วันที่ เสาร์ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สาเหตุที่อยากบวชของลูกสาวตาสูน


 

หลายคนอาจสงสัยว่ามีปัญหาในชีวิตหรือเปล่า ขอตอบว่าไม่ใช่สาเหตุนี้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะมีทุกข์ในชีวิตต่างหาก ทุกข์เพราะการเกิด ทุกข์เพราะความไม่จบไม่สิ้นในภาระหน้าที่ทางโลก พาลให้เกิดความเหนื่อย เบื่อ หน่าย อยากหนี อยากจบ ซึ่งความคิดที่อยากเป็นผู้บวชนี้มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จำได้ว่าเมื่ออายุ 10 ขวบตอนอยู่ป.4 ได้รู้จักการปฏิบัติธรรม โดยบวชชีพราหมณ์ครั้งแรกในชีวิตในงานตักบาตรเทโววันออกพรรษา ที่วัดในหมู่บ้าน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดความประทับใจในแนววิถีพุทธตามประสาเด็กๆ ที่รู้สึกดี เพราะมีอาหารดีๆ ให้กินเยอะแยะ แถมได้ตังค์ไปโรงเรียนด้วย 

 

 

บวกความทรงจำเมื่อครั้งยังเยาว์วัยมีความรู้สึกว่าตัวเองเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนขัดสนไปทุกอย่าง เห็นความลำบากตรากตรำของพ่อแม่ทำงานเพื่อส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ อยากให้ลูกมีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ลำบากเหมือนตน และด้วยธรรมชาติของนิสัยตัวเองคือชอบแสวงหาความสุขมาตั้งแต่ไหนแต่ไรด้วยกระมัง จึงได้ตั้งใจไว้ว่าสักวันฉันจะต้องถีบตัวเองให้หนีจากความยากจนค้นแค้นนี้ให้ได้ โดยการตั้งใจเรียนหนังสือ หางานทำ อยากมีเงินทองใช้จ่ายไม่ขัดสน อยากมีบ้าน มีรถ มีหน้าตาในสังคม ผู้คนให้การยอมรับนับถือ จนกาลเวลาทำให้ชีวิตเปลี่ยนผันจากเด็กบ้านนอก กลายมาเป็นเด็กเมืองนอกที่ทำให้ฉันมีโอกาสได้ทำได้เป็น ในสิ่งที่ต้องการและฝันใฝ่ ได้เติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายและโหยหาในชีวิต เพราะเห็นว่านั่นคือความสุขที่ฉันอยากได้อยากมี

 

 

จนในที่สุดเมื่อฉันได้เรียนรู้โดยการสัมผัสรับรสแล้ว จึงรู้ว่ามันไม่ใช่ที่ฉันต้องการ “กิน กาม เกียรติ” แค่นี้หรือที่อยากได้ แล้วเราจะมัวเมาเอาอะไรในสิ่งที่มันไม่มีอยู่อีก เพราะความอยากเป็น อยากมี อยากดี อยากได้ มันเป็นเครื่องร้อยรัดมัดตัวและใจ ให้ใหลหลงติดอยู่ในบ่วง ไม่มีก็เป็นทุกข์ พอมีแล้วก็เป็นทุกข์ มันหลอกลวงให้เราหลงกล ล้มลุกคลุกลานเป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบไม่สิ้น 

 

 

แล้วสิ่งที่ฉันอยากทำอยากเป็นเพื่อต้องการพบความสุขที่แท้จริงนั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่ ? ชีวิตนี้น้อยนักเวลาที่มีอยู่ก็เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้ว ในเมื่อมีโอกาสแล้วฉันจะรออะไรอีกเล่า นี่แหล่ะคือสาเหตุให้ต้องรีบตัดสินใจเพื่อที่จะออกเดินทางแสวงหาในสิ่งที่ฉันต้องการต่อไป

 

 

การได้บอกกล่าวเล่าความในใจเป็นถ้อยอักษรรวมความบทนี้ขึ้นมาก็เพื่อความสบายใจของตัวเอง ตลอดทั้งผู้คนรอบข้างที่ใกล้ชิดจะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถาม ว่าทำไม เพราะอะไร เกิดอะไรขึ้นในชีวิต มีปัญหาอะไรกันมากมายกับชีวิตคิดไม่ตกขนาดนั้นเชียวหรือจึงได้หนีออกบวช มันไม่ใช่เหตุผลนี้ เพราะการได้เป็นผู้บวชนั้นคือจุดมุ่งหมายอันสูงสุดในชีวิตของฉันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 ด้วยเหตุนี้แล...ฉันจึงรีบชิงบอกก่อนที่ท่านจะสงสัย ในสิ่งที่ฉันกำลังเป็นอยู่ เพราะเริ่มมีเสียงเล็ดลอดมาให้ได้ยินบ้างแล้วที่ลงความเห็นว่าฉันบ้า และเพี้ยน เพียงเพราะฉันพยายามทำในสิ่งที่เป็นปกติในตัวเองให้เกิดขึ้นและจะพยายามรักษามันให้คงอยู่ต่อไป หรืิอสิ่งนี้ที่ฉันเป็นอยู่ มันจะเป็นสิ่งผิดปกติไปแล้วหรืออย่างไรในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบัน

 

 

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอน้อมกาย วาจา ใจ กราบขอขมาในกรรมอันน่าติเตียนใดๆที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินต่อท่านไปแล้ว ทั้งต่อหน้าลับหลัง จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายได้โปรดอโหสิกรรมนั้นๆ แก่ข้าพเจ้าด้วย พร้อมทั้งขอกราบโมทนาสาธุบุญกับท่านทั้งหลายเหล่านี้ ผู้ซึ่งมีบุญคุณต่อข้าพเจ้าเสมอมา ไม่ว่าจะเป็น

 

** คุณพ่อสูน คุณแม่ทองพูน ภูพันนา **พ่อแม่ผู้ซึ่งให้ชีวิตและเลี้ยงดูข้าพเจ้าเติบโตมาจนได้พานพบพุทธศาสนา

 

** นายจอน โอเบิร์ก ** แฟนผู้ที่เปิดโอกาส ให้ความเข้าใจ พร้อมสนับสนุนในคุณงามความดีทุกอย่างที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจทำมาจนสำเร็จแล้วและจะตั้งใจทำต่อไปอีกในกาลข้างหน้า

 

 

** แม่ชีอำพร ธรรมรัม **ผู้เป็นกุญแจดอกสำคัญในการเปิดประตู ให้ข้าพเจ้าได้เห็นตัวตนและความต้องการที่แท้จริงของตัวเองตลอดทั้งเป็นผู้สร้างความมั่นใจในทางเดิน พร้อมส่องแสงสว่างในเส้นทางที่จะก้าวเดินต่อไป

 

 

 

 

 

** หลวงพ่อภัทระ กิตฺติภฺทโท วัดป่านางเหริญ อ.ปักธงชัย **

พ่อคือ ผู้เมตตา การุณย์

หนุนลูก สู่ทาง สว่างไสว

อุ้มชู สู่ร่ม โพธิ์ไตร

ในดินแดน พุทธภูมิ อันอุดม

 

_/|\_ _/|\_ _/|\_ 

 

ลูกน้อมกราบความเมตตาที่พ่อให้ 

ฝึกหัดใจให้เข้มแข็งแกร่งเสมอ 

หนทางไกลใจไม่หวั่นเพราะมาเจอ 

ธรรมเสนอพ่อหว่านมาพาชื่นบาน 

ความอดทนเป็นผลเลิศให้ฮึดสู้ 

ถึงจะอยู่ในที่ใดไม่หวั่นไหว 

เพียงตั้งมั่นในคุณพระรัตนตรัย 

ความผ่องใสหนทางเปิดเบิกบานเอย

 

 

** ญาติธรรมค้ำชูใจ เจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนผองแลปวงญาติ **ผู้ซึ่งเป็นกำลังใจ และได้มีส่วนร่วมเข้ามาเติมเต็มในชีวิตของข้าพเจ้าให้ได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

 

 

ข้าพเจ้าน้อมกราบขอขมาและอาราธนาพรต่อองค์พระรัตนตรัย อันมีคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ด้วยอานิสงส์แห่งบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจทำความดีนี้จงหนุนนำเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา มีดวงตาเห็นธรรมถึงซึ่งความพ้นทุกข์ ขึ้นชื่อว่าความไม่มี,ความไม่รู้,ความขัดสนจนยาก จงอย่าได้มีตลอดกาลทุกเมื่อ ขอจงมีความสะดวกคล่องตัวทุกประการ ทั้งในการดำรงชีวิต, การบำเพ็ญทาน,ศีล,ภาวนา ขอความปรารถนาทั้งหลายทั้งปวงของข้าพเจ้า จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ ด้วยอานุภาพ แห่งพระพุทธเจ้า,พระธรรมเจ้า,พระอรหันต์เจ้าและพระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งปวงเทอญ.

 

 

ลูกก้มกราบ น้อมขอพร ต่อองค์สาม

ด้วยใจงาม ตั้งจิตมั่น จึงอธิษฐาน

ขอผลบุญ หนุนทางลูก เจริญธรรม

ก้าวเดินตาม รอยของพ่อ ผู้เจริญ...

 

"ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ"

ลมัย ภูพันนา (เจ้ย)

ลูกสาวตาสูน

 

 

 

 

โดย ลูกสาวตาสูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net