วันที่ พุธ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พท.เก่งโฆษณาทำขี้หมาให้เป็นทองคำได้ ผู้ว่าฯ ถ้าสำเร็จยกประเทศให้ ทักษิณ ไปได้เลย


.

พท.เก่งโฆษณา ทำขี้หมาให้เป็นทองคำได้ ผู้ว่าฯ ถ้าสำเร็จยกประเทศให้ ทักษิณ ไปได้เลย

.

.

.

 

(ภาพจากสยามรัฐ)

 

 

เห็นบรรยากาศ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่กำลังคึกคัก คักคึก ก็ทำให้นึกถึง เลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา

ที่ตอนแรก ก็คิดว่า เมื่อเนวิน จับมือกับประชาธิปัตย์ แถมลงทุนลงแรงแก้กฏหมายเลือกตั้งด้วยแล้วนั้น

คงจะสามารถเอาชนะหน้าเหลี่ยมได้

แต่เอาเข้าจริงๆ ทั้งเนวิน ปชป. และพ่อปลาไหล ทั้งหหลาย กว่าจะเอาชีวิตรอดจากสนามเลือกตั้งมาได้ แทบแย่ !

ทีมงานคนหน้าเหลี่ยมนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ต้องขอยกนิ้วให้

 

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของชัยชนะ ของทีมงานคนหน้าเหลี่ยม สำหรับผมแล้วคิดว่าน่าจะเป็น โฆษณา

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ความหน้าด้าน และความอำมหิต ของทีมงานหน้าเหลี่ยม

ที่หยิบเอาทุกอย่างที่ขวางหน้ามาใช้ในการโฆษณาได้ กระทั่งเด็กเล็กเด็กน้อย ก็ไม่มีเว้น

หรือจะทำให้ประเทศชาติ พินาศล่มจม อย่างไร ก็เอา !

 

การเกิดขึ้นของทีวีดาวเทียมในนาม จอแดง

น่าจะมาถูกจังหวะ ถูกเวลามาก

เสียงออดอ้อนของทักษิณ ผ่านทางจอแดงที่บอกว่า ...

"พี่น้องคร๊าบบบบ พาผมกลับบ้านด้วยนะคร๊าบบบบ... มีแต่พี่น้องเท่านั้น ที่จะพาผมกลับบ้านได้..."

พี่น้องแดง นั่งน้ำตาไหลพรากๆ ...ในขณะที่เราแทบอ้วก !

 

จำได้ว่า หลังผลเลือกตั้งออกมาตอนเย็นๆ คุณตาข้างบ้าน เดินเข้ามาคุยด้วยอย่างอารมณ์ดี

บอกว่า... ผมเลือก ชูวิทย์ พร้อมกับหัวเราะ หึหึ เดินจากไป

แต่ใครจะเชื่อแก ก็แกนั่นแหละ เปิดทีวีจอแดงกรอกหูผมอยู่ทุกวี่วันที่ผมกลับบ้านต่างจังหวัด


 

นั่นมันเรื่องราวของต่างจังหวัด

แต่เลือกตั้งผู้ว่าฯ หนนี้ มันเป็นเรื่องของเมืองหลวง

เมืองที่มีผู้คนที่มีค่าเฉลี่ยการศึกษา สูงที่สุด

เมืองที่มีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มากที่สุด

.

ถ้าคน กทม. รู้สึกเฉยๆ กับการเผาบ้านเผาเมือง ที่ผ่านมา

.

รู้สึกเฉยๆ กับการที่แกนนำเสื้อแดง หลอกให้ชาวบ้านออกมาเป็นเป้ากระสุน ของพวกเสื้อดำ

เพื่อจะได้นำศพของคนเสื้อแดงมาเป็นข้ออ้าง เพื่อไปสู่เป้าหมายของหน้าเหลี่ยม แดงซ้าย อำมหิต

.

รู้สึกเฉยๆ กับการจาบจ้วงพระเจ้าแผ่นดิน

.

 

 

รู้สึกเฉยๆ กับนโยบายด้อยปัญญา ของหน้าเหลี่ยม

.

.

รู้สึกเฉยๆ ต่อการปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน

.

 

รู้สึกเฉยๆ ต่อการยกแผ่นดิน ใส่พานไปให้ฮุนเซน

 

ฯ ล ฯ

 

 

ก็จงยก ประเทศนี้ ให้กับหน้าเหลี่ยมไปซะ !


 

ส่วนเรื่องคำโฆษณาที่ว่าด้วยเรื่อง "ไร้รอยต่อ"  "ไร้รอยตะเข็บ" อะไรนั่น

ขอยกคำของ อ.แก้วสรร อติโพธิ ที่สยามรัฐ เรียบเรียงไว้ มาประกอบก็แล้วกัน

อ่านดูแล้ว เห็นว่า ชัดเจน และตรงประเด็นดี

.

.

.

เลือกพรรครัฐบาลเป็นผู้ว่า กทม.จะได้ “ไร้รอยตะเข็บ”?

แก้วสรร อติโพธิ

คำโฆษณาของพรรคเพื่อไทยชักชวนให้เลือกคนของตนเป็นผู้ว่า กทม. โดยอ้างว่าจะทำให้งานของกทม.กับงานของรัฐบาลจะได้ประสานกันได้ด้วยดีราวกับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเข้าด้วยกันอย่าง”ไร้รอยตะเข็บ”  ถือเป็นวาทกรรมใหม่ในสนามการเมืองไทยที่ ผมจำต้องขอชำแหละให้ถ่องแท้ ในทำนองปุจฉา – วิสัชนา ไปโดยลำดับ ดังนี้

     ถาม อาจารย์เคยลงสมัครเป็นผู้ว่า กทม. เคยคิดเคยมองที่ตัวรัฐบาลบ้างไหม

     ตอบ  ไม่เคยเลยครับ..คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ราชการงานเมืองมันมีอยู่สองระดับ ระดับปฏิบัติกับระดับอำนวยการ ระดับปฏิบัตินั้นในพื้นที่กรุงเทพมีทั้งงานของกระทรวงทบวงกรม และ กทม.เจือสมกันอยู่

     ถาม   เจือสมอย่างไรบ้าง

     ตอบ  ที่เป็นงานขนานคู่กันไปก็มี  เช่นโรงเรียนประถมมัธยมก็มีทั้งคู่  โรงพยาบาล ก็มีทั้งคู่ ถนนหนทางก็แบ่งกันรับผิดชอบมีทั้งทางหลวงแผ่นดินและถนน ของ กทม.
ที่ไม่ให้กทม.ทำก็มี ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ ไฟฟ้า ประปา ตำรวจ  ที่ กทม.ทำฝ่ายเดียวก็มี เช่น ความสะอาด สวนสาธารณะ ควบคุมอาคาร สาธารณสุขชุมชน สวัสดิการ เป็นต้น  กลุ่มพวกนี้นี่เองที่กำลังพยายามผ่องถ่ายมาให้กทม.เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นงานดับเพลิง ก็ดึงมาแล้ว เป็นต้น

     ถาม  งานระดับปฏิบัตินี้ มี “ตะเข็บ” แห่งอำนาจระหว่างกระทรวง ทบวง กรม กับ กทม.ที่เป็นปัญหาไหม

     ตอบ  มีปัญหาอะไร กทม.กับส่วนราชการเขาก็ประสานงานกันได้อยู่แล้ว  ไม่ต้องไปถึงรัฐมนตรี หรือรัฐบาล แต่อย่างใด  มันเป็นงานปฏิบัติที่มีระเบียบ มีกฎหมาย มีเหตุผล รองรับอยู่แล้ว  นโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวเลย

     ถาม   แล้วงานอำนวยการล่ะครับ

     ตอบ  งานอำนวยการบางงานนี่  มันไม่เกี่ยวกันเลย เช่นรัฐบาลจะอุดหนุนรถคันแรกก็ทำไป  กทม.ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย  คนกรุงเทพฯรถติดอ้วกแตกก็ต้องไปว่าที่รัฐบาล

     ถาม งานอำนวยการที่เกี่ยวกันมีไหม

     ตอบ มันมีงานบางงานเช่นการตั้งถิ่นฐาน  ที่ความเจริญมันแผ่ซ่านไปทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว   ในมณฑลแห่งความเจริญนี้  เรื่องที่อยู่อาศัยและการขนส่งมันเป็นหนึ่งเดียวกัน  จะมีรถเมล์ มีรถไฟฟ้าเฉพาะในเขต กทม.ไม่ได้ ผังเมืองรวมและการพัฒนาก็ต้องดูทั้งมณฑล   เราอาจมีนโยบายต้องรักษาและบำรุงบ้านแพ้วและนครชัยศรีให้เป็นแหล่งอาหารไว้  ทำเขตอุตสาหกรรมให้สานต่อกันได้ทั้งพระประแดง อ้อมใหญ่ สมุทรสาคร และปากน้ำ ส่วนย่านการเงินและธุรกิจอยู่ที่สีลม-สาธร ฯลฯ
       
      ทั้งหมดนี้มันเป็นงานระดับมณฑล ระดับภูมิภาคไปแล้ว  รัฐบาลต้องเป็นโต้โผดึง กทม.,อบจ.,เทศบาล และ อบต. ในพื้นที่  มาคิดมาคุยมาทำงานในระดับมณฑลได้แล้ว  

     ถาม แต่งานระดับมณฑลนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับนโยบายทางการเมืองแต่อย่างใด

     ตอบ  ไม่เกี่ยวครับ เป็นงานที่รอการรู้หน้าที่ของทุกฝ่ายในทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว

     ถาม แล้วถ้ารัฐบาลเพื่อไทย เขาต้องการให้กรุงเทพฯมีกองทุนชุมชนล่ะครับ

     ตอบ   คุณก็ตั้งเป็นโครงการมีเงินอุดหนุน แล้วคุยกับ กทม.ให้ร่วมมือได้อยู่แล้วใครเป็นผู้ว่า กทม.ก็ต้องเอาด้วยทั้งนั้น  ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ว่าเพื่อไทยแต่อย่างใด    กฎหมายท้องถิ่นก็มีอยู่แล้วที่กำหนดให้ท้องถิ่นรับงานรัฐบาลมาทำในพื้นที่ได้   มันไม่มีตะเข็บอำนาจอะไรเลย

     ถาม   แล้วถ้าเราได้คนเพื่อไทยเป็นผู้ว่าฯ กทม.  รัฐบาลเขาจะให้เงินอุดหนุน กทม.ง่ายขึ้นหรือมากขึ้นหรือไม่

     ตอบ  อันนี้มันไม่ใช่เรื่องนโยบาย  แต่เป็นเรื่องเล่นพวก ไม่เห็นหัวประชาชน คน กทม.เลือกหรือไม่เลือกเพื่อไทย  เขาก็มีสิทธิได้เงินอุดหนุนตามเหตุตามผลอยู่เหมือนเดิม  
ถ้าคำว่า “ไร้ตะเข็บ” ตามโฆษณาของพรรคเพื่อไทยหมายถึงว่าถ้ากทม.ยอมเป็นพวกเขาแล้ว ชาว กทม.ก็จะได้เงินช่วยเต็มที่...พูดอย่างนี้ไม่ถูกแน่นอน   เงินอุดหนุนเหล่านี้มันเป็นเงินภาษีเป็นเงินกองกลาง  ที่ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องแบ่งสรร ต้องนำมาใช้โดยเสมอภาค สมเหตุสมผล  ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ว่าเป็นท้องถิ่นพวกตัวเองหรือไม่

     ถาม  ถ้าพูดในความหมายนี้จริง  ก็หมายความว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้นั้น  พรรคเพื่อไทยก็กำลังกลั่นแกล้งคน กทม.อยู่แล้ว  ที่ดันไปเลือกประชาธิปัตย์

     ตอบ  เป็นเช่นนั้น   อย่างเงินช่วยน้ำท่วมปี 54 ของคนกรุงเทพฯ ที่ขัดสนตกหล่น ไปนี้ เป็นเพราะรัฐบาลงอแงอิดเอื้อนใช่ไหม  ปัญหาข้อเท็จจริงอย่างนี้ สื่อ    และนักการเมืองต้องรายงานประชาชน

     ถาม คราวน้ำท่วมใหญ่  2554  ถ้าเพื่อไทยเป็นผู้ว่า กทม.งานป้องกันอุทกภัยและบรรเทาความเสียหายจะดีกว่าที่ผ่านมาไหม

     ตอบ คราวนั้นปัญหาทางบริหารมันอยู่ที่ฐานข้อมูลไม่สมบูรณ์ ศูนย์สั่งการที่มีอำนาจจริงบัญชาการได้จริงๆ ไม่มี    ทุกพื้นที่เอาตัวรอดกั้นน้ำกันหมดจนน้ำเอ่อล้นทุ่งไหลรวมมาเทใส่ กทม.  ส่วนความคิดที่จะเอา กทม.เป็นทางน้ำผ่านนั้นโดยศักยภาพมันทำไม่ได้ ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องสู้ทั้งนั้น ปัญหาจริงมันอยู่ที่ว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรี  ไม่ใช่ ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.

     ถาม แต่งานของ กทม.ในช่วงนั้นก็ไม่น่าประทับใจเลยไม่ใช่หรือ

     ตอบ  มีส่วนถูกครับ  แต่มันไม่เกี่ยวเลยว่าเป็นเพราะคนของพรรครัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.

     ถาม   สรุปแล้วฟังดูอาจารย์ปฏิเสธซึ่งวาทกรรมเลือกพรรครัฐบาลเป็นท้องถิ่น โดยสิ้นเชิงเลยใช่ไหม

     ตอบ  พันเปอร์เซ็นต์เลยครับ รัฐบาลก็ส่วนรัฐบาล ท้องถิ่นก็ส่วนท้องถิ่น เราชาวบ้านก็เลือกไปตามที่เห็นควร เพื่อไทยใช้อะไรคิด..ถึงสร้างวาทกรรมด้อยปัญญาอย่างนี้ขึ้นมาได้  ถ้าคราวนี้เพื่อไทยได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.  แล้วการเลือกตั้งรัฐบาลคราวหน้า หมายความว่าเราก็ต้องเลือกเพื่อไทย เพื่อไม่ให้มีตะเข็บกับผู้ว่าฯ กทม.อีกอย่างนั้นหรือ แล้วถ้าเกิดประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล ผู้ว่าฯ กทม.ของเพื่อไทย ก็ควรต้องลาออกตามไปด้วยหรืออย่างไร
      
     นี่ผมพูดเฉพาะตะเข็บระหว่าง กทม.กับรัฐบาลเท่านั้นนะครับ ถ้าเลยไปถึงการเลือก อบจ.,เทศบาล และ อบต.ทั่วประเทศว่าต้องไม่มีตะเข็บกับรัฐบาลด้วย  มันไม่เละเทะไปกันใหญ่หรือคุณ

     ถาม ต่างประเทศเคยมีหาเสียงกันว่า เลือกพรรครัฐบาลเป็นท้องถิ่นจะได้ไม่มีตะเข็บอำนาจหรือไม่

     ตอบ  ไม่เคยได้ยินครับ   มีแต่เถียงกันว่าพรรคการเมืองควรเข้ามายุ่งกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่เท่านั้น   

     ถาม   นี่ถ้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีแต่ผู้สมัครอิสระทั้งนั้น   คงมีทางเลือกดีๆ ที่ใหม่ๆมีสีสันกว่านี้มากนะครับ

     ตอบ  แน่นอนครับ... แต่คงต้องมีการจัดตั้งเป็นทีมเป็นกลุ่มแบบการเลือกตั้งเทศบาลด้วยแน่ๆ และถ้ากลัวเสียงแตกกระจัดกระจาย ก็ต้องเลือกตั้งสองรอบ รอบสุดท้ายเอาที่ 1 ที่ 2 มาชนกัน คุณอยากได้อย่างนี้ไหม

     ถาม   น่าสนใจครับ สำหรับผม   อาจารย์ว่าดีไหม

     ตอบ  ผมเอาด้วย...พรรคการเมืองมันทำคนไทยแบ่งพวกแบ่งข้างมากเกินไปแล้ว ยิ่งเอาเสื้อสีใส่เข้าไปด้วยยิ่งไปกันใหญ่ คนกรุงเทพเก่งๆมีเยอะแต่ไม่มีช่องทาง ผมไม่รู้จริงๆว่าพรรคการเมืองเขาเอาอะไรเป็นเกณฑ์เลือกคนอะไรมาให้เราเลือกจนทุกวันนี้


 

แม้ดูเหมือนว่า ปชป.จะเป็นต่ออยู่ เมื่อดูจากฐานมวลชน จากการเลือกตั้งทั้งจาก สส. สก. และ สข.

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า หน้าเหลี่ยมนั้น พร้อมสรรพ ไปด้วย เงิน อำนาจ และสื่อ

บวกกับความสามารถ ในการโฆษณาชวนเชื่อของ แดงซ้าย อำมหิต หลายชีวิตในพรรคเพื่อไทย

สื่อแดงนั้นไม่ต้องพูดถึง ยึดใจมวลชนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มานานแล้ว แม้ปัจจุบันอาจลดลงไปบ้าง

แต่ก็ยังนับว่ามากโขอยู่

ในขณะที่ฝั่ง จอฟ้า แม้จะเร่งวันเร่งคืน เพื่อหามวลชนมาสนับสนุน

แต่ ...มีจอเหลือง คอยเซาะ คอยแซะ อยู่เรื่อย ทำให้ไม่ค่อยราบรื่น บางส่วนเกิดความลังเล

บางส่วนเลือกที่จะไม่สนับสนุน และมองว่า แมลงสาบ ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่า เสาไฟฟ้า

อีกเรื่องคือ ผู้สมัครอิสระ หลายคน มีแนวโน้ม ที่จะตัดคะแนน ฝั่ง สีฟ้า ไปได้ไม่น้อย

 

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้จึงไม่หมู

ปชป.แพ้ไม่ได้ ถ้าขนาดเมืองหลวงยังแพ้ ทีมงาน สีฟ้า น่าจะเลิกทำงานการเมืองไปตลอดชีวิต

แสดงว่า มือไม่ถึง ที่จะมาต่อกร กับหน้าเหลี่ยม

ให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ดีกว่า

 

ในขณะที่ สีแดง ถ้าแพ้ ก็แค่เสมอตัว

เพราะฐานมวลชนในเมืองหลวง เป็นรองอยู่แล้ว

แต่ถ้านับจำสวนเสียงที่สนับสนุนแล้ว มากขึ้น ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว

อีกทั้ง พงศพัศ เองก็คงไม่ได้หวังที่จะเป็นผู้วง ผู้ว่าฯ อะไรหรอก

ที่หวังไว้จริงๆ ก็น่าจะเป็น ตำแหน่ง ผบ.ตร. ซะมากกว่า

หน้าเหลี่ยมเอง ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก

เพราะการเลือก พงศพัศ ลงสู้ศึกครั้งนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่า เป็นมวยรอง และมวยแทน

เพื่อแก้ปัญหา การขัดแข้งขัดขา แบ่งก๊กแบ่งก๊วน ที่ชุลมุนวุ่นวาย

จนอาจนำไปสู่ความแตกแยกที่ใหญ่โตภายในพรรคได้ในไม่ช้า

แต่ถ้าหาก บังเอิญ ชนะขึ้นมา นั่นคือโบนัส

และเป็นสัญญานว่า โอกาสที่จะได้กลับบ้าน ใกล้ความเป็นจริงแล้ว !

 

โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net