วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตัวเลขที่น่าตกใจ : 'สภาพัฒน์' ชี้คนไทยอ่วมหนี้พุ่ง อาชญากรรมเพิ่ม


 'สภาพัฒน์' ชี้คนไทยหนี้ครัวเรือนพุ่ง 2.9 ล้านล้านบาท ระบุกว่าร้อยละ 21 เป็นสินเชื่อซื้อรถยนต์ เผยตลอดปี 55 ปัญหาอาชญากรรมน่าเป็นห่วง เหตุคดีอาญารวมสูงขึ้นทุกประเภท เฉพาะยาเสพติด มีการรับแจ้งกว่าแสนคดี ขณะที่การกระทำความรุนแรงเด็ก-สตรี พบเยาวชนหญิงอายุ 10-15 ถูกล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด

             ตัวเลขที่น่าตกใจนี้มาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.) เปิดรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่และภาพรวมตลอดปี 2555 โดย นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการ สคช. เปิดเผยว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวของสังคมไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในช่วงไตรมาสสี่และภาพรวมตลอดปี 2555 พบว่า ขณะนี้ืสังคมไทยยังน่าเป็นห่วงอยู่ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะครัวเรือนไทยเสี่ยงต่อการเป็นหนี้ซ้ำซ้อน เหตุจากการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มียอดค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภค รวมมูลค่าถึง 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งกว่าร้อยละ 21 เป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินเชื่อซื้อรถยนต์ สินเชื่อซื้อรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 33 และสินเชื่อเพื่อบริโภคส่วนบุคคล ร้อยละ 29

            ขณะที่ตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้ ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอ้างอิงจากรายงานการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนของสินเชื่อภายใต้การกำกับนั้น เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 28 ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิต ร้อยละ 3 นอกจากนี้ตัวเลขหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลก็เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.5 ซึ่งขัดแย้งกับอัตราการออมภาคครัวเรือนที่ลดลงต่ำเพียง ร้อยละ 5 ของ จีดีพี ซึ่งข้อมูลในปี 2554 ระบุว่า ร้อยละ 54 ของครัวเรือนไทยนั้น ไม่มีความสามารถในการออมเงิน

          "ในช่วงไตรมาสที่สี่และภาพรวมตลอดทั้งปี 2555 ที่ผ่านมา เราพบว่าอัตราการก่อหนี้ ของครัวเรือนไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับความสามารถในการชำระหนี้จึงต้องคอยจับตามอง หลังจากผ่านช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ที่ทางบริษัทรถได้ทยอยส่งมอบให้ลูกค้า ว่าการผิดนัดชำระหนี้จะเพิ่มขึ้นสูง ตามแนวโน้มปี 2555 หรือไม่" นางสุวรรณี กล่าว

          นางสุวรรณี กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ด้านสังคมนั้น พบว่า ปัญหาอาชญากรรมยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ที่จะต้องวางมาตรการและเฝ้าระวังปัญหาอย่างต่อเนื่อง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เนื่องจากจำนวนคดีอาญารวมในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นทุกประเภท ซึ่งคดีที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือคดียาเสพติด ร้อยละ 83 มีการรับแจ้งคดีมากถึง 100,401 คดี เพิ่มขึ้นจากไตรมาสสี่ปี 2554 ร้อยละ 17 และไตรมาสสามปี 2555 ร้อยละ 12 โดยตลอดทั้งปี 2555 คดีความเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 5

          "กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเด็กและเยาวชน เพราะพบว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของนักค้ายาเสพติด โดยใช้วิธีการกระจายยาเสพติดลงไปในชุมชน ซึ่งจากข้อมูลระบบติดตามและการเฝ้าระวัง ระบุว่าในปี 2555 เยาวชนช่วงอายุที่เข้ารับการบำบัดมากที่สุดคือ 18-24 ปี โดยขณะเดียวกันกลุ่มอายุ 12-17 ปี ก็มีแนวโน้มเข้าบำบัดเพิ่มขึ้น จากปี 2554 กว่า ร้อยละ 68" นางสุวรรณี กล่าว

          นางสุวรรณี กล่าวว่า ในไตรมาสนี้ประเด็นเฝ้าระวังที่สำคัญ คือ การกระทำความรุนแรงในเด็กและสตรี จากสถิติในปี 2554 ระบุว่า มีผู้มารับบริการศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขึ้นเป็น 22,565 ราย เฉลี่ย 62 รายต่อวัน จาก 11,242 ราย ในปี 2548 ขณะที่รายงานความรุนแรงในครอบครัว ของสำนักกิจงานสตรีและสถาบันครอบครัว ในปี 2555 พบเพิ่มขึ้นเป็น 727 ราย จากเพียง 51 ราย ในปี 2551

          "สัดส่วนของเด็กที่ถูกทำร้ายนั้น จะเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 8 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้จะถูกกระทำความรุนแรงในช่วงวัยรุ่น คือ อายุ 10-15 ปี และโดยใหญ่เป็นการกระทำความรุนแรงทางเพศมากเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 74 ซึ่งสอดรับกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ที่ผู้ถูกระทำส่วนมากเป็นฝ่ายหญิง อายุระหว่าง 25-45 ปี โดยเป็นการทำรายร่างกายจากคู่สมรส ร้อยละ 74 และแฟน ร้อยละ 65" นางสุวรรณี กล่าว

          นางสุวรรณี กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา การกระทำความรุนแรงในเด็กและสตรี ขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีการวางแผนไว้ 2 ระยะ คือ ในระยะสั้นจะเร่งดำเนินการ ปรับปรุงระบบให้บริการประชาชน สามารถเข้าถึงการให้ความรู้และคำปรึกษา ในการดูแลเด็กและบุตรหลาน ทั้งด้านพัฒนาการทางอารมณ์และพัฒนาการด้านร่างกาย ส่วนในระยะยาวก็มีการตั้งเป้าหมายการดำเนินการเพื่อลดอัตราการเกิดปัญหาด้านสังคม 4 ด้าน คือ 1.ปัญหาท้องในวัยเรียน 2.ปัญหาการค้าแรงงานเด็ก 3.ปัญหาการค้ามนุษย์ และ 4.ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยทางหน่วยงายส่วนกลางจะทำการประสานไปยังหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลปัญหาทั้งหมด ตั้งแต่ในระดับตำบล เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ของผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว

          นางสุวรรณี กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ด้านการเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังโดยรวม พบเพิ่มขึ้น ร้อยละ 57 โดยมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงกว่าไตรมาสที่สี่ ปี 2554 เกือบ 3 เท่าตัว ในขณะที่ภาพรวมในปี 2555 พบผู้ป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น จากปี 2554 ร้อยละ 16 ซึ่งโรคที่พบมากและมีอาการรุนแรงขึ้น ได้แก่ โรคปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ ไข่เลือดออก และโรคมือ เท้า ปาก ส่วนการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนั้น ก็ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ร้อยละ 11 จากปี 2554 ด้วยเช่นกัน โดยโรคที่พบมากที่สุดคือโรคความดันโลหิต

 

โดย นายหัวไทร

 

กลับไปที่ www.oknation.net