสารที่เหลือจะถูกสายธารดำ นำกลับไปสังเเคราะห์ เพื่อแปรรูปเป็นอย่างอื่น ที่นี่เป็นอาณาจักรปิด ทุกอย่างจึงถูกควบคุมดูแลเป็นระบบวงจร ไม่มีอะไรสูญเสียเปล่า.  วูถามมีตอง :ทำไมอาหารของมนุษโลกต้องมีหลายๆอย่างด้วย แล้วจะรับอาหารกันอย่างไร?: มีตองตอบ : ก็เพราะมนุษย์มีความสุขกับการกินมากเป็นอันดับหนึ่งเลย อาหารของมนุษย์มีรสชาดอร่อยแบบต่างๆ ทานแล้วมีความสุขมาก โดยเฉพาะหากอาหารที่ทานมีรสอร่อยถูกปากละก็จะต้องทานมากกว่าปกติเลย: วูถาม :ถูกปากมันเป็นอย่างไรนะที่เรียกว่าถูกปาก พวกเราได้อาหาร จากธารแดง มีรสหวานเย็นอย่างเดียว เราความรู้สึกอย่างนั้นทุกครั้งที่ได้อาหาร: เพราะการรับอาหารที่ดินแดนของวูนั้นไม่ได้ทานเหมือนมนุษย์ แค่สำผัสที่ธารแดง อาหารก็จะถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว และก็จะปล่อยกากออกทันที และจะมีสายธารดำดูดซับเก็บไปหมด วูจึงไม่เข้าใจเรื่องการทานอาหารของมนุษย์ มีตองเร่ิมอธิบาย: พวกเรามีปากและมีระบบการย่อยสลายสารอาหารได้เอง ภายในร่างกาย พวกเราจึงสามารถรับอาหารได้หลายๆชนิด การรับอาหารของมนุษษ์เราเรียกว่าการกินอาหาร การกินอาหารจะทำไห้เกิดความอร่อย: คราวนี้วูยิ่งแปลกใจเพราะแม้แต่การรับสารพลังงานของมนุษย์ยังสนุกขนาดนี้ แปลกมากสำหรับวู. 

 

          ขณะที่วูกำลังสนทนากับมีตอง น่าแปลก ร่างกายขงวูเปลี่ยนแปลงไปตามเรื่องราวที่มีตองบอกเล่าให้ฟัง ตอนนี้หน้าตาของวูมีลักษณะเหมือนมนุษย์เกือบสมบูรณ์แล้ว  มีตองแปลกใจมาก 
: ทำไมรูปร่างของเธอสามารถเปลื่ยนลักษณะต่างๆได้นะ ตอนนี้หน้าตาของเธอเหมือนมนุษย์มากเลย:    มีตองถามวู       
: เพราะพวกเราเป็นหน่วยพิทักษ์อาหาร พวกเราต้องดูแลมิให้ผู้บุกรุกเข้ามาแย่งเอาอาหารจากธารอาหารนี้ได้ พวกเราจึงมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา โดยการประชิดตัวผู้บุกรุก และเปลี่ยนสภาพของตังเองให้เหมือนผู้บุกรุก ติดตามเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บุกรุก จนเข้าใจโครงสร้างการมีชีวิตของคู่ต่อสู้ สุดท้ายหาจุดอ่อนและ ทำลายในที่สุด:     วูบอกต่อ 
            :ส่วนมากผู้บุกรุกจะแฝงตัวมากับแร่พลังงาน ที่หน่วยนักรบไปเสาะหามาจากดินแดนนอกอาณาจักร ในหมู่ดาวต่างๆ ถ้าหากผู้บุกรุกที่เป็นชนิดเดิมที่เราเคยปราบได้ พวกเราก็สามารถทำลายให้หมดสภาพและกำจัดให้เป็นของเสียและนำไปย่อยสลายโดยการลำเลียงของธารดำสู่กระบวนการแยกสารพลังงานให้เป็นรูปเม็ดแร่พลังงานต่อไป:
             มีตองพยักหน้าแสดงอาการเข้าใจ วูเล่าต่อ
 : บางทีก็มีหน้าใหม่เข้ามามีความฉลาดและแข็งแรงและสามารถต่อสู้กับพวกเราได้ พวกเราก็เสียหายต้องล้มตายเหมือนกัน พวกเราไม่กลัวตาย แม้ตายกำลังก็จะเสริมเข้ามาทันที: 
              พื้นที่ที่มีตองสนทนทนากับวูอยู่นั้นเป็นแดนผลิตพลังงานมีมนุษย์ จอมพลัง มีลักษณะหน้าตาเหมือนนักเพาะกาย  มีการเปลี่ยนรูปแบบการเกาะพยุงกันตลอดเวลา รวดเร็วสั่นไหวด้วยความถี่สูง พื้นที่ของแดนพลังงานกว้างใหญ่มากจะมีมนุษพลังงานที่มีหน้าตาแตกต่างกัน ไปตามพื้นที่ของแต่ละแดน รูบแบบการเคลื่อนไหวแตกต่างกัน เหมือนการเต้นตามจังหวะของดนตรีทีแตกต่างกัน พริ้วไหวเกาะเกี่ยวกันอย่างมีระเบียบ มนุษย์จอมพลังสื่อสารกันด้วยพลังจิตทุกคนเพลิดเพลินไปตาม คลื่นความถี่ที่ถ่ายทอดมาจากศูนย์กลางการควบคุม. 
              วูเคลื่อนที่ด้วยความคล่องแคล่วรวดเร็ว ในอาณาจักรของวูความเร็วของเวลาจะเร็วกว่าในโลกของมีตอง ถึงสามร้อยเก้าสิบแปดเท่า อาณาจักรของวูหมุนรอบตัวเองเร็วมาก และโคจร อยู่ในอีกสุริยะจักร ไกลจากโลกของมีตองห้าร้อยสิบแปดปีแสงมีดวงสุริยะเป็นศูนย์กลางใหญ่กว่าตะวัน ของมีตองสี่พันสิบหกเท่าและเป็นดาวที่มีชีวิต ต้องการอาหารหล่อเลี้ยง อยู่ตลอดเวลา มีขนาดโตกว่าโลกของมีตองสามร้อยเก้าสิบแปดเท่ามีชื่อว่า :อีมาจีนา: เป็นดาวเพศหญิง
ด้วยความสงสัยของมีตอง ที่เกิดขึ้นในความรู้สึก ข้อมูลที่คิด แผ่กระจายไปทั่วอาณาจักร เพราะที่ดาว :อาจีมานี่: สื่อสารสารกันด้วยระบบข้อมูลเปิดไม่มีความลับข้อมูลของดาว :อาจีมานี่: ถูกส่งตรงมาจากศูนย์ควบคุมทำให้มีตองรับรู้ได้ในทันที ในระบบสุริยะนี้ มีดาวที่มีชีวิตอยู่สิบสองดวง มีเส้นทางโคจรในระนาบเดียวกัน  ห่างกันแต่ละวงสิบสองปีแสงเท่าๆกัน อาณาจักรของวู เป็นดาวเพศหญิงดวงที่สาม จากทั้งหมดเจ็ดดวง คาวเพศชายทั้งหมดห้าดวง ตอนนี้มีตองหยุดคิด ข้อมูลก็หยุดไป มีตองหันมามองหน้าวู แล้วหัวเราะ พูดว่า :วูเธอเป็ผู้หญิงเหรอ: วูไม่เข้าใจคำว่าผู้หญิง มีตองอธิบายผ่านระบบจิต ทำให้วูเข้าใจ แต่ก็อดถามด้วยภาษาพูดไม่ได้ :แล้วที่โลกของเธอละเป็นหญิงหรือชาย: มีตองเริ่มการสนทนา : ที่โลกของเรานั้นมีทั้งหญิงและชาย และมีเสรีภาพในการมีความรัก ทุกๆสิ่งมีชีวิตย์บนโลกมนุษย์เรา มีสองเพศ และมีหน้าที่สืบทอดสายพันธ์ุด้วยการผสมพันธ์และมีลูกกัน: วูทำตาโตแปลกใจ
 
 
 :ที่นี่เราไม่มีลูกเหมือนโลกของเธอ พวกเราจะมีลักษณะหน้าตาเหมือนกันหมดถ้าหากเรามาจากนางพญาเดียวกัน:
 มีตองได้รับการอธิบายอีกรอบหลังจากมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในความคิด 
              :บนดาวอิมาจินา: นั้นเป็นดาวที่มีชีวิต มีศูนย์กลางการควบคุมสั่งการใหญ่อยู่ดรงใจกลางของดวงดาว ระบบการสื่อสารข้อมูลเป็นระบบเปิด เชื่อมต่อครอบคลุมหมดทั้งดวงดาว มีระบบสมองอัจฉริยะ ฝังตัวอยู่ทุกพื้นที่สำคัญ ตัวของวูก็เป็นอัจฉริยะ คอยติดตามและปกป้องสายธารอาหาร วูสามารถเรียนรู้ จดจำและตัดสินใจดำเนินการได้ทันที ระบบการส่งผ่านข้อมูลต่างๆก็เป็นระบบอัจฉริยะ มีตองคิดและอยากรู้อะไรเกี่ยวกับดาว:อิมาจีนา: ระบบข้อมูลอัจฉริยะก็ส่งผ่านข้อมูลส่วนนั้นให้มีตองทันที 
              ในแดนผลิตพลังงาน ก็จะมีมนุษย์พลังงานอัจฉริยะ อยู่ตามตำแหน่งสำคัญต่างๆ เพื่อคอยปรับปรุงข้อมูลต่างและสามารถปรับเปลี่ยนกำลัง หากมีเหตุการณ์ ที่ส่วนกลางยังขาดข้อมูลในการสั่งการ 
มีตองหยุดคิดเรื่องของดาว:อีมาจินา:หันมามองหน้าวูแล้วอธิบาย
            : บนโลกของเราเรียกว่าดาวราหู เป็นดาวที่มีชีวิตเหมือนที่นี่ แต่ที่ดาวราหูนั้น มีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยมากมาย แต่ทุกชนิดจะต้องมีการสืบทอดเผ่าพันธุ์ และมีการปรับตัวและปรับปรุงสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา มีตองก็เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง: 
วูยิ้มสนใจฟังบอกใ้มีตองเล่าต่อ ไม่อยากให้ส่งผ่านทางภาษาจิต อยากให้มีตองเล่าด้วยภาษาของมีตองเพราะมีความน่าสนใจมากกว่าและรู้สึกสนุกน่าฟัง

 

 :บนโลกของเราเวลาจะช้ากว่าที่นี่สามร้อยเก้าสิบแปดเท่า เรานับการหมุนของโลก สามร้อยหกสิบห้ารอบเท่ากับหนึ่งปี หรือเท่ากับการโคจรรอบสุริยะได้หนึ่งรอบ แต่ที่นี่เวลาเร็วกว่าบนโลกสามร้อยเก้าสิบแปดเท่า ประมานหนึ่งปีที่นี่ มีเวลายาวนานเท่าบนโลกเพียงหนึ่งวัน 
ขณะที่มีตองเที่ยวอยู่ที่นี่นานถึงหนึ่งปี มีตองกลับไปที่โลกเท่ากับมีตองหายไปแค่ชั่วโมงเดียว
P
 
วูเข้าใจทันทีเพราะวูเป็นอัจฉริยะ เรียนรู้และคำนวนการนับเวลาได้เพียงแค่สนใจอยากรู้แต่เรื่องสิ่งมีชีวิตบนโลกมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์เป็นของใหม่ที่วูไม่มีฐานข้อมูลอยู่เลย วูจึงต้องให้มีตองให้ข้อมูล เพราะตอนนี้วูเริ่มมีสัมผัสคล้ายมนุษย์ วูจึงอยากให้มีตองเล่าเรื่องราวด้วยภาษาธรรมดามากกว่าการถ่ายทอดทางจิต. 

 

             : แล้วเธอมายังดาวดวงนี้ได้อย่างไรละ : วูถามและเริ่มสำรวจเรือนร่างของมีตอง ร่างของมีตองโปร่งไส หากตั้งใจที่จะมองรายละเอียดส่วนไหน ส่วนนั้นก็จะแจ่มชัดขึ้นมา 
              มีตองชี้ที่ตัวเอง :มีตองเป็นชาวโลกเรียกว่ามนุษย์ที่โลกมีสิ่งมีชีวิตมากมาย สิ่งมีชีวิตบนโลก นั้นมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว ต้องระวังภัยอยู่ตลอดเวลา เพราะที่โลกมนุษย์ สัตว์โลกจะกินกันเอง เป็นอาหาร ที่โลกมนุษย์ไม่มีสายธารอาหารเหมือนที่นี่ : 
วูทำหน้าตกใจก่อนพูด
               :โอแย่จัง ที่นี่เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องอาหารเลย สายธารอาหารของเราจะสมบูรณ์ตลอดเวลา:
               :ทีโลกมนุษย์ ทุกชีวิตอยู่รอดบนความตายของอีกชีวิต เฉพาะมนุษย์ ที่เราชาวโลกยกย่องตัวเองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐ มีอารยะธรรม มีความเป็นระเบียบ แต่มนุษย์ซ่อนความโหดเหี้ยมเอาไว้อย่างมิดชิด โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าพกเอาความน่ากลัวเอาไว้มากมาย: 
มีตองพูดแล้วนิ่งสบตาวู แล้วพูดต่อ 
                :มีตองมาที่นี่ทางจินตนาการ เพราะมีตองให้เวลาในการใตร่ตรอง และไคร่ครวญ ทำให้สามารถเจาะเข้าสู่มิติจินตนาการ ล่องลอยไปไหนๆได้ดังต้องการ เรียกวิธีนี้ว่าการข้ามมิติ ด้วยจินตนาการ: 
วูทำหน้าไม่เข้าใจ 
 
                :ในโลกของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะประกอบกันสองส่วน ส่วนที่ทำให้สิ่งมีชีวิตรับรู้สัมผัสและจดจำได้นั้นจะต้องรับรู้กันทางกายสัมผัส ในสิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างมีไม่เหมือนกัน อีกส่วนหนึ่งเรียกจิตสัมผัส สองส่วนจะอยู่ด้วยกันเสมอ มิอาจแยกจากกันไม่ได้ ตอนนี้มีตองจะอธิบายเกี่ยวกับตัวมีตองก่อนนั่นคือกายมนุษย์ :
แค่มีตองอธิบายถ่ายทอด สิ่งที่มีตองจะอธิบาย วูก็สามารถรับรู้ได้ แต่เป็นเรพราะวูสามารถรับรู้ทางภาษากายของมีตองได้มีตองจึงต้องใช้การพูดคุยในการสนทนา 
                 :จิตของมีตองมาจากไหนมีตองจะบอกทีหลังตอนนี้มีตองอยู่ใน :มิติจินตนาการ: ในสภาพของจิตที่ส่งมาด้วยพลังทางกายมนุษย์ จิตของมีตองรับรู้ข้อมูลจากกายสัมผัส ผ่านสู่จิตทำให้รับรู้ได้อีกมิติ และจดจำได้ เกิดเป็นความทรงจำในจิตสัมผัส และตอนนี้มีตองถ่ายทอดให้วูรับรู้ได้ด้วยข้อมูลต่างๆที่มีในความทรงจำให้วูสัมผัสได้ด้วย:จิตสัมพันธ์: คือส่งตรงจากจิตสู่จิตของวู และจะใช้ภาษากายประกอบทำให้วูได้รู้ถึงอาการสัมผัสได้ด้วย เกิดอาการทางอารมณ์ชอบและสนุก กลัว แปลกใจ และอีกหลายๆความรู้สึกทางอารมณ์ที่กายมนุษย์รับรู้ได้ ตอนนี้วูมีสัมผัสครบถ้วนเหมือนมีตองแล้ว:
มีตองเอามือแตะที่หลังมือของวู รูบร่างของวูตอนนี้มีลักษณะเหมือนมนุษย์ผู้หญิงทุกประการแล้ว เพราะวูเป็น :นิมิต: ในจินตนาการ บน :ดาวอิมาจินา: แล้วเล่าเรื่องของโลกมนุษย์ต่อ 
          :ที่โลกของมีตอง น่าสงสารเพราะอยู่กันบนความวาดระแวงตลอดเวลา ไม่มีเวลาเหลือที่จะได้สงบพักเพื่อให้หลุดพ้นจากความกลัวที่มีแต่ความทุกข์กังวล: 
วูอดไม่ได้ที่จะถาม
           : ที่โลกของเธอเห็นมีสิ่งน่าสนใจมากมายแล้วมีความทุกข์กันอีกหรือ ความทุกข์ที่ว่าเป็นอย่างไรกัน: 
มีตองชี้ที่สายธารอาหาร 
           :ที่นี่อาหารอุดมสมบูรณ์ ทุกคนที่นี่มีหน้าตาสดใสร่าเริง มีอารมณ ์เดียวคือความสุข เพราะตั้งแต่มีตองมาถึง ภาพแห่งความแจ่มใส มีอยู่ทุกๆที่ที่มีตองไป แม้แต่ตัววูก็ไม่รู้จักว่าทุกข์เป็นอย่างไร มีตองแกรงว่าหากวูรู้อะไรมากกว่านี้ คงจะไม่เป็นผลดีแน่

 

          มีตองอยุดพูดแล้วมองไปที่สายธารอาหาร ที่แผ่กระจายเต็มไปหมด ครอบคลุมพื้นที่ แยกออกเป็นสาย แขนงย่อย ไม่มีพื้นที่ไดขาดแคลน โดยมีวูและเพื่อนที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองดูแล 
วูบอกให้มีตองตามวูไป อีกจุดหนึ่ง มีตองสังเกตเห็นบางอย่างที่แปลก เพราะสายธารอาหารที่เป็นสายเมนใหญ่ เมื่อมาถึงจุดนี้ สายธารที่มีลักษณะเป็นเกลียวเชือกที่ไม่มีอะไรห่อหุ้ม ก็สลายตัวแยกจากกัน เป็นเมล็ดผลอาหารสีแดงสดไส และร่วงสู่บ่อที่มีลักษณะเหมือน เครื่องกรองน้ำแต่ไม่มีอะไรอยู่ภายใน เมื่อสายธารอาหารที่สลายกลายเป็นผลเล็กๆสีแดง สดไส ไหลผ่านบ่อ จะมีบางสิ่งไม่สามารถไหลผ่านไปได้ แต่ติดค้างอยู่บริเวณปากบ่อ และสิ่งที่เหลือคือสิ่งแปลกปลอม ที่แอบเข้ามาขโมยอาหารในสายธาร หน้าที่ของวูก็คือทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ 
            วูสังเกตดูบ่อที่ธารอาหารไหลผ่าน ไม่เห็นว่าจะมีอะไรปิดกั้นเป็นตัวกรอง แต่เมื่อสายธารไหลผ่านก็มีบางอย่างไม่สามารถผ่านไปได้ คงเหลือตกค้างอยู่บริเวณปากบ่อ เหล่ามนุษย์ตัวขาวก็ทำหน้าที่ ผลักดันสิ่งที่ตกค้างเหล่านั้นให้สายธารดำดูดเก็บหายไป  ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก 
วูอธิบาย.
  :สายธารอาหารจะต้องสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ ที่เห็นเป็นบ่อและสายธารอาหารไหลผ่านไปนั้นเป็นระบบการคัดกรอง ที่นี่ใช้ระบบ บวกลบสองระดับในการคัดกรอง เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า สิ่งแปลกปลอมจะไม่มี ระหัส เหล่านี้จึงไม่สามารถผ่านบ่อกรองนี้ไปได้ บ่อกรองนี้เป็นระบบอัจฉริยะ หากมีสิ่ิงแปลกปลอมมาก ก็จะร้องขอกำลังมนุษย์ขาว เข้ามาช่วย ผลักดันไปสู่สายธารดำ
วูอธิบายต่อ 
   :สิ่งแปลกปลอมที่ปลอมปนมาในสายธารบางอย่างก็เป็นมิตร บางอย่างก็เป็นภัย พวกเราต้องเรียนรู้และจดจำ สิ่งแปลกปลอม  บางอย่างมีภัยกับ ระบบการป้องกันโดยเฉพาะ หมายถึง มีอันตรายกับ คนขาวอย่างวู  เพราะถ้าหากพวกเราอ่อนแอ ระบบสายธารอาหารก็จะไม่สมบูรณ์ ทุกส่วนของอานณาจักรก็จะได้รับผลกระทบไปหมด : 
วูอธิบายได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะวูพามีตองมาอีกจุดหนึ่งแล้วบอกมีตอง
   :ที่นี่เป็นแนวแกนของอานาจักรที่นี่ พวกนางพญาจะประจำอยู่ที่นี่ ทุกๆชีวิตบนอาณาจักรนี้จะมีกำเนิดจากที่นี่ แต่ละนางพญาจะให้กำเนิดชีวิตมนุษย์แต่ละแบบที่มีคุณลักษณะที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน:
วูเคลื่อนไหวรวดเร็วนำมีตองไปอีกจุดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง มีมนุษย์หน้าตาสวยงามมีเส้นผมสีทอง มีมือเหมือนมือของมนุษย์โลกแต่ลักษณะไม่คงรูบมีการเปลี่ยนลักษณะได้ตลอดเวลา เหมือนไม่มีกระดูก แต่ดูแข็งแรง การเคลื่อนย้ายอวัยวะ ต่างๆเป็นอิสระ อ่อนพริ้วหมุนได้สามร้อยหกสิบองศา การเคลื่อนย้ายตัวไปมารวดเร็ว คอยจับตัวอ่อนในเซลล์พลิกไปมา และป้อนอาหารจากธารอาหารด้วยการเอาตัวอ่อนออกมาสัมผัส สายธารอาหารแล้วนำกลับเข้าไเก็บในเซลล์แล้วปิดฝาเซล์คอยปกป้องดูแลอย่างไกล้ชิด 
: วูเกิดที่นี่ และเพื่อนๆของวูที่เป็นคนขาว ล้วนเกิดที่นี่ เมื่อเราโตและแข็งแรงเต็มวัย เราจะมีการเรียนรู้ถึงทักษะการดูแลปกป้องสายธารอาหาร โดยจะมีสถานที่จำลอง ที่จะต้องไป ให้เราได้เรียนรู้ จนเก่งและแข็งแกร่งพอ เราก็จะถูกส่งไปประจำการในจุดต่างของสายธารอาหารตามที่สายอัจฉริยะร้องขอมา :
มีตองสำรวจพื้ที่ที่วูอกว่าเป็นที่อยู่ของนาวพญา และเห็นที่อยู่ของเหล่านางพญานั้นเรียงรายเป็นแนวยาวไปจนสุดแนวทั้งด้านบนและล่าง
 : ตรงนี้เป็นที่อยู่ของนางพญา ที่ให้กำเนิดมนุษย์ต้นไม้ที่ให้ผลเป็นอาหารของพวกเรา เหล่ามนุษย์ต้นไม้ จะมีหน้าที่แปลงเม็ดแร่ที่มนุษ์เหมืองนำมาจากกลุ่มดาวบริวาร และผ่านการคัดแยกให้เป็นเม็ดแร่บริสุทธิ์์ สำหรับนำมาเลี้ยงมนุษย์ต้นไม้ที่ให้ผลเป็นอาหารสีแดงสดไส: 
หลังจากมีตองฟังวูพูดจบ มีตองขยับตัวเข้าไกล้นางพญา นางพญา มีลักษณะเหมือนต้นปาล์มลำต้นเหมือนกระปุกเหล้าโบราณ มีผลเป็นทลายเหมือนทลายมะพร้าว ออกลูกรอบๆต้น แต่ละผลมีหน้าตายิ้มแย้ม มีการยืดตัวออกจากทลายได้ เพื่อไปรับอาหารจาสายธารอาหาร รับอาหารเสร็จ ก็คายผงสีดำเหมือนฝุ่นทิ้งออกมาโดยมีสายธารดำคอยดูดซับเก็บอยู่ตลอดเวลา ผลที่เจริญวัยเต็มที่แล้วก็จะมีมนุษย์พี่เลี้ยงนำไปอนุบาล ในรังอนุบาล ทุกๆขั้นตอน ดูแล้วง่ายๆสบายๆ ลื่นไหลไปตามขั้นตอน ไม่มีร่องรอยของความขัดแย้งไดๆ หน้าตามีอารมณ์เดียว สดไสร่าเริง ตลอดทุกๆที่ที่พบเห็น
  :หลังจากที่พวกเขาโตเต็มวัยพวกมนุษย์ต้นไม้อาหารเหล่านี้ก็จะูกนำไปประจำที่ศูนย์กลางกองเสบียง มีหน้าที่ออกลูกเป็นผลไม้อาหาร ส่งป้อนศูนย์กระจายอาหาร:
 
  วูพูดจบก็เคลือนตัวรวดเร็วมีตองตามติดสถานที่อีกแห่งที่วูนำมีตองเข้าไกล้ที่นี่คือศูนย์กระจายอาหารที่นี่มีภาชนะที่มลักษณะเป็นกระเปาะเหมือนกระเพาะลมของปลา ด้านหนึ่งมีปาก มีขนาดกวา้งพอดีเท่ากับผลไม้สีแดง เมื่อมนุษย์ลำเลียงผลไม้ เก็บเกี่ยวผลไม้ มาจากสวนมนุษย์ผลไม้แล้ว ก็นำมา ปล่อย ลงที่บริเวณ ปากท่อกระเปาะทันทีที่ผลไม้หลุดจากมือของมนุษย์ลำเลียง ผลไม้แดงก็ถูกดูดหายเข้าไปในกระเปาะทันที  รวดเร็วต่อเนื่อง หากสายตามนุษย์ธรรมดาคงจะมองเห็นเป็นเกลียวหมุนหายเข้าไปในกระเปาะ อีกปลายด้านหนึ่งของกระเปาะก็ ปล่อยให้ผลไม้อาหารสีแดงพุ่งออกไปเร็วเป็นลำแสง แยกออกเป็นเป็นแขนง กระจายไปทั่ว อาณาจักรดาว :อีมาจีนา: เพื่อหล่อเลี้ยง ประชากรทั้งดวงดาว  ที่มีหน้าที่แตกต่างกัน ตามจุดต่างๆ เหล่าเกลียวผลไม้อาหาร ที่พุ่งออกจากกระเปาะ มิได้พุ่งไปเพราะแรงดันแต่เคลื่อนตัวพุ่งไปด้วยพลังในตัวเอง เหมือนการวิ่งของมดแมลงรวดเร็วและมีเป้าหมาย  
 
 
มีตองตามวูไปอีกจุดหนึ่ง 
   : จุดนี้ คือตำแหน่งของบ่อพักของธารดำ ที่นี่ จะเป็นที่เก็บฝุ่นผงที่เหลือจากการใช้ของประชากรแล้ว ฝุ่นผงที่เหลือเหล่านี้ จะได้รับการแปรสภาพให้เป็นแท่งคาร์บอน เพื่อนำไปแปลงให้เป็นเม็ดแร่พลังงานต่อไป เพื่อใช้ในการ ผลิต กระแสร์ไฟฟ้า นำไปใช้ ในอาณาจักร เพราะที่ดาว:อีมาจีน่า:กระแสร์ไฟฟ้าที่นี่ มีเเรงดันต่ำๆกระแสร์กำลังอ่อนๆที่นี่ใช้พลังงานน้อยมากเพราะมนุษย์ที่นี่จะมีพลังงานอยู่ในตัวเพราะสารอาหารจากธารแดงนั้นมีพลังสูงมากไม่มีขยะหลงเหลือ ทุกย่างมีวงจรชีวิต ไม่มีที่สิ้นสุด: 
  วูอธิบาย มีตองสนใจ และรู้สึกเสียดายขยะในโลกมนุษย์ขึ้นมาทันที วูพูดจบก็นำทางมีตองไปหยุดดูอีกตำแหน่ง 
  :ตรงนี้เป็นศูนกลางการควบคุมหมดทั้งดวงดาว ทุกๆการเปลี่ยนแปลงหรือความต้องการ จะถูกส่งมาที่นี่ ข้อมูลต่างๆที่นี่เป็นระบบปัจจุบันทันที ไม่ต้องใช้เวลาในการส่งข้อมูล เพราะที่ดวงดาว:อิมาจินา: ไม่มีมาตราการวัดระยะทาง ใช้ระบบจิตสัมผัส: 
  ขณะที่มีตองเพลินอยู่กับคำอธิบายของวู มีตองสำรวจไปทั่วบริเวณ แค่สงสัยอยากรู้ ทุกๆข้อสงสัยก็จะกระจ่างทันที มีตองรับรู้รายละเอียดของศูนย์ข้อมูล ทีมีลักษณะ กลมและมีแสงนวลเห็นชัดว่าข้อมูลเข้าออกมากมาย สิ่งที่มีตองเห็นและรับรูนั้นมิได้เห็นจากดวงตาแต่เห็นจากสัมผัสทางจิต มีตองเคลื่อนตัวเข้าไกล้ ศูนย์กลางข้อมูล เมื่อเข้าไกล้ ก็มีความรู้สึก ว่าว่างเปล่าเหมือนไม่มีศุนย์ตั้งอยู่เลย แต่จิตรับรู้ว่า มีการทำงานประสานข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ไหลเข้าออก ผ่านตัวมีตองเหมือนไม่มีอะไรกั้นขวาง 
  :ที่นี่จะมี การส่งสารสาระเเห่งความสุขไปให้ทุกคนบนดาวดวงนี้ ทุกคนจะมีอารมณ์เดียวคือความสุขสดใส ไม่มีความวิตกกังวล แม้บางจุดจะมีผู้บุกรุก แต่เพราะข้อมูลที่เป็นจริงทำให้ทุกคนในทุกๆพื้นที่ปลอดภัยอยู่เสมอ:
วูอธิบายมีตองด้วยภาษาพูดแต่ศัพท์บางคำในภาษาของมีตองไม่มี วูก็สื่อให้ทางจิดให้เข้าใจความหมายหลังจามีตองยังไม่ทันจะสอบถามข้อสงสัยวูก็นำมีตอง มุ่งหน้าไปอีกจุดหนึ่ง ขณะที่มีตองตามไป จิตของมีตองก็ได้ข้อมูลที่สงสัย ผ่านจิตสัมผัส ภายในศูนกลางข้อมูลนั้น เต็มไปด้วย ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ ทำหน้าที่ปรับแต่ง ให้สภาพ ความคงอยู่ ของทุกชีวิต บนดวงดาว: อีมาจีนา: มีความสมดุลย์ เสถียร ไม่เสียศูนย์จนเกิดสภาวะ ทางอารมณ์ ทั้งรัก เกลียด โลภอยากมีอยากได้ บ่อเกิดแห่งความทุกข์ในจิต. 
 
  มีตองตามวูไปอีกที่หนึ่ง วูอธิบายผ่านทางจิตเพราะมีความหมายบางอย่างไม่มีในภาษาของมีตอง วูส่งผ่่านเรื่องราวอย่างละเอียดตามขั้นตอนใ้มีตองเข้าใจ ตำแหน่งที่วูพามาคือ จุดเหนือสุดของดวงดาว มีพื้นที่โค้งมนเหมือนเหมือนฟุตบอลตรึ่งลูก ทั้งหมดสิบสองจุด มีลักษณะ โปร่งใส มีแสงสว่างนวล เปลี่ยนสี อยู่ตลดเวลา เร็วบ้างช้าบ้าง ทุกๆจุดแสดงอาการเหมือนๆกัน วูบวาบๆเร็ว และมีความถี่ สูง ระดับต่างๆเปลียนไปมา รวดเร็วมาก 
 
 
    
    วูอธิบายให้มีตองรับรู้ผ่านทางจิต ไม่ใช้ภาษากาย เพราะมีหลายอย่างที่มีความหมาย ที่อธิบายด้วยภาษาพูดไม่ได้ ที่นี่ เป็นศูนย์กลางที่มีความสำคัญที่สุดของดวงดาว:อีมาจีนา: เพราะอีมาจีนาเป็นดวงดาวที่มีชีวิตเหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลกมนุษย์ มีสุริย:ดราอีม:เป็นผู้ให้กำเนิด สุริยะ:ดราอีม: มีบริวาร สิบสองดวง เป็นคาวเพศชาย ห้าดวง และมีคาวเพศหญิงเจ็ดดวง ทุกดวงดาว บริวารจะมี ศูนย์กลางพลังจิต อยู่ สิบสามจุดเหมือนๆกัน อยู่ในตำแหน่ง เหนือสุดของดวงดาว ดาวบริวารทั้งสิบสองดวง แม้จะอยูห่างกัน มากถึงสิบสองปีแสง ตามมาตรตราการวัดระยะของชาวโลก สำหรับในระบบสุริยะของ:ดราอีม:ระยะไม่มีความหมาย เพราะทุกอย่างสื่อสารด้วยระบบจิต ด้วยระบบศผูนย์กลางพลังจิตนี้เอง ดวงดาวทั้งสิบองดวงจึง สื่อสารกันเมือน อยู่ไกล้ชิตติดกัน ทั้งสิบสองดวงล้วนมีภาระหน้าที่ต้องปฏิบัติ และต้องประสานสอดคล้องกัน เพราะสิ่งมีชีวิต
 
 
 
     ในดวงดาวต่างๆ ในมหาจักรภพ ล้วนถือกำเนิดจาก สิบสองดวงดาว ในระบบสุริยะดราอีมทั้งสิ้น แม้แต่ในโลกมนุษย์ ที่มีตะวันเป็นแหล่ง จ่ายพลังงานให้ ดวงจิตที่ทำหน้าที่ในดวงดาว ของระบบ:ดราอีม: ทุกดวงจะมีเวลาได้พักผ่อน หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ก็มีสิทธิ์ที่จะไปจุติ ยังดวงดาวต่างๆได้ หนึ่งดวงจิตก็จะจุติได้หนึ่งกายชีวิต และโลกมนุษย์ที่มีตอง อยู่ก็คือหนึ่งในดวงดาวที่ดวงจิตชอบที่จะไปจุติกัน เพราะที่โลกมนุษย์มีสิ่งมีชีวิตให้เลือกจุติได้มากมาย 
 
  มีตองเริ่มเข้าใจ ความซับซ้อนของจักรภพ ว่าเกี่ยวโยงกับมีตองอย่างไร เริ่มเห็นความเป็นมาของตัวเอง หนึ่งชีวิต หนึ่งดวงจิต หนึ่งชีวิต หนึ่งกายสัมผัส ในรูปลักษณ์ต่างๆ ที่มีมากมาย จุติอยู่ได้ทุกๆดวงดาว ที่ต้องการ ทุกดวงจิตได้รับการดูแล จากกลุ่มดาว สิบสองดวงในระบบสุริยะ :ดราอีม: ดวงดาวที่มีชีวิต เป็นที่สถิตของเหล่าดวงจิต ที่มีภาระหน้าที่ กำหนดและคุ้มครองดวงจิตที่ไปจุติยังดินแดนต่างๆ ที่มีสัมผัส ต่างๆให้ต้องหลงไหลและทุกข์ระทม มีดวงจิตมากมาย ที่หลงไหลจนไม่สามารถคืนกลับสู่ดาวต้นกำเนิดได้ เพราะดวงจิตหลังจาก เลือกที่จะจุติณ.ที่ไดแล้ว ก็จะต้องว่ายวนในแดน แห่ง เกมส์ชีวิตที่มีตัวสัมผัส ต่างๆเป็นสิ่งจูงใจ ไห้หลงไหล และ ยึดติด. หนึ่งดวงจิตหนึ่งชีวิต มีตองเริ่ม รู้แล้วถึงที่มาของตัวเอง.  
  ดวงสุริยะ :ดราอีม: หากอยู่ในกายสัมผัสของร่างสิ่งมีชีวิต จะรู้สึกด้วยกายสัมผัส ว่ามีแสง ความร้อน และรังษี ต่างๆ แด่หากอยู่ในสภาวะจิต ดวงสุริยะ :ดราอีม: อัดแน่นเ็มไปด้วยดวงจิต ที่บริสุทธิ์ มีพลังงาน มากมาย และสามารถส่งผ่านพลังงานไปได้ทุกที่ที่ต้องการ ในสภาวะจิตไม่มีกาลเวลาไม่มีระยะทาง ทุกอย่างอยู่ในสภาพ เป็นศูนย์ไร้ความมัวหมองทั้งปวง 
  มีตองแตะที่กายของวู แล้วใช้ภาษาพูด 
  ที่โลกของเรา ทุกอย่างต้องเสาะแสวงหา ต้องต่อสู้ โดยเฉพาะมนุษย์อย่างมีตอง จะต้อง เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก และมีอารมณ์ความรู้สึก หลายอารมณ์ มีความอยากรู้อยากเห็น มีความต้องการที่จะได้เเปรียบ มีความรัก ที่ไม่สามารถแยกออกจากความไดร่แห่งโลกียะ มีความเบื่อหน่าย มีความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง และที่น่ากลัวคือมนุษย์สามารถแปลง ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็น ตัวกลาง ที่สามารถตีค่าทดแทน ได้ทุกอย่าง เราเรียกสิ่งนั้นว่า :เงิน: และเงินมนุษย์สามารถสะสมได้ และที่น่ากลัวคือ :เงิน: ทำให้คนหลงไหล หลงผิด และลืมคุณค่าของชีวิต ทำให้ภาษาในการสื่อสารเปลี่ยนความหมายได้ :
  มีตองหยุดพูดเพราะ วูยื่นมือเข้ามาจับที่มือของมีตองแล้วอธิบายมีตองด้วยภาษพูด 
  :วูอยากใช้จิตอธิบายแต่มีบางความหมายของภาษาจิต มันละเอียดเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ ทุกๆดวงจิตที่จะไปจุตินั้นล้วนมีภาระหน้าที่ไปด้วยทั้งสิ้น แล้วแต่จะไปอยู่กายไหนและดาวดวงไหน แต่ที่ดาวราหู นั้น สภาพของที่นั้น เอื้อต่อการใช้อารมณ์สัมผัสได้ดี คือ หากเป็นมนุษย์ก็รับรู้อารมณ์ได้มากและมีความสามารถที่จะใช้อารมณ์ให้เกิดผล ได้ดีอ หมายถึง สามารถรับรู้สัมผัสได้มาก มีความรัก มีความชัง มีความเห็นแก่ตัว และมีความดุร้าย เหี้ยมโหด และมีความทุกข์ระทมได้ จนถึงขั้นทำลายชีวิตตัวเองได้: 
มีตองพยักหน้า แล้วถาม 
  : อารมณ์ทุกอย่างที่เกิด ในกาย นั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะแต่ละวัยนั้นมีความอยากด้านอารมณ์ไม่เหมือนกันเลย ที่มีตองมาที่นี่ได้ มีตองก็ยังสงสัยอยู่ว่ามาได้อย่างไร แค่มีตองไตร่ตรองและไคร่ครวน ว่าทำไมต้องมีความอยากต่างๆ ทั้งๆที่ สิ่งที่ทำให้มีความสุขได้นั้น มันไม่เห็นจะต้องทำอะไรมากมาย แค่มีอาหาร และได้ ทำงานเล็กน้อย เพื่อให้มีอาหารได้ทาน และมีชีวิตย์อยู่ แล้วก็สงสัยว่าที่มีชีวิตอยู่นั้น อยู่ไปทำอะไร ทำไมต้องอยาก ต้องหิวต้องหา ต้องระวังต้องระแวง และที่สำคัญทำไมต้อง มีอารมณ์รัก เเละเกลียด และมีอารมณ์ทางเพศ ไครเป็นผู้บงการให้เป็นเช่นนี้ แล้วมีตองก็ นิ่ง แค่หลับตา และหยุดคิดทุกอย่าง มีตองก็มาเห็นที่นี่ และได้เห็นอะไรที่นี่ทำไมมัน ง่ายดายแม้แต่การ ขยับตัวไปไหน ก็แค่คิด ก็ไปได้ทุกๆที่ ที่นี่มันเบาสบาย: 
   วูยิ้มตอนนี้วูมีกายเหมือนมีตองสัมผัสรับรู้นั้นวูเข้าใจ แต่วูอยู่เหนืออารมณ์สัมผัสทั้งมวล เพราะวูเป็นจิตที่ไร้กาย กายที่เห็นเป็นแค่กายนิมิต จิตจึงผ่องใส เหนืออารมณ์ วูอธิบายให้มีตองรับรู้ในข้อสงสัยต่อ
   : ทุกกายที่จุติ จะถูก กำหนดให้เป็นไป จากดาวในระบบ :ดราอีม:ทั้งสิบสองดวง ที่เราเห็นอยู่ข้างหน้า ที่เป็นทรงกลมครึ่งลูกเหมือนบอลผ่าซีก นั่นแหละ แต่ละจุดล้วน ติดตามสื่อสารบังคับให้ทุกๆกายทีไปจุติ ต้องเป็นไป เรียกศูนย์นี้ว่า ศูนย์พฤติกรรม ที่พวกมนุษย์เรียกว่ากรรม จะมีเฉพาะของแต่ละกาย และศูนย์นี้ เปรียบเหมือน เครื่องวัดความสมดุลย์ :
   : แสดงว่านอกจากโลกราหูที่มีตองอยู่ ยังมีโลกอื่นๆอีกเหรอ :
 วูแสดงตัวให้มีตองเห็น ในโลกจินตนาการ แสดงให้มีตองเข้าใจว่าในโลกจินตนาการที่มีตองพาดวงจิตมาได้ นั้นทุกอย่างทีมีตองเห็นนั้น เป็นภาพที่มีตองใช้ข้อมูลจากโลกในกายมนุษย์อ้างอิง ภาพที่เห็นล้วนเป็นภาพมายา มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้วูมีรูปร่างเป็นไปตามที่มีตองจินตนาการ และวูมีภาษาจิต ที่ละเอียดสามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้แค่สนใจก็จะเข้าใจ และถ่ายทอด ความหมายได้ในลักษณะเดียวเข้าใจตรงกัน วูกลัมาใช้ภาษากายสนทนากับมีตองต่อ
   : ที่โลกราหูนั้นเป็นเพียงหนึ่งในภพ ที่จิตไปท่องเที่ยวและจุติเพื่อรับกายสัมผัส ที่สามารถรับรู้รสการสัมผัส มีรูบรสกลิ่นเสียง และมายา การแสดงได้ทางกายชีวิตในโลกราหู และจะมีน้อยมากที่จะสามารถแยกจิตออกจากกายได้ อย่างมีตองสามารถแยกมาได้ถือว่ามีการพิจารณา และสงสัย จิตจึงสะอาด ไร้สิ่งพันธนาการ เกิดช่องว่างขึ้นในนิมิต จิตจึงล่องลอยไปได้อย่างหมดข้อจำกัดทางโลกราหู แต่ร่างมีตองขณะที่มีตองแยกจิตออกมานั้น ร่างจะหยุดการรับรู้ทางกายโดยสิ้นเชิง จะไม่มีการใช้ร่างในการทำกิจกรรมต่างๆได้ นั่นคือ ร่างจะต้องอยู่ในลักษณะพักตัว มีแค่ลมหายใจ อ่อนๆ เพื่อหล่อเลี้ยงกายเนื้อเอาไว้ ในดาว:อีมาจีนาที่มีตองมา ที่นี่ช่วงเวลาจะเร็วกว่าในโลกราหูมากหลายเท่า แค่หนึ่งชั่วโมงในโลกราหู มีตองสามารถ ท่องโลกที่: อีมาจีนา:ได้นานเป็นปี :
   มีตองยิ้มให้วูเพราะตอนนี้มีตองเริ่มเข้าใจแล้วว่าตัวเองอยู่ในโลกมายา จินตนาการ และมีเวลาท่องแดนนี้ได้อีกนานหลายปี เพราะมีตองมาที่นี่ตอนที่มีตอง นั่งสมาธิ ก่อน นอน ก่อนที่จะคุยกับวูด้วยภาษากาย 
   :ทำไมวูรู้อะไรมากมาย ตอนนี้มีตองอยากคุยกับวูแบบภาษาของมีตองบ้าง มีตองจะได้จำได้และพอจะได้เห็นภาพเพราะบางอย่างที่วูบอกมาทางจิตมีตองไม่เขาใจ เช่นการจุติในแดนต่างๆ และศูนย์ติดตามพฤติกรรม ก็ไม่เข้าใจว่ามันจะเกี่ยวข้องกับ กายและชีวิต ต่างๆได้อย่างไร : 
    วูเริ่มจะลำดับ เรื่องราว ต่างๆ เพื่อสื่อให้มีตองเข้าใจ รับรู้ข้อมูลเรื่องราวอีกมากมายที่มันเป็นเรื่องธรรมดาของวูให้มีตองได้รับรูและเข้าใจ เกี่ยวกับ กาย จิต จุติ  ภพ พฤติกรรมา เวลา ช่วงชีวิต 
    : ในมิติภพที่มีตองอยู่และ ได้สัมผัสรับรู้้อยู่ในขณะนี้ เราเรียกว่า แดนแห่งจิตในมิติจินตนาการ ที่มีอยู่จริงและเกี่ยวข้องกับ กายที่มีชีวิต มิติต่างๆ ในรูบกายที่ไปจุติตามดวงดาว ในสุริยะจักรต่างๆ โลกราหูก็คือหนึ่งใน สุริยะจักรวาลน้อยของ มหาจักรภพ :ดราอีม: ที่มีดวงดาวบริวาร อีกสิบสองดวง และทั้งสิบสองดวง ก็จะมี สุริยะจักรบริวารอีกมากมาย ที่ต้องคอยดูแล ติดตาม ดวงจิตที่ไปจุติ ตามกายต่างๆ ขณะนี้มีตองสามารถถอดจิตจากกายและมาสู่มิติจิตจินตนาการของดวงดาว: อิมาจีนา: จะมีน้อยมากจะสามารถทำได้ เพราะจิตจะถูกพันธนาการให้ติดแน่นอยู่กับกายที่จิตได้ไปจุติและสถิตอยู่ ด้วยรสสัมผัสที่กายมีจนหมดโอกาสที่จะ เหลือช่องให้จิตได้มีอิสระ รสกายสัมผัส จนกว่า กายจะเสื่อมและหมดสมรรถภาพจิตจึงจะต้องละจากกายไป สูแดนที่ชี้นำโดยพฤติกรรมของกายที่แสดงตอนที่ยังสมบูรณ์อยู่ในสัมผัสว่าจะได้ไปต่อยังมิติและภพบนดาวดวงไหนมีตอง เธอสามารถเล็ดลอดรสสัมผัส ทางกายจนได้นิมิตในจินตนาการ และมาถึงที่ดาว :อีมาจีนา: ได้เธอนิ่งมากมีตอง :
 
 

โดย ลูกตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net