วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Bodensee หนึ่งน้ำสามแผ่นดิน


เวลาอ่านรายการของทัวร์ไทยไปยุโรป ประเภท ๖ วัน ๕ ประเทศ หรืออะไรทำนองนี้   แม่มดเคยรู้สึกงงงวยว่าเขาทำได้อย่างไร  เขาขับรถผ่านพรมแดนของแต่ละประเทศไปวันหนึ่งๆหรืออย่างไร 

มาคิดอีกที  ถ้าทำการบ้านค้นคว้าหาข้อมูลมาดีๆ  เที่ยวแบบนี้ก็พอจะเป็นไปได้ค่ะ  ไม่ต้องขับรถไกลๆกันทั้งวันจนไม่เห็นอะไรนอกจากถนนกับโรงแรมด้วย

เพื่อนๆสนใจจะไปเที่ยวกับแม่มดไหมค้า

เก็บกระเป๋าเลยค่ะ  ใบเล็กๆก็พอ  อากาศเย็นอย่างนี้  ซักแห้งบ้างก็ได้  แล้วเราก็จะไปกันแค่ ๔ วันแต่จะเที่ยวแบบสบายๆได้ตั้ง ๓ ประเทศ 

เราไปทะเลสาบโบเด็นเซ  (Bodensee) ด้วยกันนะคะ

อย่าลืมขอวีซ่าประสาพวกเราชาวสยามด้วยค่ะ  ๓ ประเทศนี่  ใช้ Schengen Visa  ใบเดียวก็พอ

ทริปนี้มีแรงบันดาลใจมาจากคุณ Sand-Sun-n-Star ที่เคยปรารภเมื่อนานมาแล้วว่าอยากไปเที่ยวทะเลสาบ Bodensee กับคุณ Sunsmile ตะวันยิ้มที่ขอข้อมูลเขตนี้มาเมื่อหลายวันก่อนค่ะ

ให้ภาพเล่าเรื่องนะคะ  จากทริปอียิปต์ที่แม่มดนั่งทำการบ้านจนหัวโต   มีเพื่อนโอดมาว่า แม่มดใส่ข้อมูลให้มากมายจนคนอ่านมึน

ว่าอะไร ว่าตามกันค่ะ.... ภาษิตบางโอเคเขาว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่  เขียนกระทู้ตามใจผู้อ่าน ใช่ไหมคะ 

Bodensee เป็นทะเลสาบซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างเยอรมนี  ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ  ชื่อภาษาอังกฤษคือ Lake Constance  เป็นห้วงน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ  ๓  ของทวีปยุโรปตอนกลาง   เส้นรอบทะเลสาบยาว ๒๗๓ กม. โดยที่อยู่ในเยอรมนีเสีย ๑๗๓ กม. ในสวิตเซอร์แลนด์ ๗๒ กม.และในออสเตรีย ๒๘ กม.

แต่ถ้าวัดระยะทางตรงส่วนที่กว้างที่สุดคือจากเมืองชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein)  ในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นจุดตะวันตกสุดไปจนถึงเมืองเบรเก็นซ์  (Bregenz) ในประเทศออสเตรียที่อยู่ทางตะวันออกสุดจะมีระยะทางเพียง ๗๐ กม.

ในทะเลสาบแห่งนี้มีปลาอาศัยอยู่ ๔๕ สายพันธุ์ ถูกจับมาเป็นอาหารของมนุษย์เสียปีละหนึ่งล้านห้าแสนกิโลกรัม  ในฤดูหนาว โบเด็นเซ (ซึ่งมีอากาศค่อนข้างอบอุ่น เมื่อเทียบกับเขตอื่นๆใน ๓ ประเทศนี้) เป็นแหล่งพักพิงของนกอพยพประมาณสองแสนห้าหมื่นตัว

แม่มดดดดดดด   ขา ขา ว่าอะไรนะคะ 

ข้อมูลน่ะพอแล้ว....ไหนว่าจะพาเที่ยวอย่างเดียวไง   หล่อนเริ่มเล็คเชอร์อีกแล้วนะ

ขออภัยเจ้าค่ะ  เรื่องขุดๆค้นๆนี่เป็นนิสัยถาวร ได้อะไรมา ก็อยากจะเอามาฝากเพื่อนๆ  ลืมอยู่เรื่อยว่าเป็นนิสัยที่สังคมรังเกียจ

 

ลินเดา (Lindau) เป็นดาวดวงเด่นของเขตเยอรมันค่ะ  ความจริงลินเดาเป็นเกาะนะคะ แบบจิ๋วๆเลยค่ะ คือมีพื้นที่น้อยกว่า ๑ ตารางกิโลเมตร  แต่มีทั้งถนนและทางรถไฟเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่  เวลาไปเดินเล่นที่นั่น เราจะไม่รู้สึกว่าลินเดาเป็นเกาะเลย  เมืองนี้อยู่ในรัฐบาวาเรียซึ่งอยู่ที่เชิงเขาแอลป์  แต่ลินเดามีประภาคารค่ะ  เป็นประภาคารแห่งเดียวของแว่นแคว้นที่ไม่มีทางออกทะเล  เก๋ไหมคะ

เรื่องปลื้มอีกอย่างหนึ่งของเกาะกระจิ๊ดริดแห่งนี้คือ พวกคนเก่งๆฉลาดๆที่ได้รับรางวัลโนเบลเขาจะนัดพบกันที่นี่ทุกปีค่ะ  เขาจัด meeting  แบบนี้มาตั้งแต่ค.ศ.๑๙๕๑  แต่แม่มดไม่ได้ไต่ถามมาว่าทำไมคนดังเหล่านั้นจึงเลือกที่นี่เป็นที่ปักหลักคุยกัน  เพราะแม่มดเองเฉย เฉยกับรางวัลนี้ค่ะ

ลินเดายามเช้า

ลินเดายามบ่าย

ลินเดายามเย็น

 

วังเง็น (Wangen ) เมืองนี้อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินนิดนึง  ความจริงต้องเรียกหมู่บ้านถึงจะถูก แม้จะเป็นประเภทจิ๋วแต่ก็แจ๋วนะคะ

 

ไมเนา (Mainau) เกาะดอกไม้ไมเนาเป็นสมบัติของมูลนิธิ  Lennart Bernadotto ซึ่งเป็นพระนามของเจ้าชายเชื้อสายเยอรมัน-สวีดิชค่ะ คือเดิมเกาะนี้เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของ Victoria เจ้าหญิงเยอรมันซึ่งเป็นชายาของกษัตริย์  Gustaf ที่ ๕ แห่งสวีเดน  ไมเนาก็เลยกลายเป็นสมบัติตกทอดของรัชทายาทมาจนกระทั่งถึง ค.ศ. ๑๙๗๔ จึงได้มีการก่อตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อบริหารกิจการของเกาะ

 ชาวเยอรมันถือว่า เกาะไมเนาเป็นจุดที่อุ่นที่สุดของประเทศ  ดอกไม้บนเกาะนี้จึงบานเร็วกว่าที่อื่น  เกาะไมเนาเปิดตลอดปีค่ะ แม่มดไปหลายครั้ง  แต่ไปทีไร เป็นฤดูใบไม้ผลิทุกที  ค่าเข้าชมดอกไม้ที่นี่แพงเอาเรื่องค่ะ  แต่ก็คุ้มสำหรับคนที่ชอบดอกไม้แต่ไม่มีสวนกว้างๆของตัวเอง

เกือบลืมบอกแน่ะ ไมเนามีทางเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่เหมือนลินเดาค่ะ เราไปถึงเกาะดอกไม้ได้ทั้งทางบกคือด้วยรถยนต์หรือรถเมล์ กับทางน้ำโดยใช้เรือข้ามฟากจากเมืองใกล้เคียง เช่นจากเมืองเมรส์บูร์กค่ะ

 

เมรส์บูร์ก (Meersburg) เป็นเมืองเล็กๆที่มีชื่อเสียงจากการปลูกองุ่นทำไวน์ค่ะ ปราสาทจากยุคกลางของเมืองมีพิพิธภัณฑ์อัศวินที่เขาว่าน่าสนใจ  แต่แม่มดออกจะเฉยๆ เพราะประเทศเยอรมนีมีปราสาทและพิพิธภัณฑ์ประเภทนี้เกลื่อนกลาดเหมือนเม็ดทรายที่บางแสนเลยค่ะ

 

ราดอล์ฟเซลล์ (Radolfzell) เป็นที่เดินเล่นเย็นใจ  ทางรถไฟเลียบริมทะเลสาบ

 

เบรเก็นซ์ (Bregenz) เป็นเมืองเดียวของออสเตรียที่อยู่บนฝั่งทะเลสาบโบเด็นเซ  แม่มดไม่รู้สึกว่าเบรเก็นซ์สวยเลยค่ะ  แต่เขามีศักดิ์ศรีของนครหลวงแห่งรัฐ Vorarlberg  ซึ่งเป็นรัฐตะวันตกสุดของประเทศ และเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาตั้งแต่ยุค Celtic เมื่อกว่า ๓๕๐๐ ปีมาแล้ว  แม้แต่ทะเลสาบโบเด็นเซเอง ก็มีชื่อเรียกในสมัยโรมันว่า Lacus Raetiae Brigantinus ตามชื่อเมืองเอกบนฝั่งทะเลสาบที่ชื่อ Bregantium หรือ Bregenz นั่นเอง

สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเบรเก็นซ์คือ เทศกาลละครในฤดูร้อนที่มีเวทีลอยอยู่ในทะเลสาบ.... ใน นะคะ ไม่ใช่ ริม

แต่สิ่งที่แม่มดชอบที่สุดในเมืองนี้คือจุดชมวิวบนยอดเขาเฟนเดอร์ (Pfänder) ที่ทำให้เรามองเห็นทั้งเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบโบเด็นเซได้กว้างไกล  เราจะเดินหรือถีบจักรยานภูเขาหรือใช้รถกระเช้าเพื่อขึ้นไปสู่จุดสูงสุดก็ได้ค่ะ

 

การเดินทางชมเมืองหรือหมู่บ้านรอบๆทะเลสาบโบเด็นเซนี่สะดวกง่ายดายค่ะ ไม่มีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้สบายๆ จะเลือกใช้เรือ หรือ รถเมล์ รถไฟก็ได้ทั้งนั้น  ครั้งหลังสุดที่ไปเที่ยวแถวนั้น  แม่มดใช้ลินเดาเป็นที่มั่นเพราะไม่ชอบย้ายที่นอนทุกคืน แล้วนั่งรถไฟไปออสเตรียกับสวิสเซอร์แลนด์  ทางรถไฟสวยมากค่ะ เลียบทะเลสาบและมองเห็นเทือกเขาแอลป์ได้เกือบตลอดเวลา

 

แซงต์กัลเล็น (St. Gallen) เป็นเมืองหน้าตาธรรมดาๆของสวิตเซอร์แลนด์แต่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจมาก (อีกแล้ว) พระไอริชชื่อ Gallus เป็นผู้ก่อตั้งเมืองนี้เมื่อประมาณค.ศ. ๕๕๐ ค่ะและอาจจะเป็นเพราะท่านเป็นนักบวชนะคะ ไม่ใช่สถาปนิก  ท่านเลยไปเลือกเอาพื้นที่ที่ไม่แข็งแกร่งมั่นคงมาสร้างเมือง ผลก็คือ สถานที่สำคัญๆในเมืองนี้ต้องมีเสาพยุงค้ำอยู่มากมาย อย่างสถานีรถไฟนี่ มีเสารองรับอยู่เป็นร้อยต้นเลยค่ะ

และเมืองนี้ ก็มีนักบุญสตรี St.Wiborada ที่เดิมเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งซึ่งเกิดนิมิตเห็นการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีศัตรูมาโจมตีเมือง เธอเลยไปเตือนพวกนักบวชชาย....ค่ะ ผู้ชายทั้งหมดก็พากันหนีออกจากเมืองไป แต่ตัวเธอเองอยู่ต่อสู้ปกป้องเมืองจนตัวตาย  ก็เลยได้เป็นนักบุญ.....คุ้มไหมคะ

แล้วเครื่องจักรที่ใช้ปักลวดลายบนผ้าเครื่องแรกของโลกนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ของเมืองนี้นะคะ จึงไม่แปลกที่แซงต์กัลเล็นเคยเป็นศูนย์กลางของผ้าปักลายและผ้าลูกไม้คุณภาพดี  แม้แต่ในปัจจุบันนี้ นักออกแบบแฟชั่นระดับ haute couture ของปารีสก็ยังเลือกใช้ผ้าลูกไม้ที่ผลิตจากเมืองนี้ค่ะ

แถมค่ะ แม่มดใจดีมีของแถม  สโมสรฟุตบอลของเมืองแซงต์กัลเล็น (FC St. Gallen) นั้นเป็นสโมสรฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปภาคพื้นทวีปค่ะ คือได้รับการก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. ๑๘๗๙

แต่เขาเตะเก่งหรือเปล่า ไม่ทราบนะคะ  เพราะแม่มดไม่เคยดูฟุตบอลคู่ไหนได้นานเกิน ๑๐ นาทีเลยค่ะ

 

น้ำตก Rheinfall ใน Canton Schaffhausen เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปค่ะ  มีชั้นเดียว เพราะความจริงก็คือแม่น้ำไรน์ทั้งสาย ไหลเลี้ยวหักมุม เปลี่ยนระดับความสูงโดยกระโจนจากหน้าผาลงมาสู่พื้นที่อีกระดับหนึ่ง  กลางน้ำตกมีโขดหินและมีการพานักท่องเที่ยวประสาทแข็งนั่งเรือทวนกระแสน้ำไปสู่โขดหินกลางน้ำด้วยนะคะ  ตื่นเต้นแค่ไหน ไม่ทราบค่ะ แม่มดไม่ได้ลอง.......ยังอยากมีโอกาสเป็นคุณย่าค่ะ

 

ชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein)  เมืองโปรดของแม่มดเชียว  สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลย  (แต่เมือง Thun ของคุณเพลงกระบี่ก็สวยนะค้า)  ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ แม่มดว่าสวยล่ะ ใครไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร

เมืองรอบๆทะเลสาบโบเด็นเซมีมากมายค่ะ  แล้วเมืองไหนๆก็บอกว่าตัวเองสวยทั้งนั้น  แต่แม่มดเป็นคนเบื่อยาก ชอบที่ไหน ก็ไปที่นั่นซ้ำๆ  ก็เลยได้เห็นมาแค่นี้   

เมืองชายแดน ๓ ประเทศนี่ เขาไม่ทะเลาะกันเลยค่ะ ร่วมมือกันทำมาหากินเป็นอย่างดี  เขามีสมาคมท่องเที่ยวทะเลสาบโบเด็นเซที่โฆษณาสถานที่ต่างๆให้กัน ส่งลูกค้าให้กัน

แม้แต่การจัดการสาธารณูปโภค บางเมืองก็ใช้หน่วยงานเดียวทำงานให้บริการประชาชน ๒ ประเทศ

ประเทศไหนๆ ก็มีชายแดนนะคะ  บางประเทศการเมืองมั่นคง การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมีกึ๋น ขัดแย้งก็พูดจา ไม่ต้องฆ่าแกงกัน  บ้านเมืองก็สงบสุข

เฮ้อ........

 

Across the Border

written by Bruce Springsteen

Linda Ronstadt- Lead Vocal

 

Tonight my bag is packed

Tomorrow I'll walk these tracks

That will lead me 'cross the border

Tomorrow my love and I

We'll sleep 'neath auburn skies

Somewhere across the border

 

We'll leave behind my dear

Pain and sadness we've found here

And we'll drink from the Brazos' muddy waters

Where the sky grows gray and wide

We'll meet on the other side

There across the border

 

For me you'll build a house

High upon a grassy hill

Somewhere across the border

Where pain and memory

Pain and memory have been stilled

There across the border

 

Sweet blossoms fill the air

Pastures of gold and green

Roll down into cool clear waters

And in your arms 'neath open skies

I'll kiss the sorrow from your eyes

There across the border

 

Tonight we'll sing the songs

And I'll dream of you, my corazon

And tomorrow my heart will be strong

And may the saints' blessing and grace

Carry me safely into your arms

There across the border

 

For what are we

Without hope in our hearts

That someday we'll drink from God's blessed waters

And eat the fruit from the vine

I know that love and fortune will be mine

Somewhere across the border

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net