วันที่ เสาร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราชดำเนิน... สัมภเวสี กับขบวนการ “บัวใต้น้ำ”


ขึ้นชื่อว่าแหล่งรวมการแลกเปลี่ยนทางการเมืองของสังคมไทยมาเป็นกว่าสิบปี เว็บบอร์ดการเมืองที่มักจะพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ นั่นก็คือ “ราชดำเนิน” ของเว็บไซต์พันทิปด็อทคอม ซึ่งหากสังเกตวิวัฒนาการในช่วงระบอบทักษิณยังครองอำนาจ ห้องราชดำเนินถูกกล่าวขานกันว่าเป็นแหล่งรวมคนที่มีแนวคิดสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่คนรักทักษิณ สาวก จนกระทั่งขบวนการโต้ตอบความคิดเห็นที่ชาวเน็ตขนานนามว่า “วอร์รูม”

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์ และกรรมการจริยธรรมสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บ เคยพูดถึงกลุ่มจัดตั้งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นว่า รัฐบาลทักษิณพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วงชิงพื้นที่ทางการเมืองในสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งเว็บไซต์ใหม่ๆ รวมไปถึงการระดมลงความเห็นในเว็บบอร์ดต่างๆ

“ต้องยอมรับว่า ผู้ที่เข้าเว็บเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดตั้งทั้งหมด คนที่เห็นด้วยและเห็นใจรัฐบาลก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งกลายเป็นคนที่เป็นฐานให้กลุ่มที่จัดตั้งใช้เป็นเครื่องมือ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือผู้บริโภคก็จะต้องแยกแยะให้ดี”
 
แม้กระทั่งหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา หลังจากที่ตัดสินใจปิดห้องราชดำเนินชั่วคราวนานนับเดือน ทีมงานของพันทิปด็อทคอม ยอมรับว่า ที่ผ่านมาราชดำเนินมีสภาพคล้ายกับถูกพรรคไทยรักไทยซื้อไปเป็นกระบอกเสียง ด้วยบรรดาสมาชิกจำนวนมาก ที่ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายสนับสนุนทักษิณ มีลักษณะการโต้ตอบความคิดเห็นของผู้อื่นในทางที่เสียดสี ล่อเป้า ก้าวร้าว บิดเบือน สุมไฟ ศรีธนญชัย ฯลฯ จนกลายเป็นวัฒนธรรมของห้องราชดำเนินไป แม้จะมีความคิดเห็นถ่วงดุลย์เพื่อให้เกิดความเป็นกลาง แต่มักจะถูกรุมทึ้งเสมอ

“เป็นเรื่องที่น่าอายมากสำหรับผมคนที่ต้องรับผิดชอบเวทีแห่งนี้ ต้องยอมรับว่าห้องราชดำเนินก่อนที่จะถูกปิดไป ไม่ได้มีอะไรเหลือให้เสียดายนัก เพราะคุณค่าของมันได้ถูกทำลายไปก่อนนั้นนานแล้ว”

ว่ากันว่า ขบวนการจัดตั้งในห้องราชดำเนิน เกิดขึ้นมานานนับปี ด้วยความที่ทีมงานพรรคไทยรักไทย มีส่วนประกอบของกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม และสื่อสารมวลชนไว้ในมือ และเป็นพรรคพวกคอยช่วยเหลืออย่างมากมาย ในความหมายที่แท้จริงของขบวนการวอร์รูม ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เคยให้นามเอาไว้ว่า “ทหารแห่งโลกไซเบอร์” (Cyber Soldiers) ที่คอยทำหน้าที่เป็นองครักษ์ คอยตอบโต้ข้อกล่าวหา และปล่อยข่าวให้ร้ายกับศัตรูทางการเมือง รวมไปถึงการเปิดเว็บไซต์ใหม่ขึ้นมา เพื่อดิสเครดิตคู่ต่อสู้และโต้ตอบข้อกล่าวหาทางการเมือง

ในช่วงเวลาที่กระแสความไม่พอใจของทักษิณ จากการจุดกระแสของสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อมีการเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของทักษิณ ลักษณะการโต้ตอบกระทู้ของห้องราชดำเนินเริ่มมีท่าทีสนับสนุนทักษิณ และตอบโต้สนธิมากขึ้น

จากการเปิดเผยของนามแฝงที่ชื่อว่า “นายซด” กล่าวเอาไว้ถึงความเปลี่ยนแปลงของห้องราชดำเนินนานมาแล้วอย่างน่าสนใจว่า ที่ผ่านมาสังคมบนราชดำเนินจะมีการจับกลุ่มของเพื่อนที่ชอบพอนิสัยใจคอกัน แม้ความคิดทางการเมืองจะต่างกันก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จัดตั้งเป็นกลุ่มเหมือนสังคมข้างนอก

โดยจะเริ่มจากการแบ่งค่ายเชียร์แต่ละฝ่ายอาจจะถือหางไปทางเดียวกัน อีกฝ่ายถือหางไปอีกทาง ซึ่งก็กลายเป็นพวกทางนั้น ส่วนอีกฝ่ายก็อยู่เฉยๆ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต่อมาพัฒนาการเหล่านั้นได้ต่อยอดไปเป็นกลุ่มๆ อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดจากอคติที่ฝ่ายที่ถือว่าตนเองมีอำนาจยัดเยียดให้ แม้จะมีความคิดที่มีเหตุมีผลอย่างไรก็ไม่สนใจ ราวกับว่าถูกโดนล้างสมอง ไม่เหมือนคนที่มีเหตุผล

ลักษณะการตอบโต้กระทู้ที่สื่อให้เห็นเด่นชัดว่า ราชดำเนินยุคนี้เปลี่ยนไป นั่นก็คือ “ความแตกต่างทางความคิด” ซึ่งถ้าหากเป็นสมัยก่อน แต่ละฝ่ายต่างนำเสนอข้อมูลเรื่อยมา จนเป็นที่กระจ่างแน่นอนว่า จะต้องมีฝ่ายแพ้ฝ่ายชนะ แต่กับสมัยนี้เมื่อมีความเห็นที่คิดต่าง แล้วโดนรุมด่าว่าโดยคนที่เห็นตรงข้าม อีกทั้งนอกจากไม่ใช่ด้วยเหตุผลและข้อมูลแล้ว ยังใช้ “วิธีพิเศษ” บางอย่างเข้ามา เพื่อสนับสนุนความเห็นของตนเอง และปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่าง

ไม่ว่าจะเป็น การร่วมกันแจ้งลบกระทู้ หรือการใช้สายสัมพันธ์พิเศษกับผู้ดูแลระบบ กระทำการล็อกสถานะสมาชิกของฝ่ายที่มีความคิดเห็นต่างกัน จนไม่สามารถเข้าไปโต้ตอบความคิดเห็นในเว็บดังกล่าวได้ เมื่อนานวันเข้า ลักษณะนิสัยประจำของฝ่ายสนับสนุนทักษิณบนอินเตอร์เน็ต กลายเป็นที่เอือมระอาของคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง จนกระทั่งต้องบอกลาไปแสดงความคิดเห็นที่เว็บอื่น หรือจัดตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่

ขณะเดียวกัน เมื่อมีฝ่ายที่ต่อต้านออกเคลื่อนไหวบนอินเตอร์เน็ต แน่นอนว่าฝ่ายสนับสนุนทักษิณย่อมมีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อไม่ให้น้อยหน้า ในนามกลุ่มรักเมืองไทย และมีการเปิดเว็บไซต์ จัดตั้งเว็บเฉพาะกิจขึ้นมา โดยใช้ห้องราชดำเนินเป็นฐานอำนาจออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ต่อจากนั้นบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่กันคนละทิศคนละทาง


4 กุมภาพันธ์ 2549 วันแรกที่สนธิประกาศชุมนุมเป็นครั้งแรก ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมสมทบบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเป็นจำนวนมาก ในวันนั้นสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวีหลายช่อง ต่างให้ความสนใจนำเสนอข่าวเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในขณะเดียวกัน กระแสบนโลกเสมือนจริงอย่างห้องราชดำเนิน พบว่าห้องราชดำเนินถูกยึดครอง โดยนักโต้กระทู้สังกัดพรรคไทยรักไทย ทุกกระทู้ถล่มสนธิและพรรคประชาธิปัตย์อย่างแหลกลาญ ไม่มีชิ้นดี

จนมีการตั้งคำถามผ่านเข้ามาในเว็บว่า ทำไมกระทู้ต่อต้านสนธิในราชดำเนิน จึงมากจนผิดความเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ไม่มีกระทู้ชื่นชมฝ่ายค้าน ปชป.ถูกสมาชิกราชดำเนินรุมทึ้ง พากันเหยียบย่ำแทบติดดิน แต่ที่มาแปลกที่สุด ก็เห็นจะเป็นผลโหวตที่ผ่านมาในราชดำเนิน ทรท. ดีหมด ถูกหมด จนทำเอาคิดไปว่า ใจคนที่หลากหลาย ไม่เห็นหน้าค่าตากัน แต่ไหงใจตรงกันได้มากมายขนาดนี้ ?

เรื่องนี้ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง และวิเคราะห์กันไปว่า เป็นปรากฏการณ์ยึดราชดำเนิน ของผู้พิทักษ์ทักษิณและพรรคไทยรักไทยบนโลกอินเตอร์เน็ตก็ว่าได้ ซึ่งเป็นเกมที่ฝ่ายนิยมทักษิณรุกรบได้รวดเร็ว และเป็นระบบที่แข็งแกร่ง  โดยข้อความต่างๆ มักจะตอกย้ำเสมอว่า ไม่เอาทักษิณเป็นนายกฯ ทักษิณแล้วจะเอาใคร หรือทักษิณเหมาะสมที่สุด หรือขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ ทักษิณ หรือ สนธิด่านายกฯ ทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์

ขบวนการขับเคลื่อนทางสังคมบนเว็บไซต์พันทิปราชดำเนินเกิดขึ้นเรื่อยมา พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้ฝ่ายต่อต้านนายกฯ ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมบนเวทีปราศรัยเปิดใจของทักษิณกลางท้องสนามหลวง หรือการตั้งเวทีรวมพลคนรักทักษิณ บริเวณสวนจตุจักรของกลุ่มโชเฟอร์แท็กซี่และจักรยานยนต์รับจ้าง (ภายหลังมีคาราวานคนจน ทั้งจากสายภาคเหนือและอีสานนำขบวนรถอีแต๋นตามมาสมทบ)

ซึ่งมีสมาชิกบางคนอ้างว่าเป็นตัวแทนจาก “พันทิปราชดำเนิน” ในนามของกลุ่มจัดตั้งกลุ่มหนึ่ง เพื่อเป็นสนับสนุนทักษิณบนเวทีชุมนุม ซึ่งได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ถึงความเหมาะสมการใช้ชื่อห้องราชดำเนินในการแอบอ้างตามมาด้วยการเผยแพร่ข้อเขียนต่างๆ จากกระทู้ห้องราชดำเนิน ในรูปแบบของใบปลิว เพื่อบรรยายถึงความชอบธรรมในการบริหารประเทศของทักษิณหลายอย่าง

ที่กลายเป็นกระแสฮือฮามากที่สุดนั่นก็คือ การสแกนข้อความจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่ตีพิมพ์คำปราศรัยของนายสนธิบนเวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยข้อความดังกล่าวมีประโยคที่ไม่ครบถ้วน นำไปสู่ความคาดเคลื่อน สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้อ่าน ซึ่งนำมาแจกให้กับประชาชนบนเวทีสวนจตุจักร นอกจากนี้ในส่วนของข้อความที่ผิดพลาดดังกล่าว มีความพยายามในการตัดต่อคลิปวีดีโอปราศรัยของนายสนธิ ให้ใกล้เคียงกับข้อความที่ลงบนหนังสือพิมพ์ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อๆ กันอีกด้วย

แม้ทางเนชั่นจะดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่วันรุ่งขึ้นกลุ่มคาราวานคนจน กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่และจักรยานยนต์รับจ้าง เดินทางมาปิดล้อมอาคารเนชั่นทาวเวอร์ โดยข่มขู่มิให้บุคคลเข้า-ออกภายในอาคาร ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง เพื่อเรียกร้องให้หนังสือพิมพ์คมชัดลึกแสดงความรับผิดชอบต่อข้อความดังกล่าว พร้อมกับบรรดาข้าราชการ และกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณและพรรคไทยรักไทยจำนวนมากต่างแจ้งความนายสนธิ และหนังสือพิมพ์คมชัดลึกในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นี่เป็นส่วนหนึ่งในอีกหลายกรณีของการใช้ประโยชน์จากห้องราชดำเนิน เพื่อเป็นกระบอกเสียงสนับสนุนทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ไม่นับรวมกรณีปลีกย่อยที่ต่างโจมตี ทั้งฝ่ายพันธมิตร นักวิชาการ สมาชิกวุฒิสภา และยังลุกลามมายังองคมนตรี อีกทั้งยังยกสถาบันมากล่าวอ้างเพื่อความชอบธรรมของตนเองอีกด้วย


หลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา สื่อเฉพาะกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนทักษิณต่างปิดตัวเองลง ส่วนห้องราชดำเนินหลังมีประกาศคณะรัฐประหาร ขอความร่วมมือผ่านทางกระทรวงไอซีที ให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ทำหน้าที่ดูแลเนื้อหา เป็นสาเหตุที่ทำให้ห้องราชดำเนินต้องปิดตัวเองเป็นเวลาร่วม 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะกลับมาเปิดอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา

ถึงกระนั้นก็ตาม การเคลื่อนไหวสนับสนุนทักษิณบนเว็บบอร์ด ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้ห้องราชดำเนินจะถูกปิด สมาชิกราชดำเนินบางส่วนเข้ามาใช้พื้นที่ใน “ห้องไร้สังกัด” ซึ่งเป็นห้องถามตอบแบบไม่มีหมวดหมู่ เมื่อห้องราชดำเนินกลับมาอีกครั้ง บางส่วนกลับไปยังห้องราชดำเนินเหมือนเดิม ซึ่งมีส่วนหนึ่งยังคงอยู่ห้องไร้สังกัดควบคู่ไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นห้องสำรอง ในยามที่ห้องราชดำเนินเกิดความไม่นอน จากการถูกเพ่งเล็งของเจ้าหน้าที่

และนั่นเป็นสาเหตุให้เกิดการเซ็นเซอร์ตัวเอง ด้วยการให้ห้องราชดำเนินเข้าชมได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าชมได้ อีกทั้งยังออกมาตรการเปิด-ปิดเป็นเวลา ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น เนื่องจากไม่มีคนเฝ้ากระทู้ในช่วงกลางคืน

หากจะกล่าวถึงแหล่งชุมนุมของฝ่ายสนับสนุนทักษิณบนอินเตอร์เน็ต แม้เว็บไซต์เฉพาะกิจที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนรัฐประหารจะปิดตัวลง แต่ก็มีเว็บไซต์เกิดใหม่ขึ้นมา ด้วยวัตถุประสค์คือการต่อต้านการทำรัฐประหารของ คมช. อย่างเช่นเว็บไซต์ Thai Member Club (ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น TMCToday) หรือจะเป็นเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่ม 19 กันยาฯ ต้านรัฐประหาร ของหนูหริ่ง-สมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งใช้นามแฝงในพันทิปว่า “บก.ลายจุด”

กลุ่ม 19 กันยาฯ มีคอนเน็กชั่นกับทางเว็บไซต์ข่าวประชาไท ที่พี่น้องอึ้งภากรณ์ให้การสนับสนุน ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในการต่อต้านรัฐประหาร แต่ถึงกระนั้นเราพบว่า ทั้งสองเว็บไซต์มีกลุ่มสนับสนุนทักษิณ เข้ามาร่วมตอบโต้ความคิดเห็นทั้งยังโจมตี คมช.และรัฐบาลสุรยุทธ์เช่นเดียวกัน ต่างกันตรงที่ว่ากลุ่ม 19 กันยาฯ เป็นฝ่ายลัทธิประชาธิปไตย ซึ่งมีส่วนน้อยที่สนับสนุนทักษิณ

ถึงการเคลื่อนไหวจะมีจุดร่วมเดียวกัน คือการต่อต้านรัฐประหาร แต่สุดท้ายการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่ม ก็ยังคงแยกกันตี โดยฝ่าย 19 กันยาฯ เคลื่อนไหวในรูปแบบหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่มีข้อครหาว่า มีฝ่ายการเมืองจากกลุ่มอำนาจเก่าให้การสนับสนุน ได้แก่กลุ่มพิราบขาว และกลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ด้วยเว็บไซต์ของกลุ่ม 19 กันยาฯ และประชาไทเป็นไปในลักษณะเปิดกว้าง โดยเปิดโอกาสให้สามารถโพสต์ข้อความได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ในปัจจุบันเรายังพบว่ามีกลุ่มคนสนับสนุนทักษิณ ใช้พื้นที่ของเว็บดังกล่าวในการตอบโต้ความคิดเห็น รวมทั้งแปะข้อความต่อต้านรัฐบาล คมช. รวมทั้งกลุ่มที่ต่อต้านทักษิณกันอยู่

ขบวนการสนับสนุนทักษิณบนเว็บไซต์ นอกเหนือจากมีให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งแล้ว อย่างที่บอกเอาไว้ในก่อนหน้านั้นว่า ยังมีเว็บไซต์ใต้ดินอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือเว็บไซต์ Weekend Corner หรือที่เรียกกันในหมู่สมาชิกอีกสารพัดชื่ออย่างว่า “dCode” “บ้านบางไซ” อย่างที่เคยขอกถึงกระบวนการเข้าร่วมสมาชิกเว็บไซต์ต้องผ่านการสกรีน และเข้าสู่ระบบถึง 3 ชั้น ซึ่งเว็บไซต์ใต้ดินเหล่านี้ถือเป็นแหล่งในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คมช.อย่างเสรี

รวมทั้งเป็นแหล่งปล่อยข่าวลวงต่างๆ ที่แต่งขึ้น และเปิดโปงหลักฐานดิสเครดิตที่ได้มาจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งหลักฐานที่ผ่านการดัดแปลงและตัดต่อเพื่อหวังดิสเครดิตบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ โดยจะถูกเผยแพร่ต่อกันไปยังเว็บไซต์ในเครือข่าย เช่น ราชดำเนิน TMCToday ประชาไท 19 กันยาฯ ว่ากันว่าลักษณะการทำเช่นนี้ เพื่อเป็นการลดบทบาทของห้องราชดำเนินลง เนื่องจากห้องราชดำเนินถูกจับตามองเป็นพิเศษ

ย้อนมาที่ผลงานจากเว็บใต้ดินที่ผ่านมา คงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงกระบวนการดิสเครดิตอย่างเป็นระบบ และมีการรับส่งข้อมูล รวมถึงการรับลูกของกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ซึ่ง “สุดชาย บุญไชย” รับหน้าเสื่อในการร้องทุกข์กล่าวโทษพอได้เป็นข่าวกรอบเล็ก ไม่ว่าจะเป็นนำรูปบ้านจัดสรร และตัดต่อโบกี้รถไฟ กลายมาเป็นหลักฐานบ้านพักเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ ในบัดดล

หรือจะเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อนของ พล.อ.สนธิ คุณหญิงจารุวรรณก็เจอเรื่องพาลูกไปขึ้นเครื่องดูงาน ที่สุดท้ายเป็นการเดินทางอย่างถูกต้อง นายกล้าณรงค์ก็เจอข้อกล่าวหาลอกวิทยานิพนธ์ ซึ่งทำไปทำมาเป็นหลักฐานปลอมที่กลุ่มสนับสนุนทำขึ้นมาเอง หรือกระทั่งกรณีเอาเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ขึ้นภูกระดึง ก็ยังมีความพยายามจะลากความผิดมาที่รัฐบาลให้ได้ เพราะคิดว่าเป็นทหารเหมือนกัน

ผลงานประเภทนี้ทำให้คนในเว็บใต้ดินเริ่มถอดใจ เพราะหลักฐานหาได้แค่เรื่องนิดเดียว ในขณะที่การกล่าวหาว่านายทหารมีผลประโยชน์ ก็เป็นเพียงการกล่าวหาอย่างลอยๆ โดยปราศจากหลักฐานและที่มาที่ไป แต่ฝ่ายสนับสนุนทักษิณนึกเสียว่า น่าจะนำมาพูดเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มตนเองให้ได้

แม้การเคลื่อนไหวในการโจมตีรัฐบาลและ คมช.จะยังไม่ถือว่าสัมฤทธิ์ผลเท่าไหร่นักในช่วงระยะนี้ แต่การตอบโต้ข้อกล่าวหาของทักษิณ บรรดาองครักษ์บนโลกอินเตอร์เน็ตยังคงกระทำเช่นเคย ทั้งการโจมตีความคิดเห็นที่ต่อต้านการกระทำของนายกฯ ทักษิณในรูปแบบต่างๆ เช่น เชียร์เผด็จการบ้าง โบ้ยให้ไปค้นหาคำตอบเก่าๆ บ้าง (ซึ่งถูกลบจากระบบไปแล้ว) หรือยกตัวอย่างผลงานอื้อฉาวในอดีตของพรรค ปชป.มาแฉ

ถ้าเป็นกระทู้โจมตีรัฐบาลสุรยุทธ์หรือสนับสนุนทักษิณ ก็จะแห่กันเข้ามาสดุดีเจ้าของกระทู้ และ ร่วมโจมตีด้วยอย่างเมามัน ในทางกลับกัน ถ้าเป็นกระทู้ที่แตะต้องทักษิณหรือสนับสนุนรัฐบาลสุรยุทธ์  ก็จะแห่กันเข้ามาโจมตีตั้งแต่เจ้าของกระทู้ รัฐบาลสุรยุทธ์ คมช. ตลอดจนประธานองคมนตรีอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งบอกไว้ตั้งแต่ต้น เผลอๆ ก็ยังนำสถาบันมากล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนความคิดตัวเองอีกด้วย

ทำไปทำมา หลายคนที่ไม่เข้าร่วมสังฆกรรมกับราชดำเนินทุกวันนี้ เพราะรูปแบบการแถเพื่อเอาใจนายแบบ “ซ้ำซาก” จนน่ารำคาญอย่างนี้นี่เอง กลายเป็นความเคยชินของคนที่ยึดที่แห่งนี้เป็นฐานที่มั่น และแม้จะมีคำตอบปรากฏขึ้นให้กับสังคมมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่คงเป็นการยากที่ความคิดซึ่งต้องอาศัย “ใบบอก” จะตามทัน ...

สารพัน “ปล่อยของ” และ “เล่นของ” จากสมาชิกราชดำเนิน

นอกเหนือจากการพิจารณาเนื้อหาตามใบบอกของสมาชิก ซึ่งทำการตั้งกระทู้ในห้องราชดำเนินแล้ว ระดับสไตล์การตอบกระทู้ของสมาชิกราชดำเนิน มี 3-4 ระดับ ได้แก่

• โหวต – เห็นได้บ่อยครั้งตามกระทู้แนะนำ ซึ่งจะเป็นข้อความสั้นๆ แสดงความชื่นชมเจ้าของกระทู้ เช่น “โหวต” (ครับ/ค่ะ) หรือจะเป็น “โอเคเยี่ยม อย่างนี้สิกระทู้ดี” “เจ้าของกระทู้ น่าจะเป็นนักวิชาการระดับ ศาสตราจาย์มาเอง ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้มากเลย” “มาชื่นชมเจ้าค่ะ” “อุตส่าห์ออกมาจากห้องสะดุดตากระทู้นี้ค่ะ ไม่เห็นตั้งนานสบายดีนะคะ ” ฯลฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาคุณภาพจากเนื้อหาสาระแล้ว ก็ไม่พบข้อเท็จจริงมากมายอะไร เข้าใจว่าเพียงแค่เนื้อหากระทู้แสดงความรู้สึกสนับสนุนทักษิณแบบยาวๆ ก็น่าจะเป็นกระทู้โหวตได้แล้ว

• พูดมาก – พิมพ์ข้อความได้ยาวเป็นต่อยหอย (เข้าใจว่าน่าจะใช้หลักการ Copy-Paste จากใบบอกอีกที) ส่วนมากถ้าเป็นกระทู้มักจะออกมาในลักษณะรายงานข้อเท็จจริง และสุดท้ายกระทู้นี้จะกลายเป็นกระทู้แนะนำจากการร่วมด้วยช่วยกันโหวตในที่สุด หากเป็นความคิดเห็นนอกเหนือจากใบบอก จะเป็นไปในลักษณะระบายอารมณ์ หรือโจมตีผู้อื่นกันแบบยาวๆ เสียมากกว่า

•โจมตีฝ่ายตรงข้าม – ถ้าเป็นรัฐบาลหรือ คมช.เป็นเรื่องแน่นอนที่ต้องถูกโจมตีว่าเป็นพวกเผด็จการ นอกจากนั้นบุคคลอื่นๆ เช่น คนที่เคยเข้าร่วมกับพันธมิตร อย่างนักวิชาการ หรือ อดีต สว. มักจะถูกโจมตีว่ารับใช้เผด็จการ หรือหากเป็นแนวความคิดจากพรรคฝ่ายค้านอย่าง ปชป.ก็จะถูกโจมตีในทำนองนี้ เช่น “กรุณาอย่าคิดแบบพวก ปชป.” “ปชป.อยากเป็นรัฐบาลจนตัวสั่น” หรือถ้าเป็นความคิดเห็นของสนธิ ลิ้มทองกุล ก็จะถูกแขวะในทำนอง “สนธิมันเคยทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง?” “เป็นหนี้แล้วสะเออะมากู้ชาติ” ฯลฯ

• โบ้ยไปฝ่ายตรงข้าม – ในกรณีที่โจมตีราชดำเนินว่าไม่เป็นกลาง สมาชิกราชดำเนินมักจะโบ้ยให้ไปที่เว็บอื่น หรือหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เช่น “อยากได้ความเป็นกลางโน่น...ไปเวป manager.co.th (หรือเว็บ ขจก./กะทิ)” “ไปอ่านสื่อชั่ว (พูดถึงสื่อในเครือผู้จัดการ เนชั่น มติชน ไทยโพสต์ แนวหน้า ฯลฯ ที่ต่อต้านทักษิณมาโดยตลอด) โน่นไป...”

• พร่ำเพ้อ – อาการเช่นนี้ไม่มีอะไรมาก เป็นเพราะความหวังที่อยากจะ... หรือไม่อยากจะ... พูดทุกวันคล้ายกับการท่องนกแก้วนกขุนทอง ในทำนอง “เมื่อไหร่ทักษิณจะกลับมา” หรือ “เกลียดพวกเผด็จการ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนช่วงพันธมิตรประท้วงก็จะมีอย่างเช่น “สนธิหมิ่นเบื้องสูง เมื่อไรศาลจะลงโทษ” ฯลฯ

• แขวะความคิดเห็น – หากเจ้าของกระทู้ หรือเจ้าของความเห็นใดโพสต์ข้อความ ในลักษณะโจมตีทักษิณ พรรคไทยรักไทย หรือสนับสนุนรัฐบาลสุรยุทธ์ คมช. ก็จะถูกแขวะด้วยข้อความในทำนอง “พวกเลียเผด็จการ” หรือเสียดสีรังแกเจ้าของกระทู้ อย่างเช่น “คห.xx หัดพัฒนารอยหยักในสมองบ้างนะ แถวนี้ไม่มีหญ้าให้กิน” บางครั้งเจ้าของกระทู้หรือความคิดเห็นถึงกับถูกสมาชิกรุมทึ้งโจมตีเป็นแถว ยิ่งกว่าหมาหมู่กัดกัน ทำเอาเจ้าของกระทู้ถึงกับแทบเสียผู้เสียคน

เจ้าของกระทู้บางคน ที่ตั้งกระทู้วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณถึงกับถูกบุคคลที่เป็นระดับ “ขาใหญ่” หลังไมค์มาด่า หรือขู่จะทำร้าย เผลอๆ เข้าข่ายมาเฟียที่มีบุคคลใกล้ชิดเจ้าของเว็บคอยปกป้อง และผู้ดูแลระบบสมาชิกต้องยอมให้อาศัยอยู่โดยไม่ดำเนินการใดๆ

• สอดแทรก – นอกจากความคิดเห็นสนับสนุนทักษิณอย่างสุดโต่งจะมีอยู่เกลื่อนกลาดในห้องราชดำเนิน บางครั้งมักจะลุกลามมายังห้องอื่นๆ เช่น ห้องเฉลิมไทย ซึ่งเป็นห้องที่พูดคุยกันเรื่องบันเทิง บางกระทู้กำลังพูดคุยกันเรื่องอื่น ปรากฎว่ามีความคิดเห็นตัดแปะทำนองโจมตีฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และสนับสนุนทักษิณแทรกซึ้นมา ผลก็คือถูกสมาชิกห้องเฉลิมไทยที่มีฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านทักษิณเท่าๆ กันขับไล่

ปัจจุบันสมาชิกราชดำเนินที่มีพฤติกรรมแทรกแซงเรื่องการเมืองตามห้องต่างๆ ของพันทิป ยังมีหลงเหลือในห้องไร้สังกัด และอย่างล่าสุดทำเนียนเชียร์ทักษิณอยู่แถวๆ ห้องสินธร ซึ่งเป็นห้องของนักเล่นหุ้น ด้วยการหยิบยกประเด็นเศรษฐกิจโจมตีรัฐบาลและ คมช.อย่างต่อเนื่อง

โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net