วันที่ อังคาร มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....ท่าสองยาง..แม่สะเรียง..ท่าตาฝั่ง..แม่ฮ่องสอน..ปางอุ๋ง..ลำปาง..ทริปนี้มีความหมาย ๓..


.

.

ตอน : ทำไมต้อง "ท่าตาฝั่ง"?...ทำไมต้อง "ครูไทยใจเกินร้อย" ?..

.

.

ในครั้งแรกผมตั้งใจจะเขียนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ "ทริปเยือนเหนือเมื่อหนาว" นี้ให้จบในเอ็นทรีเดียว

จนแล้วจนรอด  ผมทำไม่สำเร็จ  

เพราะผมบันทึกความรู้สึกต่าง ๆ ของการเดินทางไว้ด้วยกล้องถ่ายรูป 

เมื่อมาเขียนบล็อก จึงต้องนำเสนอด้วยภาพที่มีอยู่มากมาย  ครั้นจะตัดทอนทิ้งไปเสียบ้างก็ให้รู้สึกเสียดายภาพเหล่านั้นเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อถ่ายรูปแล้ว  หากไม่ได้นำเสนอ  ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย  

บล็อกโอเคเนชั่นของเรานี้แหละเหมาะที่สุดที่จะเผยแพร่ภาพเหล่านั้น....

.

.

นึกถึงสมัยก่อน ๆ ที่เคยเดินทางแล้วจดบันทึกสิ่งที่ได้พบได้เห็นด้วยปากกาในไดอารี   นาน ๆ จะถ่ายภาพสัก ๑ ภาพ

ด้วยก่อนนี้เราใช้กล้องฟิมส์  ถ่ายภาพทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ได้   มันหมายถึงเงินสดที่สูญเสียไปในการล้างอัดขยายรูป

มาถึงวันนี้  สมัยนี้  กล้องถ่ายรูปดิจิตอลเข้ามาแทนที่กล้องฟิมส์  เรากดชัตเตอร์ไปกี่ครั้งไม่รู้สึกเสียดายเงิน

กลับถึงบ้าน  ถ่ายเทภาพลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบคัดเลือก  ภาพไหนไม่สวยหรือไม่ถูกใจก็ลบทิ้งไป

ฉะนั้นอารมณ์และความรู้สึกของการเดินทางจึงไปปรากฏในภาพถ่ายแทนตัวอักษรในไดอารี

.

.

แม้ผมจะไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพก็ตาม  

แต่ความเป็นทันสมัยของอุปกรณ์ที่ล้ำเลิศ  

ทำให้ผมได้ภาพที่ผมคิด(เอาเองคนเดียว)ว่าสวยติดมือมาด้วยทุก ๆ ครั้งที่ออกจากบ้าน

การนำภาพมาถ่ายทอดในบล็อก  หรือในโซเชียลมิเดียในวันนี้  

เหมือนกับเมื่อก่อนที่เราถ่ายภาพแล้วนำมาอวดมาโชว์กันนั่นแหละครับ

เป็นเรื่องของคำว่าวิวัฒนาการ  เดินก้าวตามการกระโดดไปข้างหน้าของโลกสมัยใหม่

.

.

เข้าเรื่องของเราต่อดีกว่า

การเดินทางมาที่โรงเรียนท่าตาฝั่ง แม่สะเรียง (เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๖) ครั้งนี้

เรามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำสิ่งของมามอบให้กับนักเรียนชายขอบ  โดยมี "เต็งพ้ง" เป็นหัวหน้าทีม

ผมเองเป็นเพียงผู้ประสานงานเล็ก ๆ น้อยเท่าที่จะทำได้

การขอรับบริจาคเป็นเงินสด  ไม่ได้มีการกระทำอย่างพร่ำเพรื่อให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม

เพื่อน ๆ ในบล็อกหลายคนที่ประสงค์ปิดทองหลังพระครั้งนี้   ได้โอนเงินสดโดยตรงไปให้กับทางโรงเรียน

คณะที่เดินทางไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินสดเลย

สำหรับสิ่งของที่ได้รับบริจาค  และนำมามอบให้กับนักเรียน

"เต็งพ้งและคุณหน่อย" ช่วยกันพิจารณาคัดเลือกอย่างเหมาะสม  และสมควรแก่การมอบการแจกเด็ก ๆ จริง ๆ 

ท่านจะเชื่อไหมว่า  การเดินทางครั้งนี้  เรามี "เกลือเม็ด" ไปมอบให้ครูไว้ทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน

เพื่อนคุณหน่อย  ซื้อ "ปลาอินทรีย์เค็ม" ตัวยาว ๆ ห่อมิดชิดอย่างดี  เพื่อจะให้นักเรียนชายขอบได้ลิ้มรสชาติปลาทะเล

และเรื่องราวอื่น ๆ ที่ดูเหมือนว่าจุกจิกอีกมากมาย จนเกินความจำเป็นที่จะนำมาบอกเล่ากล่าวขาน

.

.

มีคำถามว่า  ทำไมต้องท่าตาฝั่ง?  ทำไมต้องครูเสกสรรค์?  ที่อื่น ๆ ไม่ได้หรือไร?

ตอบว่า..ได้ครับ..  แต่เพราะครูเสกสรรค์คือมหามิตรที่สำคัญของเราชาวโอเคเนชั่น

หากใครสักคนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดกับครูเสกสรรค์แล้ว  จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้กำลังใจครู

ครูผู้มีความเสียสละความสุขส่วนตัว  ความสุขของครอบครัว  เพื่อเด็กตาดำ ๆ ชายขอบ  ชายแดน

.

เมื่อมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจทำงานเพื่อสังคมแบบปิดทองหลังพระ

เพื่อนฝูงพบเห็น  การให้กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทอง

กำลังใจที่เดินทางไปจากเมืองหลวง  ไปถึงครูชายขอบ  ย่อมเป็นพลังที่จะให้เกิดการขับเคลื่อนทางด้านจิตใจมากยิ่งขึ้น

คุณครูหรือเด็ก ๆ ณ สถานที่อื่น ๆ จงอย่าน้อยใจ  จงอย่าเสียใจ  

หรืออย่าคิดเป็นอย่างอื่นว่าทำไมไม่มาเยี่ยมเยียนฉันบ้าง?

การไปหากันเช่นนี้  เป็นเพียงตัวอย่างของการช่วยเหลือเกื้อกูลทางสังคมทางหนึ่งเท่านั้น

.

.

ทริปนี้  ผมรู้สึกสงสารแม่มะยง  เจอโค้งถนนบนภูเขาสูงไปหลายร้อยโค้ง  ออกอาการเล็กน้อย

แม้เธอจะไม่ปริปากบ่น  อดทนต่อเส้นทางที่ผ่านมาและเส้นทางที่จะไปต่อ  แต่ผมรู้ดีว่าเธอกำลังอ่อนล้า....

ถึงร่างกายจะไม่สู้  ขอให้จิตใจสู้ซะอย่าง  เราจะชนะทุก ๆ สิ่ง

ดูครูเสกสรรค์เป็นตัวอย่างเถิดแม่มะยง  ครูลำบากกว่าเรามากมายนะจ๊ะ...

.

.

. แม่น้ำสาละวิน  ....

ผมคิดคำนึงถึงแม่น้ำสายนี้มาโดยตลอด  อยากไป  อยากเห็น  อยากนั่งเรือล่องไปตามกระแสน้ำ

ต้นปี ๒๕๕๔ ผมได้มาสัมผัสสมดั่งใจปรารถนา ๑ ครั้ง  เมื่อกลับคืนถิ่นอาศัย  ก็คิดถึงและอยากไปอีก

.

แม่น้ำสาละวิน (Salween River) แม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับที่ ๒๖ ของโลก ยาว ๒,๘๐๐ กิโลเมตร 

มีต้นกำเนิดจากการละลายของหิมะเหนือเทือกเขาหิมาลัย  ไหลผ่านมณฑลยูนานประเทศจีน เรียกสายน้ำนี้ว่า นู่เจียง 

ผ่านรัฐฉาน รัฐกะยา รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า 

กั้นพรมแดน ระหว่างพม่ากับไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ไหลผ่านแม่ลาน้อย  แม่สะเรียง  สบเมย ระยะทาง ๑๑๘ กิโลเมตร

ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำเมย  (แม่น้ำที่โอบกอดพวกเรายามพักผ่อนเมื่อคืนที่ผ่านมานั่นแหละครับ)

จากจุดสบเมย  แม่น้ำสาละวินไหลวกกลับเข้าประเทศพม่า และไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่อ่าวเมาะตะมะ รัฐมอญ

ผมมองว่า  สาละวิน เป็นแม่น้ำแห่งชาติพันธุ์ที่ลึกลับซับซ้อน  และน่าเกรงขามมากทีเดียวครับ

.

.

บล็อกเกอร์ครูไทยใจเกินร้อย หรือท่าน ผอ.เสกสรรค์ หลักบุญ  รู้จักคุ้นเคยกับสายน้ำแห่งนี้มานานปี

ครูติดต่อเช่าเรือให้พวกเราเดินทางไปสู่โรงเรียนท่าตาฝั่ง  ส่วนสิ่งของบริจาคและสัมภาระ  มอบให้ครูเคนนำเดินทางไปทางบก

การเช่าเรือวันนี้  ต้องเหมาลำไปกลับ  เพราะคนเรือจะต้องไปนอนค้างที่ท่าตาฝั่ง  เพื่อรับพวกเรากลับในวันพรุ่งนี้

ราคาค่าเช่าเรือจากแม่สามแลบไปท่าตาฝั่ง  ปกติเขาคิดที่ ๑,๕๐๐ บาท  วันนี้ครูไทยฯบอกว่า  เขาลดให้ เหลือเพียง ๑,๐๐๐ บาท เท่านั้น

.

. ครั้งแรกในชีวิตของเต็งพ้ง กับสาละวิน....เต็งพ้งพร้อม....

.

. ครั้งแรกในชีวิตของคุณหน่อยกับสาละวิน...คุณหน่อยพร้อม....

.

. ครั้งแรกในชีวิตของเป้กับสาละวิน....เป้พร้อม....

.

. ครั้งที่ ๒ ในชีวิตของแม่มะยงกับสาละวิน...แม่มะยงซ่อนเร้นความรู้สึกที่ตื่นเต้นไว้ในแววตา...

.

. ครั้งที่ ๒ ในชีวิตของมะอึกกับสาละวิน....ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งที่ ๑  และนึกไปถึงครั้งที่ ๓..โน้น...

.

. ก้อนหินสองฝั่งสาละวิน  ยังเป็นก้อนหินก้อนเดิมที่ดูแล้วแปลกตา น่ามองคิดจินตนาการ....

.

.

(ภาพโดย..เสือน้อย)

ทรายขาวละเอียดของสาละวิน  ละเอียดเหมือนแป้งฝุ่น  

ผมได้ความรู้ใหม่จากครูเคนว่า  ทรายแห่งลุ่มน้ำสาละวิน  ไม่สามารถนำไปผสมปูนเพื่อใช้ในการก่อสร้างได้  

ทรายแหล่งนี้  ไม่ยึดเกาะกับปูนซีเมนต์ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด ๆ 

สาละวิน  จึงปลอดภัย ไม่มีเรือดูดทรายให้เห็นเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา  และแม่น้ำโขง

.

.

. สายน้ำในแม่น้ำสาละวินลดต่ำในหน้าหนาวและหน้าร้อน

ส่วนหน้าฝน  ระดับน้ำจะสูงเกือบปริ่มตลิ่ง  และไหลเชี่ยวกราก

.

. ในลำเรือ  ผู้โดยสารทุกคนแทบจะไม่ได้คุยกัน  

สายตาบันทึกทิวทัศน์ที่ผ่าน  ความรู้สึกคงจะนึกคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ตามประสบการณ์ของแต่ละคนที่มีกับสาละวิน

.

.

(ภาพโดย..เสือน้อย)

. เรือวิ่งทวนน้ำ ๔๐ นาที จากท่าสามแลบ  ถึงท่าตาฝั่ง  หมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวกะเหรี่ยง ปกากะญอ ที่มีประวัติมายาวนานพอสมควร

.

.ขึ้นจากเรือ...สู่ท่าตาฝั่ง...

.

(ภาพโดย..เสือน้อย)

.เท่ห์มั๊ย?...เล็นส์ไวด์....โดยเสือน้อย...

.

.เสือน้อย..ยืนจด ๆ จ้อง ๆ อยู่ริมฝั่งสาละวิน...

.

(ภาพโดย..เสือน้อย)

.และได้ภาพนี้มาครับ

.

.

.พวกเราเดินไต่ระดับความสูงของภูเขาขึ้นไปที่โรงเรียนท่าตาฝั่ง

.

.ครูเคน  ขับรถขนของมาทางบก  มาถึงโรงเรียนพอดี

เด็ก ๆ ช่วยกันขนของลงจากรถคนละไม้คนละมือ  โดยไม่ต้องสั่งการ

.

.เย็นวันนั้น  เราเดินทางถึงท่าตาฝั่ง  โรงเรียนเลิกแล้ว  แต่ครูสามารถให้เด็กนักเรียนทุก ๆ คนกลับมาที่โรงเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง

.

.นักเรียนมีบ้านอยู่ในละแวกใกล้ ๆ โรงเรียนทุก ๆ คนครับ

.

.พระเอกคนนี้  มาช้าเป็นคนสุดท้าย  ดูรอยยิ้มเขิน ๆ ของเขาซีครับท่าน

.

.หนุ่ย...มอบเงินสดให้กับครูไทยฯ

.

.เต็งพ้ง...มอบเงินสดให้กับครูไทยฯ

.

.คุณหน่อย...มอบผ้าห่มและสิ่งของต่าง ๆ 

.

.จากนั้น..เด็ก ๆ นักเรียนทุก ๆ คนเดินแถวเข้ามารับขนม นมเนย  และเงินสดเป็นรายบุคคล

การมอบเงินและสิ่งของที่ขนไปก็เป็นอันเสร็จพิธี

นักเรียนมีการแสดงให้ชม ๑ ชุด

หลังจากทานอาหารมื้อเย็นเรียบร้อย  พวกเราก็แยกย้ายไปพักผ่อน

คืนนี้  พวกเรายึดบ้านพักครูเป็นที่พักครับ

.

.

.ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ  ครูไทยฯก่อกองไฟ  และนั่งคุยกัน

.

.ครูไทยฯ บอกผมว่า  

"ช่วงนี้สุขภาพผมเริ่มอ่อนล้า  กระดูกทับเส้นประสาท  จะลุย ๆ เหมือนวัยรุ่นไม่ได้อีกแล้วครับพี่มะอึก

พี่มะอึกจะมีความคิดเห็นอย่างไร  หากผมจะย้ายกลับไปอยู่โรงเรียนใกล้ ๆ บ้าน ?"

ผมแสดงความคิดเห็นอย่างไม่เกรงใจทันทีว่า

"ครูย้ายเถอะ  ยังมีเวลายื่นเรื่องราวคำร้องต่อผู้บังคับบัญชาทันหรือไม่?"

ครูบอกว่า

"พอจะทันครับพี่มะอึก"

.

วันนี้  

ครูเสกสรรค์ หลักบุญ ได้รับคำสั่งย้ายจากการเป็น "ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าตาฝั่ง"

ไปดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยปลากั้ง" แล้ว

ผมรู้ดีว่า  ในใจของครูเสกสรรค์  ไม่อยากจากท่าตาฝั่งไปแม้แต่น้อย

แต่.....สุขภาพของครูเสกสรรค์  เรียกร้องให้ครูเลิกตรากตรำเพราะการเดินทางเสียที

.

.

ไม่ว่าครูจะอยู่ ณ ที่ใด  ครูสามารถทำความดีช่วยเหลือสังคมได้เสมอ

ผมเชื่อเช่นนั้นครับ

.

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net