วันที่ อังคาร มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 23 - ภูชี้ฟ้า


'

.

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 23 - ภูชี้ฟ้า

 

หน้าปก

->

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

ระยะทาง 25 กิโล จากดอยผาตั้งไปภูชี้ฟ้า เป็นช่วงที่เปลือกโลกสวยที่สุดช่วงหนึ่งเท่าที่ผมได้พบด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมด นึกอยากให้โลกหมุนช้าลงเพื่อจะได้เปลี่ยนจากบิดเป็นเดิน เพื่อจะได้ชมโลกได้เท่าที่ใจต้องการ

ผมรู้ ถ้าจะให้สมปรารถนาก็มีทางเดียวคือต้องออกแบบที่ตัวเอง ไม่ใช่ไปสร้างเงื่อนไขกับการหมุนของโลก

 

เมื่อกี้ผมจอดอยู่ใกล้ต้นไม้สีแดงสองต้นนั้น

 

มันคือต้นอะไร ต่างชนิดกับข้างบน

 

ยิ่งคิดมนุษย์ก็ยิ่งตัวเล็ก จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่คิด เพราะมนุษย์ก็ตัวเล็กจริงๆ งั้น อะไรหนอทำให้ที่มนุษย์ ‘เข้าใจว่า’ ตัวเองใหญ่

 

ถนนสายสวย

 

ถนนที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือความไม่คุ้นตา ในแง่หนึ่งมันคือการพัฒนา คือการเชื่อมโยง คือการเข้าถึง

ถนนสายสวยๆ ที่ถูกตัดเลียบภูเขา สำหรับ ‘คนแถวนั้น’ ประโยชน์สูงสุดอาจคือการขนส่งผลผลิตการเกษตรที่สะดวกขึ้น นั่นหมายถึงรายได้ และสุดท้ายมันหมายถึงชีวิตที่ดีกว่า

 

ผมมาจากที่โน่น ที่ด้านขวามีต้นไม้สีแดง

 

มันเป็นอย่างนี้

 

แต่สำหรับ ‘ไม่ใช่คนแถวนั้น’ ถนนสายสวยๆ มันมีความหมายที่วิเศษวิโสกว่า คือทำนองว่ามนุษย์พวกหนึ่งจะมีความสามารถมากในการเพิ่มค่าให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งถ้าต้องการ หรือในภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ‘ปั่นหุ้น’ ทำนองนั้น ไม่รู้จะเรียกง่ายๆ ว่า ‘ฉาบฉวย’ ได้มั้ย

 

ผมบิดมาถึงจุดหนึ่งที่มีทางแยกซ้ายโค้งชันขึ้นไปด้วยถนนอิฐตัวหนอน แปลกใจที่เห็นป้ายสีฟ้าเขียนว่าภูชี้ฟ้า เพราะมันไม่น่าจะใช่ภูชี้ฟ้า คือดูยังไงก็มองไม่ออกว่าทางนี้จะพาผมไปภูชี้ฟ้าได้

 

ถ่ายซะเสียชัน

 

ขณะกำลังสับสนก็มีรถกระบะลงมาจากทางชัน ผมรีบส่งยิ้มทันที ผมไม่เห็นหน้าคนในรถหรอก แต่คนในรถต้องเห็นผมยิ้มแน่ๆ เพราะข้างนอกสว่างกว่าในรถ

ผมถามเขา คำตอบคือไปภูชี้ฟ้าจริงๆ แต่ทางชันมาก เขาบอกพร้อมชะโงกดูรถผมแล้วพูดว่ารถพี่ขึ้นได้สบาย แต่ถ้าไม่อยากไปทางนี้ ก็ตรงไปก่อน แล้วจะเจอทางขึ้นภูชี้ฟ้าอีกทางที่ไม่ชันแบบนี้

ผมขอบคุณ แล้วเขาก็ไป

สมองทำงานย้อนกลับไปตอนหาข้อมูลในเนต คุ้นๆ ว่าเคยอ่านประมาณว่าทางขึ้นภูชี้ฟ้ามีสองทาง ทางหนึ่งจะชันมาก ข้อมูลเขียนว่า ‘ขอย้ำ ถ้ามาจากเวียงแก่น อย่าเลี้ยวซ้ายแรกเพราะทางชันมาก ให้ตรงไปขึ้นอีกทาง ขอย้ำอย่าเลี้ยว’

ใครเคยหาข้อมูลภูชี้ฟ้าในเนต คงเคยเจอข้อความประมาณนี้

ผางเข้าแล้ว มันคือเส้นทางนี้เอง เมื่อมองขึ้นไปก็ถึงขนาดต้องรวบรวมพลังภายในกันเลย และผมตัดสินใจขึ้น

มันชันมากๆ คำนี้ไม่ได้เกินเลย แม้ผมจะถ่ายรูปมาแบบว่าไม่ชันเลยก็ตาม ผมค่อยๆ บิดขึ้นไปพร้อมเตือนตัวเองให้มีสติ ห้ามประมาทอีกเด็ดขาด

ทางชันพาผมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ สองข้างทางเป็นรีสอร์ทติดๆ กัน คิดว่าเดี๋ยวคงได้เลือกซักแห่ง

แล้วก็ถึงป้ายยินดีต้อนรับสู่ภูชี้ฟ้า ผมจอดแล้วมองย้อนกลับลงไป จึงเห็นว่าผมขึ้นมาสูงมาก และเมื่อไปต่อจากตรงนั้นก็จะพ้นเขตรีสอร์ท สองทางข้างกลายเป็นป่าต้นไม้สูงๆ จนถึงจนถึงหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว

ผมจอดรถพิจารณาสถานที่ มีลานกางเต็นท์แต่ไม่มีคน ก็คงจะยังงั้นเพราะนักท่องเที่ยวกลับไปทำงานกันหมดแล้ว ตรงนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผมจะนอนในคืนนี้

ว่าแล้วก็บิดต่อไปจนถึงลานจอดรถภูชี้ฟ้าที่เข็มไมล์ 3492 ตอน 15.40 น.

ผมฝากกระเป๋าพร้อมซื้อกาแฟร้อนที่ร้านค้าตรงทางขึ้น เวลายังพอมี แม้ไม่รู้ว่าจะเดินไปเจออะไร ภูชี้ฟ้าในมโนภาพมีอยู่อย่างเดียวคือ เป็นหินหน้าตาเหมือนสิงโตเชิดหน้าไปบนฟ้า ข้างล่างเป็นทะเลหมอก และมีแสงอาทิตย์เรื่อๆ ฉาบ

แต่เพราะผมขึ้นไปตอนเกือบจะเย็น ก็เลยไม่รู้ว่าจะขึ้นไปเจออะไร ก็คิดแค่ว่าในเมื่อมีเวลาก็ลองขึ้นไปดูก่อน ถ้าไม่ประทับใจพรุ่งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องงัวเงียตื่นมาขึ้นเหมือนที่สังคมนิยมทำ

ผมถามข้อมูลเบื้องต้นกับแม่ค้าวัยรุ่น ได้ความว่าทางนี้จะเดินเท้าขึ้นไป 400 เมตร แต่ถ้าไปเมื่อกี้ผมไปภูชี้ฟ้าอีกทาง จะต้องเดินเท้า 750 เมตร

ตรงนี้มีคำเตือนครับ....อย่าเดินขึ้นเขาพร้อมดื่มกาแฟร้อน ถ้าอยากอุดหนุนเพราะแม่ค้ายิ้มหวาน ก็จงเลือกชาเชียวแช่เย็น หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กาแฟร้อน

 

ถ้าชายจีวรสะบัด ผมจะชอบภาพนี้มาก

 

ผมเดินไปจิบไปหอบไปใจก็สั่นไป ระหว่างทางขณะหอบ มีคนสวนลงมา ผมถามว่าอีกไกลมั้ยครับ เธอตอบว่าไกลค่ะ นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย

ขาแทบทรุด ใจยังสั่นและกาแฟยังไม่หมด นึกย้อนกลับไปก็ไม่เข้าใจว่าแล้วทำไมไม่เททิ้ง

และเมื่อยังคงก้าวเดิน เ ร า จึ ง ถึ ง

 

1628 เมตร

 

ภูชี้ฟ้ามีความสูง 1628 เมตร ผมหันไปรอบๆ เพื่อมองหาดอยผาตั้งที่สูง 1653 เมตร แต่ไม่เห็น

งงไม่น้อยกับความเป็นภูชี้ฟ้า มองหาสิงโตตามภาพจำก็ไม่รู้อยู่ตรงไหน ที่ขอบรั้ว ผมมองลงไปเบื้องล่าง วิวสวย มีเมืองในหุบเขา ไม่รู้ว่านั่นคือไทยหรือลาว แต่ไม่ว่าจะลาวหรือไทย มันก็สวย

 

เมืองในหุบเขา

 

ผมเดินลงไปตามทางลาด และเมื่อหันกลับจึงได้พบกับสิงโต ในที่สุดภาพในมโนก็ปรากฏตัว ผมตื่นเต้นคล้ายๆ ได้เจอตัวละครในเรื่องสั้น

 

สิงโต

 

 มุมมหาชน

 

จะถ่ายยังไงให้ได้มุมที่แตกต่างบ้างหนอ

 

 

ด้วยความที่เพิ่งพบกัน ผมจึงถ่ายรูปสิงโตไว้หลายระยะและหลายมุม และบางมุมก็ทำให้สิงโตกลายร่างเป็นสิงโตทะเลกำลังนอนอาบแดดเฉยเลย

 

สิงโตทะเล

 

บนนี้มีเด็กน้อยแต่งชุดชาวเขารอให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป จะถ่ายเด็กก็ได้ หรือจะถ่ายคู่ก็ได้ ค่าตอบแทนก็แล้วแต่จะให้ ตอนที่ผมไปถึงเป็นช่วงเย็นและเพราะเป็นช่วงหลังเทศกาล เมื่อนักท่องเที่ยวน้อย เด็กน้อยก็น้อยตามไปด้วย

มันคือวิถี การแต่งตัวตามปกติของคนคนหนึ่งสามารถทำเงินได้ เรื่องแบบนี้เป็นกันทั่วโลก

 

พร้อมรับนักท่องเที่ยว

 

ผมแอบคิดว่าเมื่อถึงเวลาที่เราเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อย่างไหนจะเกิดขึ้นมากกว่า ระหว่างนักท่องเที่ยวในชาติอาเซียนแห่กันมาตื่นเต้นกับความเป็นไทย หรือพี่ไทยจะตื่นเต้นกับการได้ไปเยือนทุกชาติโดยไม่ต้องทำวีซ่า

แบบว่าจากนี้ไปถ้ามีวันหยุดยาว หรือวันหยุดช่วงเทศกาล ก็จะหาทางลางานพ่วงหัวหรือพ่วงท้าย หรือพ่วงทั้งหัวพ่วงทั้งท้าย แบบว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศ

 

ภูชี้ฟ้าไม่ได้มีแค่สิงโต

 

คิดไปคิดมา ก็เป็นไปได้ว่าแม่สลองจะไม่มีคนไทยไปเที่ยวอีกแล้ว บางทีภูชี้ฟ้าก็ด้วย ต้องรอชม

แต่ตอนนี้ผมชักชอบภูชี้ฟ้า พยายามจินตนาการว่ายามเช้าที่นี่จะเป็นยังไง ตรงไหนจะเป็นทะเลหมอก

 

ยืนแถวนี้จะได้มุมมหาชน

 

ใช่แล้ว ผมคิดถูกแล้ว นี่เป็นความคิดใหม่ที่เป็นส่วนตัวของผม หันมองไปที่สิงโตทะเลอีกที พรุ่งนี้เช้าผมจะต้องตื่นมาดูสิงโตทะเลนอนอาบแสงแรกอยู่หน้าทะเลหมอกให้ได้

 

ตรงนี้คือทะเลหมอกแน่ๆ

 

ผมกลับลงมาถึงลานจอดรถตอน 16.41 น. ทั้งที่อยากอยู่รอดูพระอาทิตย์ตก แต่อยู่ไม่ได้เพราะกลัวมืดเนื่องจากยังไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน

และที่ลานจอดรถนี้ก็ทำให้ผมต้องจดจำกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ด้วยตัวเอง เพราะตัวเอง

คือผมอยากถ่ายรูปภาพกว้างของลานจอดรถ จึงเดินหามุมจนได้ทิศทาง แล้วความประมาทก็เข้าครอบงำผมอีกครั้ง

 

เพราะต้องการแค่นี้ ทำให้เกือบ

 

เพราะมุมกล้องไม่กว้างพอ ผมจึงถอยหลังทีละก้าวสองก้าวแล้วส่องดู เมื่อเห็นว่ายังไม่พอใจก็ถอยอีก ถอยอีก ถอยอีก จนตก จะเรียกอะไรดี ขอบเหว ขอบผา ขอบลานจอดรถ ใช่ เรียกขอบลานจอดรถก็พอ

ผมตกวูบลงไปทั้งตัวขณะก้าวถอยหลัง สัญชาตญาณสั่งให้มือซ้ายที่ยังว่างคว้าหญ้าที่ขอบจนขาดติดมือ ส่วนมือขวาผมชูกล้องขึ้น

เมื่อหญ้าขาดผมจึงตกลงไปอีก แต่เพราะมันมีต้นไม้รก ผมจึงค้างอยู่ในระดับท่วมหัวที่ความสูงของคือ 178 เซ็น

ผมพยายามยึดกิ่งไม้ใกล้มือแล้วดึงตัวเองจนขึ้นไปยืนขอบได้อีกครั้ง แล้วก็กดชัตเตอร์จนได้ภาพที่ต้องการ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อหันมองลงไปในจุดที่ผมร่วงใจก็พลันหวิว

ผมบอกตัวเองอีกครั้งว่าจากนี้ไปต้องมีสติให้มากกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมายังไม่มากพอ

‘เขา’ ให้โอกาสผมมีชีวิตต่อไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

ผมบิดลงจากลานจอดเพื่อหาที่พัก จุดแรกที่คิดคือหน่วยจัดการต้นน้ำที่วัดเข็มไมล์ได้ว่าห่างจากลานจอดรถ 300 เมตร แต่เพราะมองไม่เห็นใครเลย ผมจึงต้องบิดลงไปอีก ตั้งใจว่าจะพักรีสอร์ทแรกที่เจอ เพื่อพรุ่งนี้จะได้ขึ้นมาง่ายๆ

 

ลงมาจากข้างบน

 

พอบิดลงมาได้อีกราว 1 กิโล เมื่อผ่านช่วงป่าผมก็เจอรีสอร์ทแรกชื่อ ภูชี้ฟ้าฮิลล์ ว่าแล้วก็เข้าไปถาม บทสนทนาเป็นอย่างนี้ครับ

‘ห้องพักเท่าไหร่ครับ’

‘พันสองครับ รวมอาหารเช้าเย็น’

จบเห่ ผมคงต้องหาที่ใหม่ แต่ก็อยากลองต่อราคาดูเล่นๆ

‘ผมไม่เอาอะไรเลย ลดให้หน่อยได้มั้ยครับ’

ผมต่อราคาไปงั้นเอง เพราะตั้งงบไว้ในใจแล้วโดยยึดราคาหลายคืนที่ผ่านมา ซึ่งแพงสุดคือ 250 บาท เขาหายเข้าไปข้างในแป๊บนึงก่อนจะกลับออกมา

‘คิดห้าร้อยก็แล้วกัน’

ผมตกใจ เฮ้ยไรฟระ พันสองเหลือห้าร้อย แค่ไม่เอาอาหารเช้าเย็นนี่นะ ผมตัดสินใจพัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังซ่า

‘ลดอีกหน่อยได้มั้ยครับ สี่ร้อยนะ’

เขาหายเข้าไปอีกรอบแล้วกลับมาบอกว่า ‘ตกลง’

ผมจอดรถเข้าที่แล้วหิ้วสัมภาระตามเขาไป ระหว่างทางเขาถามว่าชอบวิวสวยหรือไม่สวย ผมงง เลยถามกลับมาวิวสวยเป็นยังไง ว่าแล้วเขาก็ไขประตูเปิดเข้าไป ก่อนจะหันมาบอกว่านี่ไงวิวสวย ให้พักห้องนี้เลย

ปรากฏว่าเมื่อเข้าห้องผมต้องตกใจ้ เพราะมันคือห้องขนาดใหญ่ มีทีวีจานดาวเทียม มีโต๊ะเครื่องแป้ง มีน้ำอุ่น มีเตียงใหญ่มาก มีเครื่องนอน 4 ชุด แต่นอนได้ราว 6 คน

 

400 บาท และนั่นคือประตูระเบียงหน้าที่เมื่อเปิด ก็พบกับ...

 

พอเขาเปิดประตูอีกด้านให้ดู ผมก็อึ้ง วิวเบื้องหน้าสวยมาก ที่นี่คือรีสอร์ทที่อยู่สูงสุด วิวจึงกว้างที่สุด และผมเชื่อว่าสวยที่สุด

 

วิวจากระเบียง โอ้ว

 

 สวย แต่น่าถ่ายให้จะสวยกว่านี้ได้นะผมว่า

 

ทั้งหมดนี้ 400 บาท แถมมีชา กาแฟ โอวัลติน น้ำเปล่า ขนมปัง ฟรีทั้งคืนโดยออกไปชงเองที่โซนอาหารที่อยู่ติดกับบ้านพักผมเมื่อไหร่ก็ได้

โอ้ววว เติม ว.แหวนพันตัว

ค่ำคืน ผมสั่งข้าวหมูกระเทียมไข่ดาวมากิน ตกใจอีกครั้งที่ราคา 40 บาทเหมือนข้างล่าง ภูชี้ฟ้าทำให้ผมประทับใจติดๆ กันหลายเรื่อง

 

พรุ่งนี้เช้าที่คงจะทั้งหนาวและมืด ผมจะขึ้นไปขอบคุณให้ถึงที่

 

->

 
 

โดย นรพัลลภ_ประณุทนรพาล

 

กลับไปที่ www.oknation.net