วันที่ จันทร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แวะวัดพระพุทธบาท.. ก่อนเข้าปากช่อง....


มีนัดประชุม ธรรมะ-ธรรมชาติ .. วันเสาร์ช่วงบ่ายที่โคราช
เวลายังพอมี ที่จะแวะกราบพระพุทธบาท จ.สระบุรีอันเป็นทางผ่าน
ออกจากกรุงเทพฯแต่เช้า ไปถึงวัดพระพุทธบาทอากาศเย็นกำลังสบาย
แสงแดดอ่อน ช่วยให้ความอบอุ่น... ได้กราบพระ ขัดเกลากิเลสที่ก่อนเกิด
ในขันธสันดารให้จางหายไปบ้าง .. ได้ทำบุญเพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนี่ยวในจิตใจ
ก่อให้เกิดความสุข ความสงบได้บ้าง ไม่มากก้อน้อย และยิ่งใกล้เทศกาลตรุษจีน
ที่วัดแห่งนี้จะมีผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรอีกเป็นจำนวนมาก
จำได้ว่า เมื่อตอนยังเล็กสถานที่แห่งนี้ จะเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่ครอบครัวมากราบไหว้บูชา
ขอพรในวันตรุษจีน กาลเวลาทำให้สถานที่เป็นไป ความทรงจำในวันวาน ก้อลางเลือน
อะไรที่เคยคิดว่า ต้องเป็นเช่นนั้น อยู่อย่างนั้น คงไม่เป็นไปจริง เพราะทุกสิ่งมีความเสื่อม
และเปลี่ยนแปลงตอนเวลา เพียงแต่ว่า จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ก้อคงต้องขึ้นอยู่
กับความคิดของแต่ละบุคคลไป มองในทางที่ดีก้อดี มองในทางที่แย่ก้อคงแย่....
เพราะฉะนั้น ขอแค่เรียนรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่คงทน มีผันแปรเปลี่ยนแปลงเสมอ...
อยู่อย่างยอมรับความจริง.. ตามที่ควรจะเป็นไป......

.

การมาวัดพระพุทธบาทคราวนี้ ก้อเหมือนรำลึกเรื่องของวันวาน ที่มีอยู่ในความทรงจำน้อยมาก
จำได้แต่เพียงว่า อาม่าจูงมือไว้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะหายไป มาครั้งนี้เลยมาเก็บเกี่ยว
ความทรงจำที่ขาดหายไป .. และสานความทรงจำให้เด็ก ๆ อีกรุ่น ให้รู้ว่าประเทศไทยเรายัง
มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีต จนมาถึงปัจจุบัน จากรุ่นสู่รุ่น แม้ในอนาคตจะเป็นเช่นไร
แต่ในวันนี้ เราได้ทำหน้าที่ พุทธศาสนิกที่ดี ทะนุบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างเพื่อรุ่นต่อ ๆ ไป

.


วัดพระพุทธบาท นามทางราชการว่า วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดพิเศษ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๑๖๗ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
 นับถึงปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๖) วัดพระพุทธบาทฯ มีอายุ ๓๗๙ ปี เนื่องมาจากที่
พระองค์ได้ทอดพระเนตรรอยพระพุทธบาทประดิษฐาน ณ ที่นั้นมีพระราช
ศรัทธาเลื่อมใส โปรดเกล้าฯ ให้ช่างก่อเรือนคฤหหลังน้อยครอบรอยพระ
พุทธบาทไว้ เป็นการชั่วคราวก่อน หลังจากได้เสด็จกลับราชธานีกรุงศรีอยุธยา
ได้เริ่มงานสถาปนายกสถานที่รอยพระพุทธบาทขึ้นเป็นพระมหาเจดีย์สถานและ
โปรดให้สร้างพระมหามณฑปครอบรอยพระพุทธบาท พร้อมกับโปรดให้
เจ้าพนักงานสร้างพระอารามสำหรับพระภิกษุ สามเณรอยู่อาศัยประจำ
เพื่อการดูแลรักษาและบำเพ็ญสมณธรรมสืบไป

 

.

การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เดินทางโดยใช้ถนนพหลโยธิน เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 136
มีทางเลี้ยวซ้าย (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3020) แล้วให้ตรงไปเพื่อเข้า
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

.

.

ประวัติ........วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่า มีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยคณะหนึ่ง เดินทาง
ไปยังลังกาทวีป ด้วยหวังจะสักการบูชาพระพุทธบาท ณ เขาสุมนกูฏ
การไปคราวนั้นเป็นเวลาที่พระสงฆ์ชาวลังกาทวีปกำลังสอบประวัติ และที่ตั้งแห่ง
รอยพระพุทธบาททั้งปวงตามที่ปรากฏอยู่ในตำนานว่ามีเพียง 5 แห่ง ภายหลังสืบ
ได้ความว่าภูเขาที่ชื่อว่า สุวรรณบรรพตมีอยู่ในสยามประเทศ ครั้นเมื่อได้พบกับ
พระภิกษุสงฆ์ชาวไทยในคราวนั้น ต่างพากันสอบถามว่ารอยพระพุทธบาท ที่มีอยู่
5 แห่ง ในสถานที่ต่างๆ กันนั้น ปรากฏว่ามีที่เขาสุวรรณบรรพตแห่ง 1 ก็ภูเขาลูกนี้อ
ยู่ในประเทศไทย แต่ไม่พยายามสืบไปนมัสการ กลับพากันไปลังกาทวีป เมื่อพระภิกษุ
สงฆ์ไทยคณะนั้นได้รับคำบอกเล่า เมื่อกลับมาสู่ประเทศไทย จึงนำความขึ้นถวาย

.

.


สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีท้องตราสั่งบรรดาหัวเมืองทั้งปวง
ให้เที่ยวตรวจตราค้นดูตามภูเขาต่างๆ ว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด ครั้งนั้น
เจ้าเมืองสระบุรี สืบได้ความจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งออกไปล่าเนื้อในป่าใกล้เชิงเขา
ยิงถูกเนื้อตัวหนึ่งเจ็บลำบากหนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอบัดเดี๋ยวก็
เห็นเนื้อตัวนั้น วิ่งออกจากเชิงไม้เป็นปกติอย่างเก่า นายพรานบุญนึกประหลาดใจ
 จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บนไหล่เขาที่เนื้อหนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฏอยู่ในศิลา มีลักษณะ
เหมือนรูป รอยเท้าคน ขนาดยาวประมาณสักศอกเศษ และ ในรอยนั้นมีน้ำขังอยู่ด้วย
นายพรานบุญเข้าใจ ว่าบาดแผลของเนื้อตัวที่ถูกตนยิง คงหายเพราะดื่มน้ำในรอยนั้น
 จึงวักน้ำลองเอามาทาตัวดู บรรดาโรคผิวหนังคือ กลากเกลื้อน ซึ่งเป็นเรื้อรังมาช้านานแล้ว
ก็หายหมดสิ้นไป เจ้าเมืองสระบุรี จึงสอบสวนความจริงดู ก็ตรวจค้นพบรอยนั้น สมดังคำ
บอกเล่าของนายพรานบุญ จึงมีใบบอกแจ้งเรื่องเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้า
ทรงธรรม จึงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไป ณ ที่เขานั้น ทอดพระเนตรเห็นรอยนั้นแล้ว

.

 จึงทรงพระราชวิจารณ์ตระหนักแน่นพระราชหฤทัยว่าคงเป็นรอยพระพุทธบาท
เพราะมีลายลักษณ์กงจักร ประกอบด้วยอัฏฐุตตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ
ตรงกับเรื่องทีชาวลังกาทวีปแจ้งเข้ามาด้วย เกิดพระราชศรัทธาปราโมทย์โสมนัสเป็นกำลัง
โดยทรงพระราชดำริเห็นว่ารอยพระพุทธบาทย่อมจัดเป็นบริโภคเจดีย์แท้ เพราะเป็นพุทธ
บทวลัญช์อันเนื่องมาแต่พระพุทธองค์ ย่อมประเสริฐยิ่งกว่าอุเทสิกเจดีย์ เช่น พระสถูปเจดีย์
สมควรจะยกย่องบูชาเป็นพระมหาเจดียสถาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างก่อเป็น
คฤหหลังน้อย สวมรอยพระพุทธบาทไว้เป็นการชั่วคราวก่อนแล้ว ครั้นเสด็จพระราชดำเนิน
กลับมายังราชธานี

.

.

จึงทรงสถาปนายกที่พระพุทธบาทขึ้นเป็นเจดียสถานเป็นการสำคัญ
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมณฑปยอดเดี่ยวสวมรอยพระพุทธบาทกำหนดเป็นพุทธเจดีย์
และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ให้เป็นที่สำหรับพระภิกษุอยู่แรม
เพื่อทำการบริบาลพระพุทธบาท ทรงพระราชศรัทธาอุทิศเนื้อที่โยชน์หนึ่ง โดยรอบรอย
พระพุทธบาทถวายเป็นพุทธเกษตรต่างพุทธบูชา บรรดากัลปนาผล ซึ่งได้เป็นส่วนของ
หลวงจากเนื้อที่นั้นให้ใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงรักษาพระมหาเจดียสถานที่พระพุทธบาท ทรงยก
ที่พุทธเกษตรส่วนนี้ให้เป็นเมืองชั้นจัตวา ชื่อเมืองปรันตปะ แต่นามสามัญเรียกกันว่า
เมืองพระพุทธบาท ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา โปรดเกล้าฯ ให้ชายฉกรรจ์ทุกคนที่ตั้งภูมิ
ลำเนาอยู่ในเขตที่พระพุทธบาทพ้นจากหน้าที่ราชการอย่างอื่นสิ้น ตั้งให้เป็นพวกขุนโขลน
เป็นข้าปฏิบัติบูชารักษาพระพุทธบาทแต่หน้าที่เดียว พระราชทานราชทินนามบรรดาศักดิ์
ประจำตำแหน่งผู้รักษาการพระพุทธบาท หัวหน้าเป็นที่ขุนสัจจพันธ์คีรีรัตนไพรวัน เจติยา
สันคามวาสี นพคูหาพนมโขลน

.

.

รองลงมาเป็นที่หมื่นสุวรรณปราสาท หมื่นแผ้วอากาศ
หมื่นชินธาตุ หมื่นศรีสัปบุรุษ ทั้ง 4 คนนี้ เป็นผู้รักษาเฉพาะองค์พระมณฑป ตั้งนายทวารบาล
4 นาย เป็นที่หมื่นราชบำนาญทมุนิน หมื่นอินทรรักษา หมื่นบูชาเจดีย์ หมื่นศรีพุทธบาล
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างคลังสำหรับเก็บวัตถุสิ่งของที่มีผู้นำมาถวายเป็นพุทธบูชา ให้ผู้รักษา
คลังเป็นที่ขุนอินทรพิทักษ์ ขุนพรหมรักษา หมื่นพิทักษ์สมบัติ หมื่นพิทักษ์รักษา ให้มีผู้ประโคม
ยามประจำทั้งกลางวันกลางคืนเป็นพุทธบูชา ตั้งเป็นที่หมื่นสนั่นไพเราะ หมื่นเสนาะเวหา
พันเสนาะ รองเสนาะ ทรงกำหนดเทศกาลสำหรับให้มหาชนขึ้นไปบูชารอยพระพุทธบาท
เดือน 3 ครั้ง 1 และเดือน 4 ครั้ง 1 เป็นประเพณีตั้งแต่นั้นมา

.

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน
ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาท
เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ปูชนียสถานที่สำคัญคือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้
บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความ
กว้าง 21 นิ้ว ยาว 5 ฟุต ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

.

.

พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดฯ ให้สร้างมณฑป
ชั่วคราว ครอบรอยพระบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย ลักษณะของ
พระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้อง
เคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบ
ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม มีพุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑป
เป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระ
มณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์
หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย
เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย พระอุโบสถ และพระวิหาร
ต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์
นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นที่เก็บ
รวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่ายิ่ง อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายคราม
สังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ

รอยพระพุทธบาทจำลอง
ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท
ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ
เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ

ในวันนี้ดูจากเด็ก ๆ คงยังไม่รู้ว่า มาทำอะไรเพื่ออะไรกันอย่างซาบซึ้ง ได้แต่เพียงปลูกฝังไว้ว่า
ยังมีสถานที่นี้อีกแห่งหนึ่ง ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และเป็นสมบัติของชาติ และ ศาสนา
ที่ควรทะนุบำรุงรักษากันต่อไป

 

งานประจำปีที่วัดพระพุทธบาท กำลังจะเริ่มปลายเดือน มกราคม 2556 นี้
วันนแวะมาสำรวจดูลาดเลาก่อนค่ะ

ขอบคุณ ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

เดินทางต่ออีก 1 กิโลเมตรสู่

เจดีย์ศีลา ที่ถ้ำประทุน สระบุรี

http://www.oknation.net/blog/stang1/2013/01/21/entry-2 

 

ขอบคุณดนตรีประกอบจาก YouTube

โดย สตังค์

 

กลับไปที่ www.oknation.net