วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากปลายด้ามขวาน...สู่เมืองหลวง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ 6


ตอน ตั้งใจจะไปดูยักษ์วัดโพธิ์..แต่ต้องกินแห้ว!!!

 

หลังจากที่ทุกคนได้เสพความสวยงามของพระราชวัง

อันเป็นสมบัติของชาติที่เราควรภาคภูมิใจกันพอสมควรแก่เวลา

จุดนัดพบของทุกคน คือ หน้าพระบรมมหาราชวัง

ณ ป้อมฤทธิรุคโรมรัน

แต่กว่าที่เด็กๆ จะมาเจอกันได้หมดทุกคน..

เล่นเอาครูเหงื่อตกซิกๆ

เพราะมีเด็กบางคนหลุดออกจากกลุ่มไป 3 คน

เล่นเอาทั้งไกด์และคุณครูต้องส่งทีม “ม้าเร็ว”

ไปตระเวนหาเด็กๆ ณ จุดสุดท้ายที่แยกกัน

ในขณะที่เด็กๆที่มาที่ป้อมแล้ว จะต้องนั่งประจำที่

ห้ามไปไหนอีก..จนกว่าเด็กที่หลงกลุ่มไปจะกลับมา

ณ จุดที่นัดพบ

แต่แหม๋..กว่าจะหาเด็กเจอ....

ก็เล่นเอาคุณครูผู้ควบคุมใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยทีเดียวเชียวแหละ

ยิ่งสภาวะที่อากาศก็ร้อนอบอ้าว...ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และทั้งง่วง

(เพราะตอนนั่งรถไฟมา บางคนยังไม่ได้นอนเลย)

ยิ่งทำให้..หัวใจยิ่งร้อนรุ่ม

แต่ดูเหมือน..ใจครูจะร้อนกว่าอากาศเมืองกรุงซะอีกแน่ะ!!!

เมื่อทุกคนมาเจอกันหมด...ก็โล่งใจกันแทบทุกคน

พวกเราล่ำลากับไกด์กิติมศักดิ์ที่ทาง กทม.จัดให้

 

พร้อมของฝาก “แทนคำขอบคุณ” จากคนปัตตานี ก็ “ลูกหยี”

สินค้าท้องถิ่นของเมืองตานี คนละถุงสองถุง

ยังพอมีเวลาเหลือ...

ดังนั้นเราก็สามารถเดินชมอะไรได้อีกแหละ

แต่ที่ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวังมากนัก

นั่นคือ วัดโพธิ์

เอ..ไปดูอะไรเหรอ?

อ้าว...ไปวัดโพธิ์...ก็จะไปดูยักษ์ไงค่ะ

เห็นมีคำร่ำลือว่า ยักษ์วัดโพธิ์นี่ดุ

ชอบทะเลาะกับยักวัดแจ้ง

เลยอยากไปเห็นหน้าซะหน่อย

ระหว่างทางเดิน...ก็ชมสินค้าระหว่างเส้นทางไปพลางๆ

แต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอก..เพราะทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย

ที่สำคัญยังไม่มีใครอาบน้ำกันเลย

เล่นดองเค็มมาตั้งแต่นั่งรถไฟตั้งแต่วันวานแล้ว

มาจนถึงเย็นอีกวัน...ก็หมักได้ที่แล้วล่ะ

ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ..กลัวแม่ค้า..จะแอบดอมดม..

กลิ่นหมักเค็มของพวกเราอ่ะ!!!

ในที่สุด พวกเราก็ไปถึงวัดโพธิ์จนได้

แต่ประทานโทษ....

วันนี้ก็แทบจะชมอะไรไม่ได้อยู่ดี...

เพราะนักท่องเที่ยวเยอะ......มากกกกกกกกกกกกกกกก!!!

ทำไมหนอ...

วันนี้ทั้งวันเราจึงเจอแต่คน..คน..และคน

ทำไมเขาไม่ไปที่อื่นกันบ้างเน๊อะ...

มาวนเวียนอยู่แถวนี้เต็มไปหมด...มันเวียนหัวอ่ะ

ไปถึงวัดโพธิ์ ตั้งใจไปดูยักษ์...

แต่ไม่ยักกะเห็นยักษ์ซักตน ก็คนมากออกแบบนี้

มันไม่อยากจะเดินเที่ยวเลยอ่ะ...

งั้นขอตัวไปทำบุญดีกว่า...

เห็นเขามีผ้าไตร...ให้เราเช่า...แล้วไป “ถวายสังฆทาน”

โอเค...มาเมืองบางกอกทั้งที...ทำบุญเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน

เลยเช่าผ้าไตรไป 1 ชุด..แล้วเข้าไปนั่งทำพิธัถวายสังฆทาน

หลังจากกรวดน้ำแล้ว..พระท่านให้นำน้ำที่ได้จากการกรวดน้ำ

ไปราดรดที่พระประจำวันเกิดของตัวเอง

เพื่อความเป็นศิริมงคล

และหลังจากนั้น..ขอไปรดน้ำมนต์เสียหน่อย

เห็นลูกฝาหรั่งมานั่งให้พระรดน้ำมนต์..น่ารักดี

เลยต่อคิวจากเด็กตาน้ำข้าว รดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์เสียหน่อย

อุตส่าห์หนีระเบิด หนีลูกปืนมาจากปลายด้ามขวาน

ก็ยังทราบข่าวจากเพื่อนฝูงอีกแน่ะ..

ว่ามีเหตุแถวที่บ้าน เฮ้อ...เมื่อไหร่..เหตุการณ์มันจะสงบเสียที

เบื่อจริงๆ ไอ้พวกบ้าเลือด...

เห็นคนอื่นบาดเจ็บล้มตายแล้วมีความสุข

และด้วยอานิสงส์แห่งการทำบุญของชบาตานีวันนี้

ช่วยส่งผลให้คนชายแดนใต้รอดพ้นจากเงื้อมมือ “คนชั่ว” โดยเร็วไวด้วยเถิด

สาธุ!!!!

แต่ไหนๆก็มาเที่ยววัดโพธิ์อันลือชื่อแล้ว

เรามารู้จักวัดโพธิ์กันหน่อยดีกว่าค่ะ

วัดโพธิ์

เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร

และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1

ทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย

เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง

และทางยูเนสโก

ได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2551 และวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ทางยูเนสโก

ได้ขึ้นทะเบียนจารึกวัดโพธิ์จำนวน 1,440 ชิ้น

เป็นมรดกความทรงจำโลกในทะเบียนนานาชาติ

วัดโพธิ์

ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย

โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์

วัดโพธิ์ ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ 24 ของโลก

ในปี พ.ศ. 2549 โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง 8,155,000 คน

สร้างมาตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยา

แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง

เดิมเรียกว่า "วัดโพธาราม" หรือ "วัดโพธิ์"

ได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี

ครั้งถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ

ให้สถาปนาวัดนี้ใหม่ในพ.ศ. 2331

โดยทรงสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร

ตลอดจนบูรณะของเดิม เมื่อแล้วเสร็จใน พ.ศ.2344

ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า

“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส”

นับจากนั้นวัดพระเชตุพนได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

และได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกสรรพตำราต่าง ๆ

ลงบนแผ่นหินอ่อนประดิษฐ์ ไว้ตามศาลารายต่าง ๆ

ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้สร้อยนามพระอารามว่า

“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร”

(ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki)

ก่อนที่จะออกจากวัดโพธิ์ เพราะเริ่มเมาคน

ก็เดินดูบริเวณใกล้ๆหน่อย

มีร้านขายของหลากหลายทีเดียว

แต่ที่เห็นตั้งโต๊ะยาวเหยียด คือ โต๊ะที่รับดูดวง

แต่ที่เห็นจะเป็นที่แปลกตา คือ คนที่มาดูดวงส่วนใหญ่

แทนที่จะเป็นคนไทย.....กลับเป็นพวกฝาหรั่งเสียนี่!!

ที่จูงมือกันมาเป็นคู่ๆ เพื่อมาดูดวง..เรื่อง “ความรัก”กันเป็นส่วนใหญ่

(ไม่ต้องถามนะคะ..

ว่ารู้ได้อย่างไรว่า เขาดูดวงเรื่องอะไรกัน? (อยากรู้เรื่องชาวบ้าน)

ก็ต้องแอบฟังเค้านะซิคะ..อิอิ)

ในที่สุด

ก็ได้เวลานัดกับกลุ่มที่จะต้องไปขึ้นรถไปไปหาที่พัก

ซึ่งทางฝ่ายทหารเรือเขาเตรียมที่พักไว้ในเรียบร้อยแล้ว

ที่ “สนามกีฬาภูติอนันต์” แถวบางนา โน่น!!!

ตลอดเส้นทางที่เดินทางจากวัดโพธิ์สู่ที่พัก

สิ่งที่คนบ้านนอกเห็นจนกลายเป็นของแปลกตาอีกอย่าง ณ เมืองบางกอก

คือ ที่นี่มีคนอาสามาเฝ้าต้นไม้ และเสาไฟฟ้า ให้เสร็จสรรพ

เออ..ก็ดีเหมือนกันเน๊อะ

อยากให้พวกเขาเหล่านี้ไปเฝ้าแถวชายแดนใต้บ้างจัง!!!

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net