วันที่ จันทร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

4 มีนาคม 2556 ครบ 64 ปี เหตุการณ์สังหารหมู่ 4 อดีตรัฐมนตรีในเขตเมืองหลวง


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2492 เกิดเหตุสะเทือนขวัญชาวไทยขึ้น ด้วยมีการสังหารหมู่อดีตรัฐมนตรี 4 ท่าน Entry นี้เขียนโดยการรวบรวมข้อมูลอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีผู้สรุปรวบรวมและมีที่มาชัดเจนตรวจสอบได้ 


ภาพจาก FB

เหตุการณ์สังหาร 4 อดีตรัฐมนตรี

เหตุการณ์สังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2492 ในท้องที่เขตบางเขน ระหว่างกิโลเมตรที่ 14 –15 ถนนพหลโยธิน อดีตรัฐมนตรีทั้ง 4 คนได้แก่ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์, นายถวิล อุดล, นายจำลอง ดาวเรือง และนายทองเปลว ชลภูมิ์[1]
กลุ่มการเมืองไทยหลังสงครามโลกครั้งที่สองอาจแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มคือ กลุ่มทหารและอำนาจนิยม กลุ่มอนุรักษ์นิยม และกลุ่มเสรีนิยมและสังคมนิยม กลุ่มทหารและอำนาจนิยม นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และกลุ่มที่รวมตัวกันเป็นคณะรัฐประหาร พ.ศ. 2490 ซึ่งนำโดยพลโทผิน ชุณหะวัน ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กลุ่มนี้จะเสียอำนาจและลดบทบาทลงก่อนที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่งหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2490

กลุ่มอนุรักษ์นิยมเป็นกลุ่มนิยมเจ้าและขุนนางเก่า มีผู้นำคนสำคัญเช่น ควง อภัยวงศ์, เสนีย์ ปราโมช และคึกฤทธิ์ ปราโมช กลุ่มนี้มีพรรคการเมืองของตนเองคือ พรรคประชาธิปไตย และพรรคก้าวหน้า ก่อนที่ใน พ.ศ.2489 จะรวมตัวกันตั้งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มอนุรักษ์นิยมจะมีบทบาททางการเมืองในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในระหว่าง พ.ศ. 2488–2490 นั้นกลุ่มที่มีบทบาทมากกว่าคือกลุ่มเสรีนิยมและสังคมนิยม

กลุ่มเสรีนิยมและสังคมนิยมเป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของกลุ่มที่สนับสนุนนายปรีดี พนมยงค์ และโดยมากเคยร่วมงานกันในกลุ่มเสรีไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ กลุ่มข้าราชการพลเรือน ทหารเรือ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจเอกชน ซึ่งรวมตัวกันอยู่ในพรรคแนวร่วมรัฐธรรมนูญซึ่งมี พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นผู้นำ และกลุ่มของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสหชีพซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน ซึ่งนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์, นายถวิล อุดล, นายจำลอง ดาวเรือง ก็เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคสหชีพ นายทองอินทร์ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกใน พ.ศ. 2487 ส่วนคนอื่นๆ ได้เป็นรัฐมนตรีในระหว่าง พ.ศ. 2488–2490

ในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 พลโทผิน ชุณหะวัน และพวกก็ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ทำให้กลุ่มทหารและอำนาจนิยมกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งหนึ่ง ในระยะแรกคณะรัฐประหารเชิญนายควง อภัยวงศ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะจี้ให้นายควงลาออกแล้วเชิญ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มาเป็นนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐประหารได้เฝ้าติดตามและกวาดล้างศัตรูทางการเมืองของตน ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2490 เป็นต้นมา รัฐบาลจอมพล ป. ได้จับกุมบุคคลจำนวนมากในข้อหาต่างๆ กัน บุคคลส่วนใหญ่ที่ถูกจับกุมเป็นอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลถวัลย์และกลุ่มผู้สนับสนุนปรีดี ในช่วงเวลานั้น ทองอินทร์ถูกจับกุมในข้อหามีอาวุธไว้ในครอบครอง ทองเปลวถูกจับกุมในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ส่วนถวิลถูกจับกุมในข้อหาทุจริตเงินเสรีไทย แต่ที่สุดก็ถูกปล่อยตัวไป

ในช่วง พ.ศ. 2491 ทองอินทร์และถวิล ก็ถูกจับกุมในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดนอีสาน ส่วนจำลองถูกจับกุมในข้อหาคอมมิวนิสต์ แต่ที่สุดก็ถูกปล่อยตัวเพราะไม่มีหลักฐานในการกระทำผิด ขณะที่ทองเปลวถูกจับกุมในเหตุการณ์กบฏเสนาธิการ 1 ตุลาคม พ.ศ.2491 หลังออกจากที่คุมขังก็เดินทางไปลี้ภัยการเมืองที่ปีนัง

หลังเหตุการณ์กบฏวังหลวง 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ซึ่งมี ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำรัฐบาลอาศัยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการจับกุมและกวาดล้างศัตรูทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นกว่าที่ผ่านมา ทองอินทร์, ถวิล, และจำลอง ถูกจับกุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนทองเปลวได้รับโทรเลขลวงจากรัฐบาลแจ้งว่าปฏิบัติการของปรีดีสำเร็จลุล่วงด้วยดีจึงเดินทางโดยเครื่องบินเข้ามาในประเทศไทยและถูกจับกุมตัวในวันที่ 1 มีนาคม ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวในข้อหากบฏ 4 อดีตรัฐมนตรีถูกข่มขู่และกระทำทารุณกรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นเพื่อให้รับสารภาพ


ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2492 4 อดีตรัฐมนตรีซึ่งถูกคุมขังไว้ในที่ต่างๆ กันถูกนำตัวขึ้นรถเพื่อนำไปคุมขังที่สถานีตำรวจบางเขน ตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุม 4 อดีตรัฐมนตรีคือ พ.ต.อ.หลวงพิชิตสุรการ เมื่อมาถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 14 –15 ถนนพหลโยธิน ตำรวจก็ลงมือสังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีซึ่งถูกสวมกุญแจมือ กรมตำรวจอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากโจรจีนมลายูบุกเข้าแย่งชิงนักโทษ ทำให้ 4 อดีตรัฐมนตรีถูกยิงตาย

อ้างอิง

ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี, ถวิล อุดล เป็นอดีตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด, จำลอง ดาวเรือง เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม และ ทองเปลว ชลภูมิ์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งสี่คนนี้เป็นรัฐมนตรีหลายสมัยในหลายรัฐบาลในระหว่าง พ.ศ. 2487–2490.

ผู้เรียบเรียง สุวัสดี โภชน์พันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต ที่มา http://www.kpi.ac.th/wiki (ฐานข้อมูลการเมืองการปกครองสถาบันพระปกเกล้า)

รองอำมาตย์ตรี ทองอินทร์ ภูริพัฒน์


นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เป็นนักการเมือง ภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในกรณี "พระราชบัญญัติปักป้ายข้าวเหนียว" ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาล นายปรีดี พนมยงค์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น นักการเมืองผู้ต่อสู้เพื่อชาวอิสานอย่างแท้จริงคนหนึ่ง

 

นายถวิล อุดล

นายถวิล อุดล (3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2452 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2492) เป็นนักการเมือง หนึ่งใน "สี่เสืออีสาน" ซึ่งประกอบด้วย ตัวนายถวิลเอง นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายเตียง ศิริขันธ์ และนายจำลอง ดาวเรือง

นายถวิลดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด 2 สมัย เป็นหัวหน้าเสรีไทย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเคยเดินทางไปติดต่อขอความร่วมมือจาก ประเทศจีน แนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ เงินภาษีที่เก็บจากประชาชน ต้องเป็นประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนทั้งหมด

 

นายจำลอง ดาวเรือง

อ่านเรื่องราวของนายจำลอง ดาวเรืองโดย BG เจนอักษราพิจารณ์ ที่ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=560502

ดร.ทองเปลว ชลภูมิ


ดร.ทองเปลว ชลภูมิ (พ.ศ.2455-2492) ศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ อดีตรัฐมนตรี และเป็นคณะราษฎร อดีต ส.ส.จังหวัดนครนายก และเลขาธิการพรรคแนวรัฐธรรมนูญ

เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่ จอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 (8 เมษายน พ.ศ. 2491 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง (15 เมษายน พ.ศ. 249125 มิถุนายน พ.ศ. 2492)

จอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นผู้บัญชาการทหารบก (28 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 – 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2497) พล...หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ) ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ (พ.ศ.2490-2494) 

 

พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ โอนย้ายมาเป็นตำรวจดำรงตำแหน่งในขณะนั้นเป็นผู้ช่วยและรองอธิบดีกรมตำรวจ (ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2500)

"ซึ่งในสมัยนั้นกรมตำรวจอยู่ในกำกับของกระทรวงมหาดไทย" 

รัฐตำรวจ ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/เผ่า_ศรียานนท์ 

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นนายตำรวจที่ประชาชนชาวไทยในยุคสมัยนั้นรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเสมือนมือขวาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น นายกรัฐมนตรีเผด็จการทหารในสมัยนั้น เริ่มแรก พล.ต.อ.เผ่านั้นรับราชการเป็นทหารมาก่อน ก่อนจะย้ายตัวเองมาเป็นตำรวจ 

ยุคของพล.ต.อ.เผ่านั้น ถูกเรียกว่ายุค "รัฐตำรวจ" หรือ "อัศวินผยอง" เนื่องจาก พล.ต.อ.เผ่า ได้เสริมสร้างขุมกำลังตำรวจจนสามารถเทียบเท่ากับกองทัพ ๆ หนึ่งเหมือนทหารได้ โดยเริ่มให้มี ตำรวจน้ำ, ตำรวจพลร่ม, ตำรวจม้า, ตำรวจรถถัง ตลอดจนให้มีธงไชยเฉลิมพลเหมือนทหาร จนมีการกล่าวในเชิงประชดว่า อาจจะมีถึงตำรวจเรือดำน้ำ เป็นต้น โดยประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของตำรวจในสมัยนั้น ซึ่งเป็นประโยคของพล.ต.อ.เผ่าเอง คือ "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง" จนได้รับฉายาจากสื่อต่างประเทศว่า "บุรุษเหล็กแห่งเอเซีย" 

ในทางการเมือง พล.ต.อ.เผ่า มีฐานะเป็นเลขาธิการพรรคเสรีมนังคศิลาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมีตั้งแต่การข่มขู่ผู้ลงคะแนนให้เลือกแต่พรรคเสรีมนังคศิลา มีการเวียนเทียนลงคะแนนกันหลายรอบ ที่เรียกว่า พลร่ม หรือ ไพ่ไฟ และนับคะแนนกันถึง 7 วัน 7 คืน[4] โดยในยุคนั้นประชาชนทุกคนต่างรู้ดีว่า ไม่ควรจะกระทำการใดที่เป็นการต่อต้านอำนาจรัฐเพราะอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น กรณีสังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีที่ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2492 หลังเหตุการณ์กบฏวังหลวง หรือการจับถ่วงน้ำ นายหะยีสุหรง อับดุลกาเดร์ ผู้นำอิสลามจังหวัดปัตตานี ที่ทะเลสาบสงขลา เป็นต้น ล้วนแต่เป็นฝีมือตำรวจ โดย พล.ต.อ.เผ่า และเป็นที่รับรู้กันว่าตำรวจเป็นผู้เลี้ยงบรรดานักเลง อันธพาลในยุคนั้นเป็นลูกน้องด้วย ซึ่งเรียกกันว่า "นักเลงเก้ายอด" อันมาจากการที่นักเลงอันธพาลเหล่านั้นสามารถเข้าออกกองบัญชาการตำรวจกองปราบที่สามยอดได้โดยสบาย ซึ่งทำให้เหล่านักเลงอันธพาลเกลื่อนเมือง 

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กลุ่มนายทหารที่นำโดย พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่พอใจ โดยเริ่มทำการปราศรัยโจมตีตำรวจที่ท้องสนามหลวงบนลังสบู่ ที่เริ่มกันว่า "ไฮปาร์ค" และทางตำรวจก็ตอบโต้ด้วยการไฮปาร์คบ้าง จนในที่สุดนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น พล.ต.อ.เผ่า ยังไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศเหมือนจอมพล ป. แต่ยอมเข้ามอบตัวแต่โดยดี โดยกล่าวว่า "อั๊วมาแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา" 

วันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[6] พล.ต.อ.เผ่า มีทรัพย์สินอยู่มากมาย มีคฤหาสถ์หลังใหญ่ติดทะเลสาบที่นครเจนีวา จนครั้งหนึ่งเมื่อนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่งจัดอันดับมหาเศรษฐี 10 อันดับของโลก ก็มีชื่อของ พล.ต.อ.เผ่า ติดอยู่ในอันดับด้วย 

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ความหมายของรัฐตำรวจ ข้อมูลจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=angkool&month=12-02-2008&group=10&gblog=20

เป็นรัฐที่มีการดำเนินการหรือปล่อยให้อำนาจฝ่ายปกครองสามารถที่จะใช้ กำลังและอำนาจบังคับต่อประชาชน โดยเลือกใช้มาตรการซึ่งฝ่ายปกครองจะทำการตัดสินใจโดยยึดตัวเองหรือคำบัญชา จากผู้ปกครองเป็นหลัก มุ่งใช้อำนาจตัดสินใจด้วยตนเอง (LA DISCRETION) บังคับต่อประชาชน โดยการเลือกใช้อิสระแห่งการตัดสินใจตามอำเภอใจ เลือกดำเนินการปฏิบัติมากหรือน้อยได้ แล้วแต่สถานการณ์ตามความคิดเห็นที่เป็นใหญ่ของฝ่ายปกครองเองหรือตามคำสั่ง การของผู้ปกครอง โดยไม่พิจารณาและปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ ตลอดจนเลือกที่จะยุติการใช้อำนาจลงในขณะใดก็ได้ตามแต่ความพอใจของฝ่ายปกครอง หรือตามคำสั่งของผู้ปกครอง ไม่เคารพต่อบรรทัดฐานในทางกฎหมาย ละเลยหรือเพิกเฉยต่อสิทธิ เสรีภาพ หลักความชอบด้วยกฎหมาย และหลักความเสมอภาคในทางกฎหมาย รวมทั้งกีดกันและขัดขวางมิให้มีกระบวนการในการดำเนินคดีใดต่อบุคคลใดบุคคล หนึ่ง หรือต่อฝ่ายปกครองเอง หรือต่อตัวผู้ปกครองใด โดยกระทำการมิให้มีการควบคุมตรวจสอบและมิให้สามารถดำเนินการไปสู่กระบวนการ ยุติธรรมทางตุลาการได้ ตลอดจนกล่าวอ้าง กล่าวหา และไม่แสดงความเคารพต่อคำวินิจฉัยขององค์กรตุลาการที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งได้ตัดสินโดยชอบตามบรรทัดฐานแห่งกฎหมาย

สำหรับบ้านเรารูปแบบรัฐตำรวจเกิดขึ้นแล้ว และยังเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ที่น่ากลัวที่สุดคือ รัฐตำรวจที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยอ้างผลการเลือกตั้งมาจากเสียงใหญ่ของประชาชาชน (แต่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น)

อีกทั้งเสียงของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งอีกจำนวนมากมาจากการใช้ทั้งอมิสสินจ้าง นโยบายที่ไม่สามารถทำได้จริงหรือนโยบายที่ออกแบบโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเสียหายมากมายมหาศาลที่จะเกิดขึ้น

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net