วันที่ พุธ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หน้า 8 : ชุมชนจีนโบราณ บ้านชากแง้ว...งานแข่งควาย


            

               บ้านชากแง้ว...งานแข่งควาย  **

                      ที่บ้านชากแง้วมีกลุ่มคนที่  เลี้ยงควาย  ใว้ใช้งานก็คือ บ้านน้าหยุยและบ้านน้าต่ำ  ทั้งสองบ้านเลี้ยงควายเอาใว้ใช้งาน บรรทุกพืชผักผลไม้ไปขาย และอาศัยทำนาข้าวบ้างเล็กน้อย แต่อาชีพหลักก็ยังทำไร่เหมือนกัน ถนนหนทางยังเรียกว่าเป็น ทางเกวียน เพราะรถยังไม่ค่อยมีมาก

                       ก่อน  วันออกพรรษา    หนึ่งวันจะเป็นวันแข่งควาย     ตอนเช้าที่บ้านของ น้าหยุยและน้าต่ำ ทุกคนชุลมุนวุ่นวายกับการ บังคับจับควาย  อาบน้ำแต่เช้า ด้วยว่าทั้ง 365 วัน  ควายไม่เคยโดนจับอาบน้ำตอนเช้าเลย แต่วันนี้โดนอาบน้ำแต่เช้า  ควายเลย งง วิ่งหนีอุตลุด  คนเลยวิ่งไล่จับป็นพัลวัน  พออาบน้ำเสร็จก็จับควายแต่งตัว

                       ช่วงเช้าจะเป็นการ โชว์ควายสวยงาม กันก่อน พอสายๆหน่อยถึงจะเริ่มแข่งควายกัน  การแต่งตัวให้ควายก็คือ มีผ้าหุ้มเขาลายดอกไม้หลากสี เชือกจูงมีดอกไม้ผูกเป็นระยะๆ  หน้าควายมีกระจังทำด้วยผ้าติดดอกไม้ผูกให้ มีผ้าคลุมตัวควายชายห้อยกระดิ่งเสียงดัง กรุ๊งกริ๊งๆ ปลายหางมีพุ่มดอกไม้ติดเช่นกัน

                        คนขี่ควายก็แต่งตัวด้วยชุดลูกทุ่งใหม่หมดจด สีสันแสบตา บางคนแต่งเป็นตลกเฮฮา  พอแต่งเสร็จทั้งคนทั้งควายก็พากันเดินจูงไปตามตลาดเพื่อโชว์ตัว   คนขี่ควายเท่าที่ คนสองยุค จำได้ก็มี   เฮียเปี๊ยก   เฮียหมู   เฮียคอง   เฮียคม  และอีกหลายคนทั้งหมดก็เป็นลูกๆหลานๆของ  น้าหยุยกับน้าต่ำ

                                                       ภาพ  :  Google

                        พอช่วงสายๆคนเริ่มเดินไปที่ลานวัด เพื่อจะดูแข่งควายกัน เจ้าของควายก็จะปลดชุดควายออก เตรียมตัวลงแข่ง โดยวิ่งแข่งทีละคู่ คนก็เชียร์กันสนุก ถึงขนาดเล่นการพนันกันก็มี ควายบางตัวก็วิ่ง ตรงทางดี แต่บางตัวก็วิ่งออกนอกเส้นทาง คนดูต่างก็วิ่งหนีแหวกทางกันกระเจิง  บางตัววิ่งๆไปดัน  หยุดขี้ซะงั้น  เจ้าของโดดลงมายืนเกาหัวแกรกๆ  เป็นที่ ตลกขบขันหัวเราะกันลั่นลานวัดทีเดียว

                        การแข่งควายจะเลิกก่อน 11.00น. เพราะพระจะฉันข้าวเพล ชาวบ้านจะขึ้นศาลา ถวายข้าวเพลพระ  ตกตอนบ่ายจะเป็น การเล่น ของกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยกลางคน  การเล่นก็จะมีหลายอย่าง เช่น  วิ่งเปรี้ยวผลัด  โดยใช้หลักไม้ใหญ่พอประมาณปักห่างกันราวๆยี่สิบก้าวคนเดิน  ใช้คนยืนหลังไม้หลักข้างละ 5-6คนหรือมากกว่านั้นก็ได้ แต่ต้องข้างละเท่าๆกัน

                        กติกาการเล่นจะใช้  ผ้าขาวม้า บิดขวั้นพับครึ่งให้เหมือนตะบองยักษ์ให้คนที่วิ่งก่อนแต่ละฝ่ายถือใว้ แล้ววิ่ง ออกตัวพร้อมกัน จากหลักตัวเองไปอ้อมหลักฝ่ายตรงข้าม กลับมาส่งผ้าให้คนหัวแถวที่ยืนรออยู่รับช่วงต่อวิ่งไปอีก ถ้าฝ่ายไหนวิ่งไล่ทันก็จะเอาผ้าตีให้โดนตัวของอีกฝ่าย ฝ่ายโดนตีถือว่าแพ้ ต้องโดนทำโทษ 

                        การทำโทษก็คือ ให้ฝ่ายแพ้ รำวงให้ดู หรือ ให้ทำ ท่าทางตลก บางทีก็ให้ ฝ่ายชนะขี่หลัง เดินรอบเสาหลัก การทำโทษแต่ละอย่างจะเน้น สนุกเฮฮา    แล้วแต่จะช่วยกันคิดขึ้นมาแต่ต้อง  ไม่บาดเจ็บ

                        **  ยังมีการเล่นอีกหลายอย่างแล้ว คนสองยุค จะนำมาเล่าให้ฟังใน หน้าต่อๆไป

                                                      ภาพ  :  Google
                                                                                  ( ข้าวต้มหาง )

                        พอเล่นสนุกกัน พอหอมปากหอมคอ  สักบ่ายสามโมงต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อช่วยกันทำ ข้าวต้มหาง ใว้ใส่บาตรพระในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเราเรียกว่า ตักบาตรเทโว  พวกหนุ่มๆจะพากันขึ้นต้นมะพร้าว ตัดเอาใบอ่อน สำหรับห่อข้าวต้ม พวกสาวๆก็จะแช่ข้าวเหนียว เตรียมกะทิ โดยมี  ผู้เฒ่าผู้แก่  คอยแนะนำอีกทีนึง

                        ช่วงหัวค่ำพอห่อข้าวต้มเสร็จ ก็จะเตรียม รีดเสื้อผ้า สำหรับใส่ในวันรุ่งขึ้น สมัยก่อนไม่มี เตารีดไฟฟ้า มีแต่เตารีดใส่ถ่านไฟ ไม่ใช่ถ่านไฟฉายน๊ะ เป็นถ่านหุงข้าวนี่แหละ  เอาถ่านใส่เตาหุงข้าวจุดก่อนพอถ่านแดงก็ใช้เหล็กคีบๆมาใส่เตารีด  แต่ต้องคอยระวัง ถ้าร้อนมาก จะใหม้ผ้าหมด

                                                           ภาพ  :  Google
                                                                              ( เตารีดใส่ถ่านหุงข้าว )

                         วิธีแก้คือ เอาใบตองสด  มาเตรียมใว้ถ้า เตาร้อนจัด ก็จะรีดใบตองก่อนพอ เตาร้อนพอดีๆ ลงจึงรีดที่ผ้าได้ ถ้าเตาหายร้อนก็คีบถ่านมาเพิ่มอีก ทำแบบนี้สลับกันไป จนกว่าจะรีดเสร็จ  มีบางครั้งที่รีดกันซะตั้งนาน ผลสุดท้ายต้องเอาเสื้อผ้าเก่ามาใส่ เหตุเพราะเตารีดร้อนจัดใหม้เสื้อผ้าจนเสียหาย อดใส่ชุดใหม่ไปก็มี

                          เตารีดผ้า ไม่ได้มีกันทุกบ้าน เพราะราคาแพง และก็ไม่ได้เป็นของใช้จำเป็นในสมัยนั้น เพราะการแต่งตัวส่วนมากจะเป็นชุดทำไร่ นอกจากมีงานบุญ จึงจะใส่ชุดสวยๆกัน ชุดใส่อยู่บ้านทุกวันเรียกว่า ชุดใส่ลาก  ส่วนชุดที่ใส่ไปงานต่างๆเรียกว่า ชุดไปงานหรือชุดไปเที่ยว 

                          เมื่อก่อนคนหนุ่มสาวจะฮิตใช้ ตู้กระโจมใว้ เก็บเสื้อผ้า  ลักษณะเป็น สี่เหลี่ยม  ทำด้วยผ้าพลาสติกใส สูงประมาณเมตรกว่าๆใช้แขวนกับหลังคาห้อยลงมามีซิปรูดเปิดด้านหน้า  เก็บของใครของมันไม่ปะปนกัน ใครนอนมุมไหนของบ้านก็แขวนใว้ตรงนั้นเลย

               

               **  นี่คือประเพณีเก่าแก่ของบ้านชากแง้วยุค2510 ปัจจุบันไม่ได้จัดแล้ว เพราะเลิกเลี้ยงควาย กันมานาน

                            ขอขอบคุณทุก Blogger ที่ติดตามกันมาตลอด  คนสองยุค2503

 

 

 

โดย คนสองยุค2503

 

กลับไปที่ www.oknation.net