วันที่ จันทร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รพ.สิรินธรแจงเหตุไม่รับผู้ป่วย"พยาบาล"เคลียดลาออก




 วันนี้เป็นเรื่องวงการแพทย์อีกแล้วครับท่านเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ้งนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลปรากฎว่าถูกขับไล่ใสส่งจากเจ้าหน้าที่พยาบาลจนทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่พอใจถึงกับนำรถมาปิดโรงพยาบาลกว่า 30 คัน

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค.เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม1 ชั้น 4 อาคารบริการ โรงพยาบาลสิรินธร ได้แถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า รพ.สิรินธร ไม่ยอมรับผู้ป่วยอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาจนต้องทำให้ผู้ป่วยต้องตัดขาทิ้ง โดยมี นพ.พิพัฒน์ เกรียงวัฒนศิริ ผอ. รพ.สิรินธร คณะแพทย์ พยาบาล และนายยุทธศักดิ์ สายพัฒน์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ก พื้นที่เขตประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาร่วมประชุม ใช้เวลากว่า 1 ชม. 
          นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คืนวันเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว 4 ราย 2 รายอยู่นอกรถเป็น ชาย และดช. อายุ 7 ขวบ นำส่ง รพ.สิรินธร ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย พ่อแม่ของเด็กติดอยู่ในรถบรรทุกต้องใช้เครื่องช่วยตัดถางนำออกมา เมื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เหลือออกมาได้รีบนำส่ง รพ.สิรินธร อีกครั้ง แต่ถูกปฏิเสธซึ่งมีพยาบาลพูดว่า “ ลูกมาแล้วจะเอาพ่อแม่มาตายอีกหรือ ” จึงรีบนำส่งคนเจ็บไป รพ.ใกล้เคียง ก่อนที่จะย้อนกลับมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่อาสาในที่เกิดเหตุ เพื่อขอคุยกับนางพยาบาลคนดังกล่าวอีกครั้งว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น

            "ยืนยันว่าไม่ได้มาปิดล้อม รพ. แต่มาเพื่อเรียกร้องสิทธิแทนผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่ใช่ญาติของตน แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งรู้สึกคาใจในประเด็นที่บอกว่า รพ.ไม่พร้อม แต่ทำไมเตียงยังว่าง พยาบาลยืนจับกลุ่มกัน จรรยาบรรณแพทย์ในการคัดเลือกผู้ป่วยหนักเบาจากอะไร และนางพยาบาลไม่สมควรพูดประโยคดังกล่าว จึงอยากได้คำชี้แจงเท่านั้น"นายยุทธศักดิ์ กล่าว
             นางนวลจันทร์ แจ่มดวง ผู้ตรวจการยามวิกาล รพ.สิรินธร กล่าวว่าอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งนางพยาบาลอีกคนเป็นคนพูดและไม่ได้เข้าร่วมประชุมวันนี้ วันเกิดเหตุรู้สึกตกใจมากที่กลุ่มอาสาชายกว่า30 คน รวมตัวกันมาพร้อมกับเรียกจะคุยกับนางพยาบาลคนดังกล่าว ตนรู้สึกกลัวมากไม่กล้าออกไปเป็นตัวแทนคุย ขวัญกำลังใจของพยาบาลคนอื่นๆก็หาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุข ให้เดินทางมา ซึ่งตามหลักสากลไม่มีที่ไหนที่จะมาปิด รพ. อย่างนี้
           ขณะที่ นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับที่สื่อแพร่ข่าวว่า “รพ.ใจดำ ไม่รับผู้ป่วย ” โดยวันเกิดเหตุ รพ. รับผู้ป่วย 2 รายจากเหตุดังกล่าวมาแล้ว 1 คน เป็นชายมีบาดแผลฉีกขาดที่แขนขวา เสียเลือดมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ทีมแพทย์จึงต้องรีบนำเข้าพาตัดฉุกเฉิน ส่วน ดช. อายุ 7 ขวบ มีอาการกรามหัก อวัยวะภายในรับความกระทบกระเทือนตกเลือด ช่องท้องบวม ซึ่งอาการของเด็กต้องดูเป็นพิเศษต่างจากผู้ใหญ่ที่สามารถพูดคุยบอกอาการได้ชัดเจน จึงรีบนำเด็ก เอกซ์เรย์สมองเร่งด่วน ก่อนรอทำการผ่าตัด นอกจากนี้ยังได้ส่งเด็กไปเอกซ์เรย์ช่องท้องต่อที่ รพ.เอกชน อีกห้อง โดย รพ.สิรินธร เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ส่วนอาการของผู้ป่วยทั้ง 2 ขณะนี้ปลอดภัยแล้วหลังได้รับการผ่าตัด
          "วันเกิดเหตุเป็นคืนวันศุกร์ ห้องผ่าตัดมีเพียงห้องเดียว และทีมแพทย์ที่เข้าเวรมีน้อย จึงไม่สามารถรับผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ที่มาส่งใหม่ได้ ขณะเกิดเหตุทางอาสาก็ไม่ได้แจ้งมาทาง รพ.ก่อน หรือศูนย์นเรนทรเพื่อขอรถกู้ชีพทีมแพทย์ไปยังจุดเกิดเหตุ หรือมาสอบถามว่ามีห้องผ่าตัดเพียงพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ รพ.ขาดบุคลากร โดยเฉพาะพยาบาลที่ไม่เพียงพอ หลังเกิดเหตุจึงได้เรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่วันเกิดเหตุมาพูดคุย และตักเตือนแล้ว จึงอยาก “ ขอโทษ ” ที่พยาบาลคนดังกล่าวพูดจารุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจเป็นจากภาวะกดดันในขณะนั้นที่ห้องผ่าตัดมีห้องเดียวเนื่องจากเป็นยากวิกาล นอกจากนี้นางพยาบาลคนดังกล่าวา ประจำที่ รพ.นี้มากว่า 10 ปี มาขอยืนใบลาออกขอแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่ทำให้ จรรยาบรรณแพทย์ และชื่อเสียงของ รพ.ต้องเสื่อมเสีย หลังเหตุการณ์ครั้งนี้" นพ.พิพัฒน์ กล่าว
          นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ทั้งสองฝ่ายต้องมีการปรึกษาหารือกันเพื่อความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะทำงานร่วมกัน เพราะยังไงทั้งสองฝ่ายมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการบริการ ช่วยเหลือประชาชน 
          ครับก็ได้แต่เห็นใจครับ...ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือรวมไปถึงคณะแพทย์พยาบาลผู้ให้การรักษา ...ทั้งนี้เรื่องนี้ก็มีการชี้แจงได้ทำความเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่ายไปแล้ว ส่วนพยาบาลที่พูดรุนแรงในวันนั้นก็รู้เสียใจและได้แสดงสปริตลาออกไปนั้นเรื่องนี้ทางท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่าจะพูดคุยและยับยั้งการลาออกเพราะเจ้าตัวเองก็รู้สึกผิดที่พูดไม่ดีไป...

 

                                                                  ///////////////////////////////

โดย อ๊อดสารคาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net