วันที่ พุธ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 16 - บ่อแก้ว ลาว


'

.


บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 16 - บ่อแก้ว ลาว

หน้าปก

 

->

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

แต่เชียงของก็มีแค่นั้น เลี้ยวซ้ายหนึ่งทีเลี้ยวขวาหนึ่งทีก็ถือว่าทั่วเมืองแล้ว การหาที่พักจึงไม่ยากเท่าที่คิดไปเอง
12.12 น. ผมหิ้วสัมภาระเข้าเกสต์เฮ้าส์ราคา 150 บาท ที่มี wifi ฟรีแต่ห้องน้ำรวม ที่มีห้องขนาดเล็กแต่พอดีกับการใช้งาน

พ อ ดี อันนี้คือหัวใจ

 




จัดการแล้วตัวเองสดชื่นแล้วผมก็บิดไปท่าเรือบั๊กเพื่อข้ามไปฝั่งลาว แต่กว่าจะได้ข้ามก็ต้องบิดไปบิดมาอยู่สองรอบ
คือเรื่องน่าเวียนหัวมันเป็นแบบนี้ครับ ผมจะเล่าแบบติดจรวดไม่มีเว้นวรรค เพื่อจะได้ไปลาวเร็วๆ

สูดลมหายใจให้ลึกแล้วกลั้นไว้ จากนั้นก็อ่านแบบพรวดๆ เลยนะครับ

 




จากที่พักผมบิดไปท่าเรือบั๊กที่อยู่ทางขวาห่างไปหนึ่งกิโลเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องไปทำบัตรผ่านแดนที่อำเภอผมจึงบิดย้อนกลับผ่านหน้าที่พักไปยังอำเภอวัดเข็มไมล์ได้หนึ่งจุดแปดกิโลทำบัตรเสร็จก็ย้อนหนึ่งจุดแปดกิโลไปท่าเรือบั๊กก่อนเข้าไปยื่นบัตรก็ฝากรถเรียบร้อยแล้วไปยื่นบัตรผ่านแดนเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องถ่ายเอกสารหนึ่งใบผมสบตาอำมหิตใส่ทำนองว่าแล้วทำไมคุณท่านถึงไม่บอกคุณข้าพเจ้าตั้งแต่แรกผมจึงต้องเดินขึ้นเนินไปถ่ายเอกสารหนึ่งใบแล้วลงเนินมายื่นสำเนาให้เจ้าหน้าที่ก่อนพกฉบับจริงติดตัวไปซื้อตั๋วข้ามเรือไปฝั่งลาว

หายใจออกได้แล้วครับ

 




ตั๋วเรือราคา 40 บาท จ่ายเงินแล้วก็ขึ้นไปนั่งในเรือ ผมรู้สึกเหมือนกำลังไปผจญภัยในดินแดนที่ไม่รู้จัก เชื่อว่าความตื่นเต้นกำลังรอผมอยู่ที่นั่น แล้วเรือก็ออกตอน 12.52 น.

 



ในเรือผมนั่งมองลาวแล้วมองไทย แล้วมองลาว แล้วมองไทย คิดว่านี่มันเปลือกโลกชิ้นเดียวกันชัดๆ แล้วอะไรหนอที่ทำให้มันถูกแบ่งเป็นสองประเทศไปได้

พอ 13.04 น. ผมก็มายืนอยู่บนเปลือกโลกที่มีชื่อว่าบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ทำพิธีการเข้าเมืองจ่ายไปอีก 50 บาท จากนั้นก็ผ่านช่องทางเดินขึ้นเนินไปสนุกกันได้เลย

 




เมื่อพ้นเนินก็จะเจอถนนขวางหน้า ผมมองซ้ายทีขวาที และทันทีนั้นผมก็พบถ้อยคำโผล่ขึ้นในหัวสมอง เรียกว่าโผล่มาแบบฉับพลันทันที

 


มองซ้ายที

 

 

มองขวาที

 


อาจฟังดูหยาบไปนิดแต่ก็คงไม่ถึงกับจะทำให้สุภาพชนเบือนหน้าหนีหรอกนะครับ และผมจริงจังกับอารมณ์ฉับพลันนี้จนถึงขั้นอยาก short note

‘ตูมาทำไมนี่’

เพื่อลดความหยาบให้น้อยลงไปอีก ผมจึงจับไก่แปลงร่างเป็นเต่า

ขณะใช้ความคิดก็ถอนหายใจไปไม่รู้กี่ที จนได้ข้อสรุปว่าไหนๆ ก็มาแล้ว จะบ่นไปก็เสียเวลา พยายามมองไปรอบตัวเพื่อหาสิ่งที่เรียกว่าความสุข

จึงได้พบว่ามันอยู่ข้างในผมนี่เอง

ผมเริ่มออกเดินไปทางขวา ตอนนั้นสมองมันไม่ได้คิดว่าควรจะไปทางไหน คือแบบว่าขวาหรือไม่ขวา มันจะต่างกันตรงไหน

 




เดินไปเรื่อยพร้อมถ่ายรูปไปเรื่อยด้วยแท็บเล็ต เหตุที่ไม่ถ่ายด้วยกล้องเพราะคิดว่าก็ถ่ายๆ ไปงั้นๆ ไม่ต้องเน้นอะไรมาก เอาให้เป็นภาพรวมว่ามาลาวแล้วก็พอ

ระหว่างเดินผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าแล้วนักท่องเที่ยวไปสุมหัวกันที่ไหนนี่ เพราะผมเดินไปมองไป ก็ไม่เห็นใครที่อยู่ในสภาพนักท่องเที่ยวเหมือนผมเลย

คงต้องถาม

แล้วสองขาก็พาผมไปหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง มีหญิงสาวกำลังนั่งจดอะไรไม่รู้อยู่บนโต๊ะหน้าบ้าน

พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นกระดาษแผ่นใหญ่ๆ มีตารางเต็มหน้ากระดาษ ผมเดาว่าที่นี่คือท่ารถ และกระดาษนั่นคือตารางเวลารถวิ่ง ผมมาถามถูกที่แล้ว

เราทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้นในทำนองนี้

นักท่องเที่ยวจะไปที่ไหนกันเหรอครับ / ตลาดลาว
นั่นสิถึงว่าทำไมผมไม่เห็นนักเที่ยวแถวนี้เลย ไปอยู่ที่ตลาดลาวนี่เอง

แล้วตลาดลาวมีอะไรเหรอครับ / ก็มีของขาย
จริงด้วย ถ้าไม่มีของขายคงไม่เรียกตลาด

ไกลมั้ยครับ เดินไปได้มั้ย / ไม่ไกลเดินไปได้ หรือนั่งรถสามล้อไปก็ได้
สาวลาวอัธยาศัยดีพูดไปยิ้มไป

ค่ารถเท่าไหร่ครับ / สิบพันกีบ
อื๋อ หน้าผมคงทำงง และเธอคงมองเห็น

หมื่นกีบ ก็สี่สิบบาทไทย / อ๋อครับ
มีอีกที่ที่นักท่องเที่ยวไปคือตลาดจีน / ที่นั่นมีอะไรครับ เดินไปได้มั้ย

ก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้า มีของเยอะกว่าตลาดลาว แต่ไกล / ขอบคุณครับ

ขณะยืนรอรถผมก็ถามว่ากระดาษบนโต๊ะคืออะไร
‘หวยรัฐบาลลาว’

นี่คือคำตอบ ผมถามถึงรางวัลด้วย แต่ลืมและไม่ได้จดไว้ ผมขออนุญาตถ่ายรูปเธอ เธอบอกว่าได้พร้อมรอยยิ้มหวานๆ

 




กดชัตเตอร์ไปสองทีก็มีเด็กหญิงตัวน้อยๆ เดินเตาะแตะออกมาจากในบ้าน เธอคว้าเด็กมาเช็ดความเลอะเทอะที่แก้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน

ขอบอกว่าที่ผมเล่าถึงบทสนทนาแบบคำต่อคำ ก็เพราะสาระสำคัญมันมีผลกับผมในช่วงที่อยู่ในลาวทั้งหมดเลย

แล้วรถก็มา เธอชี้ให้ผมโบก

 




เราบอกลากันแล้วผมก็วิ่งไปขึ้นรถสามล้อเครื่อง

->

.

 
 
 
 

โดย นรพัลลภ_ประณุทนรพาล

 

กลับไปที่ www.oknation.net