วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหัศจรรย์แห่งพันธุ์ไม้.....บัวผุด


หลังจากเด็กๆพยายามหาดอกไม้มามากมายหลายชนิด หวังจะให้โดนใจครู

เพราะสัญญากันไว้ว่า ถ้าของใครได้ลงบล็อค  ....รับไปเต็มๆ !!!!

วันนี้ขอนำเสนอดอกไม้แปลกอีกชนิดหนึ่ง.... ที่หลายคนคงไฝ่ฝัน  ว่าจะได้สัมผัสกลิ่น..สักครั้งหนึ่งในชีวิต

เขาว่ากันว่า..กลิ่นหอมรัญจวนใจขนาดแมลงวันหัวเขียวต้องเหลียวหลังทีเดียว (คงกลิ่นแรงน่าดู)

ดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์านี..ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หรืออาจเป็นของโลกก็ว่าได้

.....บัวผุด....มหัศจรรย์แห่งพันธุ์ไม้......

 

ที่มาจาก  Moohin.com

ดอกบัวผุด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Rafflesia kerri Meijer) เป็นกาฝากชนิดหนึ่ง
 
 
อาศัยอยู่บนรากของพืชจำพวกเถาองุ่นป่า ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ย่านไก่ต้ม
 
 
มีลักษณะเด่นที่ดอกซึ่งเป็นดอกเดียวขึ้นจากพื้นดินมีขนาดใหญ่
 
ให้เห็นระหว่างฤดูฝน ระหว่างพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม
 
ดอกตูมอยู่จะคล้ายกับหม้อขนาดใหญ่มีกลีบหนาจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของดอก 60-90 เซนติเมตร

ที่โคนของดอกมีกลีบนำสีน้ำตาลอมเหลืองเรียงสลับซับซ้อนกันอยู่มาก ภายในดอกจะมีแผ่นแบนคล้ายจาน

ด้านบนมีปุ่มคล้ายหนามแหลมจานนี้จะซ้อนเกสรตัวผู้และรังไข่ไว้ด้านล่าง

ดอกจะบานอยู่ได้เพียง 4-5 วันเท่านั้น   หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ดำเน่าไป

ดอกบัวผุดพบใน อำเภอพนม บนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก ในจังหวัดสุราษฎ์ธานี

ซึงเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในต่างประเทศ พบในป่าดิบตั้งแต่แหลมมลายูลงไป

ลักษณะของบัวผุด

บัวผุด เป็นพืชกาฝากชนิดหนึ่ง ไม่มีระบบราก ลำต้น ใบ และคลอโรฟิลล์ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง

แต่สามารถเจริญได้ โดยการใช้เซลล์ยาวๆ เพียงไม่กี่เซลล์เชื่อมต่อกับท่อลำเลียงของรากเถาวัลย์น้ำ

ดูดเอาน้ำเลี้ยง รวมทั้งสารอาหารต่างๆที่เถาวัลย์นี้สังเคราะห์ขึ้นด้วย

โดยปกติแล้วเราจะไม่พบบัวผุดขึ้นอยู่ทั่วไปจนกว่าช่วงที่จะผสมพันธุ์เท่านั้น บัวผุดจะแตกตุ่มเล็กๆ บนเปลือกเถาวัลย์

เมื่อตูมดอกบัวผุดมีลักษณะคล้ายกับหัวกะหล่ำปลี มีกลีบสีน้ำตาลเข้มห่อหุ้มอยู่ด้านนอก และแตกออกเมื่อขนาดใหญ่ขึ้น

หลังจากผ่านไป 9 เดือนดอกบัวผุดจะบานออก สามารถวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 60-90 เซนติเมตร

มีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม เคยมีรายงานว่าพบดอกไม้สกุลเดียวกันนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า100 เซนติเมตร

ดอกบัวผุดมี 5 กลีบขนาดใหญ่สีน้ำตาลปนแดงด้านบนผิวกลีบดอกมีตุ่มเล็กๆ สีขาวขึ้นอยู่หนาแน่น
 
 
 
 
ติดกับกลีบดอกเป็นส่วนที่เรียกว่า ผนังบังดอก (diaphram)
 
ส่วนในสุดของดอกมีลักษณะคล้ายจานแบนด้านผิวจานมีปุ่มคล้ายหนามแหลม ซึ่งยังไม่รู้หน้าที่ที่แน่นอน
 
เชื่อว่าปุ่มหนามนี้ช่วยการกระจายกลิ่นที่อยู่ภายในดอกบัวผุดให้แมลงวันรวมถึงแมลงอื่นๆ หลงกลกลิ่นเข้ามาข้างในดอก
 
และเป็นตัวกระจายละอองเกสรตัวผู้
 
 
 
บัวผุด เป็นพืชที่มีการสืบพันธุ์แบบแยกเพศ ดอกเพศเมียและดอกเพศผู้อยู่คนละต้นกัน
 
ซึ่งการจำแนกว่าดอกใดเป็นเพศไหนนั้นยากจะจำแนกด้วยตาเปล่า ต้องผ่าดูโครงสร้างในดอกเท่านั้น
 
อวัยวะสืบพันธุ์ของบัวผุดจะอยู่บริเวณขอบด้านล่างของจาน
 
 
 
เมื่อแมลงบินเข้าไปในดอกแล้วมุดลงใต้แผ่นจาน
 
ละอองเกสรของดอกไม้ก็จะติดมากับตัวแมลงแล้วแพร่ไปยังดอกตัวเมีย
 
แต่โอกาสที่ดอกบัวผุดจะผสมพันธุ์นั้นเป็นช่วงสั้นๆ คือ ช่วงที่ดอกบัวผุดบานประมาณ 4-5 วัน
 
หลังจากนั้นกลีบดอกบัวผุดก็จะเริ่มม้วนตัวและมีสีคล้ำอย่างรวดเร็ว จนดำและย่อยสลายไป
 
เหลือเพียงรอยแตกของเปลือกไม้บนเถาวัลย์นั้น
 

ปกติที่เราพบดอกบัวผุดในบริเวณใด ก็จะพบอยู่หลายดอก

ถ้ามีดอกหนึ่งบานเต็มที่ และจะมีดอกอื่นๆ มีลักษณะเป็นดอกตูม เพื่อรอผลิบานในช่วงถัดไป

ดอกที่บานใหม่จะมีสีสันสดใส ผิวพรรณสีสันเป็นสีน้ำตาลแดงมีลายกระไปทั่วดอก

โดยมีกลีบดอกอยู่ 5 กลีบ ล้อมรอบใจกลางที่มีลักษณะคล้ายกระโถน

และภายในรูปทรงกระโถนนั้นจะมีเกสรคล้ายกับเกสรดอกบัว

วงจรชีวิตของบัวผุด

บัวผุด เป็นพืชป่าฝนเขตร้อนที่มีระบบวงจรชีวิตที่เปราะบาง เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
เนื่องจากต้องอาศัยเงื่อนไขเฉพาะหลายประการในการแพร่พันธุ์
นอกจากนั้นโอกาสที่จะติดเป็นผลหลังการผสมเกสร มีไม่เกินร้อยละ 20
 
เงื่อนไขที่ 1ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมีย จะต้องบานพร้อมกัน และบานอยู่ไม่ห่างกันนัก
มันจะปล่อยกลิ่นออกมาล่อแมลงวันหัวเขียว ซึ่งเป็นแมลงชนิดเดียวที่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์ให้บัวผุด
จากนั้นดอกก็จะเหี่ยวแห้งไป
 
เงื่อนไขที่ 2สัตว์ป่าที่ช่วยผสมพันธุ์ คือ กระแต มันจะกินผลบัวผุดที่แก่จัด
เมล็ดจากผลบัวผุดที่มีขนาดเล็กเท่าเส้นด้าย อาจติดตามเล็บของมัน
การแพร่พันธุ์จะเกิดขึ้นเมื่อกระแตใช้เล็บ (ที่มีเมล็ดติดอยู่) ไปตะกุยบนผิวย่านไก่ต้ม
ในตำแหน่งที่พอเหมาะ คือ ต้องเจาะเข้าไปในท่อน้ำเลี้ยงของย่านไก่ต้มเท่านั้น
 
เงื่อนไขที่ 3เถาย่านไก่ต้ม เป็นตัวอิงอาศัย (host) ชนิดเดียวของบัวผุด
โดยที่บัวผุดจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากท่อน้ำเลี้ยงของย่านไก่ต้ม
การบานของดอกบัวผุดเกิดจากแรงดันของน้ำที่อยู่ในเถาย่านไก่ต้มนั่นเอง
 บัวผุดเป็นพันธุ์ไม้ที่แปลกชนิดหนึ่งของเมืองไทย
ยังไม่มีใครค้นพบรากเหง้า หน่อ ลำต้นของบัวผุดอันเป็นที่มาของดอกได้เลย

 

 บัวผุดที่พบในเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้รับการยืนยันจาก Dr. M Meijer จากมหาวิทยาลัยแคนตักกี ในปี พศ. 2527

ว่าเป็นพันธุ์ใหม่ของโลก Dr. M Meijer ได้ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ Dr. A.F.G. Kerr นายแพทย์ชาวไอริช

ผู้สำรวจพบไม้พันธุ์นี้เป็นครั้งแรก เมื่อปี พศ. 2472

.

.

เรื่องราวจากสิ่งไกลตัว  ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็น หรือสัมผัสกลิ่น อย่างเช่น ดอกบัวผุด

มาวันนี้เด็กๆได้เรียนรู้จากเทคโนโลยี  ที่มีโอกาสชี้นำให้ไปสืบเสาะค้นหา  เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาได้สักวันหนึ่ง

 

.

.

 พิซซ่า

24 มกราคม 2556

 

 
 
 
ฉันเป็นดอกไม้  จาก อัยย์ พรรณี วีรานุกูล
ขอบคุณค่ะ

โดย พิชช่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net