วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รักฤๅหักหาย - บทที่ 90


อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อเด้กชายตื่นนอนและดื่มนมกับคุ๊กกี้ชิ้นเล็กๆ ที่เจิดจรัสเอามาเตรียมไว้ให้หลานตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว นิคก็จูงมือเขามานั่งด้วยกันบนเก้าอี้ยาวตรงข้ามกับพราวพราย

หญิงสาวเริ่มต้นด้วยการถามลูกชายว่า “นิกกี้รักอังเคิลนิคมากใช่ไหม?”
เด็กชายอมยิ้มแก้มตุ่ยทำตาระยิบระยับมองนิค “จ้าย แล้วอังเคิลนิคก็รักนิกกี้ด้วยละ เนอะ..อังเคิลนิค..เนอะ”
“งั้นมอมมี้แม่ให้นิกกี้มาอยู่ที่นี่กับอังเคิลนิค เป็นลูกอังเคิลนิคดีไหม?”
นิกกี้มองหน้ามารดาแล้วค้านทันที “นิกกี้อยากอยู่กะอังเคิลนิค แต่นิกกี้ไม่จ้ายลูกอังเคิลนิคนะ นิกกี้เป็นลูกแดดดี้ตังหาก”

พ่อกับแม่มองหน้ากันอย่างเริ่มรู้สึกว่าเรื่องคงจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว นิครีบหว่านล้อมเด็กชายว่า “นิกกี้ไม่อยากมีแดดดี้สองคนหรือ? เป็นลูกของแดดดี้แล้วก็เป็นลูกของอังเคิลนิคด้วย ไม่ดีหรือ?
เด็กชายนิ่งคิดก่อนจะถามว่า “แล้วริกกี้ล่ะมีแดดดี้สองคนเหมือนกันหรือเป่า?”
“ริกกี้มีแดดดี้แฟรงค์คนเดียว สู้นิกกี้ไม่ได้ นิกกี้มีทั้งแดดดี้นิคและแดดดี้แฟรงค์ ตกลงไหม?”
“แล้วทำไมอังเคิลนิคไม่เป็นแดดดี้ของริกกี้ด้วยล่ะ?”

ชาย หนุ่มลอบถอนใจ มีลูกกับเขาคนหนึ่งก็ช่างซักช่างถามเสียเหลือเกิน เขาเหลือบมองพราวพรายเหมือนจะให้ช่วยตอบบ้าง เพราะเริ่มอับจนถ้อยคำที่จะเกลี้ยกล่อมแล้ว

“นิกกี้ มอมมี้แม่อยากให้นิกกี้เรียกอังเคิลนิคว่าแดดดี้ เพราะอะไรรู้มั้ย”
เด็กชายส่ายหน้า “ม่ายรู้หรอก แล้วก้อจาม่ายเรียกแดดดี้ด้วยละ จาเรียกอังเคิลนิค ฮิฮิ”
“ฟังมอมมี้แม่หน่อยนะ มอมมี้แม่อยากให่เรียกอังเคิลนิคว่าแดดดี้ ก็เพราะอังเคิลนิคเป็นพ่อแท้ๆของนิกกี้จ้ะ”
“ม่ายจ้ายซักกาหน่อย อังเคิลนิคเป็นลุงตังหาก แดดดี้เป็นพ่อ”
“คือยังงี้นะ มอมมี้แม่กับอังเคิลนิคแต่งงานกัน แล้วนิกกี้ก็มาเกิดในท้องมอมมี้แม่ นิกกี้ก็ต้องเป็นลูกอังเคิลนิค เข้าใจไหม”
“แล้วริกกี้ล่ะเกิดในท้องมอมมี้แม่เหมือนกันหรือเป่า?”
พ่อ กับแม่มองหน้ากันอีก พราวพรายเป็นคนอธิบายว่า “ริกกี้เป็นลูกของแดดดี้แฟรงค์กับมอมมี้เจิดจ้ะ แดดดี้แฟรงค์กับมอมมี้เจิดแต่งงานกัน แล้วริกกี้ก็มาเกิดในท้องของมอมมี้เจิด”
“แต่งงานแปลว่าอาราย?”
“แต่ง งานแปลว่าผู้ชายคนนึงกับผู้หญิงอีกคนนึง รักกันแล้วมาอยู่ด้วยกันทุกวันไงจ๊ะ เหมือนแดดดี้แฟรงค์กับมอมมี้เจิด แล้วก็อังเคิลนิคกับมอมมี้แม่ไง เข้าใจไหม?”

เด็กชายทำท่าคิดตามคำ อธิบายของมารดา แล้วท้วงทันที “อังเคิลนิคไม่ด้ายอยู่กะมอมมี้แม่ทุกวันซักกาหน่อย อังเคิลนิคอยู่บ้านนี้ มอมมี้แม่อยู่..อยู่..อยู่หนายก็หม่ายรู้” หญิงสาวรู้ว่าเขาหมายถึงช่วงที่เธอไปทำงานที่ลอนดอน

นิคส่ายหน้า แล้วมองสบตาพราวพรายอย่างกลุ้มใจหน่อยๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการจะพูดเรื่องบางเรื่องให้เด็กเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เคยคิดเอาไว้ แต่พราวพรายเข้าใจเด็กวัยนี้มากกว่าเขา เธอรู้ว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะหวังให้นิกกี้ เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่และรับได้ในทันที เขาย่อมจะต้องไม่เข้าใจเรื่องราวที่สลับซับซ้อนแบบนี้ เป็นหน้าที่ของเธอกับนิคที่จะต้องค่อยๆอธิบายให้เขาฟัง วันนี้เขายังไม่เข้าใจและยังรับไม่ได้ แต่ต่อไปนิกกี้ก็จะค่อยๆซึมซับไปเรื่อยๆเองว่าเขาเป็นลูกของนิค แล้วก็จะรับได้ในที่สุด

“ใจเย็นๆค่ะนิค เขาเพิ่งสามขวบกว่าๆเอง อีกอย่างเขาก็เพิ่งเจอคุณไม่กี่เดือน เขาคุ้นกับแฟรงค์มากกว่าและเรียกเขาว่าแดดดี้มาตั้งแต่หัดพูดใหม่ๆ เราต้องให้เวลาเขาบ้าง ตอนนี้ก็แค่เกริ่นๆให้เขารู้ว่าคุณเป็นพ่อแท้ๆของเขาก็พอแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะยอมรับได้เอง”
“เฮ้อ เหนื่อยใจ แล้วอีกนานไหมเนี่ยกว่าเขาจะยอมรับผมได้”

หญิง สาวยิ้มให้เขา “คงไม่นานหรอกค่ะ เมื่อไหร่ที่เราอยู่ด้วยกันเป็นครอบเป็นครัวแล้ว นิกกี้ก็ต้องมาอยู่ที่นี่ถาวร เขาก็จะเห็นแต่เราสองคน แล้วเขาก็จะเชื่อในที่สุดว่าเขาเป็นลูกของคุณ ไม่ใช่ลูกแฟรงค์”
“อ้าว ถ้างั้นคุณก็ควรจะรีบๆย้ายมาอยู่บ้านนี้สิ ลูกจะได้เข้าใจเสียที” ชายหนุ่มได้ที
“เร็วๆนี้แหละค่ะ”
“จริงๆนะ อย่าหลอกให้ผมดีใจแล้วเบี้ยวเสียเฉยๆล่ะ”
“มอมมี้แม่!! คุยกันอยู่ด้าย” เด็กชายที่ยังไม่ได้คำตอบ เดินเข้ามาแผดเสียงใกล้หูของพราวพราย
“แผด เสียงทำไม นิกกี้ เด็กดีต้องไม่ทำเสียงแบบนี้ใส่ผู้ใหญ่นะจ๊ะ มีอะไรก็ค่อยๆพูด เข้าใจมั้ย?” หญิงสาวอบรมลูก ที่กำลังทำหน้าบึ้งมองเธอกับนิคอยู่
“ก้อ..ก้อนิกกี้อยากรู้นี่”
“นิกกี้อยากรู้อะไรล่ะ”
“ก้อ..แดด ดี้อยู่กะมอมมี้ที่บ้านทุกวัน แล้วทำไมอังเคิลนิคไม่อยู่กะมอมมี้แม่ล่ะ บางทีอังเคิลนิคก็ไปอยู่กะอ้านตี้จูดี้ นิกกี้ม่ายเห็นรู้เรื่องเลย งง”

ทั้งพ่อและแม่หน้าเจื่อนไปตามๆกันกับคำว่า ‘อ้านตี้จูดี้’ ที่ออกจากปากลูกผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

จำเลย หมายเลขหนึ่งรีบแก้ตัวโดยเร็ว “อังเคิลนิคไม่เคยไปอยู่กับอ้านตี้จูดี้ซักหน่อย แล้วอ้านตี้จูดี้ก็เป็นแค่เพื่อนของอังเคิลนิคเท่านั้น เข้าใจไหม?”
“อ้าว..แล้วทำมายตอนนั้น นิกกี้เห็นอังเคิลนิคจูบอ้านตี้จูดี้ล่ะ เหมือนแดดดี้จูบมอมมี้เลยละ ฮิฮิ”

พราว พรายเห็นท่าไม่ได้การ เลยต้องอธิบายให้ลูกฟังแทนนิค ที่ตอนนี้ทำหน้ากระอักกระอ่วน พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับข้อกล่าวหาหรือที่ถูกคือข้อเท็จจริง ที่นิกกี้พูดออกมาตามประสาเด็ก ที่เห็นอย่างไรก็พูดอย่างนั้น

“อัง เคิลนิคกับมอมมี้แม่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ก็เพราะอังเคิลนิคต้องไปทำงานที่อื่นหลายปี กลับมาหานิกกี้กับมอมมี้แม่ไม่ได้ ตอนนี้กลับมาได้แล้วก็เลยอยากให้นิกกี้ ซึ่งเป็นลูกของอังเคิลนิคมาอยู่ด้วย แล้วก็อยากให้เรียกว่าแดดดี้ด้วย”
เด็กชายมองหน้านิคสลับกันไปกับหน้าของพราวพราย ก่อนจะถามว่า “อังเคิลนิคเป็นแดดดี้ของนิกกี้จริงๆเหรอ”
“จริง สิ นิกกี้รู้ไหมว่านิกกี้กับอังเคิลนิคหน้าตาเหมือนกันเลย ถ้าไม่ได้เป็นพ่อลูกกันทำไมเราหน้าตาเหมือนกันล่ะ ไม่เชื่อก็ถามมอมมี้แม่ดูสิว่าเหมือนไหม” นิครีบเกลี้ยกล่อมบ้าง

“เหมือนมั้ย มอมมี้แม่”
“เหมือนจ้ะ นิกกี้เห็นไหมว่าริกกี้กับแดดดี้แฟรงค์หน้าตาเหมือนกัน รู้ไหมว่าทำไมถึงเหมือน”
ลูกชายตัวน้อยทำท่าคิดแล้วตอบแบบทีเล่นทีจริงว่า “เป็นพ่อลูกกันมั้ง ฮิฮิ"
นิคได้ที “น่าน เห็นไหม นิกกี้เก่งจังเลย ทีนี้เราสองคนหน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ก็ต้องเป็นอะไรกันล่ะ นิกกี้คนเก่งตอบได้ไหม?”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มนึกว่าตะล่อมลูกสำเร็จแล้ว แต่คำตอบของนิกกี้ที่กำลังทำตาระยิบระยับก็คือ “ก้อเป็นลุงไง๊”

ตอบ เสร็จเขาก็หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ จนนิคต้องหันไปถามพราวพรายที่นั่งยิ้มอยู่ว่า “เอ๊ะ สงสัยว่าไอ้หนูนี่มันจะยียวนกวนประสาทพ่อ เหมือนมอมมี้แม่ของมันเลย ทำท่าเหมือนจะเข้าใจแต่แล้วก็กลับเบี้ยวซะเฉยๆยังงั้น พราวว่าเขารู้เรื่องที่ผมพูดไหมเนี่ย”

“ไม่ทราบสิคะ” หญิงสาวตอบยิ้มๆ

คราว นี้นิคลองเปลี่ยนวิธีใหม่ “สงสัยว่านิกกี้จะเก่งสู้ริกกี้ไม่ได้ ถ้าอังเคิลนิคไปถามริกกี้เหมือนที่ถามนิกกี้ ริกกี้ต้องตอบได้แน่ๆเลย”
เด็กชายทำปากยื่นอย่างไม่พอใจแล้วตอบทันทีว่า “นิกกี้ก็ตอบด้าย ทำไมจาตอบม่ายด้ายล่ะ”
“ตอบ ได้เหรอ งั้นให้ตอบอีกที ถ้าเราสองคนหน้าตาเหมือนกัน แปลว่าเราเป็นอะไรกัน สงสัยนิกกี้ตอบไม่ได้หรอก เดี๋ยวอังเคิลนิคไปถามริกกี้ดีกว่า”

นิกกี้รีบตรงรี่เข้าไปกอดแขนชายหนุ่มไว้ทันที “อย่า อย่า อย่าไปถามริกกี้นะ นิกกี้จาตอบเอง”
“ก็รีบๆตอบมาสิ”

นิ กกี้ดึงหน้าของนิคลงมาจนต่ำแล้วจ่อปากเข้าไปตรงหูข้างหนึ่งของเขา ทั้งนิคและพราวพรายคิดว่าเขาคงจะกระซิบบอก แต่ตรงกันข้ามเด็กชายแผดเสียงดังลั่นเข้าไปในหูของนิคว่า “เป็นพ่อลูกกันมั้ง!!!” แล้วเขาก็หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจเมื่อถามต่อว่า “ต๊กกาจายมั้ย อังเคิลนิค ฮิฮิ”

“ลูกคนนี้มันเจ้าเล่ห์จริงๆเลยนะ พราว” นิคบ่นแล้วหันไปบอกนิกกี้ทันทีว่า “ถ้าเป็นพ่อลูกกัน ต่อไปนี้นิกกี้ต้องเรียกอังเคิลนิคว่าแดดดี้นะ”
“ม่าย เค้าจาเรียก แดดดี้อังเคิลนิค แดดดี้อังเคิลนิค ม่ายช่ายแดดดี้”
“อ้าว ทำไมยังงั้นล่ะ” ชายหนุ่มรีบค้านแล้วพยายามต่อรอง “อังเคิลนิคไม่อยากเป็นทั้งอังเคิลเป็นทั้งแดดดี้นี่นา เรียกแดดดี้เฉยๆไม่ได้หรือ”
นิกกี้ทำตาขุ่นเมื่อเถียงว่า “ก้อ..นิกกี้มีแดดดี้แล้วนี่ แดดดี้แฟรงค์ไง๊ ใช่มั้ยมอมมี้แม่?”
ยังไม่ทันที่พราวพรายจะตอบ นิคก็รีบต่อรองอีกว่า “ถ้างั้นเอาแบบนี้ดีไหม เรียกแดดดี้ที่บ้านริกกี้ว่าแดดดี้แฟรงค์ แล้วเรียกอังเคิลนิคว่าแดดดี้นิค ดีไหมล่ะ?”
เด็กชายทำท่าคิดหนัก เอื้อมมือมาเขย่าแขนมารดา “ดีมั้ย มอมมี้แม่?”

พราว พรายซึ่งกำลังนึกขันพ่อกับลูกที่โต้กันไปโต้กันมาไม่รู้จบตอบว่า “ดีจ้ะ” แล้วเธอก็หันไปบอกนิคว่า “ยอมๆเขาไปก่อนเถิดค่ะ เขายังไม่ค่อยรู้เรื่อง ค่อยเกลี้ยกล่อมใหม่ทีหลัง ฉันอยากกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วละค่ะ จะได้คุยกับพี่เจิดด้วย”
“อาบที่นี่ก็ได้นี่นา เดี๋ยวตอนเย็นเราต้องไปดินเนอร์ที่บ้านคุณเจิดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
“อย่าเลยค่ะ ไม่สะดวก”

ขณะที่กำลังพูดกันอยู่นั้น เจิดจรัสก็ขับรถเข้ามาจอดแล้วเดินเข้ามาในบ้านพร้อมลูกชาย “เป็นไง พราว บ้านถูกใจไหม?”
พราวพรายยิ้มรับพี่สาว แต่ไม่ตอบเรื่องบ้าน “พี่เจิดมาพอดีเลย พราวกำลังจะไปที่บ้านอยู่แล้ว งั้นเดี๋ยวพราวกลับไปกับพี่เจิดแล้วกัน”
“อ้าว ทำไมไม่ไปพร้อมนิคตอนเย็นล่ะ” เจิดจรัสทำท่าสงสัย “พี่แค่จะมารับนิกกี้เท่านั้น จะพาริกกี้กับนิกกี้ไปซื้อของ”

อีก ฝ่ายยิ้มนิดๆ รู้ว่าพี่สาวมีแผนจะเปิดโอกาสให้เธอกับนิคอยู่กันตามลำพัง “พราวอยากกลับอพาร์ตเม้นท์ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะค่ะ มีอะไรต้องทำนิดหน่อยด้วย”
เจิดจรัสมองหน้าน้องเขย เห็นเขาทำหน้ายิ้มๆ ไม่ค้านว่าอย่างไร ก็เลยพยักหน้า “งั้นก็ไปด้วยกัน นิคตามไปที่บ้านตอนเย็นนะคะ นิกกี้จะไปกับมอมมื้หรือจะอยู่ที่นี่?”
“นิกกี้จาอยู่กะแดดดี้นิค”
เจิดจรัสมองหน้าน้องสาวถามว่า “เธอบอกนิกกี้แล้วหรือ?”
“ค่ะ”
“อ้าว..แล้วทำไมต้องเรียกแดดดี้นิคด้วยล่ะ ทำไมไม่เรียกแดดดี้เฉยๆ”
พราว พรายอมยิ้ม “ยังไม่ยอมเรียกค่ะ ยังโยกโย้อยู่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้ให้เขาเรียกแบบนี้ไปก่อน เขายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก อีกหน่อยพอรู้เรื่องมากกว่านี้ก็คงเรียกเองแหละ”
“เธอก็เหมือนกัน สอนให้เขาเรียกเธอว่ามอมมี้ได้แล้ว ไอ้มอมมี้แม่น่ะเลิกเสียที”
“ช่างเถิดค่ะ พี่เจิด ปล่อยไปก่อน ก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป”

เจิด จรัสมองหน้าพราวพรายอย่างชมเชย รู้สึกว่าน้องสาวของเธอเปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่มีลูก ใจเย็นและสุขุมขึ้น รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เหลือบดูหน้าน้องเขยก็เห็นเขากำลังมองพราวพราย ด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเอ็นดู หญิงสาวลอบถอนใจยาวอย่างโล่งอก คิดว่าเขาสองคนคงตกลงกันได้แล้วด้วยดี

ในที่สุดระหว่างที่พราวพราย ยังรอ ‘อะไรบางอย่าง’ อยู่ นิคก็ถือโอกาสที่เธออยู่เพียงลำพังกับนิกกี้ แวะไปขลุกอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ของเธอทุกวันหลังเลิกงาน โดยอ้างว่ามาช่วยเลี้ยงลูก บางคืนก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ยอมกลับบ้านพักในค่ายทหารเสียเฉยๆ เมื่อไล่เท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมไป พราวพรายก็เลยต้องจัดให้เขานอนในห้องนอนเล็กๆของลูก ส่วนเธอกับนิกกี้นอนในห้องนอนใหญ่ แล้วพอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็พานิกกี้ไปค้างกับนิคที่บ้านในค่ายทหารตาม คำเรียกร้องของเขา โดยที่หญิงสาวเข้าไปนอนในห้องลูก เพราะเด็กชายโยกโย้จะให้นิคนอนกับเขาในห้องนอนใหญ่

นิคนั้นมีความ สุขมากที่มีทั้งเมียและลูกอยู่ด้วยในบ้านหลังนี้ แม้จะเพียงแค่สองวันในหนึ่งสัปดาห์ก็ตาม เขาบอกตัวเองว่าตอนนี้ได้แค่นี้ก็ไม่เป็นไร เขารอวันที่พราวพรายกับนิกกี้จะย้ายมาอยู่กับเขาเป็นการถาวรได้ เขาไม่รู้หรอกว่าเธอมีเรื่องอะไรที่ทำให้ยังไม่พร้อม ที่จะกลับมาอยู่กับเขาแบบสามีภรรยาอีก แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเขา เพราะตอนนี้พราวพรายเปิดใจกับเขามากกว่าแต่ก่อน เธอทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่ค่อยตระแหน่แง่งอนเป็นเด็กไม่รู้จักโต เธอดูแลทั้งเขาทั้งนิกกี้อย่างดีในเรื่องอาหารการกิน ปล่อยให้เขาอบรมสั่งสอนลูกในเรื่องระเบียบวินัย และตั้งกฏเกณฑ์บางอย่างให้ปฎิบัติตาม ตอนเย็นๆถ้าไม่ติดอะไร นิคกับนิกกี้ก็จะเล่นเตะบอลกัน หรือไม่เขาก็สอนลูกให้เล่นบาสเก็ตบอล ชายหนุ่มให้ทหารมาติดตั้งแป้นโกลด์ สำหรับชู๊ตลูกบอลไว้ตรงมุมหนึ่งของลานบ้านเรียบร้อยแล้ว

นิคจะรู้ ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่ตั้งแต่รู้ว่านิกกี้เป็นลูกแท้ๆของเขา การปฏิบัติต่อเด็กชายก็เปลี่ยนไป จากการดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอม แบบผู้ใหญ่ต่อเด็กที่เป็นลูกของคนอื่น เล่นอะไรด้วยก็ต้องระมัดระวัง กลัวว่าถ้าพลาดพลั้งทำให้เจ็บตัวพ่อแม่เขาจะโกรธเอา ก็กลายมาเป็นการเล่นที่รุนแรงขึ้น แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ มีการเตะหยอกๆเบาๆที่ก้นน้อยๆของลูก จับตัวเขาขึ้นพาดบ่าให้หัวห้อยลงพื้น กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแรงๆ และการเล่นผาดโผนอีกหลายอย่าง ที่ทำให้เด็กชายร้องกรีดกราดชอบอกชอบใจ แม้แต่การพูดจาก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย จาก 'นิกกี้' เฉยๆ บางครั้งก็กลายเป็น 'เจ้าหนู' 'ไอ้หนู' 'ไอ้ลูกบ้า' หรือ 'ไอ้จอมยียวน' แล้วแต่สถานการณ์ นอกจากนี้ก็มีการสั่งสอนอบรม กำหนดระเบียบวินัยให้เขาตามควรแก่อายุ ทั้งหมดนี้มาจากความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ จากสัญชาติญาณของความเป็นพ่อที่เขาเพิ่งจะรู้จัก

คืนหนึ่งหลังจากที่ นิกกี้หลับไปแล้ว นิคก็ผลักประตูที่กั้นอยู่ระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเล็กซึ่งไม่มีล๊อค เข้าไปหาพราวพรายซึ่งเพิ่งจะหลับไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียงแคบๆของนิกกี้ กอดเธอเอาไว้แนบแน่น พรมจูบลงไปไม่เลือกที่

หญิงสาวที่เพิ่งสะดุ้งตื่นจากสัมผัสของเขาร้องออกมาเบาๆว่า “อ้าว นิค เข้ามาทำไมคะ”
อีกฝ่ายไม่ตอบ ตั้งหน้าตั้งตารุกเธออย่างที่ใจต้องการ ทำให้ผู้ที่กำลังถูกรุกรานทำหน้ายิ้มๆถามว่า “จะเบี้ยวสัญญาหรือไงคะ นิค”
“โธ่ พราว ใครจะทนไหวล่ะ คิดถึงเมียจะแย่อยู่แล้ว”
หญิงสาวยันอกเขาเอาไว้ “ใจเย็นๆสิคะ นิค รออีกหน่อย ฉันไม่หนีคุณไปไหนหรอกน่า”
“ก็ได้ แต่ต้องยอมให้ผมอยู่ใกล้ๆคุณแบบนี้บ้าง จะมาตัดสิทธิผมจนเกลี้ยงได้ยังไง ใจร้ายไปหน่อยมั้ง”
“ลูกหลับแล้วหรือคะ”
“หลับไปตั้งนานแล้วละ”

พราว พรายก็เลยต้องยอมผ่อนปรนตามใจเขาบ้าง ผ่อนไปผ่อนมาหนักๆ เข้าก็ชักจะแย่ด้วยกันทั้งคู่ นิคนั้นหมายมั่นว่าจะใช้สิทธิความเป็นสามีให้ได้ในคืนนี้ เธอทรมานเขานานเกินไปแล้ว ส่วนพราวพรายซึ่งก็ใจสั่นหวั่นไหวไปกับสัมผัสรัดรึงของเขาที่ห่างหายไปถึง สี่ปี ไม่คิดจะปฏิเสธเขาอีกต่อไป เธอมีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรัก และโหยหามาตลอดเวลาที่คิดว่าเขาตายไปแล้ว แต่ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านั้น ประตูบานที่กั้นอยู่ระหว่างห้องนอนสองห้องก็เปิดผางออก ร่างเล็กๆของนิกกี้ในชุดนอนรุ่มร่ามวิ่งหลุนๆเข้ามาจนถึงเตียง

พอ เห็นจากแสงสลัวของไฟโคมข้างเตียง ว่าแดดดี้นิคของเขาอยู่บนเตียงนั้น เด็กชายก็ส่งเสียงดังอย่างดีใจออกมาทันที “นั่นแน่! แดดดี้นิคแอบมาอยู่ที่นี่เอง นิกกี้หาเกือบตาย”

พูดขาดคำเขาก็เห็น มารดาซึ่งตอนนี้รีบดึงผ้าห่ม ที่หลุดรุ่ยออกไปขึ้นคลุมตัวเอาไว้อย่างตกใจ บอกนิคที่กำลังมองนิกกี้อย่างงงๆ ด้วยเสียงเบาๆว่า “นิคคะ พาลูกออกไปก่อน ฉันโป๊อยู่นะ”
แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เด็กชายกระโดดขึ้นมาบนเตียง ปากก็ถามว่า “ฉองคนเล่นอารายกันน่ะ ขอนิกกี้เล่นด้วยคนนะ”

พราว พรายพลิกตัวหนีลูกที่โถมตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างเธอกับนิค แล้วพยายามดึงผ้าห่มจากตัวเธอจะเอาไปห่มบ้าง ชายหนุ่มที่ยังสวมกางเกงนอนอยู่ มีแต่ท่อนบนที่เปลือยเปล่า รีบคว้าตัวนิกกี้แล้วอุ้มเขาออกจากเตียง ด้วยหน้าตาที่ทั้งเซ็งทั้งขัน

“ไปนิกกี้ ไปนอนห้องเรากันดีกว่า ให้มอมมี้แม่นอนเหงาไปคนเดียว”

นิ คอุ้มลูกเดินไปถึงประตูแล้ว แต่ก่อนจะออกไปเขาหันมาเข่นเขี้ยวกับพราวพรายว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ น่าโมโหไอ้ลูกเจ้ากรรม ไม่เห็นใจพ่อมันมั่งเลย พรุ่งนี้ต้องให้ทหารมาติดลูกบิดประตูซะแล้ว จะได้ล็อคไม่ให้เข้ามาขัดจังหวะพ่อกับแม่"

“แดดดี้นิคพูดอารายกะมอมมี้แม่น่ะ”
ชาย หนุ่มทำเสียงฮึ่มฮ่ำในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ ที่ถูกลูกตื่นมาขัดจังหวะ “พูดอะไรก็ช่างแดดดี้เถอะน่า เรื่องของผู้ใหญ่เด็กไม่เกี่ยว อย่าอยากรู้อยากเห็นไปหมดซะทุกเรื่องเลยนะ ไอ้หนู”
เด็กชายเงียบไป แต่พอลงนอนบนเตียงใหญ่ตรงที่เดิมได้ เขาก็เซ้าซี้ถามอีกว่า “เมื่อกี้แดดดี้นิคกับมอมมี้แม่เล่นอารายกันเหรอ นิกกี้อยากรู้”
“บ๊ะ เจ้าหมอนี่ช่างตื๊อจริงๆ”
“ก้อ..ก้อ นิกกี้อยากรู้นี่”
พอนึกอะไรขึ้นมาได้ นิคก็รีบกล่อมทันทีว่า “นิกกี้อยากมีน้องมั้ย น้องตัวเล็กๆเหมือนตุ๊กตาน่ะ”
“น้องเหรอ” เด็กชายทำท่าคิดหนักก่อนจะตอบว่า “ก้อนิกกี้มีตุ๊ก..ตาแล้วนี่ ไมค์ไง แดดดี้นิคเคยเห็นไมค์แล้วไม่ใช่เหรอ”
ชาย หนุ่มขำจนต้องหัวเราะออกมา แต่ก็ยังพยายามเกลี้ยกล่อมลูกต่อไป “น้องที่แดดดี้ว่านี่ไม่เหมือนไมค์หรอก น้องน่ารักกว่า พูดได้ด้วย พอน้องโตแล้วก็วิ่งเล่นกับนิกกี้ได้ด้วยนะ ไมค์เล่นไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ เอามั้ยล่ะ น้องน่ะ”
“เล่นกะนิกกี้ด้ายด้วยเหรอ” นิกกี้ทำตาโต “งั้นนิกกี้เอาน้อง พรุ่งนี้แดดดี้นิคเอาน้องมาให้นิกกี้นะ นิกกี้อยากมีน้อง”

“ตกลง งั้นพรุ่งนี้นิกกี้ไปบอกมอมมี้แม่นะว่าอยากมีน้องเร็วๆ” นิคได้ที แล้วก็ขอแถมอีกเรื่องทันที “อ้อ ถ้านิกกี้อยากได้น้อง ต้องเรียกแดดดี้ว่าแดดดี้เฉยๆนะ ไม่ต้องเรียกแดดดี้นิค ตกลงมั้ย ถ้าไม่ตกลงแดดดี้ก็ไม่ช่วยมอมมี้หาน้องมาให้นิกกี้หรอก”
“ต้องเรียกแดดดี้นิคว่าแดดดี้เหรอ ถึงจาได้น้อง เอาน้องมาก่อนแล้วนิกกี้จาเรียกแดดดี้ ได้เป่า?”
“หัวหมอจังนะ ไอ้หนู มีการต่อรองด้วยแฮะ” ชายหนุ่มนึกขันจนต้องหัวเราะออกมา “โตขึ้นสงสัยได้เป็นทนายแน่เลย"
“พูดอารายนะ นิกกี้ไม่รู้เรื่อง”
“เออ ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องก้ไม่เป็นไร ว่าแต่นิกกี้จำได้หรือเปล่าว่าแดดดี้บอกให้ทำอะไร”
“จำด้ายซี้ พรุ่งนี้ให้บอกมอมมี้แม่เอาน้องให้นิกกี้เร็วๆ”
“แล้วอะไรอีก สงสัยลืมแล้วสิ”
“ม่ายลืมหลอก ต้องเรียกแดดดี้นิคว่าแดดดี้ก่อน นิกกี้ถึงจาได้น้อง ใช่เป่า”
“แม่นแล้ว ไหนลองซ้อมเรียกหน่อยซิ”
“แดดดี้นิค เอ๊ย..แดดดี้! แดดดี้! แดดดี้!” เด้กชายรัวเสียงเป็นจังหวะ “พอยัง?”
“โอเค เข้าใจแล้วก็หลับได้แล้ว”
“งั้นนิกกี้จาหลับละนะ พรุ่งนี้จาได้บอกมอมมี้แม่ ให้เอาน้องมาให้นิกกี้เร็วๆ”
“นิกกี้ต้องพูดเรื่องน้องกับมอมมี้แม่ทุกวันเลยนะ มอมมี้แม่จะได้รีบหาน้องมาให้เร็วๆ อย่าลืมเสียล่ะ”
“นิกกี้ไม่ลืมหลอกน่า จาบอกมอมมี้แม่ทุกวันเลย เอาน้อง! เอาน้อง! เอาน้อง! ยังงี้ใช่เป่า? ฮิฮิ”

ผู้ เป็นพ่อแอบยิ้มชอบใจที่ล่อหลอกลูกสำเร็จ แต่ก็อดนึกโมโหหน่อยๆไม่ได้ นี่ถ้าไม่เข้ามาขัดจังหวะ ป่านนี้น้องนิกกี้อาจจะมาเกิดแล้วก็ได้ ฮึ่ม..ไอ้ลูกบ้า จะตื่นตอนไหนก็ไม่ตื่น เกิดจะมาตื่นตอนสำคัญพอดี สงสัยจะชอบขัดจังหวะเหมือนแม่ไม่มีผิด!!

โดย ม่อนหินไหล

 

กลับไปที่ www.oknation.net