วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์เมืองแม่ 3 ปางอุ๋ง...สวยมาก


ทัวร์เมืองแม่ 3 ปางอุ๋ง...สวยมาก

15 มกราคม 2556

                ค่ำคืนอันเหน็บหนาวบนยอดดอยติดกับแม่น้ำสาละวิน ชายแดนไทยพม่า ช่วงจังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดประสงค์หลักของการมาที่นี่ และการมาในทริปนี้ ก็ด้วย ชาวโอเค เนชั่น นำโดยพี่เต็งพ้ง พี่คมฉาน พี่มะอึก ที่มีโครงการมามอบสิ่งของ และรวบรวมทุนทรัพย์เพื่อมอบให้กับทางโรงเรียนใช้สำหรับกิจอันพึงประสงค์ โดยเฉพาะการซื้อเครื่องปั่นไฟ เอาไว้ใช้สำรองเวลาที่ไฟฟ้าระบบเซลสุริยะ มีความบกพร่อง มีผู้จิตกุศลเมตตาร่วมบริจาคกันมาหลายทาง และได้รับเงินทุนหลายหมื่นบาท ตามที่พี่เต็งพ้งได้แจ้งไว้ ส่วนในสายของผมได้ขอร่วมทำบุญเป็นทรัพย์เพียง 6,000 บาท เนื่องจาก โครงการใหญ่ของผม คือสร้างโรงอาหารที่โรงเรียนบ้านดงกู่ ต.แม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ติดกับอำเภออมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่ ใช้งบประมาณราว 120,000 บาท คงต้องพิสูจน์ศรัทธากันอีกครั้งครับ ไว้จะแจ้งให้ทราบกันต่อไป เร็ว ๆ นี้

                เมื่อคืนผมนอนที่ห้องเรือนไม้ ซึ่งเป็นอาคารเรียนพิเศษ เปิดโล่ง มีห้องเรียนห้องเดียว แต่มีห้องมิดชิดอีกห้อง ผมก็เลยนอนห้องนี้คนเดียว จะได้แยกออกจากกลุ่มผู้ครวญครางยามค่ำคืน แต่จะว่าไปแล้วนอนคนเดียวมันก็น่ากลัวเหมือนกัน ห้องผมไม่มีไฟฟ้า เลยต้องจุดเทียน

                ตอนเช้า อากาศเย็นสบาย ๆ ราว ๆ 10 องศา ครูเสกสรรค์และครูเพชรก็ตื่นมาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งมาก่อไฟที่เดิม ที่เราผิงกันเมื่อคืน ซึ่งก็มีเรื่องราวเล่ากันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเสือของครูเพชรสนุกและตื่นเต้นดีครับ ส่วนท่านอื่น ๆ หนีไปนอนกันหมด โดยเฉพาะพี่เต็งพ้ง พอนอนปุ๊บโรงสีข้าวก็ทำงานปั๊บ

                ตอนเช้าเราไปรับประทานอาหารที่โรงเรียน ไม่มีใครอาบน้ำ ตอนเช้า ยกเว้นผม เป็นที่น่าภาคภูมิใจที่ผมชอบอาบน้ำเวลาหนาว ๆ อ้อ มีเสือน้อยอีกคนที่อาบ เพราะเมื่อคืนไม่ได้อาบ นอนห่มฝุ่นทั้งคืน

                เนื่องจากเราต้องรีบออกเดินทาง ด้วยเรือขบวนแรกจะเริ่ม 8 โมงเช้า และหยุดให้บริการราว 5 โมงเย็น ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากแม่น้ำสาละวินเป็นเขตประเทศ ดังนั้นอาจเป็นอันตรายได้ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ร่ำลาครู และนักเรียน ก็เก็บข้าวของ ลงเรือ ขากลับใช้เวลาเร็วกว่าขามาเกือบครึ่ง เราไปถึงท่าเรือแม่สามแลบและเดินทางออกจากที่นั่นราว 9.30 น. ผมนั่งกระบะตามเคย แต่มีผู้ร่วมดมฝุ่นเพิ่มมาอีกหนึ่งราย คือครูไทยใจเกินร้อย แต่สุดท้ายเราก็เดินทางมาถึงบ้านของครูเสกสรรค์ที่แม่สะเรียกในเวลาก่อน 11 โมงเล็กน้อย พวกเราจึงจัดแจงอาบน้ำกันเป็นยกใหญ่ เพราะที่นี่มีเครื่องทำน้ำอุ่น

                ที่บ้านของครูเสกสรรค์ (บล๊อกเกอร์ครูไทยใจเกินร้อย) เตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้พวกเรา นั่นก็คือ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ซึ่งเป็นฝีมือของภรรยาของคุณครูนั่นเอง ภรรยาของครูเสกสรรค์ก็เป็นครู ปัจจุบันสอนอยู่ในโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านก็เลยสบายหน่อย แต่ก่อนต่างก็เป็นครูที่สอนที่โรงเรียนห่างไกล กลับบ้านเดือนละครั้ง ครูเสกสรรค์นั้นสอนอยู่ปาย ขับมอเตอร์ไซค์จากปายถึงแม่สะเรียงตอนเย็นสุดสัปดาห์ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงบ้าน เกือบเที่ยงคืน เป็นอย่างนี้อยู่หลายปี

                ความจริงสิ่งที่เราทำในโครงการนี้ มันเป็นเพียงเรื่องน้อยนิด เมื่อเทียบกับโรงเรียนที่มีอยู่ในประเทศไทยหลายหมื่นแห่ง มีนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลืออีกหลายหมื่นหลายพันคน ในครั้งนี้เราช่วยไว้ได้เพียงเศษเสี้ยว แค่ 140 คน กับครูอีก 12 คน เราแค่มาเป็นกำลังใจให้ เราแค่เป็นจุดเล็ก ๆ ในสังคมที่นำพาความรักและปรารถนาดีมาสู่นักเรียนและคุณครูที่อยู่ชายขอบ ยังมีครูอีกจำนวนไม่น้อยที่เป็นครูที่ดี ด้วยจิตวิญญาณของครู ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกสั่งสอนมาด้วยครูที่ดี เช่นโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่งที่เราไป นักเรียนน่ารักมาก สวัสดีเราทุกคนเมื่อเราเดินเข้าไปในโรงเรียน แม้สำเนียงของพวกเขาจะเปล่ง ๆ แต่ด้วยกิริยาท่าทาง สองมือที่ยกขึ้นพนมไหว้ พวกเขาถูกฝึกมาด้วยครูชายแดนเพียงไม่กี่คน เราจึงควรยกย่องและสนับสนุนคุณครู และขอชื่นชมนักเรียนทั้งหลายที่อยู่ในโอวาทที่ดีของครู

                ผมเชื่อแน่ว่ายังมีผู้มีจิตศรัทธาอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากร่วมเดินทางมากับคณะเรา แต่อาจไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ดังนั้นจึงได้ฝากสิ่งของมาก ฝากกำลังทรัพย์มา ทางโรงเรียนก็ได้กล่าวขอบพระคุณมายังทุก ๆ ท่านผ่านทางนี้อีกครั้งครับ

                เราล่ำลาครูไทยใจเกินร้อยและภรรยา ด้วยท่าทางที่อุ้ยอ้าย เพราะบรรจุพลังงานเข้าไปอย่างไม่สนใจกระเพาะ ต่างก็ชมว่า ขนมจีนน้ำเงี้ยวของภรรยาครูเสกสรรค์อร่อยมาก ผมในฐานะคนเหนือก็ว่าอร่อยครับ ขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง

                เราออกเดินทางจากบ้านครูไทยฯ ไปก็น่าจะบ่ายแล้ว ไปแวะที่แม่ลาน้อย กินลมชมกาแฟ เอ้ย กินกาแฟชมดอกไม้กันตามประสาคนเรื่อยเปื่อยทัวร์ มีกล้องก็ถ่ายกันไป ถ่ายกันดุเดือดมากครับพี่น้องครับ โดยเฉพาะพี่มะอึก เจอมดหมูหนูแมลงวัน ท่านถ่ายไม่เว้น ขนาดกินข้าวไปเยอะ ๆ ตอนเช้า ๆ มาท่านก็ต้องถ่าย

                คณะเรามี 3 หญิงเดินทางมาด้วย สามใบเถา สามแม่ครัว สามไม่เสมอสาว สวยเสมอสาม แม้จะคนละสไตล์ แต่ก็น่ารักมาก พี่มะยงท่านก็ออกแนวธรรมะ เดินจงกรมไปเรื่อย พี่มะอึกก็เดินถ่ายรูปตามไป บางทีก็หันหลังชนกันให้มันถ่ายให้ มันในที่นี้ก็คือ ผมเองครับ ส่วนพี่หน่อยก็มีกล้องเล็ก เดินถ่ายไปตามสบาย เพราะพี่เต็งพ้งมีกล้องใหญ่แต่เอาไว้ถ่ายของสูง เช่น นก อีกหญิงหนึ่งคือ หนูเป้ เป็นภรรยาตากล้องอย่างเสือน้อย ก็มีกล้องคนละตัว กดกันจนชัตเตอร์รัวละครับพี่น้อง สามหญิงสมิงพราย ไม่เกรงกลัวใด ๆ วันนี้เราจะไป ปางอุ๋ง

                เราไปถึงแม่ฮ่องสอนได้เร็วเกินคาด ผมก็เมา ๆ มึน ๆ ไปครับ หลับบ้างตื่นบ้าง ไปรอรถพี่เต็งพ้งที่ปั๊มน้ำมันเล็ก ๆ มีต้นมะขามอยู่ต้นหนึ่ง ผมลองชิมดู โอ้ มะขามหวาน เสร็จเรา เลยขย่มแล้วเก็บมากินไปหลายฝัก เพราะคันของพี่เต็งพ้งไปซื้อเสบียงอยู่

                ตอนนี้รถเราเบาสบายแล้ว เพราะเอาของลงให้เด็ก ๆ ไปแล้ว ก็แล่นกัน ฉิว ๆ เมื่อพี่เต็งพ้งมาเราก็ไปปางอุ่งกัน ห่างจากแม่ฮ่องสอนไปอีกราว 30 กม. ไปทางทิศตะวันตก แต่เป็นตอนเหนือของแม่ฮ่องสอน

                ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” นั้น เป็นโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลัง ต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และ พัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริม อาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของ ราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป

                นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มา ปางอุ๋ง ผมก็นึกภาพไม่ออกว่า ปางอุ๋งจะเป็นอย่างไร แต่พอไปถึงก็ช่างได้เห็นว่าเป็นสถานที่ที่งดงามมาก เรารีบไปกางเต้นท์ที่ป่าสน ริมอ่างเก็บน้ำ ก่อนที่มันจะค่ำเสียก่อน อากาศเย็นมาก เราก็จัดการกับอาหารเย็นและได้ก่อกองไฟในที่ที่เขาจัดไว้ให้ โดยซื้อฟืนมา 150 บาท ต่อ 1 กอง ผิงไฟกันไป คุยกันไป ก็ไม่รู้จะทำอะไร เลยชวนกันถ่ายรูปกลางคืน สนุกสนานกันไปครับ ก่อนจะเข้านอนในยามเที่ยงคืน

                เช้าตื่นขึ้นมา ต่างคนก็ถือกล้องกันคนละตัว เดินกันจ้าละวัน เนื่องจากเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวเลยมีไม่มาก สบายเราละ ได้ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ตามสะดวก โดยเฉพาะต้นพญาเสือโคร่งที่บานอยู่เต็มปางอุ๋ง เกือบทุกต้น ทำให้เราเก็บภาพได้อย่างจุใจ ก่อนจะจากปางอุ๋ง ไปลำปางหนาวมาก

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net