วันที่ พุธ มกราคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....ท่าสองยาง..แม่สะเรียง..ท่าตาฝั่ง..แม่ฮ่องสอน..ปางอุ๋ง..ลำปาง..ทริปนี้มีความหมาย ๑..


.

ตอน : เลาะชายแดนริมเมย..กางเต้นท์นอนในสถานีตำรวจภูธรแม่เมย

.

.

ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา  แม้จะมีวันหยุดมากมาย  ผมไม่ได้ออกไปตะลอนตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนปีอื่น ๆ  

เฝ้าบ้านกับแม่มะยง ๒ คน  เพราะลูก ๆ ไปเที่ยวกันหมด

ดีเหมือนกัน  กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และปริมณฑล ไม่อึดอัด รถโล่งสบาย ผู้คนเหลือเพียงเล็กน้อย

ผมขับรถมอเตอร์ไซด์ให้แม่มะยงซ้อนท้ายไปโน่นไปนี่ใกล้ ๆ  อย่างไม่ต้องหงุดหงิดและหวาดกลัวภัย..

.

.

๑๓ - ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖  จึงได้มีโอกาสไปสัมผัสหนาวที่เมืองเหนือ กับเพื่อนบล็อกเกอร์รวม ๗ ท่าน

เต็งพ้ง..คุณหน่อย..เสือน้อย..เป้ ณ ดาว..หนุ่ย มัชฌิมาปกร..แม่มะยง  และ มะอึก

ไปให้กำลังใจบล็อกเกอร์ครูไทยใจเกินร้อย  "ท่าน ผอ.เสกสรร"  ที่แม่สะเรียง ครับ

ทริปนี้จึงเดินทางพักผ่อนอย่างมีความสุข  ไม่ต้องไปแย่งกินแย่งนอนกับใคร  สบายดี

เมื่อกลับมาถึงบางพลี  มีภาระกิจดูแลเกี่ยวกับความสำเร็จการศึกษาของลูกสาว  ไม่ได้เขียนบล็อกทันที

เพื่อนที่ร่วมทาง  เขาเขียนกันไปหมดแล้ว

.

การที่ต้องเขียนเล่าเรื่องราวเป็นคนสุดท้าย ทำให้ผมรู้สึกเครียดเล็กน้อย

เพราะบรรดาบล็อกเกอร์ที่เดินทางไปด้วยกันครั้งนี้  แต่ละท่านเป็นมือโปรด้านการเขียนหนังสือและการถ่ายภาพทั้งสิ้น

เมื่อผมจะนำเสนอเป็นคนสุดท้าย  ผมย่อมมีความจำเป็นต้องหาวิธีการนำเสนอที่ไม่ให้ซ้ำในรูปแบบของใคร

แต่ผมก็จะเขียนบันทึกไว้อ่าน  หากมีการซ้ำกันบ้างในบางเรื่องราว  ก็กราบขออภัยนะครับ...

.

.

หนุ่ย  มัชฌิมาปกร  เขียนล่วงหน้าไปถึง ๔ เอ็นทรี  บรรยายบรรยากาศการเดินทางได้ครบถ้วน  อ่านแล้วสนุกสนาน

คนนี้  เป็นคนมาเร็ว  เคลมเร็ว อีกคนหนึ่ง

และที่สำคัญ  หนุ่ยคือสีสรรค์ของคณะเดินทาง  เขาเป็นคนคิดบวก ขำ ๆ ขนาดตกงาน  ยังขำไม่เลิก

หากทริปนี้  พี่คมฉาน ตะวันฉาย  ไม่ติดธุระสำคัญและร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกคนหนึ่ง  บรรยากาศคงจะสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง

.

คลิ๊กอ่านเรื่องที่คุณหนุ่ยเขียนไว้นะครับ...

 http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2013/01/18/entry-1

.

 http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2013/01/19/entry-1

.

 http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2013/01/20/entry-1

 .

http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2013/01/21/entry-1

..................................................................................

.

การเดินทางไปท่าตาฝั่งครั้งนี้  มะอึกมะยง ได้รับความเมตตาจาก เต็งพ้งและคุณหน่อย ให้อาศัยนั่งรถไปด้วย

ได้รับความสะดวกสบายทุกประการ  ต้องขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้

เต็งพ้ง  ได้เขียนเอ็นทรี  รายงานการเดินทางไว้อย่างครบถ้วน

 

ขอบพระคุณผู้ให้ จากใจผู้รับ พวกเราส่งให้เรียบร้อยแล้วครับ

http://www.oknation.net/blog/tengpong/2013/01/22/entry-1

 

.

....................................................................................

.

เป้...ณ ดาว  น้องสาวร่วมทางอีกคนหนึ่ง  ที่มากด้วยอารมณ์ขันลึก ๆ 

นำเสนอการเดินทางไว้อย่างน่ารัก  ทั้งภาพและข้อเขียน  ดูท่าทางจะมีตอนที่  ๒  เพราะมีตอนที่ ๑ ไว้แล้ว

@.. “ท่าตาฝั่ง” วิบาก ลำบาก หนาวมาก !!! แต่สนุก และ สุขใจมาก ... ทริปนี้ยาวไป (1)

http://www.oknation.net/blog/petpetpe/2013/01/22/entry-1

 

.

.......................................................................................

.

เสือน้อย ... ทริปนี้เดินทางพร้อมด้วยด้วยเลนส์ไวด์ตัวโปรด...กลับมาด้วยภาพที่แปลกตาน่าตื่นใจ

@ .. 7 ผู้นำสาร 100 กำลังทรัพย์ 1000 กำลังใจ สู่โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง

http://www.oknation.net/blog/bravo/2013/01/23/entry-2

 

.

...................................................................................

.

ผมเดินทางสู่แม่สะเรียงทริปนี้ด้วยความตื่นเต้นเหมือนการเดินทางทุก ๆ ครั้งที่ผ่าน ๆ มาครับ

ยิ่งครั้งนี้เต็งพ้งบอกว่า  จะมีการนอนเต้นท์ตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้ผมต้องเตรียมตัวมากยิ่งขึ้น

ได้ยืมเต้นท์ของลูกสาว  และจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ มากมาย  

สุดท้ายต้องตัดทอนออกไปเกือบครึ่งเพราะเต็งพ้งบอกว่ารถเต็ม

.

อาทิตย์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๖  

ผมและแม่มะยงนั่งแท็กซี่ไปเจอกับเต็งพ้งและคุณหน่อยที่หน้าห้างแฟชั่นไอแลนด์ตั้งแต่เช้ามืด

เต็งพ้งใช้เส้นทางอยุธยา - นครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๒ ตาก - แม่สอด

และจุดแรกที่ได้หยุดพักเอาจริงเอาจังคือตลาดชาวเขาดอยมูเซอ

ที่ตลาดแห่งนี้  พวกเราต่างคนต่างลงเดินดูซื้อหาสินค้า  และถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาพอสมควรจึงออกเดินทางต่อไป

.

.

.

.

.

.

พวกเราทั้ง ๗ คน  ทานอาหารกลางวันง่าย ๆ ที่ร้านจำหน่ายอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งริมถนนที่แม่สอด

ผมโทรศัพท์แจ้งนายด่านศุลกากรแม่สอด  ว่าไม่สามารถรับข้าวสารจำนวน ๕ กระสอบที่ท่านร่วมบริจาคได้

เนื่องจากรถบรรทุกของเต็มจริง ๆ มีโอกาสจะขอบริจาคใหม่  กราบขอบพระคุณการประสานงานจากบล็อกเกอร์เป๊บซี่ครับ..

.

ช่วงบ่ายของวันที่ ๑ แห่งการเดินทาง  เราใช้ทางหลวงสาย ๑๐๕ แม่สอด - แม่สะเรียง

พี่คมฉาน ตะวันฉาย  เคยเขียนบรรยายไว้อย่างน่าฟังว่า...

 

        "ถ้าใครเคยเดินทางผ่านถนนสาย 105  จากแม่สอด มุ่งหน้าแม่สะเรียง ซึ่งเป็นถนนที่แล่นเลียบแม่น้ำเมยนั้น คงจะเห็นพ้องต้องกันกับผมว่า เส้นทางสายนี้น่าจะเป็นถนนแห่งการท่องเที่ยวแบบขับรถได้เป็นอย่างดี  เพราะแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางที่รู้จักกันดีอย่าง น้ำพุร้อนแม่กาษา-ถ้ำแม่อุสุ-อุทยานฯ แม่เมย (ม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส กิ่วลม) นั้นจะพอดีแวะ พอดีเที่ยวครบวัน โดยมากางเต็นท์นอนที่อุทยานฯแม่เมย ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของเส้นทาง แล้วจะไปแม่สามแลบ ไปแม่เงา ไปแม่สะเรียงในวันรุ่งขึ้นก็พอดิบพอดีกับเวลาและการเดินทาง

 

       แต่ที่ผมชอบมากก็คือ ทิวทัศน์ของเส้นทางที่ยัง “บ้านๆ” อย่างแท้จริง

 

       ชาวบ้านเลี้ยงควาย เกี่ยวข้าว ชาวเขาสะพายตะกร้า เด็ก ๆ เล่นน้ำ ซักผ้าในลำห้วย  เด็กนักเรียนชาวเขาขี่จักรยานไปโรงเรียน ชายหาดริมน้ำเมย นาขั้นบันได  สารพัดที่ล้วนแล้วชวนให้หยุดถ่ายรูปตลอดทาง   แต่ถ้าจะลองแวะนอน ผมมีที่สงบๆ เป็นธรรมชาติ มาบอกเล่าให้ลองไปดูกัน ท่าสองยาง คือหมุดหมายที่อยากปักบอกไว้บนแผนที่ครั้งนี้

 

       ท่าสองยาง ที่เอ่ยถึงนี้ ไม่ใช่อำเภอท่าสองยาง หากแต่เป็นบ้านท่าสองยาง ซึ่งห่างกันราว 50 กม. เอาเป็นว่าถ้าท่านผู้อ่านออกจากแม่สอด มุ่งหน้าทางแม่สะเรียง โดยใช้ถนนเลียบตะวันตกหมายเลข 105 ชมทิวทัศน์ ชมนั่น ชมนี่ไปเรื่อย ก็จะผ่าน อ.แม่ระมาด  ผ่าน อ.ท่าสองยาง แล้วจึงจะถึงทางแยกเข้าถ้ำแม่อุสุ เลยไปจึงจะเป็นทางเข้าอุทยานฯแม่เมย ระหว่างนี้เราก็จะเจอด่านตรวจของทหารพราน ของ ตชด. เป็นระยะๆ เมื่อเลยทางเข้าอุทยานฯ แม่เมยไปแล้ว เราจะเจอด่านตรวจใหญ่อีกแห่ง แล้วจะเห็นป้าย “บ้านท่าสองยาง”  เลี้ยวเข้าไปตามทางในหมู่บ้าน  แล้วแล่นตรงไปตามทางในหมู่บ้านราว 150 เมตร จากด่านตรวจก็จะไปสิ้นสุด เอาที่ สถานีตำรวจแม่เมย 

 

        เข้าไปในโรงพักแม่เมยเลยครับ  ไม่ต้องขยี้ตาหรือกลับมาอ่านซ้ำ หรือนึกว่าผมเขียนผิด เพราะจุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้ก็คือในโรงพักแม่เมยนี่แหละ

http://www.oknation.net/blog/tawanyimchang/2012/01/18/entry-1

.

.

ผมลอกมาไว้ทั้งดุ้นดีกว่า  จะได้ไม่ต้องคิดคำให้เมื่อยตุ้ม

ทำไมต้องนำเรื่องนี้มาประกอบ  เรื่องมีอยู่ว่า  ก่อนจะเดินทางทริปนี้  ผมประสานงานไว้กับ "ครูไทยใจเกินร้อย" ว่า

วันที่ ๑๓ ม.ค. เราจะไปมืดที่แม่สะเรียง  จองโรงแรมที่พักไว้เรียบร้อย

แต่พี่อัฐคอมเมนท์ผมว่า  เส้นทางช่วงนั้นยาวเกินไป  จะเหนื่อย  ควรจะพักค้างคืนที่ท่าสองยางสัก ๑ คืนดีกว่า

ผมก็ต้องเชื่อพี่อัฐในฐานะที่ท่านเป็นนักเดินทางมากกว่าผม

ผมถามพี่อัฐว่า  "แล้วจะให้นอนกันที่ตรงไหนดีครับพี่?"

พี่อัฐตอบผมสั้น ๆ ว่า "ก็นอนโรงพักไง"

.

.

แดดบ่ายคล้อยไปมากแล้ว  เราผ่านตัวอำเภอท่าสองยางไปอีกประมาณ ๕๐ กิโลเมตร  

ถึงหมวดการทางท่าสองยาง  อยู่ชิดติดริมแม่น้ำเมย

บรรยากาศดีมากครับ  น่ากางเต้นท์นอนพักเหมือนกัน  แต่ที่นี่ไม่ใช่เป้าหมายของเราในเย็นวันนี้

พวกเราเพียงลงจากรถเพื่อเก็บภาพสวย ๆ ไว้ก่อน

.

.

.

.

.

.

อำลาหมวดการทางท่าสองยาง  เพื่อเดินทางต่อไปที่โรงพักแม่เมย

พี่อัฐบรรยายความไว้อีกว่า.....

 

      "สิ่งแรกที่ท่านจะเจอเมื่อถึงโรงพักแห่งนี้คือ มีตำรวจเดินมาทักทายแล้วบอกว่า เชิญครับ ๆ ตามสบายเลยครับ  ท่านผู้อ่านก็อย่าได้เกรงใจตำรวจ  ขนเต็นท์ อุปกรณ์ตั้งแคมป์ลงจากรถเลย แล้วกางนอนในโรงพักนั่นแหละ...อ้าว..นี่พูดจริง ๆ เพราะกิจกรรมท่องเที่ยวที่ผมจะบอกต่อไปจากนี้จะอยู่ย่าน ๆ นี้ทั้งวัน แล้วบ้านท่าสองยางนี้ไม่มีที่พัก ไม่มีรีสอร์ท แต่มีที่กางเต้นท์ คือโรงพักแม่เมยนี่แหละ 

 

       เขามีศาลาชมทิวทัศน์ ในนั้นมีไฟฟ้า  ใต้ถุนโรงพักมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เสร็จสรรพ ตำรวจชวนขนาดนี้จะไม่นอนได้ไง ที่นี่บ้านเมืองเขาสงบ ข้อหาลัก วิ่ง ชิง ปล้น นาน ๆ จะเกิดสักครั้ง แถมทำเลที่ตั้งก็สวย  ในศาลาที่เข้าไปกางเต็นท์นั้นจะอยู่บนเนินที่มองลงไปเห็นแม่น้ำเมยไหลขึ้นไปทางทิศเหนือ  ซึ่งออกจะแปลกที่น้ำไม่ไหลลงทางใต้ ไหลขึ้นทางเหนือแล้วไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวินที่ อำเภอสบเมยในเขตแม่ฮ่องสอน    ฝั่งตรงข้ามคือประเทศพม่า ที่เห็นภูเขาน้อยใหญ่ซ้อนๆ กันสวยงามมาก แค่นั่งชมวิวตรงศาลาที่โรงพักแม่เมยนี้อย่างเดียวก็หลงใหลในธรรมชาติแล้ว"

 

.

.ขับรถมาตามถนน ๑๐๕  ถึงด่านตรวจ  เลี้ยวซ้ายเข้าไปที่บ้านท่าสองยางจนสุดถนน  ก็ถึงสถานีตำรวจภูธรแม่เมย

.

.เมื่อรถสองคันจอดสนิท  มีนายตำรวจเข้ามาทักทายตามที่พี่อัฐบอกไว้ทุกประการ

ผมแจ้งที่มาที่ไปของคณะให้นายตำรวจท่านนั้นทราบ  ก็ได้รับอนุญาตด้วยดี  และบอกว่า  เลือกที่กางเต้นท์ได้ตามใจชอบครับ

.

.ทิวทัศน์แม่น้ำเมย  มองจากศาลาชมทิวทัศน์สวยงามอย่าบอกใครเชียว

.

.

 (ภาพเสือน้อย)

.

พวกเราจึงยึดศาลาชมวิวแห่งนี้กางเต้นท์นอน  ไฟฟ้าแสงสว่างสะดวกสบายเกินคาด

หนุ่ย เสือน้อย และเต็งพ้งกางเต้นท์เสร็จเรียบร้อย  จึงหันมาช่วยผมและแม่มะยงกางเต้นท์  

ครั้งแรกในชีวิตที่แบกเต้นท์เดินทาง  ผมยังกางเต้นท์ที่ติดตัวไปไม่เป็นเลยครับ

.

.เมื่ออาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย  เจ้าของร้านอาหาร นำสำรับกับข้าวที่สั่งไว้มาส่งถึงหน้าเต้นท์  

พวกเรารับประทานทานกันอย่างอิ่มหมีพีมัน  อร่อยลิ้นมาก ๆ 

.

.

การนอนเต้นท์  นอนในโรงพัก  ริมแม่น้ำเมยท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น

ผมสงบและมีความสุข

หากท่านผ่านไปแถว ๆ ท่าสองยาง  ไม่มีที่พักและมีเต้นท์ติดอยู่ท้ายรถ

แวะเข้าไปได้เลยนะครับ  ที่พักแบบง่าย ๆ แต่มีความหมายเช่นนี้

จะประทับอยู่ในความทรงจำมากกว่าการไปจ่ายค่าโรงแรมหรู ๆ ราคาแพงครับ

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net