วันที่ จันทร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้าผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครทำไม่ได้อย่างคุณ Jaime Lerner สุดยอดนายกเทศมนตรีแห่งบราซิลก็อย่าเป็นเลยครับ


                                     คุณ Jaime Lerner เป็นต้นแบบของรถBRTตัวจริงครับ ความสำเร็จเกิดจากความพยายามใน        การสร้างระบบ BRT ทั้งเมือง ไม่ใช่แค่สายเดียว ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์โภคผลอะไรเลยครับ

คุณ Jaime Lerner อดีตนายกเทศมนตรีเมือง Curitiba เป็นเมืองหลวงของรัฐ Parana ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล Curitiba ชึ่งครั้งหนึ่งเป็นเมืองที่สิ้นหวังไม่ต่างจากเมืองอื่นๆในโลกนี้ที่เต็มไปด้วยปัญหานานานัปการ แต่ปัญหาต่างๆกลับเปลี่ยนไป ปัจจุบัน Curitiba เป็นเมืองหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาติดอันดับเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เป็นเมืองสำหรับประชาชนไม่ใช่สำหรับรถ เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในอเมริกาใต้ 

ในการจัดอันดับเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม๖ ช่วงที่ผ่านมา เมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบเกือบทั้งหมดอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน เดนมาร์ก เป็นต้น แต่มีเมืองหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาติดอันดับอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเมืองกูรีติบา (Curitiba)

สวนสาธารณะและเมืองกูรีติบา

กูรีติบา เป็นเมืองหลวงของรัฐ Paraná ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศบราซิล ก่อตั้งในปี ๒๒๓๖ เป็นเมืองขนาดกลาง มีพื้นที่ ๔๓๒ ตร.กม. ปจัจุบันมีขนาดเศรษฐกิจในลำดับที่ ๔ ของประเทศ ประชากร ๑.๙ ล้า้นคน ถ้า้รวมพื้นที่เชื่อมตอ่ เขตมหานครมีประชากร ๓.๓ ล้า้นคน

ย่านใจกลางเมืองกูรีติบา

กระบวนการพัฒนาเมืองกูรีติบาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นช่วงปี ๒๕๐๓ แห่งการพัฒนามีความก้าวหน้าตามลำดับดังนี้

ทศวรรษแรก ยุคแห่งขยายตัวอย่างรวดเร็วและไร้ทิศทาง ในปี ๒๕๑๑ นายกเทศมนตรี Ivo Arzua สั่งการให้เตรียมเมืองกูรีติบา สำหรับการขยายตัวในอนาคต มีทีมสถาปนิก นักผังเมืองจากมหาวิทยาลัย Paraná นำโดย Jaime Lerner รับผิดชอบจัดทำแผนแม่บทกูรีติบา มีสาระสำคัญ ๔ ประการ ได้แก่ ลดการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง ลดการจราจรในใจกลางเมือง อนุรักษ์พื้นที่ประวัติศาสตร์ และจัดระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงง่ายและราคาถูก (BRT: Bus Rapid Transit) ใน ๕ สายทางที่กระจายออกจากศูนย์กลางเมือง

ทศวรรษที่ ๒ การปฏิบัติตามแผนแม่บท ในปี ๒๕๑๑ Jaime Lerner ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรี ได้สร้างนวัตกรรมในการพัฒนาเมืองโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และงบประมาณไม่มากนัก เขาตั้งหน่วยวางแผนเมืองเพื่อจัดระบบและพัฒนาฟื้นฟูเมือง ผลงานสำคัญได้แก่ ศูนย์กลางธุรกิจของเมือง เป็นถนนคนเดินสายแรกของบราซิล และเริ่มพัฒนาเขตอุตสาหกรรมบริเวณนอกเมือง

ทศวรรษที่ ๓ ยุคสมัยแห่งสิ่งแวดล้อม เมืองกูรีติบา ได้จัดทำโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและโครงการทางสังคมจำนวนมากคุ้มครองพื้นที่สีเขียวจากการพัฒนา ขยายระบบขนส่งมวลชน BRT และจัดตั้งกลไกบริหารระดับภาคเพื่อกระจายอำนาจและการตัดสินใจสู่ท้องถิ่น

ทศวรรษที่ ๔ การยอมรับในฐานะเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๓ กูรีติบา ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์การสิ่งแวดล้อมโลก และในปี ๒๕๓๕ เมืองกูรีติบา เป็นสถานที่จัด World Cities Forum สร้างสวนพฤกษศาสตร์แห่งใหม่และโรงโอเปร่าบริเวณเหมืองเก่า มีอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ตั้งในเขตอุตสาหกรรมของเมือง

ทศวรรษที่ ๕ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเมือง เพิ่มรถเมล์ชมเมืองในระบบ BRT เทศบาลเริ่มสร้างสวนเทคโนโลยีเพื่อดึงดูดธุรกิจสมัยใหม่ และลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ในปี ๒๕๕๓ เมืองกูรีติบา ได้รับรางวัล Globe Sustainable City Award ในฐานะเทศบาลที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และได้รับยกย่องจาก นิตยสารรีดเดอร์ส์ไดเจสต์ได้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในบราซิล

อีกย่านใจกลางเมืองกูรีติบา

ปัจจุบัน เมืองกูรีติบา เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ดีและนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ก้าวหน้า นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ เทศบาลเมืองกูรีติบา ได้ริเริ่มระบบขนส่งมวลชนแบบ BRT เพิ่มสวนสาธารณะมากกว่า ๒๔ แห่ง เพื่อสันทนาการและเป็นแก้มลิง และรองรับนํ้าไหลบ่าในเมือง รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรจาก ๐.๕ ตารางเมตรต่อคน เป็น ๕๒ ตาราเมตรต่อคน


                                       เส้นทางหลักและที่จอดรถ BRT: ระบบการขนส่งหลักของ กูรีติบา

อีกย่านใจกลางเมืองกูรีติบา

 

BRTของเมืองกูรีติบา มีตู้สำหรับขึ้นรถสูงเสมอรถไม่เสียเวลาก้าวขึ้น-ลง 

 

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของ กูรีติบา

ความสำเร็จของเมืองกูรีติบาอยู่ที่ความเรียบง่ายของเทคโนโลยีที่ใช้ การยึดคนเป็นศูนย์กลาง แฝงด้วยพลังของความกล้าหาญในการตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการบูรณาการระบบขนส่งมวลชน แผนการใช้ที่ดิน และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สนับสนุนซึ่งกันและกันในการยกระดับคุณภาพชีวิต ปัจจัยความสำเร็จของเมืองกูรีติบาที่น่าสนใจ ได้แก่

การเน้นระบบขนส่งมวลชน เป็นแกนหลักในการพัฒนาเมืองกูรีติบา เป็นเมืองแรกในโลกที่ใช้ระบบ BRT และคนส่วนใหญ่ใช้รถเมล์ ปริมาณการใช้ระบบขนส่งมวลชนมีจำนวนสูงกว่า ๒.๑ ล้านคนต่อเที่ยวต่อวัน ค่าโดยสารของผู้โดยสารระยะสั้นจะนำมาอุดหนุนผู้โดยสารระยะยาว ทำให้การเสียค่าโดยสารแต่ละครั้ง สามารถเดินทางได้ถึง ๗๐ กม.

การแก้ปัญหานํ้าท่วมตามศักยภาพพื้นที่ เมืองกูรีติบามีปัญหานํ้าท่วมรุนแรง เนื่องจากมีทางนํ้ามากและเป็นพื้นที่ลุ่ม เทศบาลจึงนำทางนํ้าและที่ลุ่มเหล่านี้มาทำเป็นสวนสาธารณะเป็นแก้มลิงและพื้นที่รองรับนํ้า สำหรับแก้ปัญหานํ้าท่วม ในช่วงปี ๒๕๓๓ – ๒๕๔๒ กูรีติบาได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงเชิงนิเวศของบราซิล มีสวนสาธารณะใหม่ ๖ แห่ง มีสวนพฤกษ์ศาสตร์ใหม่ และพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ๘ แห่งคิดเป็นพื้นที่สงวนรวม ๘ ล้านตารางเมตร

การรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพ เมืองกูรีติบารีไซเคิลขยะได้ถึงร้อยละ ๗๐ แต่ละวันสามารถรีไซเคิลขยะมูลฝอยได้ ๒ ใน ๓ มีโครงการให้คนจนนำขยะมาแลกตั๋วรถเมล์และอาหารที่ศูนย์ชุมชน เป็นการลดค่าครองชีพของคนจน ลดขยะในเมือง และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดโครงการให้เด็กนำขยะมาแลกเครื่องเขียน ของเล่น และตั๋วชมการแสดง สัปดาห์ละครั้งเทศบาลจะส่งรถไปรับขยะที่แยกแล้วตามบ้าน เฉพาะการรีไซเคิลกระดาษ ทำให้ไม่ต้องตัดต้นไม้อย่างน้อย ๑,๒๐๐ ต้นต่อวัน เทศบาลนำเงินที่ขายวัสดุจากการแยกขยะไปใช้ในการจัดบริการสังคมและสุขภาพให้คนจน นอกจากนี้ เทศบาลจ้างคนไร้บ้านและผู้ป่วยติดเหล้าเป็นคนแยกขยะในโรงงานเพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหา

การส่งเสริมเศรษฐกิจของเมือง เทศบาลเปลี่ยนถนนใจกลางเมืองให้เป็นถนนคนเดิน มีศูนย์การค้าที่เปิด ๒๔ ชั่วโมง มีร้านรวงขายสินค้า ภัตตาคาร ร้านกาแฟ มีต้นไม้และดอกไม้ริมทางที่ดูแลโดยเด็กข้างถนน

ผู้นำที่มีคุณภาพ ระบบคิดแบบองคร์วม และความต่อเนื่องของนโยบาย Jaime Lerner สถาปนิกและอดีตนายกเทศมนตรี ๓ สมัย ปัจจุบันมีพันธกิจในการขยายผลเมืองต้นแบบนี้ไปสู่เมืองต่างๆ ทั่วโลก Cassio Taniguchi วิศวกรโยธาและอดีตนายกเทศมนตรีนำพาเมืองกูรีติบาก้าวสู่ศตวรรษใหม่แห่งการเจริญเติบโต สถาบันการวิจัยและวางแผนเมืองแห่งกูรีติบาทำหน้าที่กำกับดูแลและสร้างความต่อเนื่องของโครงการพัฒนาที่สำคัญ

ส่วนสำคัญที่สุดเป็นประชาชน ผู้มีส่วนร่วมคิด ตัดสินใจและสนับสนุนการทำงานของเทศบาล และมีความภาคภูมิใจในเมืองของพวกเขา ผู้คนในเมืองถือว่ากูรีติบาเป็นเมืองของทุกคน

ข้อสรุป

กูรีติบา ได้พิสูจน์ว่าโครงการที่ดีไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป นอกจากนี้ กูรีติบาเป็นหลักฐานที่แสดงว่าการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังพัฒนาเป็นสิ่งที่ทำได้ เพียงแต่ต้องตระหนักว่าการพัฒนาเป็นเรื่องที่มีพลวัต เป็นการวางแผนและพัฒนาแบบล่างขึ้นบน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและต้องให้ประชาชนจำนวนมากมีส่วนร่วม

ขอบคุณข้อมูลจากทุกท่านที่ได้เขียนและเรียบเรียงไว้ ให้ผมรวบรวมมานำเสนอจากอินเตอร์เน็ตครับ

ที่สำคัญคุณ Jaime Lerner เป็นนายกเทศมนตรีเมือง Curitiba สมัยแรกเมื่อปี พ.ศ.2514 จากการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐที่มาจากรัฐบาลเผด็จการทหารของบราซิลในขณะนั้นครับ

Webที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับคุณ Jaime Lerner และเมืองกูรีติบา

http://en.wikipedia.org/wiki/Jaime_Lerner

http://en.wikipedia.org/wiki/Curitiba

http://www.treehugger.com/culture/jaime-lerner-on-sustainability-in-curitiba-and-urban-accupunture.html

http://www.citiesforpeople.net/cities/curitiba.html

http://blogs.ucl.ac.uk/dpublog/2010/05/25/a-planned-city-model-curitiba-brazil/

http://www.dac.dk/en/dac-cities/sustainable-cities-2/all-cases/green-city/curitiba-the-green-capital/?bbredirect=true

http://www.context.org/iclib/ic39/meadows/

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net