วันที่ จันทร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 25 - จ บ บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี


'

.

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี 25 - จ บ บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

หน้าปก

 

->

 

บิดเดี่ยวเที่ยวข้ามปี

 

ที่เข็มไมล์ 3496 เริ่มจากต้นทางชันมาราว 3 กิโลจะถึงสามแยก ถ้าเลี้ยวโค้งซ้ายไปอีก 2 กิโล ก็จะถึงทางขึ้นภูชี้ฟ้าอีกทางที่ไม่ชัน ถ้าเลี้ยวขวาจะไป อ.เทิง เพื่อเข้าเชียงราย ป้ายบอกว่าเป็นทางลงเขา 15 กิโล ถ่ายรูปเป็นพยานนิดหน่อย แล้วพอ 10.27 น. ผมก็เริ่มบิดลงเขาเป้าหมายแรกคือ อ.เทิง 34 กิโล

วิวระหว่างทางก็ไม่มีอะไรมาก แค่ ‘สวยมาก’ เท่านั้นเอง มันเกิดจากส่วนผสมของคำว่า ‘ภูเขาสลับงามซับงามซ้อน’ กับคำว่า ‘งามสุดลูกหูลูกตา’ แล้วเคลือบด้วยคำว่า ‘เหลือเกิน’

 

Crop ไม่ Circle

 

ชายผ้าพันคอ

 

ท่ามกลาง...

 

ผมบิดถึงหมู่บ้านชาวเขาชื่อ บ้านประชาภักดี ที่เข็มไมล์  3504 จอดถ่ายรูปเป็นพิธีแล้วผ่านเพราะต้องทำเวลาตามความตั้งใจที่จะกลับเชียงใหม่ในวันนี้ และไม่อยากต้องบิดอยู่บนถนนในช่วงฟ้ามืด

จน 11.38 น. ที่เข็มไมล์ 3535 ก็ถึงสามแยก ‘เทศบาลตำบลหงาวยินดีต้อนรับ’ ข้างหน้ามีป้ายบอกทาง ซ้ายไปเชียงคำ ขวาไปเทิง

แดดเปรี้ยงมาก ผมบิดเหมือนพยายามหนีแดดทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีวันหนีพ้น ตราบใดที่ยังอยู่บนถนน

ไม่รู้จะให้ค่าราคากับแสงแดดยังไงดี บางทีเราก็ต้องการมัน แต่บางทีก็ไม่ หลายครั้งเราเฉยๆ แต่หลายครั้งก็แทบจะโผเข้าไปกอด เราเคยกล่าวโทษมันว่าเพราะแกฉันถึงดำ แต่เราก็เคยออดอ้อนว่าแดดจ๋า ขอบคุณสำหรับความอบอุ่นนะที่รัก

ทีนี้ก็เลยเกิดคำถามว่าแสงแดดหรือมนุษย์นะ ที่ต้องปรับปรุงตัวเอง

แต่ไม่ว่าจะยังไง ในนาทีแห่งความร้อนรุนแรงนี้เรียกว่าผมบิดไม่คิดชีวิตก็ว่าได้ จนถึงตัว อ.เทิง ตอน 11.44 น. ที่เข็มไมล์ 3540 เงยหน้าเห็นป้ายเชียงราย 65 กิโล ไม่มีคำว่ารีรอ GO!

 

พอเข็มไมล์ 3545 ตอน 11.55 น. ก็เจอ ปั๊ม ปตท. มันคือโอเอซิสของทั้งคนและรถ และน้ำแรกที่ผมตวัดขึ้นสัมผัสใบหน้า นั่นคือสภาวะสวรรค์

เติมน้ำมันเต็มถังให้รถ แล้วเติมชาเขียวใน 7-11 ให้ตัวเอง เนื้อหนังหน้าที่เห็นในกระจกห้องน้ำปั๊ม ทำให้ไม่กล้าสบตาสาวเขี้ยวพนักงานขาย เพราะกลัวถูกถามว่าลุงเพิ่งกลับจากเผาถ่านเหรอคะ

ก่อนสตาร์ทเครื่อง ผม short note ว่า ‘12.08 น. เดินทางต่อ แดดร้อนมากๆๆๆๆๆ‘ มันน่าจะใส่ ‘ๆ’ ซักล้านอัน ให้สมกับที่มันทำให้ผมโทรม

ผมทำตัวเหมือนเป็นผู้ตรวจงาน ปตท. คือขณะที่กำลังบิดหนีแดดแบบไม่คิดชีวิต บิดแบบไม่จอดไม่แวะไม่ถ่ายรูป แบบว่าไม่เอาอะไรแล้ว แต่พอเห็นปั๊ม ปตท. ผมจะแวะทันทีด้วยความดีใจอย่างแรง

ตอน 12.57 น. ที่เข็มไมล์ 3597 ผมล้างหน้าและล้างหน้า แต่พอมองเข้าไปในกระจก ก็ลงมือล้างหน้าและล้างหน้าอีกรอบและอีกรอบ ความจริงอยากถูๆ ขยี้ๆ ให้ลุงขายถ่านเจ็บ ลุงจะได้ไปให้พ้นๆ จากใบหน้าผม

พอ 13.03 น. ในเมื่อลุงขายถ่านไม่ยอมไป ก็ได้ งั้นผมไปเอง ว่าแล้วก็เผ่นออกจากหน้ากระจก ป้ายข้างทางบอกเชียงราย 11 กิโล ผมคิดในใจว่าพอถึงตัวเมือง ก็จะหาทางไปบ้านดำของ อ.ถวัลย์ ดัชนี

 

จนถึงสี่แยกที่กำลังถึงคิวของไฟแดง ป้ายบอกว่าเชียงรายตรงไป พลันสายตาก็ฝ่าแดดไปเห็นป้าย ‘แม่กรณ์’ มันคือสี่แยกแม่กรณ์ที่หากมองจากจุดนี้ เลี้ยวขวาจะไปแม่สาย ตรงไปคือเข้าเมือง และเลี้ยวซ้ายคือทางที่ผมมาจากเชียงใหม่

ผางเข้าแล้ว ดีที่ไฟยังแดง มีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมขอบคุณไฟแดง ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้ายไปจอดข้างทางเพื่อตั้งสติ

ดูเวลา 13.14 น. พยายามคิดว่าบ้านดำอยู่ตรงไหน คือผมเคยเห็นข้อมูลในเนตแล้วแต่ไม่ได้จด เพราะตอนนั้นคิดว่าคงจำได้ ซึ่งผมก็จำได้จริงๆ แต่จำได้แค่ตอนนั้น แต่ตอนนี้นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าตอนนั้นผมจำว่าอะไร

นึกถึงเพลงเก่าที่ว่าอยากจำกลับลืม ทีเรื่องอยากลืมกลับจำดีนัก นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์เลยนะผมว่า

เมื่อคิดไม่ออกว่าบ้านดำอยู่ตรงไหนจึงตัดสินใจกลับเชียงใหม่ และเห็นควรแวะวัดร่องขุ่นอีกรอบ เผื่อได้รูปที่พอจะเปิดเผยได้เพิ่ม

 

พอ 13.24 น. เข็มไมล์ที่ 3613 ก็ถึงสวรรค์ตามถ้อยคำเปรียบเทียบที่เคยอ่านเจอว่า ‘เฉลิมสวรรค์ ถวัลย์นรก’ เนื่องจากวัดร่องขุ่นมีสีขาว ขณะที่บ้าน อ.ถวัลย์มีสีดำ

 

มุมบังคับ

 

มุมไม่บังคับ

 

 วิจิตรมหัศจรรย์

 

ทันทีที่เข้าวัด เป้าหมายแรกจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นั่นคือห้องน้ำ แอบหวังว่าห้องน้ำที่สวรรค์จะช่วยขับไล่มนต์ดำที่ครอบงำใบหน้าผมได้ ซึ่งมันก็พอจะได้ แต่ก็แค่บ้าง

 

ยังไงก็ต้องใช้บริการ

 

คนน้อยกว่าที่ผมมารอบแรกเยอะ และวันนี้ไม่มีเสียงตามสายจาก อ.เฉลิมชัย แต่ความงามทั้งหลายของที่นี่คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไปใครจะมา และถ้าทำได้ผมก็อยากอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้ายันเย็นเพื่อพินิจทุกอย่างที่ทำให้ผมตื่นตาไปหมด

 

เงาในน้ำ งามในนั้น

  

คารวะ

 

มนุษย์เหวย...หยุดวิวาทหวาดระแวง

 

อย่าแก่งแย่งกันนักเลย...เหวยมนุษย์

 

นมัสการพุทธองค์

 

มัจฉาสวรรค์

 

ภูตพิทักษ์ธรรม

 

ครั้งนี้ผมเพิ่งเห็น Hall of Masterwork ของ อ.เฉลิมชัย ข้างในคือผลงานต้นฉบับภาพจริงที่ไม่ควรพลาดการเข้าชมทั้งคนวาดรูปเก่งและคนวาดรูปไม่เป็นอย่างผม สำหรับผม ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อเรียนรู้การวาดรูป แต่ผมเข้าไปเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความงามต่างหาก

 

น่าจะเท่าตัวจริง

 

ภาวะภวังค์

 

เข้าชมฟรีครับ กติกาคือห้ามถ่ายรูปและงดใช้โทรศัพท์ เพราะฉะนั้นใครที่ติดเฟซบุ๊กถึงขนาดต้องถ่ายทุกอย่างที่เห็นและอัพทุกอย่างที่ถ่าย โปรดกลั้นใจเก็บอุปกรณ์ เก็บใจเก็บอารมณ์ชั่วคราว มิฉะนั้นแล้วท่านอาจได้รับเกียรติถูกกล่าวถึงผ่านเสียงตามสายด้วยพลังเสียงสะท้านฟ้า

หมายเหตุ : แล้วจะหาว่าลุงไม่เตือน

ส่วนผม แน่นอนว่ามิบังอาจ ที่สำคัญคือรอบนี้ผมพาแม่มาด้วย ถ้าผมละเมิดกติกา แม่อาจหนีกลับสรวงสวรรค์ เพราะอายที่มีลูกช่างกล้าท้าทาย

 

มากันคนละทาง

 

 เ ง า รำ พั น

 

 ความนิ่งที่พบ

 

คือความสงบที่แท้

 

พลิกมือถือดูเวลาหัวใจก็แทบวาย เกือบบ่ายสามเข้าไปแล้ว ผมต้องไปต่ออีกร้อยกว่ากิโล ถ้ายังมัวแต่พินิจความงามคงได้มืดกลางทาง แวะห้องน้ำล้างหน้าอีกรอบเพื่อสะสมความสดชื่นให้เต็มกายใจก่อนจะแจ้นกลับรถ มองดูเข็มไมล์ 3613 ว่าแล้วก็สตาร์ทเครื่องตอน 15.06 น.

การเดินทางบนถนนสายนี้ ณ ช่วงวันเวลานี้ ผมพบว่าการบิดไปเชียงใหม่ช่างแสบหน้าแสบตา เพราะเป็นการวิ่งเข้าไปหาดวงอาทิตย์ ที่เดี๋ยวก็ลอยอยู่ข้างหน้าตรงๆ เดี๋ยวก็ข้างหน้าเอียงๆ แถมลอยต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้วปล่อยแสงใส่หน้าเต็มๆ

ปั๊ม ปตท. แม่สรวยมาช่วยไว้ทันก่อนที่ผมจะระเหยหายไปในอากาศ ตอน 15.42 ที่เข็มไมล์ 3651

ล้างหน้าอีกครั้ง มองกระจกอีกที ถอนหายใจอีกสิบทีก่อนไปเติมน้ำมันเต็มถังแล้วไปต่อ จากนี้ไปไม่มีเวลาให้ทำอะไรใดๆ อีก นอกจากบิด และบิด และบิด

15.50 น. ตอนออกจากปั๊ม ผมบิดแทบไม่มีชะลอจนถึงเวียงป่าเป้าตอน 16.20 น. ที่เข็มไมล์ 3685 จอด short note แล้วไปต่อจนถึงแม่ขะจานตอน 16.37 น. ที่เข็มไมล์ 3702

บิดต่ออีก 2 กิโล ก็พบกับปั๊ม ปตท.ที่รัก ปั๊มนี้ใหญ่พื้นที่สวย ร้านค้าเยอะรถก็เยอะ แน่นอนว่าคงเป็นผลจากการพิจารณาอย่างดีในการเลือกจุดสร้างปั๊ม

ทุกเรื่องในชีวิตก็ ค ว ร เกิดจากการพิจารณาอย่างดีนะผมว่า แต่แค่ ค ว ร ก็พอ ไม่ต้องถึงกับ ต้ อ ง เพราะบางครั้งเราก็ ค ว ร ปล่อยชีวิตให้ไหลไปด้วยตัวของมันเองบ้าง อย่าถึงกับบังคับชีวิตไปตลอดทั้งชีวิตเลย

ถ้าชีวิตคุณต้องการ แ ค่ ค ว า ม สุ ข

ออกจากปั๊มตอน 16.47 น. หรือเรียกอีกอย่างว่าเกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว คำว่าเย็นทำให้ลุกลี้ลุกลน เพราะผมต้องไปต่ออีก 70 กว่ากิโล

แล้วผมก็ผ่าน ‘แวะมาบอกรัก’ อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้แวะ จึงหันซ้ายไปบอกรักด้วยสายตาและหัวใจที่อยู่ในอกซ้าย

แต่พอถึงปั๊ม ปตท. ดอยสะเก็ดตอน 17.58 น. ที่เข็มไมล์ 3772 ผมก็อดจอดอีกไม่ได้ แต่จริงๆ ก็สมควรจอด เพราะผมเริ่มเบลอๆ เพลียๆ อาการนี้สำแดงมาซักพักแล้วแต่ผมพยายามฝืนด้วยความที่ไม่อยากมืดค่ำกลางทาง

ตัวกระตุ้นอาการนี้ก็คือแสงแดดที่ส่องหน้าแทบตลอดเวลา จำได้แม่นว่าก่อนถึงดอยสะเก็ดจะมีโค้งเยอะแยะไปหมด และเมื่อผมเลี้ยวโค้งพอโผล่พ้นเหลี่ยมเขาก็จะเจอดวงอาทิตย์ลอยต่ำตรงหน้า

มันไม่แค่เพิ่มความแสบตา แต่แสงที่ตกกระทบก็ทำให้ภาพเบื้องหน้าหายไปแวบหนึ่งด้วย ก่อนภาพจะกลับมาอีกครั้งเมื่อผมเลี้ยวโค้งในมุมที่เหลี่ยมเขาบังแสง และมันเป็นแบบนี้ทุกโค้ง

ผมย้ำ ย้ำ ย้ำกับตัวเองในทุกโค้งว่าต้องมีสติๆ ต้ อ ง มี ส ติ

ฟ้ามืดสนิทแล้วตอนที่ผมบิดถึงเขตคุ้นตา เข้าสู่ขอบเมือง สู่ความคุ้นเคย และผมฝ่าทุกอย่างกลับถึงจุดเริ่มต้นที่เข็มไมล์ 3788 ตอน 18.36 น. อย่างปลอดภัย

 

 

ดับเครื่องแล้วผมยังนั่งบนเบาะรถ มองทุกอย่างรอบตัว การเดินทางอย่างมีความสุขสิ้นสุดลง

แต่ ค ว า ม สุ ข  จะยังคงเดินหน้าต่อไป

แ น่ น อ น

..............................................................

ขอบคุณมากครับ

 
 

โดย นรพัลลภ_ประณุทนรพาล

 

กลับไปที่ www.oknation.net