วันที่ อังคาร มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ออกบูธที่ "พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ"งาน"วัฒนธรรมประเพณี 4 ภาค"มีของดีๆ ให้ชมเยอะจริงๆ


 (สำหรับท่านที่อ่านเรื่องนี้แล้ว ตัวหนังสือตกขอบด้านขวา ให้คลิกที่รูปพริ้นเตอร์ ทางซ้ายมือ ที่เขียนว่า "พิมพ์หน้านี้")

เมื่อวันที่ 1-3 มีนาคม 2556 ผมได้รับเกียรติได้ไปออกบูธอีกครั้งที่ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ (อ่านรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ที่ http://www.wisdomking.or.th/) ซึ่งมี Theme ของงานเดือนมีนาคม 56 คือ "งานวัฒนธรรมประเพณี 4 ภาค" มหกรรมบุญ สะเดาะห์เคราะห์ วิถีเกษตรไทย

กิจกรรมต่างๆ ในงานมีมากมาย แต่ผมไม่สามารถนำมาให้ชมได้หมด เพราะเวลาส่วนมากต้องเฝ้าบูธ เพื่ออธิบาย "การเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก" ซึ่งได้แนวคิดมาจาก อ.นิมิตร์ เทียมมงคล กูรูการเพาะถั่วงอกของประเทศไทย ซึ่งในงานนี้ท่านได้มาบรรยายการเพาะถั่วงอกตัดราก หลังจากท่านบรรยายเสร็จยังได้มาถ่ายรูปกับผมอีกด้วย

นอกจากนี้ในงาน ผมยังได้พบกับเพื่อนบล็อกเกอร์อีก 2 ท่านคือ bg-Maruko และ bg-Chaoying ได้เข้าเยี่ยมเยือนและทักทายกัน ขอเชิญเพื่อนๆ เชิญไปชมงานกันได้เลยครับ 

 

 

ป้ายแสดงงาน "วัฒนธรรมประเพณี 4 ภาค" โดยในงานมีมหกรรมบุญ สะเดาะห์เคราะห์ วิถีเกษตรไทย และยังมี 9 พิธีกรรมใน 1 วัน อีกทั้งยังมีตลาดนัดและฐานการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมไม่สามารถเดินดูทุกอย่างได้ เพราะเวลาส่วนมากอยู่ที่บูธ เลยนำเที่ยวชมงานได้เฉพาะบางส่วนนะครับ

 

 

ตรงจุดนี้ทางผู้จัดงานจะเรียกว่าเป็น "สี่แยกตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง" โดยในแต่ละแยกจะมีเรื่องเกี่ยวกับ "พลังวัฒนธรรม พลังชุมชน" ของ 4 ภาค คือ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งผมชอบตรงโซนนี้มากเพราะ แต่ละภาคจะมี "วัฒนธรรมด้านอาหาร" มาให้ชิมตลอดงานทั้ง 3 วันเลยละครับ

 

แต่ละภาคจะมีการนำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมกัน ตามเวลาที่กำหนด บูธผมอยู่ไม่ไกลนักจึงเดินมาเดินชมอาหารทุกภาคเลยละครับ และแต่ละภาคจะมีบอร์ดประมาณ 3 บอร์ด แสดงวัฒนธรรมที่สำคัญ ดังนี้ ...

 

1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประเพณีทั้งสิบสองเดือนของชาวอีสานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผี และพิธีทางการเกษตรเข้ากับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

 

ภาคอีสานยังมีวัฒนธรรมประเพณีในชีวิตประจำวัน

ไม่ว่าจะเป็นการบายศรี-สู่ขวัญ ลำผีฟ้า พิธีขอขมาวัวควาย

 

วัฒนธรรมอาหารการกินขาดไม่ได้ก็คือปลาร้า

 

ในงานมีเมนูเด็ดมาให้ชิม ก็คือ แกงหวายและขนมนมสาว

 

 เครื่องปรุงของแกงหวาย

 

 มีการปิ้งข้าวเกรียบให้ชิมกันด้วย เดินข้ามไปดูบูธภาคเหนือด้านล่างกันต่อเลยนะครับ ..

 

2. ภาคเหนือ มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คนภาคเหนือมีความเชื่อและนับถือ

 

 

ภาคเหนือมีชาวเขาอยู่จำนวนมากและส่วนมากก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 

 

 

ด้านอาหารการกินก็มีมากมายให้เลือก

 

 แต่ในงานก็มี "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" มาให้ชิมกัน เดินไปชมบูธภาคใต้กันบ้าง ..

 

3. ภาคใต้ มีประเพณีที่สำคัญ คือประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญที่รวมญาติเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและความสามัคคีของคนในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีประเพณีลอยเรือ

 

 ภาคใต้ ยังมีการประกอบอาชีพที่หลากหลายทั้งบนแผ่นดินและในทะเล

 

อาหารการกินของคนภาคใต้ก็อุดมสมบูรณ์ไปหมด 

 

เมนูเด็ดประจำบูธภาคใต้คือ ข้าวยำน้ำบูดู

 

 

ผมบุกมาถึงครัวด้านหลังบูธ คุณยายกำลังหั่นผักเพื่อทำข้าวยำ

 

ขนมต่างๆ ของทางภาคใต้

 

เด็กๆ กำลังเล่นกระบอกทำเส้นขนมจีน ซึ่งเรียกว่า "เขอ" 

เดินข้ามไปเที่ยวบูธภาคกลางกันต่อดีกว่า ...

 

4.ภาคกลาง มีเสน่ห์หลายอย่างเพราะมีวิถีชีวิตที่อยู่ริมน้ำ 

 

ภาคกลางถือว่าเป็นแหล่งที่ผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศ

 

ในบูธภาคกลางมีอาหารหลากหลายให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมกันตลอดทั้ง 3 วัน ผมได้ชิม"ห่อหมกแคป่า"

 

ม้าฮ่อและมังกรคาบแก้ว

 

มีคุณยายท่านหนึ่งชื่อ คุณยายสำเภา เป็นผู้ทำขนมทองหยอดได้อร่อยมากๆ

 

ขนมข้าวต้มหัวหงอก วางให้ชิมกันตลอดงาน

 

ในบูธภาคกลางมีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจมากคือการกวนข้าวทิพย์ ซึ่งจะใช้เวลา 10 ชั่วโมงในการกวน

จึงมีผู้เข้าร่วมงานมาช่วยกันกวนข้าวทิพย์กันอย่างสนุกสนาน

 

หน้าตาของข้าวทิพย์ก่อนการกวนจะใส่พวกธัญพืชต่างๆ ลงไป และกวนจนของที่อยู่ในกระทะแห้ง

 

ช่วงแรกชาวบ้านตัวจริงที่อยู่ในบูธภาคกลาง ก็กำลังทำหน้าที่กวนกันอย่างขมักเขม้น

 

ผู้เข้าร่วมงานและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ก็มาช่วยกวนข้าวทิพย์กันอย่างตั้งใจ 

 

ผมเองก็ลองกวนข้าวทิพย์กับเขาบ้าง

 

ลูกผมคนเล็ก (น้องมะเฟือง) ก็ลองกวนดูบ้าง ดูท่าทางจะสนุกสนานจริงๆ

 

หลังจากการกวนผ่านไปแล้ว 10 ชม.ก็ได้ข้าวทิพย์ที่หน้าตาดูน่าทาน เพราะอุดมไปด้วยธัญพืช

 

ช่วงประมาณ 4 โมงเย็นของวันที่ 2 และ3 มีค.56 มีพิธีแห่วัฒนธรรม 4 ภาค มีการตั้งซุ้มที่หน้าอาคารที่จัดงาน

จากนั้นก็จะเดินแห่เข้ามาในอาคาร โดยมีภาคอีสานเดินนำหน้า

 

ตามด้วยภาคใต้

 

ภาคเหนือ

 

ภาคกลาง

 

แต่ละภาคล้วนมีวัฒนธรรมประเพณีที่น่าดูน่าชมทั้งนั้นเลย

ขบวนแห่ได้เดินไปรวมกันที่เวทีกลางจากนั้น ก็มีการแสดงก็เป็นอันจบพิธี 

 

ในช่วงกลางวันของแต่ละวัน ที่เวทีกลางแห่งนี้จะมีการแสดงจากทุกภาคนำมาโชว์กันอย่างต่อเนื่อง

 

การแสดงมีหลายชุดมาก แต่ผมชมได้บางชุดเท่านั้น เช่น การแสดงของภาคกลางโดยเด็กนักเรียนจาก จ.อุทัยธานี

 

ลิเกฮูลูจากภาคใต้

 

ภาคเหนือมีการแสดงตีกลองสบัดชัย แต่ผมมาดูไม่ทัน เลยให้เพื่อนๆ ชมกลองที่เขาใช้ในการแสดงละกันนะครับ

 

จากนั้นนักแสดงชุดที่ตีกลองสบัดชัย ก็ออกมาแสดงรำดาบกันต่อ

 

ลีลาการร่ายรำมีความสวยงามมากนะครับ

 

นักแสดง"มวยโบราณ" รุ่นจิ๋วกำลังนั่งรอแสดงในชุดต่อไป ดูแต่ละคนมีอิริยาบทการรอคอยที่แตกต่างกันไป

 

ได้เวลาแสดงแล้ว .. นักแสดง "มวยโบราณ" ก็ร่ายรำกันอย่างตั้งใจ

 

จากนั้นก็เป็นการเล่นดนตรี "โปงลาง" เสียงเพลงเร้าใจสนุกสนานจริงๆ ครับ

 

มาเยี่ยมชมบูธผมบ้าง มีชุดเพาะถั่วงอกมาสาธิตให้กับผู้ที่สนใจนำไปทดลองเพาะเองดูบ้าง นอกจากนี้ยังมีน้ำฟักข้าว ต้นฝักข้าว และต้นไม้ไฮโดรโปนิกส์

 

น้องมะเฟือง (เรียนอยู่ป.3) กำลังอธิบายขั้นตอนการเพาะถั่วงอกให้กับพี่ๆ ม.1 อย่างตั้งใจ

 

ในงานผมยังได้พบผู้มีพระคุณในการถ่ายทอดวิชาการเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก นั่นก็คือ อ.นิมตร์ เทียมมงคล วันนี้ท่านได้มาบรรยายการเพาะถั่วงอกตัดราก หลังจากบรรยายเสร็จก็มาทักทายผมที่บูธ

ก็ขอขอบพระคุณอ.นิมิตร์ เทียมมงคลเป็นอย่างสูงอีกครั้ง เพราะถ้าไม่ได้ท่าน "คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว" ก็คงไม่ได้เกิดที่งานที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรแห่งนี้ ขอให้ความดีในการถ่ายทอดความรู้ครั้งนี้ ขอให้อ.นิมิตร์ เทียมมงคลและครอบครัว จงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดขอให้สมหวังทุกประการด้วยครับ

 

ช่วงบ่ายวันเสาร์มี bg-Maruko หรือน้องส้ม (ขวามือ) พาคุณแม่และน้องสาวมาเยี่ยมบูธผม

ครอบครัวน้องส้มน่ารักและอัธยาศัยดีทุกคน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้พบน้องส้มตัวจริง

เพราะเคยเจอกันแต่ตัวหนังสือบนโลกออนไลน์เท่านั้น หวังว่าคงมีโอกาสได้พบกันอีกนะครับ

ปล.คงมีโอกาสได้ทานแกงป่าฝีมือคุณแม่น้องส้มบ้างนะครับ

 

ช่วงบ่าย5 โมงเย็นของวันเดียวกันกับที่พบน้องส้ม คนฮามแห่งบ้านบาง OK คือ bg-Chaoying  ให้เกียรติมาเยี่ยมผมที่บูธ หลังจากเสร็จภารกิจเดินเยี่ยมชมงาน bg-Chaoying ก็ได้เขียนเรื่องมาเที่ยวที่นี่ด้วย คลิกอ่านได้ที่ ==>

 

 

 เดินเที่ยวงานมาตั้ง 3 วันรู้สึกเหนื่อยมากๆ เห็นคุณยายท่านนี้นอนพักผ่อนอยู่ ก็ทำให้รู้สึกอยากเอนหลังสักงีบหนึ่งเหมือนกัน

******************************************

วันนี้ผมได้พาเพื่อนๆ มาเยี่ยมชมงาน"วัฒนธรรม 4 ภาค" ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ เกี่ยวกับวิถีเกษตรไทย นอกจากนี้ผมยังได้พบกับ อ.นิมตร์ เทียมมงคล กูรูการเพาะถั่วงอกของประเทศไทย ผู้ให้ความรู้แก่ผมในการเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก อีกทั้งผมยังได้พบกับเพื่อน OK อีก 2 ท่านคือ bg- Maruko และ bg-Chaoying

การมาออกบูธครั้งนี้ ผมมีความสุขที่ได้พบกับเพื่อนๆ และกัลยาณมิตรที่หลากหลาย นอกจากนี้ผมยังดีใจที่ลูกๆ ผมสามารถแสดงออกด้วยการนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่ผมนำมาออกบูธได้ ถึงแม้ว่ารายได้จะไม่ได้มากมายนัก แต่สิ่งที่ได้สำคัญมากที่สุดคือ ...

"ประสบการณ์ ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน"

และจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตต่อไป

ถ้าเพื่อนๆ พอมีเวลาหรือมีโอกาส ผมขอเชิญมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ บ้างนะครับ

 

หมายเหตุ ภาพบรรยากาศงาน"วัฒนธรรม 4 ภาค" คลิกที่นี่ (จัดทำโดยพิพิะภัณฑ์การเกษตรฯ)

-250-

 

โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net