วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากปลายด้ามขวาน...สู่เมืองหลวง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ 7


ตอน ชมดอกไม้....กลางใจเมืองกรุง!!!

 

เช้าอีกวัน ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการทัศนศึกษาเมืองบางกอก

หลังจากที่พวกเราจัดการกับที่นอนหมอนมุ้ง

ณ เรือนนอนของนายทหารในกองทหารเรือ

ในสภาพที่นอนหลับไม่เต็มอิ่ม

ไม่ใช่เพราะห้องพักนายทหารไม่ติดแอร์หรอกนะคะ

แต่อากาศมันร้อนอบอ้าว...แม้กระทั่งยามค่ำคืน

เลยนอนไม่ค่อยหลับ

นี่หากไม่เกรงใจ...

อยากจะนอนแก้ผ้าให้รู้แล้วรู้แร่ดไปเลย

แต่เกรงใจผีสางเทวดา!!!

โปรแกรมเช้านี้

พวกเราตั้งใจจะไปชมดอกไม้นานา ณ ใจกลางเมืองกรุง

ณ สวนหลวง ร.9

(เคยเห็นดอกไม้สวยๆจากเอนทรี่ของ Bg พิทักษ์)

ดังนั้น มาเมืองกรุงทั้งที...

หากไม่ได้ไปชมความงามของเหล่าดอกไม้นานา

ใจกลางเมืองหลวงก็เสียเที่ยวเปล่านะซิ

กินข้าวเสร็จสรรพ

รถของกองทัพอากาศนำครูและนักเรียนร้อยกว่าชีวิต

มุ่งหน้าสู่สวนหลวง ร.9

ทันที่ที่รถแล่นเข้าสู่สวนหลวง ร.9

เราจะเห็นได้ว่า

ณ ที่แห่งนี้

นักเรียนจะไปเที่ยวตรงไหนก็ได้..ให้เวลาครึ่งวัน

ส่วนคุณครูก็พักแป๊บ!!

 

คือ ปอดแหล่งใหญ่ของคนเมืองกรุง

เพราะตั้งแต่เข้าเมืองกรุงมาเป็นวันที่ 2

เพิ่งหายใจโล่งจมูกก็วันนี้แหละ

ดอกไม้ชนิดแรกที่บานสะพรั่งรับพวกเรา ทันทีที่รถแล่นมาถึง

 

ผู้คนที่รัก “สุขภาพ” หลากหน้าหลายตา

มาวิ่ง มาออกกำลังกายกันอยู่ทั่วไป

รำโยคะ(หรือเปล่า?)

ท่านี้..อยากจะลองทำบ้าง...แต่เกรงใจพุง

 

สวนหลวง ร.9 ดูเหมือนจะกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

สวนหลวง ร.9 เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์

ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร

มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่

เล่นเป็นเด็กๆ(ซักวัน)

ออกลิงออกค่าง...กันเต็มที่

ดอกไม้นานาพรรณ

อยู่ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร

(ข้อมูลจาก http://www.thai-tour.com/attraction/สวนหลวง)

และแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของสวนหลวง ร.9

 

เหนื่อยแล้ว..ขอพักหน่อย

สวนหลวง ร.9

จัดสร้างขึ้นเนื่องจากแนวคิดที่จะสร้างสวน

น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อ พ.ศ. 2525

 

โดยท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาคเป็นผู้นำ

ร่วมกับแนวคิดของกรุงเทพมหานคร

ที่ต้องการพื้นที่รับน้ำ และปรับปรุงระบบระบายน้ำให้มีความต่อเนื่อง

มีที่พักน้ำท่วมขังก่อนถ่ายเทออกแม่น้ำเจ้าพระยา

เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อคราวน้ำท่วมกรุงเทพฯ พ.ศ. 2523

(ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki)

ลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักของสถานที่แห่งนี้

คือ “หอรัชมงคล”

ลักษณะอาคารเป็นรูปเก้าเหลี่ยมด้านเท่าหลังคาโครงสูง

ประกอบด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองอันเป็นสีวันพระราชสมภาพ

เป็นศิลปกรรมประยุกต์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์

ตั้งอยู่บนเนิน 9 ระดับ ภายในมีห้อง 9 ห้อง

ฝาโดยรอบเป็นกระจกให้ประชาชนชมได้จากภายนอก

ณ ที่แห่งนี้มีจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ

และเครื่องใช้ส่วนพระองค์

พื้นที่แต่ละจุดได้จัดแสดงพืชพรรณต่างๆไว้มากมาย

พรรณไม้ทะเลทราย

รวมทั้งพรรณไม้ที่หายากไว้ให้ผู้คนได้เข้าชมกัน

โดยแบ่งพื้นที่แต่ละโซนไว้เป็นพืชพรรณแต่ละประเภท

 

รวมทั้งจัดเป็นสวนนานาชาติ

เช่น สวนอังกฤษ สวนญี่ปุ่น เป็นต้น

ภายในสวนอังกฤษ

นอกจากนี้ ก็ยังมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ให้คนเมืองกรุงได้พักผ่อน..และหายใจกันเต็มปอดอย่างไม่ต้องกังวลใจ

และที่ถูกใจสุดๆ คือ

ที่นี่มีนกจำนวนมากมาย...

บินไป บินมาผ่านจมูกไปเห็นๆ

แต่เป็นนกสวนเสียเป็นส่วนใหญ่

(งานนี้ไม่มีนกป่าอีกตามเคยค่ะท่าน บก.ชาลีขา)

เดี๋ยววันหลังจะเอารูปน้องนกมาฝากกันดูเล่นๆนะคะ

จะได้เห็นหน้าค่าตากันว่า มันแตกต่างจากนกถิ่นอื่นอย่างไร?

นกเมืองหลวงมันจะพูดภาษาเมืองหลวง

หรือจะอู้กำเมือง หรือว่าจะแหลงใต้กันแน่?

ทั้งครู ทั้งเด็กตื่นเต้นกับดอกไม้หลากสี สวยงาม

วิ่งเข้าหาดอกไม้เพื่อถ่ายรูปตัวเองกับดอกไม้ไว้เป็นที่ระลึก

 

จนชบาตานีแอบจิกเล็กๆ ว่า

“ระวัง..ดอกไม้มันจะเฉาเอานา

ที่หน้าตาของเราไปทำให้ดอกไม้นั่นเศร้าหมอง”

พูดเสร็จก็ต้องรีบฉิ้ง..กลัวโดน “ตึ๊บ”

(โดยส่วนตัวไม่ค่อยกล้าถ่ายรูปคู่กับดอกไม้..สงสารดอกไม้มัน)

บอกตรงๆว่า...

ตั้งแต่มาเมืองบางกอกหลายเที่ยว

เพิ่งมาถูกใจธรรมชาติแห่งเมืองหลวงก็ตรงจุดนี้แหละ

ถ่ายรูปไม่ดูป้ายเล้ยยยยยยย!!!

นั่งแค่หัวกะได..มันเป็นไร!!

สงสัย..เหนื่อย...ไม่มีที่นอน

ภาพลบๆของเมืองหลวงก็เพิ่งเริ่มบวกขึ้นก็ครั้งนี้แหละ

แหม๋...เมืองบางกอกก็มีดีอยู่โขเหมือนกันนะเนี่ย!!!

แต่ยังติดใจอยู่นิดนึงตรงที่...

“ทำไมคนเมืองหลวง(บางคน)....จึงมักง่าย

ชอบทิ้งขยะ...ไม่เป็นที่เป็นทาง"

ยิ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญเช่นนี้ด้วยแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง

เพราะสถานที่ที่เราควรช่วยกันดูแลรักษาให้สวยงาม

ให้สมเจตนารมย์ของคนสร้าง

ที่ต้องการสร้างสวนแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเทิดพระเกียรติพ่อหลวงของเรา

ไม่ได้ช่วยกันรักษาดูแลแล้ว.....ยังมาทำมักง่ายอีก...

ผลงานที่เห็นเป็นฝีมือของใคร...?

ขอมันผู้นั้น “มือกุด” หรือไม่ก็ “มือด้วน”

เพี้ยง!!!

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net