วันที่ เสาร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำนา 13 ไร่ ได้ผลตอบแทน 0 บาท - ตอน : วันปฐมฤกษ์ โยนกล้าข้าว "นาโยน"


Entry นี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากการที่ลุงเยื้อน ชาวนาแห่ง ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ปลูกข้าว 13 ไร่ แต่ผลตอบแทนได้ 0 บาท ไม่มีผลผลิตเลยแม้แต่ข้าวเปลือกสักเมล็ดเดียว (อ่านเรื่องเก่า คลิกที่นี่)

ลุงเยื้อนขาดทุนไปหลายหมื่นบาท ดังนั้นจึงวางแผนที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำนาจาก"นาหว่าน"มาเป็น"นาโยน"  (อ่านเรื่องเก่า คลิกที่นี่)

วันนี้ (4 มีค.56) ลุงเยื้อนได้ว่าจ้างพี่ประจักษ์ ชาวนาจาก จ.อ่างทอง ผู้มีอาชีพรับจ้างโยนกล้านาโยนมาโยนกันประมาณ 10 โมงเช้า ลุงเยื้อนเป็นชาวนาคนแรกของตำบลนี้ ที่กล้าฉีกแนวการทำนาจากนาหว่านมาเป็น"นาโยน" จึงเป็นที่สนใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่จับตาของชาวบ้านว่า การทำ"นาโยน" ของลุงเยื้อนจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

ขอเชิญเพื่อนๆ ติดตามซีรี่ส์เรื่องราวการปลูกข้าว"นาโยน"ของลุงเยื้อน กันได้เลยครับ..

 

 วันนี้ฝนตกแต่เช้า อากาศดูขมุกขมัว แต่แผนงานการโยนกล้า 13 ไร่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

 

ลุงเยื้อนนัดกันว่าจะมาโยนกล้ากันเวลา 10 โมงเช้า ทีมงานบริการวิชาการสู่สังคมของที่ทำงานผม (ม.กรุงเทพ) นัดกันมาเจอกันก่อนในที่นาของลุงเยื้อนกันสัก 9 โมงครึ่ง ผมเลยเดินดูบรรยากาศรอบๆ ที่นา

 

 วันนี้มีป้ายแผ่นหนึ่งเขียนถึงการทำนาโยน เพื่อหยุดข้าวดีด ป้ายนี้ติดไว้ให้กับผู้ที่สัญจรไปมาได้อ่านกัน

 

วันนี้ลุงเยื้อนยังยิ้มแย้มแจ่มใส ถึงแม้จะไม่ค่อยสบาย เพราะอากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยมากเหลือเกิน

 

 

อีกท่านหนึ่งที่มีบทบาทในการแนะนำให้ลุงเยื้อนทำนาโยนก็คือ พี่ตุ้ย(เสื้อสีน้ำเงิน) ผู้นำอาสาสมัครชุมชนตำบลเชียงรากน้อย ที่วันนี้เปิดศูนย์การเรียนรู้การเกษตรให้สมาชิกในชุมชนได้เรียนรู้กัน

พี่ตุ้ยบอกว่าพยายามชักชวนชาวนาย่านนี้ให้ทำนาโยนเพื่อสู้"ข้าวดีด"กันมาปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีใครสนใจเลย ถึงแม้ชาวนาจะได้รับผลกระทบจากข้าวดีดในตำบลนี้จำนวนมาก แต่ชาวนาก็ไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลงการทำนาใหม่ 

มาวันนี้มีผู้กล้าคนแรกประจำตำบลนี้ที่จะเปลี่ยนการทำนาหว่านมาทำ"นาโยน"เป็นคนแรกก็คือ "ลุงเยื้อน" นี่เอง

 

 วันนี้มีเกษตรตำบลเชียงรากน้อยชื่อ"คุณบิ๊ก"ก็มาสังเกตการณ์

 

ตอนนี้ 10 โมงครึ่งแล้ว รถกล้าข้าวจาก จ.อ่างทองมาถึงแล้ว กล้าข้าวที่บรรทุกมาในรถกระบะนี้มีอายุ 15 วัน (อ่านวิธีการเพาะ (คลิกที่นี่)

กล้าข้าวที่นำมาปลูกในที่นา 13 ไร่ ลุงเยื้อนให้พี่ประจักษ์เพาะกล้าข้าวไร่ละ 1 ถัง (10กก.) ดังนั้นใช้ข้าวเปลือกประมาณ 13-14 ถัง

การใช้ข้าวเปลือก กรมการข้าว กระทรวงเกษตรฯ แนะนำให้ใช้ข้าวเปลือกประมาณ 4-5 กก.ต่อไร่ แต่ชาวบ้านรวมทั้งลุงเยื้อน อยากจะโยนกล้าข้าวให้แน่น เลยให้พี่ประจักษ์เพาะกล้าข้าวต่อไร่มากกว่าที่หน่วยงานราชการแนะนำ

 

ลุงเยื้อนเดินเข้าไปทักทายกับพี่ประจักษ์มือโยนกล้าอาชีพจากอ่างทอง ทั้งสองไม่เคยเจอกันมาก่อน

 

 

 และพูดคุย เพื่อวางแผนว่าจะโยนกล้าข้าวกันตรงไหนก่อนดี

 

ก่อนเริ่มป้าเจ็ก ภรรยาของลุงเยื้อนก็ทำพิธีก่อนเริ่มการโยนกล้ากัน โดยหยิบกล้าข้าวบางส่วนมาและยกมือไหว้อธิษฐานขอให้ "3 แม่" คือพระแม่โพสพ พระแม่ธรณี และพระแม่คงคา ช่วยให้การทำนาครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วย

 

ตามด้วยภรรยาของพี่ประจักษ์ ชาวนาจาก จ.อ่างทอง ก็นำกล้าข้าวบางส่วนมาโยนและอธิษฐาน ขอให้การทำนาของลุงเยื้อนประสบความสำเร็จ และขอโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในนา ถ้าโยนไปโดนโดยไม่ตั้งใจ

 

 

 ก่อนโยน ผมก็ขอถ่ายภาพอุปกรณ์ เสื้อผ้าของผู้โยนกล้า โดยให้ภรรยาของพี่ประจักษ์เป็นนางแบบ

คนโยนกล้าจะต้องสวมถุงเท้ายาว(ไม่ใส่รองเท้า) ใส่เสื้อแขนยาว ส่วนกางเกงจะใส่กางเกงขาสั้นหรือขายาวก็ได้  ส่วนหมวกก็ต้องใส่เพราะจะต้องตากแดดกันทั้งวัน (โชคดีที่การโยนกล้าวันนี้ไม่มีแดดเลย) และอีกอย่างหนึ่งที่นักโยนมืออาชีพต้องมีก็คือ ตะกร้าใส่กล้าต้นข้าว ที่มีเชือกห้อยคอเอาไว้  

 

เมื่อรู้ว่าการโยนว่าจะเริ่มโยนบนพื้นที่ไหนก่อน คนโยนกล้าก็นำกล้าข้าวเดินไปกลางนาเพื่อเตรียมโยนกัน

 

การโยนกล้าข้าวจะต้องหยิบกล้าข้าวและโยนออกไปแบบแบมือ และการโยนจะต้องเดินถอยหลัง

 

 คนโยนกล้าสามารถโยนในระดับที่ไม่สูงมากนักก็ได้ หรือโยนขึ้นไปให้สูงก็ได้

 

 ผู้โยนแต่ละคน จะแบ่งพื้นที่ในการโยน เพื่อไม่ให้พื้นที่การโยนซับซ้อนกัน

 

การโยนให้สูงจะทำให้ กล้าข้าวที่ปักในนา จะทำให้ลำต้นตั้งตรงไม่ล้ม

 

 การโยนกล้าแค่ 1 ชม.ผ่านไป นาก็เริ่มมีสีเขียวกันแล้ว 

 

 

 คนโยนกล้ามากัน 7-8 คน แต่ละคนมืออาชีพ และก็โยนกันสูงจริงๆ 

การโยนนานๆ เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงจะทำให้เมื่อยแขน แต่ไม่เห็นมีใครบ่นเมื่อยแขนกันบ้างเลย   

 

 เพื่อนบ้านที่ไม่เคยเห็นการทำนาโยนมาก่อนในชีวิต ก็มานั่งชมการทำนาด้วยความสนใจ

 

ประมาณบ่าย 2 โมง การโยนกล้า 13 ไร่ก็เสร็จ ใช้เวลาเกือบ 4 ชม. 

อีก 2-3 วันข้างหน้าลุงเยื้อนจะเปิดน้ำเข้านา เพื่อเลี้ยงน้ำไม่ให้ข้าวดีดโตขึ้นมาปกคลุม"ข้าวปลูก"

ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของการทำนาโยนที่สามารถสู้ข้าวดีดได้แน่นอน

******************************************************************************

วันนี้ผมพาเพื่อนๆ มาชมการโยนกล้าในที่นาของลุงเยื้อน สำหรับการทำนาโยนครั้งแรกในชีวิต ลุงเยื้อนได้ว่าจ้างชาวนาจาก จ.อ่างทองมาโยนกล้า (ไร่ละ 1,300 บาท รวมค่าแรงและข้าวเปลือกแล้ว) ซึ่งการโยนก็ผ่านไปด้วยดี

กล้าข้าวในวันนี้ยังล้มบ้างตั้งบ้าง แต่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กล้าข้าวเหล่านี้จะตั้งตรงทุกต้น และจะออกดอกออกผล ให้ลุงเยื้อนได้เก็บเกี่ยวในอีก 100 วันข้างหน้า ผมหวังว่าลุงเยื้อนคงมีความสุขและดีใจที่ "ข้าวดีด" ไม่มาสร้างปัญหาเหมือนกับการปลูกข้าวรุ่นที่ผ่านมา  

ขอให้เพื่อนๆ เป็นกำลังใจลุงเยื้อน ในการปลูกข้าวในรูปแบบ "นาโยน" กันต่อไปนะครับ 

******************************************************************************

 หมายเหตุ รวมเรื่อง "ข้าวและชาวนา" โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว คลิกที่นี่

-456- 

 

โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net