วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากปลายด้ามขวาน...สู่เมืองหลวง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่!!


วันที่ 10 ของเดือนแห่งความรัก

ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ร้ายแรงในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

จนมาถึงเหตุการณ์ป่วนเมืองปัตตานีมาตลอดทั้งคืน

จนยาวนานมาถึงบ่ายวันนี้

ส่งผลให้ผู้คนบาดเจ็บและล้มตายกันไม่น้อย

ได้แต่สร้างความปวดร้าวหัวใจให้แก่คนในพื้นที่ไม่น้อย

หลายครอบครัวต้องสูญเสียผู้นำครอบครัว

หลายครอบครัวบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย

ผู้คนหนีกันอลหม่านเมือง

มันเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจจริงๆพี่น้องเหอ

ในขณะที่พวกเราคุณครูพยายามสร้างภาพดีๆให้แก่พื้นที่

นำเด็กๆไป “เปิดโลกทรรศน์” นอกพื้นที่

เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ “ประสบการณ์ที่แปลกใหม่"

ให้พวกเขาได้เห็นว่า......

พื้นที่อื่นๆ (ที่ไม่ใช่บ้านเรา)เขาอยู่กันอย่างมีความสุขกันได้อย่างไรบ้าง?

จะได้กลับมาประยุกต์ “องค์ความรู้”ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่บ้าง

แต่ไอ้คนชั่ว...

ไม่มีสำนึกรักบ้านเกิด

แล้วยังจะคิดชั่ว ทำลายบ้านเกิด

มันกลับทำลายภาพอันสวยงามในพื้นที่เสียสิ้น

วันที่ 10 ของเดือนกุมภาพันธ์

จึงเป็นวันฤกษ์งามยามดีที่เด็กๆจำนวนกว่าร้อยชีวิต

กับคุณครูอีกกว่า 30 ชีวิต

มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

ด้วยรถไฟขบวน “กรุงเทพฯ-โกลก” ชั้น 3 จำนวน 2 โบกี้

เพื่อให้เด็กๆเหล่านี้ได้เปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ

ที่ไม่จำเจอยู่แต่สิ่งเดิมๆในพื้นที่

โดยเฉพาะความเลวร้ายในพื้นที่

เพื่อวันหนึ่ง พวกเขาเหล่านี้จะได้มาเป็นกระบอกเสียง

บอกเล่าเก้าสิบให้พ่อแม่ญาติพี่น้องว่า

บ้านเมืองที่ไม่ใช่บ้านเราเขาอยู่กันอย่างไร?

เวลาก่อนเที่ยง

ทุกคนจึงมาพร้อมกันที่สถานีรถไฟปัตตานี

หรือที่คนในพื้นที่เองจะรู้จักกันดีว่า สถานีรถไฟโคกโพธิ์

ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของชบาตานีเอง(แหล่ะ)

เด็กๆ ตื่นเต้นกับการเดินทางไกลเป็นครั้งแรกในชีวิต

และยิ่งตื่นเต้นสุดๆ ที่รู้ว่า จะได้ไปเหยียบเมืองหลวง

ที่เคยสัมผัสแค่ในทีวี!!!

อยากไปให้เห็นกับตาว่ามันศิวิไลซ์แค่ไหน?

เวลารถไฟขบวนที่ 172 กำหนดออกเวลาบ่ายโมง

แต่ ร.ฟ.ท.ที่ไหนจะตรงเวลา หามีไม่

เพราะรถไฟไทยของแท้ต้องล่าช้ากว่ากำหนดทุกครั้งไป

(อันนี้เรื่องจริงที่เอามาพูดเล่นนะเออ)

ด้วยความที่แต่ละคนกลัวมาไม่ทันรถไฟ

เลยเร่งรีบจนลืมกินอาหารเที่ยงมาก่อน

สุดท้ายทางสถานีประกาศว่า...........

รถขบวนดังกล่าวจะล่าช้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง

โอว.....พี่น้องเหอ มัน VIP มากๆ

เพราะอุตส่าห์ “หิ้วไส้” มาจากบ้าน

เพื่อพร้อมขึ้นรถไฟ

แต่ไหง...ร.ฟ.ท. มาทำกับฉานได้!!!

งั้นกินอะไรรองท้องก่อนขึ้นรถไฟไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน

ส่วนครู...กินข้าวหลามที่พกมาจากบ้านไปพลางๆก่อน

 โบ๋นี้..เรื่องกินไม่สน..แต่ต้องถ่ายภาพกันก็พอใจแล้ว

 

ใครมีอะไรก็กิน “กันตาย” กันไปก่อน

เดี๋ยวพอขึ้นรถไฟแล้วค่อยว่ากัน

ผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลาน..โบกมือบ๊ายบาย..พร้อมตะโกนฝากลูกๆไว้กับครู

นั่งรถไฟ...ตื่นเต้นจัง

 

นี่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้เด็กๆ

เด็กๆ สนุกสานและตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์การนั่งรถไฟครั้งแรก

ตื่นตาตื่นใจกับภาพสวยงามสองข้างทางรถไฟ

พร้อมๆกับเอาหน้าชะโงกล้นหน้าต่างรถไฟ

ชนิดที่นั่งกันไม่ติดที่ทีเดียวเชียวล่ะ

พูดคุยกัน “จ๊อกแจ๊กจอแจ” กันอื้อโบกี้

ยังกะเจ๊กตื่นไฟยังไงยังงั้น

 

จนคุณครูนั่งกันไม่ติด ต้องคอยปราม

เพราะเกรงอันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็กๆที่ลืม

กฎ กติกา มารยาท

การปฏิบัติตนในขณะนั่งรถไฟที่เราตกลงกันไว้ก่อนขึ้นรถไฟ

เวลาเย็นย่ำ

รถไฟก็แล่นมาจอด ณ ชุมทางหาดใหญ่

ใครอยากกินอะไรก็รีบซื้อซะที่นี่

โดยเฉพาะอาหารการกินที่แม่ค้ามากหน้าหลายตา

วิ่งมาขายถึงหน้าต่างรถไฟ

ใครอยากกินอะไร..ก็ซื้อหากันตามสบาย

แต่สำหรับพวกเรา

มีแค่ข้าวหลามกับไก่ทอดที่เหลือจากมื้อเที่ยงก็โอเคแล้วล่ะ

แบ่งๆกันกิน...แล้วกลั้วน้ำตามลงไป...

เอาพอแค่อิ่มท้องก็คงพอ

จนรถแล่นมาถึงเมืองลุง หรือ จังหวัดพัทลุง

สิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมืองลุง

คือ

ภูเขาที่ยืนตระหง่านต้านแรงลม อยู่ทั้งสองข้างทาง

กับวิถีชีวิตชาวนาของคนเมืองลุง

ที่หันมาทำนาปรังแทนนาปี

ดังนั้น...เราจะเห็นได้ว่า

แต่ละจุดแต่ละที่ของเมืองลุง

จึงมีข้าวหลากหลายรุ่น

บางพื้นที่ก็กำลังไถหว่าน

บางพื้นที่ ข้าวก็เริ่มแตกกอ

บางพื้นที่ ข้าวก็สุกเหลืองเป็นทอง

และบางพื้นที่ ก็มีการเก็บเกี่ยวไปเรียบร้อยแล้ว

รอวันที่ชาวนาจะมาเตรียมไถนา เพื่อหว่านกล้าในรอบต่อไป

ค่ำแล้วหนอ อาทิตย์เริ่มอัสดง...

ในยามนี้...

แสงสุริยาท่ามกลางทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ช่างงามนัก....

เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับภาพอาทิตย์ยามอัสดง....

แต่ละคนยืนมองพระอาทิตย์ตกดินอย่างตื่นตะลึง

จน....ดวงตะวัน...ลับตา

 

เหลือแต่ความมืด...มาแทนที่!!

เตรียมตัวจะนอน..แต่ก็มีชายตาบอด..เป่าหีบเพลง..ขอตังค์

 

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net