วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....ท่าสองยาง..แม่สะเรียง..ท่าตาฝั่ง..แม่ฮ่องสอน..ปางอุ๋ง..ลำปาง..ทริปนี้มีความหมาย ๒..


.

ตอน : เดินทางครั้งแรกบนทางหลวงสาย ๑๐๕ ท่าสองยาง - แม่สะเรียง

.

.

จันทร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๖

 

เช้าวันใหม่ที่สดชื่นรื่นรมย์.....ริมแม่น้ำเมย....

หลังจากที่ชายหนุ่มหญิงสาวทั้ง ๗

ได้ดื่มด่ำกับอากาศที่หนาวเย็นยะเยือกมาทั้งคืน...

.

.ทุกคนสลัดถุงนอนออกจากกายตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง  โดยไม่มีใครแสดงอาการอาลัยอาวรณ์สักนิด

บางคนล้างหน้าแปรงฟัน  บางคนเรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง  ขอกาแฟร้อน ๆ ก่อนละกาน...

.

.

.เมื่อมีแสงสว่างพอให้เห็นรายละเอียดของทิวทัศน์  เสียงกดชัตเตอร์จึงระรัวขึ้นจากกล้องแต่ละตัวทันที...

.

.

.ภาพนี้คือที่มาของสำนวนที่ว่า.... "ชี้นกชมไม้ริมชายน้ำ" ...ไง?

.

.

.หมอกบาง ๆ ยามเช้า ลอยเอื่อยเหนือผิวแม่น้ำเมย...สวยกว่าอีกหลาย ๆ สถานที่ที่ผมเคยได้พบเห็นครับ...

.

.

.ภาพคู่... "เธอและฉัน  คอยแฝงกายในสายหมอก"...

.

.

.สามสาว..."ที่สวยสุดเขตแดนสยาม"...

.

.

.

เมื่อเวลาแห่งการเชยชมบรรยากาศธรรมชาติรอบ ๆ ตัวสิ้นสุดลง

การเดินทางจึงมีขึ้นต่อไปบน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด-แม่สะเรียง) 

ทางหลวงสายนี้เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร (และ 4 ช่องจราจรในช่วงผ่านชุมชน) มีระยะทาง 230 กิโลเมตร

เช้านี้  เราจะขึ้นเขาสูงชันช่วงระหว่าง ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กับ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

แนวเส้นทางส่วนใหญ่เลียบแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย-พม่า เคยเกิดความไม่สงบบ่อยครั้ง

รวมทั้งเขาลือกันอีกว่ามีโจรกะเหรื่ยง  เส้นทางนี้จึงไม่ค่อยได้ความนิยมจากประชาชนทั่วไปมากนัก

 

ทางหลวงแผ่นดินสายนี้ เดิมเป็นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1085 (แม่สอด - ท่าสองยาง)

ต่อมากรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางเพิ่มเติมผ่าน อ.สบเมย ไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

และยกระดับขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด - แม่สะเรียง)

เพื่อเปิดเส้นทางเข้าสู่ จ.แม่ฮ่องสอน ด้านทิศใต้เพิ่มขึ้นอีกเส้นทางหนึ่ง

(ข้อมูลวิกิพีเดีย)

.

.

ผมเคยนั่งท้ายรถกะบะแหวกอากาศหนาวบนเส้นทางนี้จากแม่สอดถึงท่าสองยางมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว

หนาวประทับใจไม่มีวันลืมครับ

แต่....ถนนช่วงจากท่าสองยางไปแม่สะเรียงนี่ซีครับผมยังไม่เคย  วันนี้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมอีกเรื่องหนึ่ง..

บนเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามภูเขาแห่งนั้น  นาน ๆ จะมีรถวิ่งสวนมาให้เราได้เห็นสักคัน

บางช่วงเราจอดรถและลงไปกระโดดโลดเต้นถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

บางช่วงรถวิ่งฝ่ากลิ่นของสายหมอกขาวหนาทึบ

บางช่วงรู้สึกว่าเรากำลังอยู่เหนือเมฆ

ช่างสวยสดงดงามเสียนี่กระไร...

.

 

.คุณหน่อยลดกระจกหน้าต่างรถเพื่อสูดกลิ่นป่ากลิ่นธรรมชาติให้เต็มปอด

.

.

.เส้นทางคดเคี้ยว  น่ามอง

.

.

.ถึงบางช่วง  พักรถ  พักคน  พวกเราก็มีกิจกรรมน่ารัก ๆ ทำกัน  อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ  บรรยายลำบาก..

.

.

.หรือจะตะโกนดัง ๆ ประกาศให้ก้องไพรว่า  ข้ามาถึงแล้ว...

.

.

.ป้ายบอกทางมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ 

.

.เต็งพ้ง  ประคองพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง สุขุม และมีความสุข

.

.

.เจ้าจอมมารตัวน้อยของเสือน้อย..ไม่ย่อท้อกับเส้นทางอันคดเคี้ยวนั้นเช่นกัน

.

.

.เราผ่านม่อนคลุย  แต่ไม่ได้แวะ

"บล็อกเกอร์น้ำผึ้งแท้"...ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า

 

ออกจากบ้านท่าสองยาง อีกประมาณ 15 กิโลเมตร  จากทางสายแม่สอด-แม่สะเรียง เลี้ยวขวาเป็นถนนดิน ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง  ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งค่ะ  คือ "ม่อนคลุย"  ชมทุ่งหญ้าสีทอง  และทะเลหมอกเกือบ 360 องศา โอกาสหน้าผ่านไปแถวนั้นลองแวะเที่ยวกันนะคะ  มีที่กางเต็นท์  ห้องน้ำ  ห้องอาบน้ำ

 

.

.สุดเขตจังหวัดตาก  เข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  มีแม่น้ำเงาเป็นเส้นแบ่งเขตแดน

.

.

.สะพานข้ามแม่น้ำเงา  กำลังถูกปรับปรุงให้ใหม่..ให้ใหญ่ขึ้น...ให้โตขึ้น..

.

.

แม่น้ำเงา  แม่น้ำที่ใสราวกระจก และนั่นคือที่มาของชื่อ "แม่น้ำเงา"

แม่น้ำเงา...แม่น้ำสายใหญ่เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย ไหลไปรวมตัวกับแม่น้ำยวม

แล้วเลี้ยวซ้ายไปสมทบกับแม่น้ำเมยก่อนที่แม่น้ำเมยจะไหลไปรวมกับแม่น้ำสาละวิน 

.

บล็อกเกอร์กู่....เคยบอกไว้ว่า...

แม่น้ำเงา..เงาสะท้อน  ซ่อนรอยโศก

เหมือนซ่อนโลก  แปลกใหม่  ในความฝัน

เคยรอนแรม  เร่ร่อน  ย้อนตะวัน

เพียรบุกบั่น  เข้ามา  เพราะว่า...."รัก"

.

.

.กิจกรรมบนสะพานข้ามแม่น้ำเงา..อีกครั้ง..

หนุ่ย..กระโดด....

.

.

.เสือน้อย....กระโดดตาม..

.

.

.เป้...กระโดด...ด้วย..

.

.

.เสือน้อยตกใจ...เมื่อหนุ่ยตัดสินใจถีบเต็งพ้ง...ถึงกับกระเด็น...

.

.

.หนุ่ยถีบอีกครั้ง...เต็งพ้ง....จุก...

.

.

.ออกกำลังกายพอหอมปากหอมคอ  เราผ่านอุทยานแห่งชาติแม่เงาไปก่อน

ทริปนี้ไม่มีนโยบายนอนอุทยานครับ

.

.

.(ภาพ..เสือน้อย).

อาหารมื้อนี้ที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ริมทางสบเมย  จะเรียกว่าอาหารเช้าไม่ได้  เพราะสายแล้ว

อาหารมื้อนี้  จะเรียกว่าอาหารมื้อเที่ยง  ก็ไม่ได้  เพราะยังไม่ถึงเวลาเที่ยง

เอาเป็นว่า  ทานอาหารมื้อพิเศษ  เพื่อประทังความหิวไปก่อน....

.

.

.ครูเสก  บอกให้เสือน้อยจอดเจ้าจอมมารไว้ที่บ้านของครูที่แม่สะเรียง

.

.

.เรารำลึกถึงความรู้สึกดี ๆ กันอีกครั้ง

.

.

.เป็นมิตรภาพของชาวบล็อก  เป็นการเยี่ยมเยือนที่เปี่ยมล้นด้วยกำลังใจ

.

.

.ครูเสก  ให้ถ่ายสิ่งของต่าง ๆ ทั้งหมดจากรถเต็งพ้ง  ใส่รถครูเคน

.

.เสร็จสิ้นอาหารกลางวัน  การเดินทางวิบากก็เริ่มอีกครั้ง  จากแม่สะเรียงสู่แม่สามแลบ

ระยะทางไม่ถึง ๕๐ กิโลเมตร  แต่จะเป็นช่วงที่สนุกสนานมาก

.

.

.ผิวจราจรบนที่ราบสะดวกสบาย  แต่บนภูเขานั้นแม้หลายช่วงจะดีขึ้น  ก็ยังมีบางช่วงที่อุดมด้วยฝุ่น

.

.

.ถึงทางแยกลงท่าเรือแม่สามแลบ  ส่วนถนนด้านซ้ายนั้น  จะลัดเลาะไปสบเมย

ครูเสกบอกว่า  เป็นเส้นทางที่สนุกพอสมควรเหมือนกันครับ

.

.

.จากบนภูสูง ๆ ก็จะเป็นทางลงห้วยเช่นนี้แหละครับ  รถไม่มีกำลังเพียงพอ  หมดสิทธิ์ครับ

.

.

.ท่าเรือแม่สามแลบ  วันนี้เงียบ  ผู้คนมีน้อยนิด  ไม่คึกคักนัก

.

.สาละวิน  ยังคงไหลเรื่อยเหมือนปกติ

ผมได้ใกล้ชิดสาละวินอีกครั้ง  สมดั่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะมาเยือนอีกครั้ง

.

ทริปนี้  ยังมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นอีกมากมายครับ  จะนำเสนอกันต่อไปเท่าที่จะทำได้

เมื่อผมเล่าเรื่องด้วยตัวอักษร  ท่านผู่อ่านก็จะหลับตาเห็นภาพ

เมื่อผมเล่าเรื่องด้วยภาพ  ท่านผู้อ่านสามารถประดิษฐ์ตัวอักษรในความรู้สึกของท่านได้เองอย่างอิสระครับ

.

เพื่อไม่ให้ท่านผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย  เอ็นทรีนี้ผมขอตัดตอนไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ

ผมต้องเตรียมตัวเพื่อการเดินทางอีกสักนิดหนึ่ง

เสาร์อาทิตย์นี้ ( ๒ - ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) จะไปประจวบคีรีขันธ์  นัดเพื่อนสมัยเรียนมัธยมไว้ที่นั่น

รวมรุ่นศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช   เมื่อกลับมาจะนำเสนอกันต่อไปตามสไตน์นายมะอึก

.

อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ...

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net