วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากปลายด้ามขวาน...สู่เมืองหลวง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ 2


 ตอน ทำไม ดวงตะวันต้องขึ้น...ที่ "ดงตาล"

 

ทั้งเด็กๆ ทั้งคุณครูนอนหลับบนม้านั่ง บนรถไฟชั้น 3 อย่างทุลักทุเล

หลับๆ ตื่นๆ กันมาตลอดทั้งคืน

ดึกๆ กะว่า จะหลับให้สนิทเสียหน่อย

แต่คนขายของสารพัดสารเพ..แหกปากร้องขายของได้ตลอดคืน

เอาล่ะ...ไม่ต้องหลับต้องนอนกันล่ะคืนนี้

ค่ำมืดดึกดื่นจะทำอะไรดีล่ะ?

สองข้างทางก็มองไม่เห็นอะไร

มืดสนิท!!!

เออเน๊อะ...งั้นหยิบหนังสือมาอ่านก็แล้วกัน

แต่ก็ไม่เวิร์คอีกแหละ ก็

รถไฟมันวิ่งกะฉึกกะฉัก...

ตัวโคลงไปโคลงมา...

หาความสงบนิ่งไม่ได้

งั้น...ทำท่าทางให้ร่างกายมันพลิ้วไปตามจังหวะรถไฟก็แล้วกัน

อ้าว...ฉึกกะฉัก ฉึกกะฉัก ฉึกกะฉัก

ลมเย็นๆ พัดแรงผ่านหน้าต่างมาปะทะใบหน้าจนชา

แม้ลมจะแรง...แต่ก็เย็นสบายดี

และแล้วก็หลับไปอีตอนไหนก็ไม่รู้

มาตื่นอีกที

อ้าว..เริ่มสว่างแล้ว ที่ หัวหิน

แต่ก็ยังมองอะไรไม่ค่อยถนัดนัก

จนมาถึงดงตาล

ดวงอาทิตย์กลมโตดวงใหญ่

โผล่มาจากขอบฟ้า

เริ่มโผล่มาทีละนิดทีละนิด

จนในที่สุด ก็โผล่มาเต็มทั้งดวง

เด็กๆ ตื่นตะลึงกับดวงอาทิตย์ดวงโต ดั่งลูกไฟก็ไม่ปาน

เอาล่ะ...มีงานทำแล้ว...

ไล่ล่า “พระอาทิตย์” ในดงตาลนี่แหละ

รถไฟแล่นไป..ดวงอาทิตย์ก็วิ่งตาม

แหม...ไม่รู้เป็นไง...

เห็นดวงอาทิตย์สีจัดจ้านเป็นไม่ได้ หัวใจมันพองโตซะทุกที....

มันโดนใจ....คนหัวใจรักธรรมชาติเสียจริงๆ

ยิ่งเห็นนกกา....ที่แสนขยันออกหากิน บินผ่านแสงอาทิตย์..

เป็นเงาดำบดบังแสงบางส่วนของพระอาทิตย์..

ยิ่งโดนใจ!!!

(เอนทรีนี้อาจไร้สาระ...เพราะพระอาทิตย์ก็ต้องขออภัยจริงๆ

เพราะชบาตานีเป็นโรคที่เห็นพระอาทิตย์ไม่ได้

จะต้องตามล่าเก็บภาพจนพระอาทิตย์คลายแสงสีส้มหมดโน่นแหละ..

ถึงจะเลิกรา)

หากเดาไม่ผิด...ดงตาลแห่งนี้

จะต้องเป็นเมืองเพชรแน่นอน!!!

และก็จริงดั่งว่า

หลังจากพระอาทิตย์แผดจ้า..

จนไล่แสงสีแดงแสดออกไปหมดเราก็มาถึงสถานีเพชรบุรี

เอกลักษณ์ของเมืองนี้ คือ ขนมหม้อแกง

แต่เบื่อแล้ว เพราะกินบ่อย(เพื่อนซื้อมาฝาก)

แต่มาติดใจ “ขนมลูกตาล” ที่ไม่ได้กินมานานมากแล้ว

และยิ่งชอบสุดๆ ที่คนทำมีไอเดียกิ๊บเก๋

นำใบตาลมาทำซองใส่ขนมลูกตาลซะด้วย

 

กิ๊บเก๋ซะจริงๆ

ที่สำคัญ...ขนมที่เพิ่งสุกใหม่ๆ หวาน หอมจังเลยค่ะ

คุณครูท่านหนึ่งกินขนมลูกตาลแล้วติดอกติดใจ

ซ้ำคนขายเรียกท่านว่า “คุณแม่”

เล่นเอาคุณครูท่านนั้นชอบใจ..ซื้อเหมาเกือบหมดตะกร้า

แต่คนที่ต้องรับชะตากรรม..

ต้องช่วยกันกินขนมลูกตาลให้หมด..ก็พวกเรานี่แหละ

แต่ยังสงสัย...ว่าทำไมชาวนาแถบนี้รจะต้องเผาหญ้า-ซังข้าวในนาข้าว

 

แหม...กรรมแบบนี้น่าจะได้รับบ่อยๆนะคะ

เพราะอิ่มท้องกันถ้วนหน้าทีเดียวเชียว..อิอิ!!!

รถออกจากเมืองเพชร..มุ่งหน้าสู่เมืองราด-รี

บ้านเกิดของ Bg ทุนดี

(ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาไปอยู่เมืองนอกจนลืมเมืองไทยแล้วกระมัง

เอ๊ะ..หรือว่า หลงลูกครึ่งมังคุดจนไม่อยากกลับเมืองไทยซะแล่ว)

หากใครๆที่นั่งรถไฟเป็นประจำ

จะรู้ว่า เอกลักษณ์ของเมืองราด-รี

คือ หมี่ราชบุรี

กล่องละ 10 บาท

แต่ละคนชื่นชอบ ชื่นอกชื่นใจ ตื่นเต้นที่จะได้กินหมี่

บางท่านกินไปตั้ง 2-3 กล่องแน่ะ!!

เห็นบอกว่า “อา-หย่อย”

แต่สำหรับชบาตานีขอบายอาหารพวกเส้นทุกชนิด...มันแสลง(หัวใจ)

คุณครูแต่ละท่านกินหมี่กันหนุกหนานจนเด็กๆ “งง”

อิ่มท้องกันแล้ว...ก็ต่างแยกย้ายไปดูแลเด็กๆ กัน

ในที่สุด เราก็มาถึงเมืองบางกอกแล้ว

เอ..แล้วทราบได้อย่างไรล่ะว่าถึงเมืองบางกอก?

ก็ดูไม่ยากหรอกค่ะ

แค่สังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆ กาย  เช่น

1. อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว

2. ป้ายหาเสียงเกลื่อนเมือง

3. ผู้คนมากมาย...มาจากไหนกันก็ไม่รู้ รถราวิ่งกันติดหนึบ

พวกฝาหรั่งเยอะจริงๆ

4. ฝาผนัง หรือ ที่สาธารณะเป็นที่แสดงฝีมือทางศิลปะของศิลปินไร้สังกัด

ฯลฯ

และแล้วพวกเราก็มาถึงหัวลำโพง

สถานีรถไฟที่ใหญ่โต น่าตื่นตาตื่นใจ

ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ว่า...

เด็กๆ เขาจะรู้สึกผิดหวัง หรือ สมหวังกับภาพที่พวกเขาคิดไว้

ว่า

เมืองบางกอกมันศิวิไลซ์ดั่งที่พวกเขาจินตนาการหรือเปล่า?

รถบัสจากกองทัพอากาศมารับถึงหัวลำโพง

ไปม่ายๆ

รถติดแอร์ธรรมชาติ...ภายใต้สภาพอากาศเหมือนอยู่ในเตาอบในเมืองบางกอก

 

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net