วันที่ จันทร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชาวบ้านที่นครปฐม ไม่อยากให้ขุดเจอ "น้ำมัน" เลยจริงๆ !!! เพราะกลัวว่า ...


เมื่อวานนี้ (10มีค.56) ผมได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระที่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ปกติเส้นทางนี้จะมีไร่อ้อย และสวนผักของชาวบ้านที่ปลูกอยู่สองข้างทาง

แต่มาวันนี้สองข้างทางของถนนที่ผมขับรถผ่านนั้น ทำไม? จึงมีป้ายที่มีแต่ตัวหนังสือมาติดเป็นระยะๆ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นป้ายโฆษณาธรรมดา แต่หลังจากที่เห็นป้ายมีจำนวนมากขึ้น ผมก็เลยหยุดรถเพื่ออ่านข้อความ ดังรูปด้านล่างนี้ ...

แผ่นแรกเขียนว่า "ชาวบ้านตำบลทุ่งขวางขอคัดค้าน และไม่ต้องการการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน ไม่ขายชาติและทรัพยากรของชาติ" เห็นแค่นี้ ผมก็พอจะเดาคร่าวๆ ว่า ชาวบ้านที่นี่จะต้องไม่พอใจกับการขุดสำรวจน้ำมันที่ชุมชนย่านนี้ ชาวบ้านจึงไม่พอใจก็เลยติดป้ายนี้ขึ้นมา

 

ป้ายที่สองกล่าวถึง การให้สัมปทานบริษัทน้ำมันในราคาที่ถูก แต่กลับมาขายน้ำมันแพงกว่าทุกชาติในอาเซียน และต้องการให้คนไทยช่วยกันทวงสิทธิในการเป็นเจ้าของ "น้ำมัน"

ป้ายที่เห็นในลักษณะมีอีกหลายป้าย แต่ผมขอบันทึกภาพมาแค่ 2 แผ่นเท่านั้นนะครับ

*******************************************************************

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมก็เลยลองไปค้นหาข่าวใน internet เกี่ยวกับข่าวนี้ ก็พบว่าเป็นข่าวนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556 ที่ผ่านนี้เอง หัวข้อข่าว คือ ..

" ผู้นำตำบลทุ่งขวางฮือเบรก “ขุดเจาะน้ำมัน” ในพื้นที่ ถามกลับคนไทยได้อะไร " (http://mgr.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000028839)

ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้ว่า แผ่นป้ายที่ผมพบนั้นมีความสำคัญที่ไม่ใช่เพียงเฉพาะชาวบ้านซะแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศที่อาจจะเสียท่าให้กับบริษัทน้ำมัน และนักการเมืองที่คอยจ้องงาบโครงการใหญ่ๆ เช่นนี้อยู่แล้ว

 

ซึ่งในวันนั้น (7มีค.56) ผู้นำชุมชน 59 คน ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน ลงชื่อคัดค้านการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ ย้ำชัดผู้รับสัมปทานต้องตอบคำถามประชาชนว่าคนไทยจะได้อะไร พร้อมขอความร่วมมือเครือข่ายธรรมาภิบาลด้านพลังงานจังหวัดนครปฐม และคณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องทุจริต และส่งเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำโดย “สว.รสนา โตสิตระกูล” เปิดเวทีให้ความรู้ชาวบ้าน เรื่องพลังงาน

รวมทั้ง ม.ล.กรสิวัฒน์ เกษมศรี และนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา มาขึ้นเวทีให้ความรู้เรื่องน้ำมันไทย-น้ำมันใคร ของคนไทยแต่คนไทยใช้แสนแพง ไม่มีใครช่วยเราได้ต้องช่วยตัวเอง โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ราว 500 คน ร่วมในการรับฟังการให้ความรู้พร้อมกับผู้นำชุมชนในตำบลใกล้เคียงที่ได้มีการเตรียมสำรวจเพื่อขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่

 

สว.รสนา ได้พูดถึงว่า ประเทศไทยมีการขุดเจาะน้ำมันหลายจุด แต่ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับน้อยมาก กล่าวคือ ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันดิบ เบนซิน ดีเซล ในปี 2555 โดยส่งออกดีเซล มากกว่าเบนซิน ราว 3 แสนล้าน เบนซิน 5 หมื่นล้าน โดยมีสหรัฐอเมริกาซื้อน้ำมันไปด้วย แต่อเมริกาในรัฐที่มีน้ำมันแพงที่สุดก็แค่ 34-35 บาท แต่ประเทศไทยราคาน้ำมันเบนซินกลับมีราคาสูงถึง 48 บาท แก๊สโซฮอล์ล ก็ราคาสูง และรวมทั้งก๊าซ

กระทรวงพลังงานกำลังจะประกาศขึ้นราคาเดือนเมษายน และกลุ่มผู้ใช้ประชาชน และกลุ่มปิโตรเคมีก็ใช้มากถึง 40% แต่ใช้ในกลุ่มราคาตลาดโลกมากกว่า 50% สิ่งเหล่านี้ประชาชนไม่รู้เลย และต้องยอมรับ ปตท.ซื้อสื่อหลักไม่ให้ออกข้อมูลเรื่องนี้ ทางคุณรสนาจึงต้องเดินสายให้ความรู้

ในปีนี้กำลังจะมีการจัดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งใหม่ โดยที่ไม่มีการปรับปรุงเรื่องผลประโยชน์ และรัฐบาลได้ต่ำมาก คือ 5-15% โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.5% ถ้ารวมผลประโยชน์ทั้งหมดใน 100 บาท คือ 30 บาท แต่กระทรวงพลังงานจะบอกว่าได้ 60 บาท แต่กลับนำมาหักออกจากต้นทุนของผู้รับสัมปทานซึ่งไม่คุ้มค่า

 

 นอกจากนี้ยังมีนายสมคิด เปี่ยมคล้า นายก อบต.ทุ่งขวาง กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการนำความรู้มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รู้ เพราะว่าที่ผ่านมา ในเขตอำเภอกำแพงแสน บริษัท แพน โอเรียนท์ เอนเนอร์ยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้มีการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก ตำบลรางพิกุล ตำบลทุ่งบัว ตำบลหนองกระทุ่ม ซึ่งเริ่มไปตั้งแต่เมื่อปี 2550 และในปีนี้ ก็จะมีการสำรวจเพื่อขุดเจาะในพื้นที่ตำบลทุ่งขวาง ตำบลทุ่งกระพังโหม ตำบลรางพิกุล เขตเทศบาลตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน และตำบลหนองงูเหลือม เขตอำเภอเมืองนครปฐม

นายก อบต.ทุ่งขวาง กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้สิ่งที่ต้องทำในหน้าที่ของผู้นำชุมชนคือ ไม่ได้ออกมาต่อต้านการขุดสำรวจเพื่อขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมา ได้คุยกับผู้นำชุมนหลายคนบอกว่า ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการใช้พลังงาน ซึ่งในส่วนที่ตนเองได้ถามถึงการขุดเจาะน้ำมันของพื้นที่สัมปทานที่ชุดไปแล้วชุดแรกว่านำน้ำมันขึ้นมาวันละเท่าไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่าวันละ 1 พันบาร์เรล แต่ก็ไม่มีอะไรจะยืนยันได้ว่าตัวเลขนี้เป็นจริง และที่สำคัญชาวบ้านที่เป็นคนพื้นที่นั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้อะไร ซึ่งตอนนี้ ทางบริษัท แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอร์ยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ได้พยายามติดต่อประสานงานขอเข้ามาดำเนินการ แต่ตนเองก็ยืนยันตามหนังสือคัดค้าน และขอให้เขามาตอบคำถามกับชาวบ้านให้ได้ในหลายๆ แง่มุม

ชาวบ้านกลัวว่านายทุนจะเข้ามาเอาผลประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว จึงมีคำถามหลายข้อ ที่ชาวบ้านอยากจะรู้ เช่น ...

1. การขุดเจาะน้ำมันชาวบ้านในพื้นที่จะได้ประโยชน์อะไร ?

2. ราคาน้ำมันที่แท้จริงเป็นเช่นไร ?

3. ทำไม ? กระทรวงพลังงานมีการให้ ปตท.ปรับตั้งราคาน้ำมันที่แพงกว่าเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และมาเลเซีย

4. ประเทศไทยจะได้อะไร ? จากการขุดเจาะน้ำมันครั้งนี้

 "นี่คือคำถามในฐานะของผู้ที่มีพื้นที่ในการขุดเจาะน้ำมันในการสัมปทานในครั้งที่ 2 ซึ่งความรู้นั้นเป็นสิ่งที่ชาวบ้าน และผู้นำชุมชนยังต้องการความรู้เบื้องต้น จึงได้ประสานงานให้มีการบรรยายให้ความรู้เบื้องต้นแก่ชาวบ้านไปก่อน แต่หากว่าทางผู้รับสัมปทานสามารถตอบคำถามชาวบ้านได้ทั้งหมดทุกข้อสงสัย ตนเอง และผู้นำก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปขัดขวาง เพราะถือว่าเวทีนี้คือการมีส่วนร่วมของชาวบ้านแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากตอบคำถามคลุมเครือเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา หากชาวบ้านไม่ยอมให้มีการขุดเจาะเพื่อสำรวจก็จะต้องเป็นไปตามมติของชาวบ้าน"

*******************************************************

 

วันนี้ผมได้พาเพื่อนๆ ได้มาพบแผ่นป้ายที่ติดอยู่ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตอนแรกผมคิดว่าคงเป็นแผ่นป้ายขายสินค้า แต่หลังจากที่จอดรถอ่านแล้วจึงรู้ว่า แผ่นป้ายนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อชาวบ้านในชุมชนนี้

เนื่องจากเป็นแผ่นป้ายนี้เป็นการแสดงความรู้สึกของชาวบ้านที่ไม่อยากให้มีการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่แห่งนี้ เพราะชาวบ้านไม่เห็นถึงการได้ประโยชน์อะไรจากมาขุดเจาะ อีกทั้งน้ำมันที่ขุดไปก็ไม่เห็นทำให้ราคาน้ำมันของประเทศลดลงเลย

ผมชักเริ่มเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านที่ไม่อยากให้พวกบริษัทที่ได้รับสัมปทานน้ำมัน ได้ประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว ชาวบ้านเลยกลัว และไม่อยากให้มีการขุดเจาะ"น้ำมัน" ที่ตำบลแห่งนี้ และตำบลอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันอีกด้วย

ความคืบหน้าของเรื่องนี้จะคอยติดตามมารายงานเพื่อนๆ กันต่อไปในนะครับ

วันนี้ชาวบ้านมีความกลัวว่า...นายทุนจะเข้ามาตักตวงผลประโยชน์

เพื่อนๆ คิดว่าชาวบ้านควรทำอย่างไร? กันต่อไปดีครับ

ถ้าสมมุติเกิดมีการอนุญาติให้ขุดเจาะ "น้ำมัน" ที่นี่ขึ้นมาจริงๆ

โดยที่ชาวบ้านยังมีคำถามคาใจ และบริษัทสัมปทานยังไม่สามารถตอบคำถามของชาวบ้านได้

-1718-

*******************************************************

หมายเหตุ เรื่องนี้เข้าประกวด TBA2013 หมวด Citizen Reporter Blog และอีก 2 เรื่องที่เข้าประกวดในหมวดนี้คือ   

1. จอดรถวันอาทิตย์ตรงป้าย "ห้ามจอดตลอดเวลา เว้นวันอาทิตย์" แต่ถูกตำรวจปรับ 700 บ. 

2. ถ้าศาลปกครองไม่ระงับ"โครงการจัดการน้ำ" คนจังหวัดอื่นคงได้ "ปีนบันได...เก่ง" เหมือนคนปทุมธานีไปแล้ว !!!  

--- ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยโหวตคะแนนให้ในการประกวดในปีนี้ด้วยครับ ---

โดย คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net