วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สีน้ำฟ้า ถูกชิงตำแหน่งผู้จัดเกินค่ะ !!!


สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกเกอร์ที่น่ารัก

 

    อย่างที่ทุกท่านทราบค่ะ สีน้ำฟ้าทำงานที่เกาะพีพี ช่วงนี้หน้าไฮ แม้จะไม่สนุกสนานในการขายเหมือนปีก่อนๆ แต่เราต้องทำงาน ประมาณ 9 โมงเช้า ถึงราวๆ ตีสองของทุกวัน ไม่มีวันหยุดเป็นปกติ ยกเว้นว่าป่วย หรือว่ามีธุระจำเป็นต้องขึ้นฝั่งค่ะ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น สีน้ำฟ้าถูกชิงเก้าอี้ผู้จัดการ โห-- ทำมาตั้ง 10 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 11 แล้วนะคะ สีน้ำฟ้าตกงานเสียแล้ว สดๆ ร้อนๆ เลยค่ะ  ทำไมนางช่างกล้าเช่นนี้ ช่างกล้าจริงๆ

 

โฉมหน้า ผู้จัดการสาว 

ชื่อ นางสาวเมรี่ (เวลาฝรั่งออกเสียงมักจะกลายแมรี่ ซะงั้น)

 

     ประวัติของผู้ชิงตำแหน่ง นางสาวเมรี เป็นลูกสาวของแม่สีเทาควันบุหรี่ กับพ่อสีขาว ลายกระรอกแซมๆ  แม่ของนางสวยมาก แต่นางสาวเมรีออกมาเหมือนพ่อ เลยออกจะขี้เหร่นิดๆ  เนื่องจากแม่สีเทาเป็นแม่ที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ คลอดลูกมากี่ครั้งๆ ครั้งละ 3-4 ตัวไม่ทำลูกตายก็ทิ้งลูกให้กลายเป็นเด็กเร่ร่อนตั้งแต่ยังไม่ครบสองเดือนดี นางแม่สีเทาแร่ดๆ ไปหาผู้ชายใหม่ตลอด

จำบ้านบังดิดได้ไหมคะ.. ในเอ็นทรี่อ้ายเอี้ยงคราวที่แล้ว นางสาวเมรีเกิดบนหลังคาบ้านบังดิด มีพี่น้องอีก 2 ตัว แต่เรายังหากันไม่พบ ไม่ทราบว่าแม่สีเทาพาลูกไปที่ไหนแล้ว ล่าสุดที่เห็น นางแม่สีเทาทำท่าแร่ดๆ สะบัดหางให้ผู้ชายตามต้อยๆ ไม่รู้กี่วันผ่านไปแล้ว

 

บ้านเกิดนางสาวเมรี อยู่ในโพรงหลังคาบ้านบังดิด

 

ย้อนหลังไปเล่าถึง ประมาณอาทิตย์ที่แล้ว เวลาประมาณเที่ยงคืน ฝรั่งนักท่องเที่ยว นั่งคุย นั่งดื่มกันตรงระเบียง บ้านเราอยู่ฝั่งตรงข้าม จะเห็นชัดเจน เด็กหญิงแมว ซึ่งตอนนั้นยังไม่ทราบชื่อ คาดว่าอายุประมาณ สามอาทิตย์ ฉีกปากร้องแมวๆ ดังลั่น ซึ่งเป็นปกติของที่ทางแถวนี้ แมวเยอะมาก จนเป็นเรื่องปกติที่แมวจะร้องกันเมียวมาวๆ

ฝรั่งนั่งอยู่ด้านบนระเบียงดื่มไป คุยไป ไม่มีใครสนใจเด็กหญิงแมว ช่างน่าสงสารอะไรเช่นนั้น -- โถๆๆ ผู้เขียนซึ่งวันนั้นหนีไปนอนหัวค่ำ ได้ยินเสียงแมวร้องดังลั่นขนาดนั้น ตื่นมาตามหาเสียง ร้านเรายังไม่ปิด มองไปฝั่งตรงข้าม ชัดเจน.. นางแมวแม่สีเทาอยู่บนระเบียง วิ่งวนเป็นเดือดเป็นร้อน เพราะเด็กหญิงแมวเธอกำลังกลัวมาก ฉีกปากร้อง แม่ๆ แมวๆ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ผู้เขียนจึงพยายามตะโกนแข่งเสียงร้องของเด็กหญิงแมว แต่ฝรั่งนักท่องเที่ยว 3-4 คนก็ไม่สนใจ ในร้านเราตอนนี้ไม่มีลูกค้า น้านพ-(กระบี่ทูเดย์-คู่กรรมคู่สร้างของผู้เขียนเองค่ะ) นี่ก็นั่งครอบหูฟังดูรายการอะไรสักอย่างจากเว็บไซต์ "ไม่ได้สนใจอะไรเล้ย ทั้งไทย ทั้งเทศ"

ผู้เขียนได้ยกหูฟังออกจากหูของน้านพ ชี้ให้ดู ทีนี้มีคนเดินผ่านทางเริ่มสนใจ เพราะเรายืนชี้ๆ อยู่ ทุกคนหยุดดูให้ความสนใจขึ้นมาทันที น้านพวิ่งขึ้นไปบนบ้านบังดิด แต่ก็นะ น้าตัวไม่โต แขนขาก็สั้น ล้วงลงมาไม่ถึง หลังคากับระเบียงต่างระดับกันพอสมควรล่ะค่ะ

 

เด็กหญิงแมวหล่นจากบ้านเกิด ลงมาสงสัย 2-3 กระเด้ง เลยตกมาที่หลังคาสีเขียวๆ 

 

ผู้เขียนตะโกนขึ้นไปว่า ให้น้าขอให้ฝรั่งชายตัวสูง โย่งที่สุดในกลุ่มช่วย คนข้างล่างเริ่มมุง และลุ้น ฝรั่งชายนายนั้นก็ใจดีเหลือหลาย ปีนระเบียงออกมาข้างนอก แต่อย่างที่เห็นค่ะ หลังคาไม่แข็งแรงมากพอที่จะรับน้ำหนักฝรั่งตัวโต สูง ราวๆ 180 เซนติเมตร หนักราวๆ 60 กิโลกรัมได้ ตัวฝรั่งคนนั้นก็ทราบดี เขาจึงเหยียบระเบียง แล้วค่อยๆ หยั่งขาข้างหนึ่งลงมาบนหลังคา ไม่ลงน้ำหนักเต็ม เด็กหญิงแมวขู่แฟ่ดๆ ทำท่าเหมือนงูจะฉกคน

ผู้เขียนโยนลังกระดาษสี่เหลี่ยมขึ้นหลังคา เป็นลังใส่เหล้ายี่ห้อหนึ่ง ฝรั่งหนุ่มใจดีคว้าติด ก็พยายามเอาลังช้อน เด็กหญิงแมวตกใจ ยิ่งตื่นกลัว ขู่ก็ขู่ ร้องก็ร้อง ทำท่าฉก เสียงดังแฟ่ดๆ

คนผ่านทางมา 3-4 คน ต้องหยุดอยู่กับที่ มองขึ้นไปยังจุดเดียว ลุ้นๆ ลุ้นกันทุกคน เด็กหญิงแมววิ่งพล่านไปทางซ้าย ไปทางขวา ฝรั่งชายใจดีพยายามเอาลังกระดาษช้อนแต่ไม่ติด จนตัดสินใจหลับหูหลับตาคว้าตอนที่เด็กหญิงแมววิ่งลอดขาข้างที่เขาหย่อนลงมาเหยียบหลังคา

โอ๊ะ-- อารามตกใจ เด็กหญิงแมวคงกลัวมาก ร้องเสียงดังแว๊ก !! ฝรั่งคว้าติดช่วงลำตัว เขาเกือบจับเด็กหญิงแมวโยนขึ้นระเบียง แต่ชะงักเสียก่อน เด็กหญิงแมวเธอเล็กมาก เขายั้งมือไว้ทัน น้ารีบยื่นมือมารับตัวไปกอด เอามือปิดตาเด็กหญิงแมวไว้ นางแม่สีเทาวิ่งหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ 

เฮ้อ-- เด็กหญิงแมวถึงมือน้าอย่างปลอดภัย ทุกคนปรบมือเสียงดังลั่นบริเวณ น้าอุ้มเด็กหญิงแมวลงมาข้างล่าง ผู้เขียนส่งลังใบเดิมที่ฝรั่งจับโยนลงมาให้ น้าจัดการเอาเด็กหญิงแมวใส่ลัง เมื่อไม่เห็นใคร อยู่ในลังมืดๆ เด็กหญิงแมวก็สงบลง คืนนั้นเราเอาลังที่ใส่เด็กหญิงแมวใส่ในตะกร้า ปิดล็อกไว้อย่างดี  เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องจำกัดบริเวณ ด้วยความหวังดี เด็กหญิงแมวเธอคงเข้าใจ

เป็นคืนที่ยาวนานของเด็กหญิงแมว ที่ต้องเรียนรู้ กลิ่นของมนุษย์ เรียนรู้บรรยากาศรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงจากชีวิตประจำวันไปทุกๆ อย่าง น้าพยายามลูบหลังลูบไหล่ เกาคางให้เด็กหญิงแมวเป็นระยะๆ เว้นช่วงประมาณ 15 นาที - 30 นาที จนกระทั่งเราปิดร้าน คืนนั้นเด็กหญิงแมวหลับเงียบไปด้วยความอ่อนเปลี้ยเพลียแรง

นางแม่สีเทาร่ำเรียก ร้องเรียกหาเด็กหญิงเมรี อยู่ 2 วัน ระหว่างวัน ยามว่างก็คอยสะบัดหาง อ่อยผู้ชายให้เดินตาม ร่อนไปทั่ว เวลาเดียวกันที่แม่เรียกหาลูก พ่อสีขาวลายกระรอกก็ไม่ได้สนใจอะไร มากินข้าวที่หน้าบ้านผู้เขียน 2-3 วัน วันละ 2 มื้อ ลูกตัวเองอยู่ข้างใน ยังถูกจำกัดบริเวณในตะกร้า

 

 

แม่สีเทาเริ่มห่างจนหาย และพ่อสีขาวลายกระรอก ก็ห่างจนหายเหมือนกัน

ณ ปัจจุบันเธอและเขาหายไป ไม่เห็นหน้าอีกแล้ว

 

 

แต่ก่อนที่แม่สีเทาจะหายไป มีครั้งหนึ่ง ราวๆ สักวันที่ 3 ที่เด็กหญิงเมรีในตะกร้า ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกแล้ว น้านพอุ้มเด็กหญิงเมรี ชูขึ้นไปให้แม่สีเทาดู นางแม่สีเทามอง สบตาเด็กหญิงเมรีนิ่งๆ นางมองมาจากบนหลังคาสีเขียวที่นางทำลูกหาย สายตาของความเป็นแม่ นิ่ง เนิ่นนาน จากนั้นนางก็ทำความสะอาดให้ตัวเองด้วยการเลียหลังซ้ายครั้ง ขวาครั้ง กระโดดขึ้นระเบียงหายไปจากสายตาลูกน้อย ไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกเลย

ดูเหมือนมนุษย์จะใจร้าย พรากลูกพรากแม่ แต่ว่าถ้ามองด้วยเหตุผล ว่าหากเราไม่รับอุปการะ เด็กหญิงแมว ไม่รู้วันดีคืนดีตอนไหน นางแม่สีเทาจะทำลูกตกจากหลังคาอีก ประสบการณ์จากลูกคลอกที่แล้ว นางแม่สีเทาไม่ดูแลลูกให้ดี จากจากหลังคาสูงสุด จุดที่นกกระจกจู้ฮุกกรูกัน ลงมาพื้นถนนจนแน่นิ่ง นึกว่าเหมียวน้อยจะตาย เพราะนิ่งไปเป็นนาน และแล้วแมวก็คือแมว เหมียวน้อยลุกขึ้นแบบสะลึมสะลือ เราเก็บไปคืนให้นางแม่สีเทา จากนั้นนางก็ทำลูกตกอีก 3-4 หน จนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางเอาลูกหนีหายไป เราไม่เห็นอีกเลย บังดิดเก็บแมวที่แห้งตายมาจากหลังบ้าน ไปฝังถึง 3 ตัว ทยอยตายทีละตัวๆ คาดว่าเป็นลูกของนางสีเทานี่แหละ

ตามตัวเด็กหญิงเมรี มีแต่แผล เหมือนกลากหรือเกลื้อน หรืออะไรที่กัดกินเนื้อนิ่มๆ จนขนแหว่งวิ่น จมูกยังเป็นแผลเป็น รอยด่างที่เราพยายามทายาให้ เมื่อพิจารณาดังนั้น ผู้เขียนตัดสิน ยอมเป็นคนใจร้ายพรากลูกพรากแม่ ระหว่างเด็กหญิงเมรีกับนางแม่สีเทา

 

--------

วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก หนึ่งอาทิตย์แล้ว

เด็กหญิงแมว เป็น เด็กหญิงเมรี

 

 

นะ --  อ้อนแต่กับผู้ชายหน้าตาดี

 

ภายใต้การดูแล ประหงมประหงม จากชายคนนี้

 

เด็กหญิงเมรี โตกับนม อาหาร ป้อนผ่านซิลลิ่ง (เข็มฉีดยา)

อาหารเม็ดธรรมดา ต้องเอาบดพิเศษ ปรับสภาพให้พอกินได้

 

จากกินน้ำ กินนม ไม่เป็น ชายคนนั้นฝึกสอนจนโตเป็นสาวแล้ว

วันเวลา ผ่านไป.. ผ่านไป หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นเอง จากเด็กหญิงขี้กลัว

 

ดูท่าทางของนางสิ.. ชิ ...

 

นางสาวเมรี เธอทอดเรือนร่าง ขึ้นแท่นผู้จัดการเต็มตัว

 

เธอใช้ร่างกายเป็นสิ่งเรียกร้องความสนใจ

 

วันๆ เอาแต่เล่น ไม่เห็นสนใจทำงาน

 

หันหลังให้ลูกค้าตลอด แต่อยากนั่งตำแหน่งผู้จัดการ ชิงเก้าอี้ผู้เขียนซะงั้น

 

แอบหนีไปงีบเวลางานอีกต่างหาก

 

ดูตะ ดู่ ดู้ ดูเธอทำ 

 

 

จากเด็กหญิงแมว ขี้กลัว เธอใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงแมวเพียง 1-3 วัน ตอนนี้นางเป็นสาวแล้ว นางสาวเมรี อายุเพียง 1 เดือน(โดยประมาณ) ได้เลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการ นั่งตำแหน่งแทนผู้เขียนไปเรียบร้อยแล้ว โอ-- เศร้าอะไรเช่นนี้

ในเมื่อตกงาน เลยมีเวลามานั่งเขียนบล็อก เฮ้อ -- ร้านไหน บริษัทไหน รับคนแก่ทำงานบ้างคะ ผู้เขียนจะส่งใบสมัครไปค่ะ พร้อมทำงานทันที เอ้า -- จริง จริ๊ง  

 

 

พูดเรื่องจริงนะเนี่ย เศร้านะเนี่ย ยิ้มกันทำไม ฮือๆ .. ฮือๆๆ  

 

โกรธ -- ผู้เขียน โกรธ จริงๆ แล้วนะ 

 

ดูนางสาวเมรีสิ.. แผลที่ตะหมูกก็ยังไม่หายดี นางซ่าซะขนาดนี้

ดู ดู๊ -- ชิ --

 

ตะแหล้ม ตะแหล้ม ตะแหล้ม  

 

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net