วันที่ จันทร์ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ฟีฟ่า” บอด!!!


ถ้าจำไม่ผิดหลายปีก่อน การตั้งฉายาคนกีฬา ในช่วงปีแรก นักข่าวกีฬาตั้งฉายาให้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ว่า "ฟีฟ่าบอด"

เรื่องของเรื่องคือช่วงนั้นวงการฟุตบอลไทยเจอปัญหาสารพัดสารพัน ชนิดนายกสมาคมฟุตบอล “บังยี” โดนวิพากษ์อย่างหนักตลอดทั้งปี

แต่ “บังยี” ในฐานะ “บอร์ดบริหารฟีฟ่า” กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้แบบโดนใจชาวประชาสักเท่าไร

นั่นจึงเป็นที่มาของฉายาที่ว่า “ฟีฟ่าบอด” เพราะดูเหมือนจะ “ตาบอด” มองไม่เห็นหรือแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ทั้งที่เป็นถึงบอร์ดฟีฟ่า

หลังไมค์จากเหตุการณ์ครั้งนั้นแว่วว่า “บังยี” ค่อนข้างไม่สบอารมณ์และสบถกับคนรอบข้างถึงฉายาที่ได้มาพอสมควร

เวลาผ่านล่วงมาหลายปี ผมขออนุญาตนำคำว่า “ฟีฟ่าบอด” กลับมาใช้อีกครั้ง แม้รู้ว่า “บังยี” อาจจะไม่ปลื้ม แต่กับสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้มันไม่มีคำใดจะเหมาะสมเท่า

กรณีล่าสุดของ ชาริล ชัปปุยส์ นักเตะลูกครึ่งไทย-สวิส ที่หมดสิทธิ์เล่นให้ทีมชาติไทยถือเป็นอีกเรื่องที่ “บังยี” น่าจะมีบทบาทมากกว่าใคร

ไม่ใช่พาลหาเรื่องว่าไปเรื่อย แต่ถ้าลองพิจารณาดูให้ดี ประเทศไทยมีบุคลากรเป็นถึง “บอร์ดฟีฟ่า” ไม่ใช่หรือ แต่ทำไมเราไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

ฟุตบอลไทยควรจะมีความได้เปรียบจากการที่มีผู้บริหารไปนั่งทำงานในองค์กรระดับโลกบ้าง ไม่ใช่ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามอย่างที่เป็นอยู่

การออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า “ไม่ทราบกฎเอเอฟซี” ที่เป็นเหตุให้ ชัปปุยส์ เล่นให้ทีมชาติไทยไม่ได้นั้น ถือว่าไม่เข้าเรื่อง

เล่นได้หรือเล่นไม่ได้ นั่นอีกเรื่อง แต่ถ้ามาอ้างว่าไม่รู้กฎหรือระเบียบนี่คงไม่ไหว เพราะเป็นองค์กรที่ดูแลฟุตบอลของประเทศแท้ๆ

สมาคมฟุตบอลไทยต้องมีความละเอียดให้มากกว่านี้ หากมีข้อสงสัยหรือมีกรณีไหนที่มีการเสี่ยงต่อการผิดกฎ กติกา ต้องรีบเคลียร์

เรามีผู้บริหารทำงานอยู่ใน “ฟีฟ่า” ดังนั้นการจะมาอ้างว่าไม่รู้กฎไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ของ “ฟีฟ่า” ดูจะอ้างไม่ขึ้น

อย่างกรณีนี้ไม่เห็นว่า “บังยี” จะออกมาแสดงบทบาทใดๆ เลย ปล่อยให้ “มร.โอเค” องอาจ ก่อสินค้า แม่บ้านสมาคมฟุตบอลต้องรับเคราะห์ไปคนเดียว

“บังยี” ควรจะออกมาเคลียร์ให้กระจ่าง ว่าทำไม ชาริล ชัปปุยส์ ถึงลงเล่นในชาติบ้านเกิดของแม่ตัวเองไม่ได้

ว่ากันถ้วยกฎระเบียบให้เคลียร์ๆ แล้วดำเนินการในขั้นต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้ ชาริล ชัปปุยส์ ได้ลงเล่นในนามทีมชาติไทย

เรื่องนี้แฟนบอลที่มักจะถูกใครๆ ว่าเป็น “นักเลงคีย์บอร์ด” ยังไปหาข้อมูลมาอธิบายอ้างอิงให้แฟนบอลด้วยกันเองกระจ่างได้เลย

แล้วทำไมคนที่ควรให้ความกระจ่างอย่าง “บังยี” ในฐานะผู้นำสมาคมฟุตบอลไทยและบอร์ดฟีฟ่าถึงไม่เคลียร์เสียเอง

“บังยี” ต้องแสดงความเป็นผู้นำครับ ออกมาชี้แจงว่ากรณีนี้ติดขัดตรงไหนแล้วสมาคมฟุตบอลจะทำอย่างไรต่อไป

กฎระเบียบข้อหนึ่งระบุไว้ชัดว่าหากมีการวินิจฉัยจาก “ฟีฟ่า” ก็สามารถที่จะให้ ชาริล ชัปปุยส์ ลงเล่นในทีมชาติไทยได้

ถึงตรงนี้คนยิ่งสงสัยว่าเรามีบอร์ดฟีฟ่าเป็นคนไทยอยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมไม่รีบดำเนินการให้เสร็จๆ ไป

ทำแล้วได้หรือไม่ได้อย่างไรก็ว่ากันอีกเรื่อง แต่นี่เงียบหายไม่มีความคืบหน้าหรืออะไรใดๆ ออกมาเลย

หลายคนเลยเริ่มคิดว่า แล้วตกลงว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบอะไรจากการที่มีคนไปนั่งทำงานในองค์กรอย่าง “ฟีฟ่า” หรือไม่

ไม่ใช่แค่เรื่อง ชาริล ชัปปุยส์ แต่ก่อนหน้านี้ยังมีอีกหลายกรณี ตั้งแต่การส่งนักเตะติดโทษแบนลงเล่นจนโดนปรับแพ้และตกรอบโอลิมปิก รอบคัดเลือก

ไหนจะเรื่องของ “คลับไลเซนซิง เอเอฟซี” ที่สโมสรไทยเสียแต้มไปเยอะจากการประเมินให้โควตา “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013”

เรื่องพวกนี้ไม่น่าพลาด เพราะเรามีคนใหญ่คนโตไปนั่งบริหารงานในองค์กรอย่าง “ฟีฟ่า” และ “เอเอฟซี” แท้ๆ

ถึงตรงนี้จึงนึกย้อนกลับไปถึงคำว่า “ฟีฟ่าบอด” แบบปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะประเทศไทยไม่ได้เปรียบจากการมีผู้บริหารไปนั่งในองค์กรระดับนานาชาติเลย

ในฐานะนายกสมาคมฟุตบอล “บังยี” คงปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ไม่ได้ แม้จะชอบอ้างว่ามอบหมายงานไปแล้วก็ตาม

ผมเชื่อว่าคนไทยและแฟนบอลไทย คงอยากจะเห็นฟุตบอลไทยได้ประโยชน์จากการที่มีผู้บริหารไปเป็นใหญ่เป็นโตใน “ฟีฟ่า” มากกว่านี้

ว่ากันว่าทุกวันนี้ “บังยี” แทบไม่มีเวลาอยู่ในเมืองไทย เพราะต้องไปปฏิบัติภารกิจกับ “ฟีฟ่า” ในเรื่องต่างๆ อยู่เกือบตลอดทั้งปี

ทุกคนหวังว่าฟุตบอลไทยจะได้สิ่งดีๆ กลับคืนมาบ้าง เพราะการได้ดูแค่ทีมดังต่างแดนมาเตะโชว์คงไม่ใช่สิ่งที่พึงปราถนาเท่าไรแล้ว

แฟนบอลไทยอยากเห็นทีมชาติไทยประสบความสำเร็จมากกว่านี้ และไม่อยากเห็นทีมชาติไทยเสียค่าโง่ตกม้าตายแบบแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งอีกต่อไป

ท่านนายกสมาคมฟุตบอล และบอร์ดบริหารฟีฟ่า จัดให้แฟนบอลไทยหน่อยได้มั้ยครับ ?

 

**** บับเบิ้ล...บ้าบอล / คมชัดลึก วันที่ 23 มี.ค. ****

โดย บับเบิ้ล

 

กลับไปที่ www.oknation.net