วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากปลายด้ามขวาน...สู่เมืองหลวง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ 5


 ตอน เขตต้องห้ามสำหรับ “ผู้ชาย”!!!

 

หลังจากชื่นชมกับความวิจิตรตระการตา

ของพระบรมมหาราชวังชั้นนอกและชั้นกลางไปเรียบร้อยแล้ว

ไกด์บอกว่า...วันนี้พวกเราโชคดี

ที่ทางคณะได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมพระราชวังชั้นในได้

เพราะจริงๆแล้วเป็นเขตหวงห้าม

ไม่ใช่ใครๆก็เข้าไปได้ง่ายๆ

สมัยก่อน

พระราชวังชั้นในเป็นเขตหวงห้าม

เพราะเป็นสถานที่ที่สงวนไว้เฉพาะผู้หญิง หรือ นางในวัง

ไม่ว่าจะเป็นพระมเหสี เจ้าจอมมารดา หรือพระชายาเท่านั้น

ประตูทางเข้า...มีสัตว์ในจินตนาการเฝ้าประตู

เพราะด้านในเป็นเขตพระราชฐาน

เป็นที่ตั้งของพระตำหนักของนางในวัง หรือ นางต้องห้ามนั่นเอง....

และเป็นเขตปลอดผู้ชาย!!!

ผู้ชายห้ามเข้า!!!

แม้แต่..พี่เบิร์ด หรือ ณ เดช ก็ไม่สามารถมีอภิสิทธิ์ใดๆ อิอิ

หรือหากจะเข้าไปได้แต่จะต้องมี “โขลน”คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

โขลนในที่นี้ คือ

เป็นกรมๆหนึ่ง มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพระราชฐานชั้นใน

เจ้าพนักงานหญิงในกรมโขลน มีหน้าที่คล้ายตํารวจ

แต่มี ตําแหน่งราชการฝ่ายทหาร. (จารึกสยาม)

(ข้อมูลจาก

http://www.online-english-thai-dictionary.com/definition.aspx?data=2&word)

ผ่านประตูเข้าไปพระราชวังชั้นใน

 ไม้ดัด...รอบพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

จุดนี้..เป็นที่สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงช้าง

เช่นเดียวกัน

การเข้าชมพระตำหนักแต่ละหลัง

ห้ามถ่ายภาพด้านในของพระที่นั่งเป็นอันขาด!!

ภายในพระราชวังชั้นใน

จะมีทหารรักษาพระองค์ตามจุดต่างๆ

ทางที่นางในวังเข้า-ออก

โดยเฉพาะประตูทางเข้า-ออกทางไปตำหนัก

ของเจ้าจอมมารดา พระมเหสี หรือพระชายา

ไกด์บอกว่า...อนุญาตให้ถ่ายรูปกับทหารเหล่านั้นได้

แถมท้าทายพวกเราว่า......

ใครที่สามารถทำให้ทหารเหล่านั้นหัวเราะได้..

ไกด์จะให้เงิน 500 บาท

(แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามไปถูกเนื้อต้องตัวทหารเหล่านั้น

แบบว่า..ห้ามตู้ตี้!!)

แหม๋..อย่างงี้มันท้าทายกันชัดๆ!!!

ดังนั้น

ทั้งฝาหรั่ง ทั้งคนไทยต่างก็มุ่งหน้าไปยังทหารรักษาประตู

แล้วหยอกล้อ...และทำทุกวิถีทางที่จะให้ทหารเหล่านั้นหัวเราะ

แต่...ทหารเหล่านี้เส้นลึกจริงๆ

หยอก..ย่อ ล้อ แล้วทุกวิถีทาง...

ยังเป็นไอ้เสือยิ้มยากอีกแน่ะ!!!

งานนี้เลยอดเงิน 500 บาท

(แหม๋..เสียดายจัง!!)

พระที่นั่งที่อยู่ในพระราชฐานชั้นในหลังแรกที่ไกด์นำพวกเราเข้าชม

คือ

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลางทางฝั่งตะวันตกของพระรมมหาราชวัง

มีลักษณะเป็นจตุรมุข มุขทั้งสี่มีขนาดเท่ากัน

องค์พระที่นั่งก่ออิฐถือปูนยอดเป็นมณฑปซ้อนกัน 7 ชั้น

ทำด้วยเครื่องไม้ ที่มุมไม้สิบสองของยอดปราสาท

มีครุฑจำหลักรองรับแทนคันทวยทั้ง 4 มุม

หลังคาเดิมคาดดีบุก แต่เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบสีในรัชกาลที่ 3

หลังคามุขเป็นเป็นหลังคาลด 4 ชั้น

มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ทำเป็นนาคเบือนเครื่องยอด

และเครื่องตกแต่งหลังคา

ชายคาเป็นไม้แกะสลักลงหลักปิดทองประดับกระจกหน้าบัน

จำหลักรูปนารายณ์ทรงครุฑ มลายกนกก้านขดเทพนม ล้อมลงรักปิดทอง

พื้นหน้าบันประดับกระจกสี

พระทวารและพระบัญชร

ทั้งหมดทำเป็นซุ้มยอดทรงมณฑปปิดทองประดับกระจก

มุขหน้ามีมุขเด็จสำหรับเสด็จออกสมาคมหรือให้ประชาชนเฝ้าฯ

กลางผนังมุขด้านใต้ เจาะสร้างเป็นพระที่นั่งษุกบก

สำหรับเสด็จออกให้พระบรมวงศ์และข้าราชการฝ่ายในเฝ้าฯ

ภายในพระที่นั่งนมีพระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุกเป็นพระแท่นเศวตฉัตร

ประพระที่นั่งทอดอยู่เหนือพระแท่นกลางพระมหาปราสาท

และพระแท่นบรรจถรณ์ประดับมุกตั้งอยู่ทางมุขตะวันออก

(เป็นพระแท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก)

ซึ่งแท่นทั้งสองนี้เจ้าพระยามหาเสนา (บุนนาค)

เป็นผู้อำนวยการประดิษฐ์ขึ้นทูลเกล้าฯ

ถวายพระบาทสเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

พระที่นั่งดุสิตมหาประสาทใช้เป็นที่ประดิษฐาน

พระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตริย์พระอัครมเหสี

ระหว่างที่ไม่ได้มีการประดิษฐานพระบรมศพ

ก็ใช้ประกอบการพระราชพิธีและการพระราชกุศลต่างๆ

ที่สำคัญคือ พระราชพิธีฉัตรมงคล

ในสมัยราชกาลสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

เคยใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนาง

และใช้เป็นที่ชุมนุมสงฆ์ทำสังคายนาพระไตรปิฎก

(ข้อมูลจาก http://www.oocities.org/tour312/place.htm)

 

ด้านหลังก็พระที่นั่งมีประตูและช่องที่จะให้นางในวังเข้าออกพระตำหนัก

โดยมีทหารคอยเฝ้าอย่างเคร่งครัด เดินออกไปอีกหน่อย

ผ่านซุ้มประตูออกไปก็เป็นพระที่นั่งที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

คือ

หมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างหมู่พระมหามณเฑียร และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2419

มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกและตะวันตก

ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป

หลังคาเป็นยอดปราสาทแบบไทย

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เพื่อใช้เป็นท้องพระโรง

มีลักษณะเป็นพระที่นั่งยอดปราสาท 3 องค์เชื่อมต่อกัน

ด้วยมุขกระสันตลอดทั้งแนว

เดิมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ

ให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ในรูปแบบตะวันตก

แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

กราบบังคมทูลขอให้สร้างเป็นยอดปราสาท

ดังนั้น รูปแบบพระที่นั่งองค์นี้

จึงมีสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก

(ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki)

โดยนายยอนคลูนิซ สถาปนิกชาวอังกฤษเป็นนายช่าง

(ข้อมูลจาก http://www.oocities.org/tour312/place.htm)

ในชีวิตได้ชื่นชมสิ่งที่ยิ่งใหญ่

“บ้านของพระราชา” หรือ “พระราชวัง”

ที่อันวิจิตรงดงาม....ดั่งวิมาน!!

ที่ตลอดชีวิตแค่เพียงมีโอกาสได้เห็นแค่ในทีวี

อายุปูนนี้แล้ว เพิ่งได้มีโอกาสได้มาเยือน ได้มาชื่นชม

แค่นี้ก็นับเป็นวาสนาอันสูงสุด สำหรับ “คนบ้านนอก” แล้วค่ะ

เกิดมาทั้งที..นับว่า...ชีวิตไม่สูญเปล่า!!!

ขอบคุณโชคชะตานำพาให้ฉาน....ได้มาชื่นชม

“สิ่งที่ใครๆทั่วโลก” ต่างมุ่งหน้ามาเพื่อได้ชื่นชม!!

และได้ดู ได้เห็น..ด้วยตาตัวเอง!!!

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net