วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

" แกงเขียวหวานปลาดุก " : สูตรคุณยายแบบถึงเครื่องไปหมด อร่อยมากๆ !!!


ห่างเหินจากการเข้าครัวฝีมือคุณยายไปเสียนาน เพราะผมติดภารกิจไปออกบูธที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเพื่อไปนำเสนอเรื่อง การเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก และจำหน่ายน้ำฟักข้าว (อ่านเรื่องเก่า คลิกที่นี่) ช่วงนั้นเลยไม่มีเวลาเข้าครัวสักเท่าใด

วันนี้ (23กพ.56) พอมีเวลาว่าง และวันนี้ก็เป็นวันหยุดหลายวัน คุณยายเลยบอกว่าจะทำ "แกงเขียวหวานปลาดุก" ให้ทาน แถมซื้อขนมจีนเตรียมรอไว้ให้อีก 1 กิโลกรัม เลยกลายเป็นเมนู "ขนมจีนแกงเขียวหวานปลาดุก" ผมเลยขอตามคุณยายเข้าครัวไปบันทึกภาพมาให้เพื่อนๆ ได้ทานกันในวันนี้นะครับ

ขอเชิญเพื่อนๆ ไปเข้าครัวไปกับคุณยายกันได้เลยครับ ...

ตอนเช้าคุณยายสั่งปลาดุกจากรถกับข้าวที่วิ่งในหมู่บ้านให้เอาปลาดุก และให้หั่นชิ้นใหญ่ๆ มาด้วย 1 กิโลกรัม (@100 บาท) ได้มาประมาณ 16-17 ชิ้น ได้เนื้อปลามาแล้วก็นำมาล้างน้ำทำความสะอาดกันก่อนนะครับ

 

เครื่องพริกแกงจากทางใต้ (นครศรีฯ) คุณยายให้เพื่อนซื้อเครื่องแกงหลากหลายชนิด จากเจ้าประจำเมืองคอน ส่งมาทางไปรษณีย์ และนำมาเก็บแช่ตู้เย็นเอาไว้ วันนี้ใช้เครื่องแกงเขียวหวาน 2 ถุง (@20บาท)

 

ใช้มะเขือเปราะ 1 กก.(@35บาท) นำมาผ่าครึ่งลูก

 

 เตรียมพริกขึ้หนู เด็ดจากรั้วหลังบ้าน ใช้แบบนี้เลย ไม่ต้องทุบ

 

เก็บใบโหระพา และใบมะกรูดจากหน้าบ้านมาเตรียมพร้อมใส่ในแกงให้พร้อม

 

ตรงนี้ก็เป็นเคล็ดลับความอร่อยของแกงหม้อนี้ก็คือ "กะทิที่คั้นสดๆ" เพราะใส่แล้วจะอร่อยกว่ากะทิกล่องมากๆ ความอร่อยเทียบกันไม่ได้เลย คุณยายใช้มะพร้าวขูด 1 กก.(@45 บาท) มาคั้นน้ำแบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ....

 

ส่วนที่ 1. หัวกะทิ ประมาณ 300 ซีซี (ประมาณกะด้วยสายตา) - ใช้ใส่ตอนสุดท้ายเมื่อทุกอย่างเสร็จแล้ว

 

ส่วนที่ 2. หางกะทิ - ประมาณ 1 ลิตร(ประมาณกะด้วยสายตา) ใช้ใส่ตอนการทำอาหารตอนช่วงกลางๆ

 

ส่วนที่ 3. หัวกะทิ - ประมาณ 500 ซีซีหรือครึ่งลิตร(ประมาณกะด้วยสายตา) ใช้ใส่ช่วงแรกของการทำอาหาร

เริ่มต้นการปรุงกันเลยนะครับ

ให้นำกะทิส่วนที่ 3 นี้นำมาใช้ปรุง โดยตั้งไฟให้กะทิเดือดก่อน

 

แล้วจึงนำกะปิ (หรือ"เคย") มาใส่สักเล็กน้อย กะปิที่ใส่คุณยายบอกว่าเป็นกะปิแกง ไม่ใช้เป็นกะปิตำน้ำพริกนะครับ รสชาติจะต่างกัน จากนั้นก็คนจนกะปิและกะทิเข้ากัน

 

ตามด้วยเครื่องแกงเขียวหวาน 2 ถุงใส่ลงไปในหม้อ

 

จากนั้นก็คนๆๆ และคนๆๆ...ให้ทุกอย่างเข้ากัน วันนี้น้องมะเฟืองไม่ได้ไปโรงเรียนเลยมาช่วย(ยุ่ง)คุณยาย ได้เรียนรู้การทำอาหารจากคุณยาย ส่วนน้องมะเหมี่ยววันนี้ไปสอบเข้าโรงเรียนใหม่(ป.6 ขึ้น ม.1) เลยไม่ได้อยู่บ้านครับ

 

เมื่อเครื่องแกงเข้ากันดีแล้ว คุณยายก็นำน้ำตาลทรายมาใส่ลงไป 2 ช้อนกินข้าวครับ

 

คนเครื่องแกงและน้ำตาลให้เข้ากัน และปล่อยให้เครื่องแกงเดือดปุด ปุด..ขึ้นมา 

 

จากนั้นก็นำปลาดุกทั้งหมดค่อยๆ ใส่ลงไปนอนในหม้อทุกชิ้นเลย

 

เมื่อปลาดุกลงไปอยู่ในหม้อทุกชิ้นแล้ว ...

 

คุณยายก็นำ"หางกะทิ"ที่เตรียมไว้นำมาใส่อีกครั้ง เพื่อให้อาหารวันนี้มีความมันและอร่อยมากขึ้น

 

จากนั้นก็ปล่อยให้ปลาดุกสุก และตอนนี้น้ำเครื่องแกงก็เดือดพล่านไปด้วยแล้ว

 

จากนั้นก็นำมะเขือเปราะมาใส่

 

ตามด้วยพริกขึ้หนูเม็ดมาใส่ลงไปในหม้อพร้อมกันทั้งหมดเลย

 

ระหว่างนี้คุณยายก็ชิมรสชาติไปด้วย ขาดรสใดคุณยายก็ใส่เพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อย

 

จากนั้นก็นำใบโหระพาและใบมะกรูดมาใส่บนหน้าแกงฯ จากนั้นก็คนให้เข้ากันทั้งหมดอีกครั้ง

 

เมื่อทุกอย่างสุกหมดแล้ว คุณยายก็นำ"หัวกะทิ" มาใส่รอบสุดท้าย

(เห็นการใส่กะทิของคุณยายแล้วรับประกันได้ถึงความมัน ความอร่อยของแกงหม้อนี้แน่นอนครับ)

ปล่อยให้แกงเดือดอีกครั้ง จากนั้นก็ปิดไฟ เพื่อนๆ เตรียมล้อมวงเข้ามารับประทานกันได้เลยครับ...

อ้อ ! คุณยายขอแบ่งตักใส่ชาม เพื่อไว้ตักบาตรตอนเช้าพรุ่งนี้ก่อนนะครับ

 

เห็น "แกงเขียวหวานปลาดุก" เพื่อนๆ อยากทานกับ "ข้าวสวย" หรือ "ขนมจีน" ดีครับ?

 

ส่วนผมขอรับเป็น "ขนมจีน" ละกันนะครับ เพราะวันนี้คุณยายซื้อมาเตรียมไว้ทาน 1 กก.

 

 ตักแกงเขียวหวานปลาดุกราดขนมจีนให้ชุ่มไปเลย  เอ้.. จะใส่ผักเหนาะอะไรดีหนอ?

 

นึกขึ้นได้ว่ามีถั่วงอกในขวดพลาสติกเหลืออยู่ในตู้เย็นอีก 1 ขวด เลยจัดการเอามาทานกับแกงในวันนี้ซะเลย (อยากรู้วิธีเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก คลิกที่นี่ )

 

 เมื่ออาหารและผักทุกอย่างพร้อมแล้ว ขอเพื่อนๆ เข้ามาล้อมวงและทานกันได้เลยครับ

หวังว่าเพื่อนๆ คงมีความสุขกับการทาน "แกงเขียวหวานปลาดุก" ฝีมือคุณยายในวันนี้นะครับ 

เพื่อนๆ จะรับคนละกี่จานกันดีครับ ?? ไม่ต้องเกรงใจ ทานให้พุงกางไปเลย รับรองได้เลยว่า "หร่อยจังฮู้" 

ถ้าอยากใส่ถุงกลับบ้าน บอกด้วยนะครับ จะได้เตรียมไว้ให้ก่อนกลับกันนะครับ

-666-

โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net